เมื่อพฤติกรรมเรียกร้องสิทธิ กลายเป็นสแปมในสายตาชาวโลก

ความเห็นของผมเรื่องสแปมบนเพจของฮาร์วาร์ด

 

เมื่อวานนี้แอบมีประเด็นเล็กๆ เกิดขึ้น เมื่ออยู่ๆ หน้า Facebook Page ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก็เข้าจากประเทศไทยไม่ได้ ซึ่งคาดกันว่าเป็นเพราะคนไทยไปรุมถล่มรีวิวคะแนนต่ำๆ จนดาวตกลงไปเหลือ 2.3 ดาว (ปัจจุบันที่ผมดูคือเหลือแค่ 1.9 แล้ว) ซึ่งแน่นอนว่าหลายๆ คนก็มองว่าทำไมฮาร์วาร์ดถึงทำแบบนี้ ไม่แน่จริงนี่หว่า บางคนถึงกับบอกว่า ไม่เป็นประชาธิปไตยเลย ไรงี้

ออกตัวล้อฟรีก่อนว่า ผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมหนีทุนของอดีตอาจารย์มหาวิทยามหิดลท่านนั้น และกับของอีกหลายๆ คน ที่ไม่ปรากฏเป็นชื่อในข่าว เพราะไม่ได้มีใครโพสต์บน Social media ให้สำนักข่าวเขาสนใจ (และผมเองก็แปลกใจว่าทำไมสำนักข่าวต่างๆ ไม่ลองไปพยายามสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมล่ะ ว่ามีใครอีกบ้าง จะได้ล้างบางซะทีเดียวไปเลยไหม ไหนๆ มันก็เป็นข่าวกันแล้ว)

เพียงแต่ในความเห็นของผม มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทางฮาร์วาร์ดเขาจะทำการบล็อกประเทศไทยไม่ให้เข้าชม Facebook Page ของเขา (ซึ่งตรงนี้สามารถทำได้ โดยการเซ็ตค่าของ Facebook Page ครับ) ซึ่งเหตุผลหนึ่งของการบล็อก ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเพื่อไม่ให้ดาวมันตกต่ำไปกว่านี้ ก่อนที่จะมีการหารือกับทางคณะผู้บริหาร … คือ นึกออกไหมครับ ก่อนที่สถานการณ์จะแย่แบบกู่ไม่กลับ บล็อกเพจไม่ให้คนไทย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักออกไปก่อน แล้วหารือกันว่าจะเอาอย่างไร มันก็จะดีกว่า (และเขาก็คงจะหารือกันเสร็จแล้วแหละ เพราะตอนนี้ก็กลับเข้าไปได้ตามปกติแล้ว)

 

ระบุได้เลยว่าจะไม่ให้ใครจากประเทศไหนเข้า

 

อีกเหตุผลหนึ่งที่เป็นไปได้ ที่ทำให้ฮาร์วาร์ดเลือกที่จะบล็อกผู้ใช้งานจากประเทศไทยก็คือ บรรดาคอมเม้นต์เรียกร้องต่างๆ ที่เข้าไปกระหน่ำโพสต์บนโพสต์ต่างๆ ของฮาร์วาร์ดครับ ซึ่งบางคนก็โพสต์เป็นภาษาไทย บางคนก็โพสต์เป็นภาษาอังกฤษ แต่ที่เหมือนกันคือ กระหน่ำโพสต์แบบไม่สนใจว่า โพสต์ของฮาร์วาร์ดนั้นเป็นโพสต์เกี่ยวกับอะไร หรือพูดง่ายๆ คอมเม้นต์ไม่ตรงกับประเด็นที่ฮาร์วาร์ดโพสต์นั่นเอง (แต่ผมก็แอบนับถือพวกฝรั่งที่เขาก็เมินเฉยต่อคอมเม้นต์พวกนี้ แล้วก็โพสต์คอมเม้นต์เพื่อแสดงความเห็นต่อโพสต์ของฮาร์วาร์ดต่อไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นะ)

 

คอมเม้นต์ของคนไทย ปะปนกับคอมเม้นต์ของโพสต์จริงๆ

 

Social media เปิดโอกาสให้เราสามารถระดมพลเพื่อเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมได้ อันนี้ถือว่าเป็นประโยชน์แก่พวกเราครับ มันทำให้เราได้รู้ว่า ในซอกมุมหนึ่งของสังคม มันมี “นักเรียนทุน” และ “นักเรียนหนีทุน” และเปิดโอกาสให้สร้างกระแส เพื่อเรียกร้องให้สื่อหันมาให้ความสนใจ ให้มหาวิทยาลัยสะดุดคิด ได้เกิดการเปลี่ยนแปลง

แต่ในอีกมุมมองหนึ่ง ที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือ เรื่องของสิทธิ มันมีทั้งของเราและของเขา สิทธิของเขาไม่ควรล่วงล้ำละเมิดสิทธิของเราฉันใด สิทธิของเราก็ไม่ควรล่วงล้ำละเมิดสิทธิของเขาฉันนั้น การเรียกร้องสิทธิเป็นสิทธิที่พึงมี แต่ก็ควรทำภายใต้เงื่อนไข และทำบนแพลตฟอร์มที่เหมาะสม อย่างเช่นในกรณีของการเรียกร้องให้นักเรียนหนีทุนออกมารับผิดชอบ และให้ฮาร์วาร์ดมาแสดงความรับผิดชอบนี้ ลองมองอีกมุมหนึ่ง หากเราตั้งใบร้องเรียน (Petition) บน Change.org, MoveOne.org หรือ iPettition.com (ซึ่งคนไทยก็นิยมใช้ Change.org อยู่) แล้วล่ารายชื่อเพื่อนำเสนอให้กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดต่อไป มันก็น่าจะดีกว่า

การเรียกร้องในแบบ เฮละโลเฮละวา ไปถล่ม Facebook Page ถล่มเว็บไซต์ แม้ว่าเจตนาจะเป็นการเรียกร้องสิทธิของตน แต่มันไปล่วงล้ำสิทธิของคนอื่น (หมายถึง ผู้ใช้งานท่านอื่นๆ ที่เข้ามาใช้เว็บไซต์ หรือ Facebook Page ตามปกติ) นอกจากนี้ ยังอาจจะถูกมองเป็นสแปมด้วย (เพราะโพสต์ในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง และสร้างความรำคาญให้ผู้อื่น) และผลที่ตามมาก็อาจจะเป็นการโดนบล็อกทั้งประเทศ เพราะการแบนเป็นรายคนมันทำไม่ไหว ถ้าเกิดโดนคนนับพันนับหมื่นเข้าไปถล่มแบบนี้ ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ คนทั่วไปที่อยากจะเข้าไปเพื่อหาข้อมูล เพื่อพูดคุย เพื่อคอมเม้นต์ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องจริงๆ กลับหมดโอกาสไปด้วย

เลยต้องขอฝากไว้คิดกันนะครับ โตๆ กันแล้ว

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: