รีวิว ASUS ZenFone 2 Laser (ZE550KL) คุ้มหรือไม่ กับงบ 5-7 พัน

ASUS ZenFone Laser

ซีรี่ส์ ZenFone 2 ของ ASUS ค่อนข้างได้รับความนิยมไม่น้อยในบรรดาผู้ใช้งานที่งบน้อย แต่อยากได้สเปกไฮโซ สมาร์ทโฟนประสิทธิภาพสูง และ ASUS เขาก็ปล่อย ZenFone 2 Laser ออกมาขายในประเทศไทยอีก ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผมก็ได้มารีวิวอยู่พักใหญ่ (มาก … มากจนเขาทวงแล้วว่าเมื่อไหร่จะคืน … ฮา) เลยต้องขอเอามาเขียนเล่าความรู้สึกในการใช้งานให้ได้อ่านกันหน่อยครับ

 

ดีไซน์ของ ASUS ZenFone 2 Laser (ZE550KL)

รูปร่างหน้าตาของ ASUS ZenFone 2 Laser เนี่ย จะว่าไปมันก็มาสไตล์ของ ZenFone 2 นั่นแหละครับ แน่นอน หากวางเทียบข้างกันก็ยังพอแยกออกได้ว่าอันไหนเป็นอันไหน ซึ่งการออกแบบมา ทำให้ตัวเครื่องด้านหลังมีความโค้ง รับกับอุ้งมือได้ดี และแม้จะมีสีสันหลากหลาย แต่ก็เลือกที่จะใช้พลาสติกแบบด้าน มากกว่าเคลือบเงา ซึ่งทำให้แม้จะเกิดรอยขีดข่วนแบบขนแมวเล็กๆ ก็ไม่เป็นที่สังเกตง่ายๆ

 

ASUS ZenFone 2 Laser ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ ASUS ZenFone 2 Laser เป็นหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว แบบ IPS LCD ความละเอียดระดับ HD 1280×720 พิกเซล (267ppi) มีปุ่มกดตามแบบฉบับ Android เดิมๆ คือ Back, Home และ Recent apps และองค์ประกอบมาตรฐานอื่นๆ ตามที่สมาร์ทโฟนพึงมี คือ ลำโพงโทรศัพท์สำหรับสนทนา, ไฟ LED สำหรับแสดงสถานะ และกล้องดิจิตอลด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.0

 

ASUS ZenFone 2 Laser ด้านหลัง

 

ส่วนด้านหลังของ ASUS ZenFone 2 Laser ก็มีกล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash แบบ 2-tone สองสี เพื่อที่ว่าเวลาถ่ายภาพในที่มืดโดยใช้แฟลชแล้ว สีสันมันจะได้ไม่ผิดเพี้ยนมาก แล้วจุดดำๆ อีกด้าน ก็คือตำแหน่งของเลเซอร์ ที่เอาไว้ช่วยในการปรับโฟกัสครับ นอกจากนี้ก็มีปุ่ม Volume อยู่ตรงนี้ด้วย

 

ASUS ZenFone 2 Laser ด้านบน

 

ด้านบนของ ASUS ZenFone 2 Laser จะมีปุ่ม Power, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.​และรูไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียงตอนถ่ายวิดีโอด้วย

 

ASUS ZenFone 2 Laser ด้านล่าง

 

ส่วนด้านล่างของ ASUS ZenFone 2 Laser ก็จะเป็นพอร์ต Micro USB เอาไว้เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือชาร์จแบตเตอรี่ และรูไมโครโฟนเล็กๆ (เล็กมาก และมองแทบไม่เห็น หากมองผ่านๆ) สำหรับคุยสนทนาโทรศัพท์ และบันทึกเสียงตอนถ่ายวิดีโอ

 

แกะฝาหลังของ ASUS ZenFone 2 Laser ออกมาเพื่อใส่พวกซิมและ MicroSD card

 

ด้านซ้ายและขวา ไม่มีอะไร เพราะดีไซน์จงใจให้ออกมาบางๆ ครับ ถึงเป็นที่มาที่ปุ่ม Volume ต้องไปอยู่ด้านหลัง และพวกซิมหรือ MicroSD card ที่จะใส่ ก็ต้องแกะฝาหลังออกมาก่อน ซึ่งตรงด้านขวา จะมีร่องเล็กๆ สำหรับเอาไว้แกะฝาหลังนั่นแหละครับ

สำหรับคนที่คุ้นชินกับสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ๆ อื่นๆ ที่ปุ่ม Volume มักจะอยู่ด้านข้าง ไม่ซ้ายก็ขวา แต่อันนี้จะอยู่ด้านบน ซึ่งด้วยขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้วแล้ว ทำให้แอบกดเปิดยากอยู่นิดหน่อย แม้แต่คนมือใหญ่ๆ แบบผม ส่วนปุ่ม Volume ที่อยู่ด้านหลัง แรกๆ ที่ยังไม่ชินก็กดยากหน่อย แต่พอชินแล้วก็ชิลครับ

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน ASUS ZenFone 2 Laser

ถึงเวลาพูดถึงเรื่องการใช้งานกันบ้างครับ ในแง่ของการใช้งาน หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว และน้ำหนัก 170 กรัม ทำให้เจ้านี่ออกจะเทอะทะและรู้สึกหนักอยู่พอสมควร คนที่อยากได้สมาร์ทโฟนแบบเบาๆ เนี่ย ตัวนี้อาจจะไม่ใช่เป้าหมาย แต่ไม่ใช่ว่ามันหนักกว่าชาวบ้านเขาหรอกนะ เพราะสมาร์ทโฟนหน้าจอขนาดนี้ มันก็น้ำหนักประมาณนี้แหละครับ

 

Home screen ของ ASUS ZenFone LaserApp tray ของ ASUS ZenFone LaserQuickSettings และ Notifications ของ ASUS ZenFone 2 Laser

 

ตัว ZenUI ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ของ ASUS สำหรับสมาร์ทโฟนทุกรุ่น ซึ่งในความเห็นของผม จากการที่เคยใช้งานมาตั้งแต่เมื่อครั้ง ZenFone ตัวแรก มาจนถึงตอนนี้แล้ว ก็ต้องขอบอกว่ามีลูกเล่น มีฟังก์ชั่นที่ค่อนข้างโอเคเลยครับ … มันยังคงแบ่งหน้าจอออกเป็น Home screen และ App tray เหมือนระบบปฏิบัติการ Android ทั่วๆ ไป ซึ่งแตกต่างไปจากแบรนด์จีนอื่นๆ ที่มักจะตัด App tray ออกไป เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้การใช้งานคล้ายๆ ระบบปฏิบัติการ iOS ของ Apple เขาน่ะ

ตัวรุ่นที่ผมได้มารีวิว เป็นสเปกกลางๆ คือ Qualcomm Snapdragon 410 Quad-core 1.2GHz มาพร้อมกับ RAM 2GB และ Internal storage 16GB ซึ่งผมก็มองว่ามันพอเพียงดีนะครับ แต่การทำออกมาหน้าตาเหมือนกัน แต่มีหลากสเปก (ขนาดจอตั้งกะ 5 นิ้ว ยัน 5.5 นิ้ว) อารมณ์เหมือนคิดว่าสมาร์ทโฟนเป็นเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์เลยแฮะ แต่นี่ก็ทำให้ผมรู้สึกว่า มันสับสนตอนเลือกชอบกลอ่ะครับ แล้วมันก็ทำให้เกิด “ประสบการณ์ในการใช้งาน” ที่หลากหลาย ภายในรุ่นเดียวกันด้วย

 

ASUS Mobile Manager คือ แอปบริหารจัดการสมาร์ทโฟนเปลี่ยนหน้าตาของ ASUS ZenFone 2 Laser ได้ด้วยธีมAudioWizard ที่ปรับแต่งเสียงให้เหมาะกับการใช้งานต่างๆ

 

อย่างไรก็ดี มองในแง่ของพวก Bundle apps แล้ว ASUS มีแอปหลายตัวที่มาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ASUS Mobile Manager ที่ให้เราบริหารจัดการอะไรหลายๆ อย่างของตัวสมาร์ทโฟนได้ ไม่ว่าจะเป็นจะให้แอปตัวไหนเริ่มใช้งานโดยอัตโนมัติ การจัดการพลังงาน การจัดการเน็ตมือถือ ฯลฯ หรือการเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของสมาร์ทโฟนด้วยธีมต่างๆ อะไรแบบนี้

 

แอปที่ลงมาให้ แต่หลายตัวแทบไม่มีประโยชน์กับผู้ใช้งานทั่วไป

 

แต่ที่แอบไม่ถูกใจก็เห็นจะเป็นแอปที่หลายๆ คนอาจจะมองว่าเป็น Bloatware หรือพวกแอปที่ใส่ๆ เข้ามา แต่ไม่ได้เกิดประโยชน์กับผู้ใช้งานแต่อย่างใด เช่น Clean Master ที่ไม่จำเป็นเพราะตัว ASUS Mobile Manager เองก็จัดการเรื่องพวกนี้ได้อยู่แล้ว หรือ TripAdvisor ที่จะมีประโยชน์ก็เฉพาะแต่ผู้ที่นิยมเที่ยวด้วยตัวเอง และใช้บริการนี้อยู่แล้ว หรือ Puffin browser ที่เป็นโปรแกรมเบราวเซอร์ ซึ่งก็ไม่รู้จะใช้ทำไม ในเมื่อมี Google Chrome ใส่มาให้แล้ว ไรงี้

ในการใช้งานต่างๆ ในฐานะสมาร์ทโฟน ไม่น่าห่วง เพราะแม้สเปกจะไม่ได้สูง แต่หน่วยความจำและ Internal storage ก็ให้มาเยอะอยู่ ฉะนั้นไม่ว่าท่องเว็บ จะแชท LINE หรือแม้แต่จะอ่านอีบุ๊ก ก็ไม่มีปัญหาครับ หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ ความละเอียด HD และมุมมองที่กว้าง 178 องศา ก็ทำให้ดูสบายตาดี

 

ทดสอบเรื่องเสียงดังฟังชัดเวลาโทรศัพท์

 

ในส่วนของการใช้ในฐานะโทรศัพท์​ (ซึ่งหลังๆ ผมว่าคนลืมๆ นึกถึงเรื่องนี้ไปแล้วละมั้ง 555) ก็ทำได้ดีนะครับ เสียงดังฟังชัด เราฟังเขาก็ชัด เราโทรหาเขา เขาก็ฟังเราชัด เรียกว่าทั้งลำโพงโทรศัพท์และไมโครโฟน คมชัดดีอยู่

ลองเอามาใช้ดูหนังฟังเพลง ก็อย่างที่หลายๆ ท่านน่าจะเข้าใจอยู่แล้วว่า หากเล่นไฟล์วิดีโอหนังแบบ H.264 ที่เป็น .mp4 แล้วละก็ สเปกกระจอกสุดๆ ในปัจจุบันก็แทบจะถอดรหัสหนังแบบ 1080p ได้สบายๆ ไม่มีกระตุกแล้ว แต่สเปกแบบไฮเอนด์ยังจำเป็นอยู่ หากท่านคิดอยากจะดูหนังแบบ .mkv ไรงี้ บนสมาร์ทโฟน … ฉะนั้นการรีวิวจึงมาจำกัดที่เรื่องของประสบการณ์ในการรับชม และคุณภาพเสียงซะมากกว่า ซึ่งหน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD มุมมอง 178 องศา ก็ให้ประสบการณ์ในการรับชมที่ค่อนข้างดีอยู่

 

ดูหนัง 1080p บน ASUS ZenFone 2 Laser

 

ในส่วนของลำโพงของตัวเครื่อง แม้เสียงจากลำโพงนั้นมีเนื้อเสียงที่บางและเล็ก แต่ก็ถูกปรับแต่งเสียงมาให้มีความคมชัด แสดงรายละเอียดเสียงต่าง ๆ ในเพลงได้ดี ให้ Attack ของเสียงเครื่องให้จังหวะอย่างกลองที่ดีซึ่งช่วยอย่างมากในอรรถรสของการฟังเพลงด้วยลำโพงขนาดเล็กแบบนี้ ตำแหน่งการวางลำโพงก็ทำได้ดี พอวางลำโพงหงายลงบนพื้นผิว เสียงที่แสดงออกมาจะมีความกระชับมากขึ้น ลดอาการกระจายลง ข้อติก็คงจะเป็นเรื่องระดับเสียงที่เบาไปสักหน่อย

ทีนี้ทดสอบการฟังด้วย Apple EarPods พบว่าเสียงที่แสดงออกมามีน้ำเสียงที่คมชัด ให้เสียงกลางที่แข็งนิดหน่อย แต่ยังคงความนุ่มนวลของบทเพลงไว้ได้อยู่ แสดงช่วงเสียงต่ำออกมาได้พอใช้ ย่านเสียงทั้งหมดมีความสมดุลกันดี รายละเอียดเสียงค่อนข้างอยู่ในพื้นที่ของตัวเองตามที่ถูก Mixed มา แต่จะรู้สึกปน ๆ ทับกันเล็กน้อย ทั้งนี้จะรู้สึกทับกันมากขึ้นเมื่อเร่งระดับเสียงมากขึ้น เสียงมีลักษณะที่กระจายมากขึ้น น้ำเสียงแหลมและแข็งชัดเจนขึ้น

 

เกม Asphalt 8: Airborne บน ASUS ZenFone 2 Laser

 

มาเล่นเกมบ้าง … เลือกเล่น Asphalt 8: Airborne ครับ เพราะเป็นเกมแข่งรถที่กราฟิกสวย และมีรายละเอียดของกราฟิกค่อนข้างเยอะ สามารถแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการประมวลผลของฮาร์ดแวร์ได้เป็นอย่างดี … ด้วยสเปกของ ASUS ZenFone 2 Laser เราสามารถปรับคุณภาพกราฟิกของเกม Asphalt 8: Airborne เป็นแบบ High ได้ ซึ่งการเล่นเกมก็ยังคงไหลลื่นดีอยู่ แต่ว่าด้วยข้อจำกัดของชิปประมวลผล Adreno 306 หากใครเคยเล่นเกมนี้บนสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ จะเห็นได้ว่ารายละเอียดของกราฟิกและเอฟเฟ็กต์บางอย่างจะขาดหายไป เช่น ตอนทำ Perfect Nitro จะไม่มีไฟลุกตรงล้อ หรือพื้นถนนในฉากที่ฝนตกจะไม่ได้ดูแวววาวเหมือนเปียกน้ำจริงๆ เป็นต้น … พูดง่ายๆ ความแตกต่างระหว่างระดับไฮเอนด์ กับระดับประหยัด ยังคงมีให้เห็นอยู่ ถ้าสังเกต

ขนาดหน้าจอใหญ่ ทำให้เล่นเกมได้ค่อนข้างสะใจ และการที่ปุ่ม Volume และ Power มันไม่ได้อยู่ด้านข้าง สำหรับผมแล้ว มันทำให้เล่นได้สะดวกขึ้น เพราะไม่ต้องพะวงว่านิ้วชี้จะเผลอไปกดโดน ส่วนปุ่ม Power ที่อยู่ด้านบนของตัวเครื่อง เวลาเล่นเกมมันไม่ไปโดน เพราะมันอยู่ตรงอุ้งมือพอดี … อย่างไรก็ดี สำหรับคนที่อยากจะ Capture หน้าจอระหว่างเล่นเกมจำพวกรถแข่ง จะยากหน่อยนะ

อีกอย่างที่สังเกตคือ เสียงจากลำโพงครับ ไม่ดังซักเท่าไหร่ เล่นเกมคนเดียวในห้องไม่สะใจ สุดท้ายก็ต้องไปเสียบหูฟังซะทุกที

 

การถ่ายรูปและวิดีโอด้วย ASUS ZenFone 2 Laser

ในแง่ของสเปกฮาร์ดแวร์กล้อง หรือซอฟต์แวร์ ของ ASUS ZenFone 2 Laser ผมไม่ได้เห็นความพิเศษอะไรที่แตกต่างไปจาก ASUS ZenFone 2 นะครับ ยกเว้นว่ามีเพิ่มความสามารถในส่วนของการโฟกัสเร็ว ด้วยการใช้เลเซอร์มาช่วย ซึ่งเราได้เคยเห็นกันมาก่อนแล้วใน LG G3 … งวดนี้มันก็เหมือนกับการเอาคุณสมบัติของสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์อันนึงมาใส่สมาร์ทโฟนระดับราคาประหยัดนั่นแหละ

 

จุดดำๆ ด้านข้างของเลนส์กล้อง คือ จุดปล่อยเลเซอร์เพื่อใช้ช่วยปรับโฟกัส

 

ในส่วนของซอฟต์แวร์ ASUS ZenFone 2 Laser ก็ใส่ลูกเล่นมาให้พอสมควรทีเดียว และหากไม่คิดจะเรียนรู้การใช้งานมาก โหมดออโต้ก็จะช่วยเราได้เยอะครับ เพราะมันจะช่วยแนะนำว่าเราควรจะเปิดใช้โหมดอะไร แล้วก็จะเด้งคำแนะนำมาให้ (ซึ่งแอบรำคาญอยู่บ้างในบางที) ความสามารถในการปรับชดเชยแสงและโฟกัส ด้วยการแตะไปยังตำแหน่งที่เราต้องการ ก็ช่วยให้ถ่ายรูปง่ายขึ้น

 

User Interface กล้องของ ASUS ZenFone 2 Laser

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีโหมด Manual (ซึ่งบางยี่ห้อเรียกโหมด Professional) ที่ให้เราเลือกปรับแต่งหลายๆ อย่างด้วยตัวเองได้ อาทิ ISO, ระยะโฟกัส หรือความเร็วชัตเตอร์ ซึ่งปรับได้ถึงระดับ 32 วินาทีเลยทีเดียว

 

ภาพโดย ZenFone 2 Laser

ภาพโดย ZenFone 2 Laser

ภาพโดย ZenFone 2 Laser

ภาพโดย ZenFone 2 Laser

 

ด้านคุณภาพของภาพถ่าย ถือว่าสเปกกล้อง 13 ล้านพิกเซลก็ให้ภาพที่ออกมาค่อนข้างจะโอเคทีเดียวครับ การโฟกัสด้วยเลเซอร์ มันก็รวดเร็วดีทีเดียว แต่ผมก็ยังรู้สึกว่ามันไม่เร็วปรี๊ดมากมายนัก และจากที่ผมสังเกต จะยังรู้สึกว่าตัวซอฟต์แวร์เองก็ยังทำได้ไม่ดีนักในการวัดแสงของภาพ การแตะหน้าจอเพื่อปรับชดเชยแสงมันยังไม่เป๊ะเท่าที่ควร

 

ภาพโดย ZenFone 2 Laser (HDR)

ภาพโดย ZenFone 2 Laser (HDR)

 

ผลก็คือ ในบางภาพ บางช็อต การถ่ายด้วยโหมด HDR จะให้ภาพที่ออกมาดูดีกว่าอ่ะครับ …​ ฉะนั้น ในกรณีที่ถ่ายภาพในช็อตที่มีทั้งเงามืดและสว่างจ้า หากพยายามวัดแสงยังไงก็ได้ภาพออกมาไม่สวยซะที ก็ลอง HDR ดูโลด แต่ในโหมดนี้เอง ก็ยังไม่ถึงขนาดลดความสว่างจ้าลงมาจนอยู่ในระดับที่ได้รายละเอียดครบถ้วนหรอกนะ

 

ภาพโดย ZenFone 2 Laser (Beauty Face)

 

กล้องดิจิตอลด้านหน้า 5 ล้านพิกเซลของ ASUS ZenFone 2 Laser ก็ให้คุณภาพของภาพถ่ายที่ดี และมีระบบออโต้โฟกัสกับการแตะเลือกโฟกัสได้ แต่ก็เช่นเคย มันยังติดๆ ขัดๆ อยู่ตรงเรื่องซอฟต์แวร์ที่พิจารณาการปรับชดเชยแสงของภาพอ่ะครับ

 

หน้าสดปกติ ด้วยกล้องหน้า ASUS ZenFone 2 Laser

Beauty เต็มพิกัด ด้วย ASUS ZenFone 2 Laser

 

โหมดบิวตี้ของกล้องหน้า … คือ …​มันสามารถเปลี่ยนคนเป็นอีกคนได้เลยนะครับ ถ้าปรับซะสุด โหมดหน้าเนียนเนี่ย ช่วยได้เยอะ โหมดเหลาคางก็ทำหน้าผอมลงมาได้มากเลยแหละ เปลี่ยนสีผิวให้ดูขาวขึ้นก็ได้ แต่โหมดตาโต ผมว่าเลี่ยงได้เลี่ยงนะ สำหรับคุณผู้ชาย (ฮา)

การถ่ายวิดีโอ คุณภาพถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ ความละเอียดสูงสุดได้ที่ Full HD 1080p แต่หากเลือกใช้ซอฟต์แวร์ช่วยลดการสั่นของภาพ ก็จะเหลือได้แค่สูงสุด HD 720p เท่านั้น ยังคงสามารถเลือกปรับโฟกัสได้ด้วยการแตะบนหน้าจอ แต่ว่าปรับชดเชยแสงไม่ได้แล้ว ต้องหวังพึ่งการปรับแบบออโต้แทน ซึ่งจะพิจารณาจากระดับแสงตรงกลางของหน้าจอเป็นหลัก

 

บทสรุปการรีวิว ASUS ZenFone 2 Laser

สำหรับรุ่นที่ผมได้มารีวิว มันเป็น ASUS ZenFone 2 Laser ZE550KL เห็นว่าราคาอยู่ที่ 5,990 บาท (พูดง่ายๆ ก็หกพันนั่นแหละ) ซึ่งสเปกที่ได้ก็จัดว่าอยู่ในระดับสมน้ำสมเนื้ออยู่ แต่หากอยากได้สเปกที่ดีกว่านี้ คือ Snapdragon 615 ก็จะต้องควักอีก 1,000 บาทล่ะครับ … ถามว่าจำเป็นไหม ก็คงไม่ถึงกับจำเป็นมาก เพราะเท่าที่ให้มาก็พอกินพอใช้แล้ว

อย่างไรก็ดี หากไม่คิดว่าต้องได้การโฟกัสด้วยเลเซอร์ ด้วยสนนราคาของ ASUS ZenFone 2 Laser แล้ว ผมว่าสอย ASUS ZenFone 2 ไปเลยน่าจะดีกว่า เพราะจะได้สเปกที่ไฮโซกว่า ซึ่งช่วยให้ได้ประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีกว่า โดยยอมแลกกับความเร็วในการโฟกัสที่ลดลงมาหน่อยอ่ะ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: