รีวิว Lenovo Vibe Shot สมาร์ทโฟนราคากลางๆ ที่เขาว่าเน้นเรื่องกล้อง

Lenovo Vibe Shot

ตัวนี้ตอนที่ออกมาใหม่ๆ ผมก็อยากได้มารีวิวดูครับ เพราะโดยส่วนตัวชอบกล้องของตระกูล Vibe มาตั้งกะตอนที่ได้ Vibe X มาใช้เมื่อสามปีก่อน แต่ว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่มีโอกาสได้มารีวิวซะที จนเมื่อต้นเดือนที่แล้ว ที่ได้มีโอกาสยืมมาใช้ยาวๆ ครับ เลยขอถือโอกาสเขียนเล่าถึงประสบการณ์ในการใช้งานเอาไว้ตรงนี้ให้ได้อ่านกัน สำหรับ Lenovo Vibe Shot ที่เขาวางตำแหน่งเอาไว้เน้นที่การใช้กล้องถ่ายรูป

 

ว่ากันด้วยเรื่องของรูปร่างหน้าตากันก่อน

สนนราคาค่าตัวของ Lenovo Vibe Shot ตอนเปิดตัวนี่อยู่ที่ 11,900 บาท ถ้าจำไม่ผิด แต่ตอนนี้น่าจะหาได้แต่กว่า 11,000 แล้วล่ะครับ เพราะออกมาพักนึงแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าในยุคที่การแข่งขันสมาร์ทโฟนรุนแรงแบบนี้เลยทำให้สมาร์ทโฟนราคากลางๆ แบบนี้ มีงานประกอบที่ดีขึ้นเยอะมากทีเดียว

 

Lenovo Vibe Shot ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ Lenovo Vibe Shot นี่เป็นหน้าจอ IPS LCD ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 441ppi ที่มาพร้อมกับปุ่มกดแบบ Capacitive touch สามปุ่ม คือ (จากซ้ายไปขวา Recent apps, Home และ Back) กับกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f2.2

 

Lenovo Vibe Shot ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ Lenovo Vibe Shot เป็นดีไซน์กระจกสวยงามตามสไตล์ของระดับไฮเอนด์เมื่อซัก 2-3 ปีก่อนเลย กล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f2.2 พร้อมกับแฟลชทูโทนแบบสามดวง พร้อมกับระบบเลเซอร์ออโต้โฟกัสด้วย

 

Lenovo Vibe Shot ด้านบน

 

ด้านบนของ Lenovo Vibe Shot มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และรูไมโครโฟนสำหรับใช้ทำ Active noise cancellation และบันทึกเสียงตอนอัดวิดีโอคลิป

 

Lenovo Vibe Shot ด้านล่าง

 

ด้านล่างของ Lenovo Vibe Shot มีพอร์ต Micro USB 2.0 เอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่และเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และดีไซน์แบบที่เหมือนจะเป็นลำโพงทั้งคู่ แต่จริงๆ แล้ว ข้างนึงเป็นลำโพง (ด้านขวา … ถ้าเอาหน้าจอสมาร์ทโฟนหงายขึ้น) ส่วนอีกด้านเป็นไมโครโฟนสำหรับคุยสนทนาโทรศัพท์กับบันทึกเสียงเวลาอัดวิดีโอคลิป

 

Lenovo Vibe Shot ด้านซ้าย

 

ด้านซ้ายของ Lenovo Vibe Shot แบ่งแยกชัดเจน เป็นสล็อตใส่ Micro SIM ที่รองรับ 2 ซิมเลย และสล็อตใส่ MicroSD card ที่รองรับสูงสุด 128GB เลย การจะถอดถาดใส่ออกมา ก็ต้องใช้อุปกรณ์จิ้มออกมานะครับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของการออกแบบสมาร์ทโฟนสมัยนี้แล้ว

 

Lenovo Vibe Shot ด้านขวา

 

ด้านขวาของ Lenovo Vibe Shot เป็นพวกปุ่มต่างๆ ได้แก่ปุ่ม Power ปุ่ม Volume และที่เพิ่มมาจากพวกสมาร์ทโฟนแบบปกติก็คือ ปุ่ม Shutter และสวิตช์ตัวเลือกสลับระหว่างโหมด Auto กับโหมด Pro ของกล้องดิจิตอล

 

ตรงมุมมีช่องไว้ให้คล้องสายคล้องมือได้

 

การออกแบบของตัวเครื่อง Lenovo Vibe Shot นี่ค่อนข้างชัดเจนมากเลยว่าทำมาเพื่อใช้ในฐานะกล้องดิจิตอล ไหนจะทั้งการจัดวางตำแหน่งของกล้องดิจิตอล และพวกแฟลช รวมไปถึงการมีปุ่มชัตเตอร์ไว้สำหรับกดถ่ายภาพโดยเฉพาะ และตรงมุมของตัวเครื่อง ก็มีรูสำหรับใช้ร้อยสายคล้องมือด้วยนะ งานดีไซน์ก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดีทีเดียว

 

เล่าประสบการณ์การใช้งาน Lenovo Vibe Shot

สำหรับคนที่มองหาสมาร์ทโฟนดีไซน์หรูหรา แต่ราคาค่อนมาทาง Low end เนี่ย ผมว่า Lenovo ตระกูล Vibe ทำออกมาได้ดีทีเดียว และ Lenovo Vibe Shot นี่ก็เช่นกัน อย่างไรก็ดี การที่เป็นดีไซน์กระจกหน้าและหลัง ทำให้ต้องเป็นห่วงเพิ่มเป็นสองเท่า แต่โชคดีที่มีเคสสำหรับรุ่นนี้นะ แต่รู้สึกว่าจะไม่ได้แถมมากับตัวเครื่อง (รึเปล่า) แต่ตอนที่ Lenovo ให้ผมยืมมา เขามีเคสมาให้ด้วยเลยน่ะ

 

Lenovo Vibe Shot

 

ขนาดตัวเครื่อง 5 นิ้ว สมัยนี้ มันเริ่มพอเหมาะพอดีมือมากขึ้นเยอะครับ แต่ขนาดใหญ่แบบนี้ สำหรับคนมือเล็กๆ มันก็ยังดูเต็มไม้เต็มมืออยู่ดีนั่นแหละเนอะ น้ำหนัก 145 กรัม ไม่ทำให้รู้สึกหนักเวลาถือซักเท่าไหร่ แต่หากใครเลือกที่จะพกใส่กระเป๋าเสื้อ ขอบอกว่าคิดผิดคิดใหม่นะ มันตุงอ่ะ สำหรับผู้ชายเลือกใส่กระเป๋ากางเกง หรือสำหรับสาวๆ เลือกใส่กระเป๋าถือ แบบนี้พอไหวครับ

 

ขนาดของ Lenovo Vibe Shot กำลังพอดีมือใหญ่ๆ ถ้ามือเล็กๆ ก็เต็มไม้เต็มมืออยู่

ลองใช้ Lenovo Vibe Shot

 

ดีไซน์แบบกระจกหน้าหลัง ถ้าไม่ใส่เคสหรือติดฟิล์มกันรอยซะ สำหรับผมแล้วมันน่ารำคาญครับ เพราะความมันที่มาจากมือของเรา มันจะทำให้ตัวเครื่องดูแหยะๆ เอาเรื่องเลย แต่การใส่เคสจะช่วยได้เยอะ

 

Home screen ของ Lenovo Vibe ShotNotifications และ QuickSettings ของ Lenovo Vibe Shot

 

มาดูที่ User Interface การใช้งานซอฟต์แวร์กันบ้าง … สไตล์ของ Lenovo เขาจะไม่แบ่งแยกเป็น Home screen กับ App tray แบบ Android ทั่วไป แต่จะเลือกสไตล์คล้ายระบบปฏิบัติการ iOS เขา คือ มี Home screen อย่างเดียวครับ ซึ่งโดยส่วนตัวของผมแล้ว แบบนี้มันใช้งานง่ายกว่า โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้แปะ Widget ไว้บน Home screen เยอะอยู่แล้วอย่างผม แต่สำหรับคนที่ชอบแปะ Widget ไว้บน Home screen อาจจะรู้สึกว่า แยกออกเป็นสองส่วน มันบริหารจัดการง่ายกว่า

 

แอปหลายตัว ให้มา แต่คงไม่ได้ใช้ (หรือมีตัวเลือกดีกว่า)

ShareIt บน Lenovo Vibe Shot

 

ในส่วนของแอปต่างๆ ที่ทาง Lenovo เขาเตรียมไว้ให้ ไม่ได้มีอะไรเยอะครับ หลายๆ อันก็มีให้ดาวน์โหลดมาใช้อยู่แล้ว แต่ที่เป็นประโยชน์และใช้ได้บ่อยๆ ก็น่าจะเป็น ShareIt แอปที่ให้เราสามารถแชร์ไฟล์ต่างๆ ผ่านทาง WiFi ได้สะดวกมากๆ ซึ่งเวอร์ชันสำหรับ Lenovo จะมีลูกเล่นมากกว่าอีกหน่อย แต่สมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นๆ ก็สามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้เช่นกัน … แต่นอกเหนือจากนั้น ผมก็ยังนึกไม่ออกว่าจะได้ใช้ประโยชน์ได้ขนาดไหน เช่น WPS Office ที่เป็นโปรแกรมออฟฟิศเนี่ย ผมว่าใช้ Google Docs/Google Sheets/Google Slides หรือดาวน์โหลด Microsoft Office Mobile มายังดีกว่า ส่วน Route 66 Navigator นั้น ใช้ Google Maps ผมก็ว่าเพียงพอแล้ว อีกอย่างคือ แม้ว่า Route 66 จะเป็นแอปนำทางแบบไม่ต้องต่อเน็ต แต่มันก็เป็นแอปที่ต้องเสียเงินด้วย ถึงจะใช้งานได้อ่ะนะ

 

ให้ RAM มา 3GB ให้ Internal storage มา 32GB ก็เหลือเฟือดีอยู่

 

จุดเด่นของ Lenovo Vibe Shot ก็น่าจะเป็นเรื่องของสเปกที่ให้มาแบบจัดเต็มพอสมควร คือหน่วยความจำ 3GB กับ Internal storage 32GB ซึ่งถือช่วยให้การใช้งานแอปต่างๆ ดูลื่นไหล และหมดห่วงเรื่องการติดตั้งแอปนู่นนี่นั่น และหากไม่เพียงพอจริงๆ ก็เพิ่ม MicroSD card เข้าไปอีกสิ ได้สูงสุด 128GB เลย นอกจากนี้ยังรองรับ USB On-the-Go ด้วย จึงสามารถใช่ต่อกับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ได้อีก เช่น Flash drive หรือ Keyboard และ Mouse เป็นต้น

 

ดูคลิป 1080p บน Lenovo Vibe Shot

 

ลองเอามาดูหนังฟังเพลงกันบ้างครับ สเปก Qualcomm Snapdragon 615 Octa-core (Cortex-A53 Quad-core 1.7GHz + Quad-core 1.0GHz) แบบ 64-bit กับหน้าจอแสดงผล IPS LCD Full HD ให้ประสบการณ์ในการรับชมวิดีโอแบบ Full HD ได้ค่อนข้างโอเคทีเดียว แน่นอน ด้วยสเปกฮาร์ดแวร์ในปัจจุบัน เรื่องความลื่นไหลในการประมวลผลวิดีโอระดับนี้ ไม่ใช่ปัญหาแล้ว

ลำโพงให้เสียงที่ฟังดูใหญ่ โปร่ง มีมิติเชิงลึก แสดงช่วงของย่านเสียงได้กว้างจึงให้รายละเอียดในเพลงได้ดีมากสำหรับลำโพงขนาดเล็กแบบนี้ แม้แต่ช่วงเสียงต่ำก็ยังมีออกมาให้พอรู้สึกได้ซึ่งพบได้ยากในลำโพงมือถือทั่ว ๆ ไป ทั้งนี้น้ำเสียงค่อนข้างฟุ้งและกระด้างนิด ๆ ช่วงเสียงกลางสูงฟังแบนหน่อย แต่การที่แสดงช่วงกลางต่ำได้ดีช่วยให้รู้สึกอิ่มและนวลขึ้นได้บ้าง เป็นลำโพงมือถือที่ฟังเพลงได้เพลิดเพลินดี รองรับได้ทุกแนวเพลง แต่ถ้าฟังเพลงที่มีความเป็น Acoustic มาก ๆ จะขาดเสน่ห์ของความ Acoustic ไปหน่อยจากจุดสังเกตที่กล่าวไว้ข้างต้น

ทดสอบฟังผ่านหูฟัง Apple EarPods น้ำเสียงโดยรวมฟังดี ใส มีช่วงต่ำที่อิ่ม ให้มิติมุมกว้างที่ดี ข้อสังเกตคือ เสียงกลางที่แบนไปหน่อยทำให้มิติมุมลึกไม่ค่อยออกเท่าไหร่ ช่วงกลางต่ำที่ปรับแต่งมาฟังขึ้นจมูกเหมือนนักร้องเป็นหวัดมาร้องเพลง และเสียงโดยรวมจะฟุ้ง ลอยมากขึ้นเมื่อปรับเพิ่มระดับเสียง แนะนำว่าฟังที่ความดังประมาณ 75% จะให้เสียงที่ดีที่สุด

 

เกม Need for Speed: No Limits บน Lenovo Vibe Shot

 

กลับมาลองเล่นเกมดูบ้างครับ ลองดาวน์โหลดเกม ผมลองดาวน์โหลดเกม Asphalt 8: Airborne มาเล่นดู แต่ปรากฏว่าเจอปัญหาในการเริ่มเล่น เพราะมันจะพยายามดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติม แต่เน็ตดันไม่วิ่ง สุดท้าย เลยต้องไปดาวน์โหลด Need for Speed: No Limits มาเล่นแทนครับ ซึ่งชิป Adreno 405 ก็ประมวลผลได้ดี ให้การเล่นที่ลื่นไหลอยู่ แต่ผมสังเกตได้ว่า ในบางจังหวะ โดยเฉพาะตอนเปลี่ยนฉากหรือเปลี่ยนหน้าจอ มันยังมีกระตุกอยู่บ้าง … แต่ Lenovo อาจจะอยากไปพัฒนาเรื่องระบบระบายความร้อนให้มากกว่านี้ เพราะเท่าที่ลองเล่นไปซักพักใหญ่ๆ รู้สึกได้ครับว่าตัวเครื่องอุ่นขึ้นอย่างสัมผัสได้เลย แต่ยังดีว่ามันไม่ถึงขนาดที่จับถือแล้วไม่สบายมือ

ถ้าถามว่ารู้สึกว่าอะไรคือข้อจำกัดในเรื่องการใช้งาน Lenovo Vibe Shot นี่ ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องของการรับสัญญาณ WiFi ที่ดูจะด้อยกว่าปกติครับ คือ จากที่ลองใช้ในบ้านผมเนี่ย ผมพบว่าในขณะที่อุปกรณ์อื่นๆ ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊ก สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ไม่ว่าจะยี่ห้อไหน รุ่นอะไร ก็สามารถรับสัญญาณ WiFi ได้แรงกว่าเจ้า Lenovo Vibe Shot นี่หมดเลยอ่ะครับ

 

แล้วเรื่องการถ่ายรูปและวิดีโอล่ะ Lenovo Vibe Shot เป็นไง?!?

ค่อนข้างชัดเจนตั้งแต่เรื่องการออกแบบตัวสมาร์ทโฟนยันชื่อรุ่น ว่า Lenovo เขาวางตัว Vibe Shot นี่เป็นรุ่นสำหรับการถ่ายรูปโดยเฉพาะ ซึ่งก็พอจะมองเจ้านี่เป็นกล้องดิจิตอลแบบบางๆ ไม่มีเลนส์ซูมได้อยู่นะ และทาง Lenovo เขาก็มีการปรับแต่งซอฟต์แวร์กล้องเอาไว้ด้วย

 

Lenovo Vibe Shot กับการถ่ายรูปและวิดีโอ

 

การออกแบบให้มีพวกปุ่มเฉพาะสำหรับใช้งานกล้องดิจิตอลเลย มันก็ทำให้การใช้งานสะดวกอยู่ไม่น้อยเลย เริ่มตั้งแต่ปุ่มชัตเตอร์แล้วครับ และ Lenovo ก็มีการเพิ่มสวิตช์สำหรับเปลี่ยนสลับโหมด Auto กับ Pro ไว้ให้ด้วย ซึ่งก็ดูแปลกดี เพราะยี่ห้ออื่นเขาจะใช้วิธีมีปุ่มเลือกโหมดมาให้แทน

 

Lenovo Vibe Shot กับการถ่ายรูปและวิดีโอ

ปุ่มชัตเตอร์ ทำให้รู้สึกเหมือนใช้กล้องดิจิตอลแบบบางๆ

 

โดยหลักๆ แล้ว ผมชอบโหมดออโต้ของ Lenovo นะครับ โดยเฉพาะเมื่อเปิดระบบ Smart Composition ด้วย มันจะตรวจจับให้เราเองโดยอัตโนมัติเลยว่าเราควรถ่ายด้วยโหมดภาพแบบไหน ซึ่งก็ตรวจจับได้ค่อนข้างแม่นอยู่นะครับ แต่ถ้าเกิดไม่ชอบการเลือกอัตโนมัติอะไรแบบนี้ ก็ปิดได้นะครับ

เพียงแต่ว่าในโหมดออโต้เนี่ย Smart Composition เป็นวิธีเดียวที่เราจะได้เลือกโหมดถ่ายภาพ ถ้าปิดไว้เราก็จะไม่สามารถเลือกได้ครับ

 

โหมด Smart จะตรวจจับแล้วเลือกโหมดการถ่ายภาพที่เหมาะสมให้

 

แต่โดยปกติแล้ว โหมดออโต้นี่ก็เรียกได้ว่าตอบโจทย์การใช้งานดีอยู่แล้ว แต่หากต้องการปรับแต่งได้เยอะๆ ก็ต้องเปิดโหมดโปรครับ ในโหมดนี้ ก็เหมือนกับโหมดโปรของยี่ห้ออื่นๆ เขา คือ ปรับได้ทั้ง Exposure value, ISO, White balance หรือแม้แต่ปรับระยะโฟกัส

 

User Interface ในโหมด Pro เลือกปรับแต่งอะไรได้เยอะแยะ

ในโหมด Pro จะเลือกโหมดถ่ายภาพได้ตามใจชอบ

 

และในโหมดโปรนี้แหละ ที่เราจะสามารถเลือกโหมดถ่ายภาพอื่นๆ ได้ด้วย เช่น Panorama, Art Nightscape, Wide Selfie ฯลฯ ซึ่งถ้าจะให้ผม Feedback ทาง Lenovo ผมคงต้องบอกว่า ในโหมดออโต้ก็ควรจะเลือกแบบนี้ได้ด้วยเช่นกันอ่ะนะ ทำไมต้องมาไว้ให้เปิดโหมดโปรอย่างเดียวก็ไม่รู้สิ

 

ภาพโดย Lenovo Vibe Shot

ภาพโดย Lenovo Vibe Shot

ภาพโดย Lenovo Vibe Shot

ภาพโดย Lenovo Vibe Shot

ภาพโดย Lenovo Vibe Shot

 

ในแง่ของคุณภาพภาพถ่าย ถ้ามือนิ่งๆ ตั้งใจถ่ายหน่อย ผมก็ว่าภาพออกมาได้ค่อนข้างจะโอเคนะ และจะถ่ายได้ง่ายขึ้นมากๆ หากสภาพแสงเหมาะสม ผมลองถ่ายในหลายๆ สถานการณ์ ก็พบว่าเจ้านี่ใช้ถ่ายไปได้เรื่อยๆ แหละครับ เพียงแต่หากเป็นสภาพแสงน้อย ผมแนะนำว่าจงใจเลือกโหมดโปรแล้วตั้งค่าต่างๆ เอาเองจะดีที่สุด

 

ภาพโดยกล้องหน้า Lenovo Vibe Shot

 

กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล คุณภาพดีทีเดียวนะครับ ผมไปลองถ่ายมาแล้ว แต่มิบังอาจแชร์ภาพเซลฟี่ตัวเองมาให้ดู แต่เผอิญว่าในกล้องที่เขาให้ยืมมา มันมีภาพอยู่แล้ว ก็เลยขอถือ(ฉวย)โอกาส เอาภาพในนั้น ซึ่งถ่ายในงานอีเว้นต์ของทาง Lenovo มาแปะแทนก็แล้วกันนะครับ

สำหรับการถ่ายวิดีโอ สามารถถ่ายด้วยความละเอียดสูงสุด Full HD ครับ คุณภาพวิดีโอที่ได้ ถือว่าดีพอประมาณ แต่ต้องจำเอาไว้ว่า หากอยู่ในโหมดโปร จะถ่ายวิดีโอไม่ได้อะครับ ต้องเป็นโหมดออโต้เท่านั้น ซึ่งผมถือว่าไม่สะดวกซักเท่าไหร่

 

บทสรุปการรีวิว Lenovo Vibe Shot

ในแง่ของสเปกฮาร์ดแวร์และการดีไซน์ ตัวนี้ก็นับว่าค่อนข้างโอเค เหมาะสมกับราคาค่าตัวดี (โดยเฉพาะตอนนี้ที่อาจจะหาได้ในราคาไม่ถึง 11,000 บาท) แต่อย่าเพิ่งไปคาดหวังขนาดที่ว่าจะใช้เจ้านี่แทนกล้องคอมแพ็คนะครับ ผมว่ามันยังไปได้ไม่ถึงขั้นนั้น (นี่ไม่นับเรื่องที่ไม่มี Optical zoom ด้วยนะ)

แต่ในแง่ของสมาร์ทโฟนที่ทำหน้าที่กล้องได้โอเค ในสนนราคาไม่ถึงหมื่นสองพันบาท Lenovo Vibe Shot ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่นำมาพิจารณาได้ครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: