รีวิว Microsoft Lumia 950XL เมื่อเป็น Windows 10 แล้วจะเป็นยังไงบ้าง?

Print Friendly

Microsoft Lumia 950XL

 

ในขณะที่ผมมองว่า Microsoft ทำได้ค่อนข้างดีกับ Microsoft Surface Pro 3 และ Surface Pro 4 ผมในฐานะที่เป็นเจ้าของ Windows Phone ผมก็ยังรู้สึกว่าในส่วนของสมาร์ทโฟนนั้น Microsoft ยังเหมือนจะหาคำตอบไม่เจออยู่ ซึ่งหากพิจารณาว่า ปกติแล้ว Microsoft อาจจะต้องลองผิดลองถูกซัก 3 รุ่น มันถึงจะเข้าที่เข้าทางแล้วละก็ Microsoft Lumia 950XL ที่รัน Windows 10 นี่ก็น่าจะเริ่มโอเคแล้วสินะ และเมื่อเร็วๆ นี้ Microsoft ก็เพิ่งส่งของมาให้ยืม เลยขอเอามาเล่าสู่กันอ่านนะครับ

ว่ากันด้วยเรื่องของรูปร่างหน้าตากันก่อน

สำหรับสมาร์ทโฟนสนนราคา 23,300 บาทแล้ว ก็ต้องขอยอมรับเลยว่า Microsoft อินดี้สวนกระแสมากครับ ที่เลือกใช้วัสดุเป็นโพลีคาร์บอเนต (หรือบางคนเรียกพลาสติก) ในการทำตัวเครื่อง ในขณะที่แบรนด์อื่นๆ เขาจะเลือกพวกอลูมิเนียม แม็กนีเซียมอัลลอย หรืออาจจะทำด้านหลังเป็นกระจก … คือ ไม่ได้หมายความว่ามันดูไม่ดีนะครับ แต่สำหรับผู้ใช้งานหลายคนที่ชอบบอดี้โลหะอาจจะรู้สึกว่า แบรนด์อื่นเนี่ย ขนาดสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าสองหมื่นก็ยังใช้โลหะทำเป็นบอดี้เลย

ผมเป็นคนชอบบอดี้แบบโพลีคาร์บอเนต โดยเฉพาะด้านๆ แบบนี้ เพราะจับแล้วไม่ต้องห่วงเรื่องรอยนิ้วมือ และไม่ต้องระวังเรื่องรอยขีดข่วนมาก เพราะหาซื้อมาเปลี่ยนใหม่ได้ไม่ยาก ปกติแล้วสมาร์ทโฟนฝาหลังโพลีคาร์บอเนตแบบนี้ถ้าผมใช้ ผมไม่ต้องหาเคสมาใส่เลยล่ะ

 

Microsoft Lumia 950XL ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ Microsoft Lumia 950XL นี่เป็นหน้าจอแสดงผลขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด QHD 2560×1440 พิกเซล (518ppi) พร้อมกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.4 ซึ่งงวดนี้ไม่มีปุ่มกดเหมือนเคยนะครับ Microsoft เลือกใช้ Virtual button บนหน้าจอแทน และลำโพงสำหรับสนทนาโทรศัพท์ครับ

 

Microsoft Lumia 950XL ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ Microsoft Lumia 950XL นี่เรียบง่ายมาก เป็นกล้องดิจิตอลความละเอียด 20 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี PureView กับเลนส์ Carl Zeiss เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.4″ ขนาดพิกเซล 1.12 ไมครอน f/1.9 ระยะโฟกัส 26mm พร้อมแฟลชแบบ LED 3 ดวง และลำโพงของตัวเครื่อง … นอกจากนี้ จะเห็นว่ามีรูเล็กๆ อยู่ทั้งด้านบนและด้านล่างอีก นั่นเป็นรูไมโครโฟนครับ เอาไว้ใช้บันทึกเสียงตอนถ่ายวิดีโอเพื่อให้ได้ระบบเสียงแบบสเตริโอ

 

Microsoft Lumia 950XL ด้านบน

Microsoft Lumia 950XL ด้านล่าง

 

ด้านบนของ Microsoft Lumia 950XL มีแค่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ส่วนด้านล่างก็มีแค่พอร์ต USB-C, รูไมโครโฟนสำหรับสนทนาโทรศัพท์ กับร่องเล็กๆ เอาไว้สำหรับช่วยแกะฝาหลัง

 

Microsoft Lumia 950XL ด้านขวา

 

ด้านซ้ายของ Microsoft Lumia 950XL ไม่มีอะไรครับ แต่ด้านขวานี่ปุ่มทุกอย่างอยู่ตรงนี้เลย ทั้งปุ่ม Volume, ปุ่ม Power และปุ่ม Shutter ด้วย ซึ่งสมาร์ทโฟนตระกูล Lumia (บางรุ่น)​ เป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ยี่ห้อที่ทำปุ่ม Shutter มาให้นะ

ในเรื่องการออกแบบ ผมว่า Microsoft ทำมาได้ดีครับ ตัวเครื่องหนัก 165 กรัม แต่ผมกลับไม่รู้สึกว่าหนักมากซักเท่าไหร่ ซึ่งผิดกับตอนถือสมาร์ทโฟนที่น้ำหนักใกล้เคียงกันอย่าง ASUS Zenfone 2 Deluxe Special Edition ที่หนัก 170 กรัม ผมว่าอันนี้น่าจะมาจากความรู้สึกส่วนตัว … ความหนาตัวเครื่อง 8.1 มม. ผมว่าหนากำลังดี ประกอบกับตัวบอดี้แบบโพลีคาร์บอเนตทำมาแบบด้าน ทำให้จับกระชับมืออยู่

 

ปุ่ม Power กับ Volume ที่ออกแบบมาค่อนข้างโอเคเลย

 

สไตล์การวางปุ่ม Power ให้อยู่ตรงกลางระหว่างปุ่ม Volume Up และ Volume Down ผมว่าทำมาได้ดีแฮะ ผมชอบ มันทำให้นิ้วโป้งนิ้วเดียว (สำหรับคนถนัดขวา) หรือ นิ้วชี้/นิ้วกลาง (สำหรับคนถนัดซ้าย) ควบคุมได้หมดเลย

 

แกะฝาหลังออกมาใส่ MicroSD card และ SIM card

 

ฝาหลังแกะออกมาไม่ยาก และเป็นเพียงไม่กี่รุ่นในระดับไฮเอนด์ที่ยังสามารถแกะฝาหลังออกมาเปลี่ยนแบตได้อยู่ ซึ่งการถอดใส่ MicroSD card นี่ทำได้เลยไม่ต้องปิดเครื่อง แต่ในกรณีของ SIM card ต้องปิดเครื่องก่อนครับ และเป็นแบบ Nano SIM นะ … อ้อ! ในต่างประเทศอาจจะเห็นว่าเป็นแบบรองรับ 2 ซิม แต่ที่ขายในไทยนี่เป็นแบบซิมเดียวนะครับ

 

ฝาหลังจะเห็นว่ามีแผ่นไว้รองรับ Wireless charging

 

ฝาหลังนี่รู้สึกได้เลยว่ารองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย ซึ่งตามสเปกแล้ว เป็นแบบ Qi Wireless charging ครับ

 

ครั้งแรกกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 บนสมาร์ทโฟนของผม

ผมมี Nokia Lumia 1020 ที่ลง Windows 10 beta ครับ แต่ก็ไม่อาจจะเรียกว่าเป็นประสบการณ์แบบเต็มๆ ครั้งแรกของผมได้ เพราะมันยังขาดโน่นขาดนี่อยู่เยอะ และด้วยข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ ทำให้ผมไม่อาจได้สัมผัสประสบการณ์ Windows 10 แบบเต็มๆ ได้

 

User Interface ทำให้นึกถึง Windows 10 บน PC จริงๆ

 

ฉะนั้น ครั้งนี้ก็ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสกับ Windows 10 แท้ๆ บนสมาร์ทโฟนครับ ซึ่งจากที่ได้ลองเล่น ก็ค่อนข้างชัดเจนว่า Microsoft ยังคงรักษาแนวทางของ User Interface ตั้งแต่เมื่อครั้ง Windows Phone 7 เอาไว้ เพียงแต่มีการปรับปรุงให้มันดีขึ้นตามลำดับมาจนถึง Windows 10 นี่ ซึ่งได้อานิสงส์จากเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ที่ดีขึ้น หน้าจอแสดงผลระดับ QHD ขนาด 5.7 นิ้ว ทำให้มันแบ่งวางพวก Tile ได้มากขึ้น ซึ่งโดยส่วนตัว ผมมองว่า Windows 10 เนี่ย มี UI เริ่มต้นมาสวยกว่าเดิมนะ

 

ยังเรียกดูรายการแอปทั้งหมดที่มีได้เหมือนเดิม

 

แอปที่มาพร้อมกับตัว Microsoft Lumia 950XL นั้น ก็เป็นแอปของ Microsoft หรือไม่ก็พันธมิตรของ Microsoft ครับ เช่น มี Microsoft Office Mobile (Word/Excel/PowerPoint/Outlook) มาให้เลย และเชื่อมต่อกับ OneDrive ที่เป็นบริการ Cloud storage ของ Microsoft ด้วย นอกจากนี้ก็ยังมี Skype (Microsoft ซื้อกิจการไปนานแล้ว) และ Facebook (Microsoft เป็นพันธมิตรอยู่) ด้วย

 

PowerPoint Mobile

 

Microsoft Office Mobile เนี่ย จิ๋วแต่แจ๋วครับ ทำงานเอกสารแบบง่ายๆ ได้สบายๆ ทั้ง Word, Excel และ PowerPoint เลย ไม่ต้องง้อเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว และการทำงานร่วมกับ OneDrive ทำให้เราสามารถ Sync ไฟล์เอกสารไปทำงานต่อบนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ ถ้าจำเป็น … อย่างไรก็ดี แน่นอนว่า Microsoft Office Mobile ก็ยังไม่สามารถใส่ฟีเจอร์ทั้งหมดแบบที่มีใน Microsoft Office แบบเต็มๆ ได้หรอกนะครับ

 

รองรับเมนูหลายภาษาพร้อมกัน แต่จะเอาอันไหนเป็น Default ก็เลื่อนให้มันเป็นชื่อแรก

 

ข้อดีของ Windows 10 คือ มันรองรับการแสดงผลหลายภาษาพร้อมๆ กันในระดับ User Interface ครับ ซึ่งผิดกับแบรนด์อื่นๆ ที่จะรองรับแค่ภาษาใดภาษาหนึ่งเท่านั้น เช่น พอเลือกเมนูภาษาไทยแล้ว มันก็จะพยายามแสดงทุกอย่างเป็นภาษาไทย แต่ในกรณีของ Windows 10 เราสามารถให้มันแสดงเมนูสามภาษา ไทย อังกฤษ จีน พร้อมๆ กันก็ยังได้

แต่ข้อจำกัดคือ เปลี่ยนภาษาทีนึง ต้องรีสตาร์ทเครื่องเนี่ยสิ … ดีนะ เราคงไม่ได้เปลี่ยนภาษาของ UI บ่อยๆ

 

แผนที่เป็นภาษาอังกฤษ แต่ถ้าเพิ่มภาษาไทยเข้าไปก็ได้นะ

ดาวน์โหลดแผนที่มาเก็บไว้ในเครื่องได้

 

Microsoft เลือกใช้แผ่นที่ HERE Map ครับ ซึ่งมีข้อได้เปรียบตรงที่มันมี Offline Map ให้ดาวน์โหลดด้วย มีหลายประเทศในหลายทวีป และแน่นอน รวมถึงประเทศไทยด้วย เพียงแต่ผมตั้งข้อสังเกตว่า มันค้นหาสถานที่ที่เป็นชื่อภาษาไทยไม่ค่อยเจอซักเท่าไหร่ครับ โดยเฉพาะหากเป็นสถานที่ในระดับตัวอาคาร สนามบิน หรือร้านค้า บอกตรงๆ ว่าแอบแปลกใจ เพราะผมลองค้นหาบน HERE Map เวอร์ชันเว็บ มันกลับค้นเจออ่ะ … ตรงจุดนี้ ผมลองเพิ่ม UI ภาษาไทยเข้าไปในระบบแล้ว แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร … แต่ถ้าค้นหาสถานที่ด้วยชื่อภาษาอังกฤษก็โอเคนะ เจออยู่ แต่ก็อีกนั่นแหละ ไม่ครบครับ เช่น ผมหา Ban Dan Ngo School บน maps.here.com เจอ แต่หาบน Map ใน Windows 10 ไม่เจอ และเท่าที่ผมลองดู ผมพบว่าบนแผนที่ใน Map ของ Windows 10 มันขาดชื่อสถานที่ไปหลายอยู่

 

หาสถานที่ไม่เจอซะงั้น

 

ฉะนั้น ในแง่ของการใช้งานด้านแผนที่ ข้อดีคือใช้ได้แม้ไม่มีเน็ต แต่ข้อจำกัดคือ ชื่อสถานที่จำกัดมากๆ ครับ ซึ่งตรงนี้ผมมองว่า Microsoft ปรับปรุงได้ เพราะในฐานข้อมูลของ HERE Map มันมีอยู่แล้ว มันแค่ทำไมไม่รู้ ไม่โผล่มาบนเวอร์ชันสมาร์ทโฟนนี่

นอกจากนี้ก็ยังมีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ซ่อนอยู่ ซึ่งคงต้องอยู่กับว่าเราจะบังเอิญเจอมันไหม เช่น ตอนปิดเครื่องเนี่ยผมสังเกตว่ามันมีการเตือนผมว่าอย่าลืมวันเกิดของเพื่อนใน Facebook ผมซะด้วยสิ

 

Twitter for Windows Phone

สังเกตว่าฟีเจอร์ต่างๆ ของ Twitter ก็ยังน้อยกว่าเวอร์ชันบน iOS และ Android

 

เรื่องของแอปสำหรับ Windows 10 นี่ยังเป็นอะไรที่ Microsoft น่าจะยังต้องสู้ต่อไปไอ้มดแดงอยู่ เพราะแม้ในแง่ของแอปเด่นๆ ที่คนใช้กันเยอะๆ จะโอเคแล้ว แต่มันยังล้าหลังแอปเดียวกันบนแพลตฟอร์มคู่แข่งอยู่ครับ เช่น Twitter เนี่ย ในเวอร์ชันบน iOS หรือ Android เขาก็ใส่โพล ใส่ GIF กันได้แล้ว แต่บน Windows 10 ยังทำไม่ได้อยู่ หรือแม้แต่ของ Facebook เอง ก็ยังไม่มีแอปอย่าง Page Manager (ทั้งๆ ที่แพลตฟอร์มคู่แข่งเขามีกันหมด … สงสัยคงคิดว่าผู้ดูแลเพจเขาไม่ใช้ Windows Phone?)

 

Windows Store มีแอปเยอะขึ้น แต่เทียบคุณภาพก็ยังด้อยกว่าแพลตฟอร์มคู่แข่ง

 

แม้แต่เกมที่หลายๆ คนชอบเล่นกัน ก็ไม่ค่อยมีเวอร์ชันบน Windows 10 ครับ แม้ว่าเกมชื่อใหญ่ๆ เขาจะมีเวอร์ชัน Windows 10 กันบ้าง แต่ก็ส่วนน้อย … ยิ่งถ้าเป็นเกมออนไลน์ที่คนไทยนิยมกันเนี่ย ไม่ค่อยเห็นเขาทำเวอร์ชัน Windows 10 นะ คงเพราะส่วนแบ่งตลาดน้อยไป อันนี้ Microsoft ต้องพยายามสู้สุดใจหน่อยนะ

 

ต่อกับ Docking แบบนี้ เพื่อเชื่อมต่อกับทีวี

ตัว Docking มีให้เสียง USB 3 พอร์ต HDMI/Display Port และ USB-C (เอาไว้ต่อกับอะแด็ปเตอร์)

หรือหากทีวีรองรับ ก็จะเชื่อมต่อแบบไร้สายได้เหมือนกันนะ

 

จุดขายอันนึงของ Microsoft Lumia 950XL (และรุ่นน้องอย่าง Lumia 950) ก็คือ เสียบกับ Docking แล้วต่อกับจอทีวีหรือจอมอนิเตอร์ แล้วต่อคีย์บอร์ดกับเมาส์ ก็ใช้งานคล้ายๆ เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เลยครับ ในขณะเดียวกันก็ยังใช้งานสมาร์ทโฟนได้ตามปกติด้วย และหากโทรทัศน์รองรับเทคโนโลยี WiDi (Wireless Display) ก็สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายได้อีกด้วย … ฟีเจอร์นี้ Microsoft เขาเรียกว่า Windows Continuum ครับ

 

Secondary screen ของ Windows Continuum ใช้งานคล้าย Windows 10

Windows Continuum ใช้ Lumia 950XL เป็น Touchpad

ระหว่างใช้งาน Secondary scren ก็ยังใช้สมาร์ทโฟนได้ตามปกติ

 

พอต่อกับ Secondary screen (ที่เป็นแบบ HDMI หรือ Display Port) แล้ว มันก็จะแสดงหน้าจอเมนูคล้ายๆ Windows 10 ครับ แต่จะออกแนว Windows 10 ในแบบสมาร์ทโฟนครับ ตรงนี้ถือว่าแนวคิดของ Microsoft ดีทีเดียว User Interface มันคุ้นๆ เลยใช้งานได้ไม่ยาก

 

ใช้ Word Mobile บนจอทีวีเลย

Secondary screen ของ Windows Continuum ใช้งานคล้าย Windows 10

 

ตัว Microsoft Lumia 950XL เนี่ย พอต่อกับ Secondary screen แล้ว จะทำตัวเป็น Touchpad เพื่อใช้ควบคุมหน้าจอที่สองก็ได้ หรือจะออกจากโหมดนั้น​ (ง่ายๆ กดปุ่ม Windows บนหน้าจอ) แล้วใช้งานสมาร์ทโฟนตามปกติก็ได้ ถ้าต่อแบบไร้สาย ก็ต้องควบคุมด้วย Touchpad บนตัวสมาร์ทโฟน แต่ถ้าต่อผ่าน Docking ก็เสียบคีย์บอร์ดและเมาส์ ก็จะใช้งานมันได้พอๆ กับเครื่องคอมพิวเตอร์เลย หรือพูดง่ายๆ ใช้ทำงานง่ายๆ ได้เลย ไม่ว่าจะตอบอีเมล์ ทำงานเอกสารผ่าน Microsoft Office Mobile โดยเท่าที่ผมลองแล้ว แอปอย่าง Word/Excel/PowerPoint Mobile เนี่ย มันจัดการเอกสารแบบง่ายๆ ได้แบบทันที เพียงแต่จะขาดฟีเจอร์บางอย่างไป เช่น Word ก็ทำ Mail merge ไม่ได้, Excel ทำ Macro ไม่ได้ หรือ PowerPoint ก็ใส่ Animation ไม่ได้ เป็นต้น ซึ่งตรงนี้เชื่อว่า เมื่อฮาร์ดแวร์พัฒนาไปมากขึ้น Microsoft ก็อาจจะเพิ่มความสามารถพวกนี้เข้ามาได้อีก

อีกฟีเจอร์นึงที่มาพร้อมกับ Microsoft Lumia 950XL และ Windows 10 ก็คือ Windows Hello ที่ใช้การจดจำม่านตาเพื่อปลดล็อกสมาร์ทโฟน เป็นฟีเจอร์ที่ว้าวดีครับ และก็ใช้งานได้จริง แต่อย่าคิดว่าจะมีแสงอะไรวิ่งออกมาสแกนม่านตาเราเหมือนในหนังล่ะ และปัจจัยที่อาจทำให้มันไม่เวิร์กมีเยอะไปหน่อย ผมว่ายังต้องการเวลาในการพัฒนาฮาร์ดแวร์อยู่ เพื่อให้ใช้งานได้แบบเต็ม 100% … ณ ตอนนี้ โดยส่วนตัว ผมว่า PIN 4 หลักทำงานรวดเร็วกว่าครับ

 

Microsoft Lumia 950XL จอ 5.7 นิ้วใหญ่พอตัว

 

เกือบลืมเล่าไปว่า ในแง่ของการจับๆ ลูบๆ คลำๆ แล้ว ตัว Microsoft Lumia 950XL นี่แอบใหญ่โตพอสมควรครับ ก็สมกับขนาดตัว 5.7 นิ้วของมัน ฉะนั้นสำหรับบางคน อาจจะรู้สึกว่า ใช้ Microsoft Lumia 950 น่าจะเหมาะมือกว่าก็ได้นะ ตัว User Interface แบบ Tile อาจจะค่อนข้างใหม่สำหรับหลายๆ คน ที่อาจจะคุ้นชินกับสมาร์ทโฟนอย่าง iPhone หรือ Android แต่ว่าเมื่อทำความเข้าใจกับมันแล้ว ก็จะใช้ได้ไม่ยากครับ และ Live Tile ที่คอยแสดงข้อมูลอยู่เรื่อยๆ ผมว่ามันก็โอเคดีอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ในกรณีของบางแอป มันอาจจะทำให้เรางงได้ว่า ไอ้ Tile อันนี้มันของแอปอะไร(วะ)

ในส่วนของแบตเตอรี่ ผมว่าระบบปฏิบัติการ Windows 10 นี่ยังบริหารจัดการแบตเตอรี่ได้ไม่ดีเท่าไหร่ อันนี้ผมรู้สึกมาตั้งกะตอนใช้ Lumia 1020 ของผมเองแล้ว คือ แม้จะอยู่ในโหมดสแตนด์บายก็ยังแบตหมดได้ใน 1-2 วัน อันนี้คงเพราะเรื่องการพยายาซิงก์ข้อมูลบ่อยๆ ละมั้ง

USB-C ที่ Microsoft เลือกนำมาใช้ อนาคตยังขยับขยายได้อีกเยอะครับ อย่างในตอนนี้ก็เริ่มจากเชื่อมต่อกับ Docking และ Secondary screen แล้ว และแน่นอน พวก Flash drive หรือ External HDD ก็ย่อมใช้ด้วยได้เช่นกัน (แต่ต้องเป็นแบบ FAT32 นะ) และตามมาก็อาจจะเป็นอุปกรณ์อื่นๆ เช่น Printer, Scanner ฯลฯ ได้อีกเยอะครับ

ลองเอามาใช้ดูหนังฟังเพลง ด้วยสเปกนี่หมดห่วงครับ การรับชมวิดีโอระดับ 4K ทำได้สบายๆ และหน้าจอแสดงผลแบบ QHD ก็ให้ภาพที่คมชัดดีซะด้วย เพียงแต่ว่าน่าเสียดายตรงที่ลำโพงอาจจะยังต้องปรับปรุงอยู่บ้างครับ เพราะลำโพงของ Microsoft Lumia 950XL นั้นให้เสียงที่เน้นช่วงกลางสูง เสียงที่ถูกแสดงออกมาจึงฟังชัด ออกแหลมคม หากฟังแบบหันหน้าลำโพงซึ่งอยู่หลังเครื่องเข้าหาเรา จะรู้สึกถึงช่องลม (Air) ในเสียง ทำให้รู้สึกฟุ้ง ๆ ไปบ้าง แต่พอหันหน้าจอเครื่องกลับมา พบว่าเสียงมีความลงตัวมากขึ้น ให้มิติช่วงลึกประมาณนึง มวลเสียงไม่ใหญ่ไม่เล็ก แม้จะไม่มีช่วงเสียงต่ำเลย แต่ยังมีช่วงกลางต่ำที่พอจะให้รู้สึกถึงน้ำหนักในเพลงได้บ้าง ทั้งนี้มีข้อสังเกตคือมีย่านของช่วงเสียงกลางที่เกินพอดีอยู่ ช่วงเสียงสูงฟังฟุ้ง กระจาย และเมื่อเร่งระดับเสียงมาก ๆ จะมีอาการแตกพร่า

ต่อมาทดสอบด้วยการฟังผ่านหูฟังที่แถมมากับเครื่อง พบว่าเสียงต่ำแสดงออกมาได้ดี ค่อนข้างแน่น ติดที่ว่ามวลเสียงเล็กไปหน่อย ช่วงเสียงกลางค่อนข้างจมทำให้รู้สึกทึบนิด ๆ และขาดมิติความลึกไป ดีที่มีเน้นช่วงกลางสูงช่วยให้เสียงร้องเด่นชัดออกมาดี ย่านเสียงยังมีทับกันอยู่บ้างซึ่งส่งผลกระทบให้รายละเอียดเสียงทับกันอยู่ขาดความ Clear ไปสักหน่อย คุณภาพเสียงโดยรวมอยู่ในระดับพอใช้ได้ไม่ขี้เหร่ ระบบขยายเสียงทำได้ดีโดยคุณลักษณะเสียงยังคงเดิมแม้เร่งระดับเสียงจนสุด

 

พยายามดาวน์โหลดเกมบน Windows Store แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ

 

อยากลองเอามาเล่นเกมดูบ้าง ไปดาวน์โหลด Asphalt 8: Airborne เพื่อเอามาเล่นเกมทดสอบกราฟิกดู แต่ปรากฏว่ามีปัญหากับการดาวน์โหลดนิดหน่อยกับเน็ตบ้านของผม คือ มันดาวน์โหลดดาต้าที่เหลือของเกมมาไม่ได้ แต่พอเปลี่ยนไป Tethering กับสมาร์ทโฟน เพื่อดาวน์โหลดผ่าน 4G (ขอบคุณ dtac ที่สัญญาณ 4G แถวบ้านดีมาก โหลด 524.79MB แป๊บเดียว) มาแทน ก็ดาวน์โหลดได้ปกติครับ

 

เกม Asphalt 8: Airborne กราฟิกมาแบบครบจัดเต็มมาก แต่ยังไม่ครบ

 

ในแง่ของตัวเกม ฮาร์ดแวร์ของ Microsoft Lumia 950XL นี่ เล่นเกม Asphalt 8: Airborne ได้กราฟิกแบบจัดเต็มเลยนะครับ เอฟเฟ็กต์ต่างๆ มาครบเครื่องมาก แต่ก็ยังน่าเสียดาย ที่ไม่รู้ว่าทำไม ทั้งๆ ที่ตัวฮาร์ดแวร์สเปกดีกว่า แต่เมื่อผมลองเทียบดูกับ Asphalt 8: Airborne บน OPPO N3 ที่เป็นไฮเอนด์ แต่สเปกฮาร์ดแวร์ด้อยกว่า ผมยังพบว่า เอฟเฟ็กต์อย่างพวกน้ำฝนเนี่ย บน Microsoft Lumia 950XL ยังไม่มีครับ (อยากรู้ว่าเอฟเฟ็กต์มามากน้อยแค่ไหน ไปลองเล่นฉาก Tokyo ครับ) อย่างไรก็ดีการเล่นเกม Asphalt 8: Airborne ก็ไหลลื่นมากทีเดียว แต่บอกได้เลยว่าเล่นนานๆ จะรู้สึกได้ว่าเครื่องแอบเริ่มร้อนเรื่อยๆ นะ

 

ตอนเล่นเกม ตำแหน่งลำโพงอาจโดนนิ้วกลางบังเวลาเล่น

 

แต่ตอนเล่นเกมนี่รู้สึกได้ว่าตำแหน่งลำโพงและช่องเสียบหูฟังของ Microsoft Lumia 950XL มันวางไว้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะมีโอกาสที่จะโดนนิ้วกลางบังเอาไว้ได้ ตอนกำลังเล่นเกมอ่ะครับ แล้วเสียงมันจะอู้อี้ไปเลย และตำแหน่งของอุ้งมือมันก็ไปปิดช่องเสียบหูฟังพอดีซะอีกแน่ะ ถ้าอยากจะเล่นเกมแบบฟังเสียงได้เต็มๆ จริงๆ คงต้องใช้หูฟังบลูทูธเอาอ่ะ

 

ลองใช้งานถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอ

ในส่วนของการถ่ายภาพและวิดีโอ ต้องขอบอกว่า ตัวฮาร์ดแวร์ของ Microsoft Lumia 950XL เนี่ย โอเคนะ ทั้งในหน่วยประมวลผล ตัวเซ็นเซอร์และตัวเลนส์เอง แต่ว่า Microsoft น่าจะต้องพัฒนาในส่วนของซอฟต์แวร์เพิ่มครับ เพราะรู้สึกได้ว่าลูกเล่นในตัวมันเองยังไม่เยอะมากเท่าไหร่ และการโฟกัสก็ยังทำได้ไม่เร็วมากนักเมื่อพิจารณาว่าหน่วยประมวลผลมันสเปกระดับนี้แล้ว

 

ลองใช้ Microsoft Lumia 950XL ถ่ายรูปดู

 

ปุ่มชัตเตอร์ที่มีมาให้ ช่วยให้การถ่ายรูปมือเดียวสะดวกขึ้น และการ “ฝากคนอื่นถ่าย” สะดวกขึ้น … จริงอยู่ เดี๋ยวนี้สมาร์ทโฟนเขาแพร่หลายมากแล้ว แต่ก็ยังมีคนที่ใช้ไม่คล่องอยู่นะ การมีปุ่มชัตเตอร์มาให้ ทำให้เราฝากคนอื่นถ่ายรูปได้สะดวกขึ้น เพราะไม่ต้องสอนเขาแตะโฟกัสและกดปุ่มบนหน้าจอ ซึ่งบ่อยครั้งทำให้เราได้ภาพเบลออ่ะ

 

ลองใช้ Microsoft Lumia 950XL ถ่ายรูป

ปุ่มชัตเตอร์ ช่วยได้เยอะ เวลาถ่ายรูป

 

ในแง่ของคุณภาพของภาพ ด้วยเลนส์ดี เซ็นเซอร์โอเค ก็ได้ภาพออกมาดีก็สมควรอยู่ครับ เพียงแต่ตัวซอฟต์แวร์ดูจะพยายามทำภาพให้สว่างมากขึ้นแฮะ แต่ภาพที่ได้ดูคมชัดดีมาก ขนาดซูมเข้าไปเยอะๆ แล้วก็ยังพบว่าภาพคมชัดดีมากทีเดียว … อย่างไรก็ดี หากดูภาพจากตัวหน้าจอ Microsoft Lumia 950XL แล้ว ภาพอาจจะดูซีดๆ หน่อย แต่ว่าพอเอามาดูบนจอคอมพิวเตอร์แล้ว ภาพออกมาโอเคนะครับ

 

ภาพโดย Microsoft Lumia 950XL

ภาพโดย Microsoft Lumia 950XL

ภาพโดย Microsoft Lumia 950XL

ภาพโดย Microsoft Lumia 950XL

 

ตัวกล้องดิจิตอลด้านหลังนี่รูรับแสงกว้าง f/1.9 ทำให้เวลาถ่ายภาพระยะใกล้แล้วได้หลังละลายค่อนข้างดีทีเดียวเชียวล่ะ และเวลาถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย ก็ยังโฟกัสได้โอเคอยู่ และได้ภาพที่ดูสว่างดีครับ อย่างรูปของเล่น McDonald’s ที่ผมถ่ายจากร้านส้มตำที่ผมไปทานต่อค่ำๆ เป็นต้น

 

ภาพโดย Microsoft Lumia 950XL

ภาพโดย Microsoft Lumia 950XL

 

กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซลแบบ Wide angle รูรับแสง f/2.4 ค่อนข้างโอเคทีเดียว (และต้องขออภัยที่ไม่มีสาวๆ มาเป็นนางแบบเซลฟี่ให้ … ฮา) ภาพออกมาได้มุมกว้างระดับนึง เหมาะสำหรับเอาไปใช้เซลฟี่ตอนไปเที่ยวเพื่อถ่ายภาพตัวเอง ในขณะที่ยังได้ภาพวิวรอบๆ อยู่พอสมควร

 

ภาพโดย Microsoft Lumia 950XL (กล้องหน้า)

 

ในส่วนของวิดีโอนั้น ด้วยสเปกแล้วถือว่าถ่ายได้ดีครับ Full HD ที่ 60fps ส่วน QHD ก็ถ่ายได้ที่ 30fps เลยทีเดียว และภาพวิดีโอที่ได้ก็ค่อนข้างโอเคเลยนะ ไมโครโฟนสองตัว ทำให้ได้เสียงแบบสเตริโออยู่ เพียงแต่ผมยังรู้สึกว่า แม้ Auto focus จะปรับทั้งโฟกัสและความสว่างของภาพได้รวดเร็ว แต่หากเราแตะบนหน้าจอเพื่อเลือกจุดโฟกัสเนี่ย มันยังทำงานค่อนข้างช้าอยู่

 

บทสรุปการรีวิว Microsoft Lumia 950XL

แม้ว่า Windows Phone จะไม่ได้มีส่วนแบ่งตลาดสูงแบบคู่แข่งอย่าง iOS หรือ Android แต่หลังจากที่ Microsoft เข้าซื้อกิจการ Nokia ผมก็เริ่มเห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะ Windows 10 ซึ่งหากเป็นแบบเดียวกับ Microsoft Surface Pro ละก็ อีกไม่นานทุกอย่างก็น่าจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง และ Windows Phone ก็อาจจะน่าสนใจ โดยเฉพาะกับคนที่เน้นเรื่องการทำงาน (Productivity) เป็นหลักด้วย Windows Continuum ที่ในอนาคตอาจจะพัฒนาให้ทำงานได้มากขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น มันจะตอบโจทย์อย่างมากทีเดียว

ตัว Microsoft Lumia 950XL นั้น ในด้านฮาร์ดแวร์เรียกว่าโอเคทีเดียว แต่กับสนนราคา 23,900 บาทผมว่ายังแอบแรงไป โดยเฉพาะในตลาดสมาร์ทโฟนที่แข่งขันกันรุนแรง และในสถานะของ Windows Phone ที่ยังต้องไฝว้เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่ง ผมว่าราคาตั้งไว้ซัก 19,900 น่าจะน่าสนใจกว่า … ยังดีที่ราคา Docking ได้ยินว่าไม่แพงมากเท่าไหร่ เพราะการจะใช้ประโยชน์จาก Microsoft Lumia 950XL ได้เต็มที่สุดๆ ก็ต้องใช้ Windows Continuum ด้วยนั่นแหละ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: