รีวิว ASUS Live สเปกดี ราคากำลังได้

ASUS LIVE

การเข้าถึงสมาร์ทโฟนของคนไทยเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สมาร์ทโฟนราคาประหยัดทำให้ใครต่อใครก็สามารถมีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเองได้ มันตอบโจทย์คนสมัยนี้ที่ติดต่อหากันผ่าน Social media อย่าง Facebook หรือ LINE กันได้สบายๆ และเมื่อมาถึงจุดนี้ จุดที่แบรนด์ไหนต่อไหนก็ออกสมาร์ทโฟนราคาประหยัดมาแข่งกัน ลำพังแค่สเปกดีราคาถูกมันก็ไม่เพียงพอแล้วล่ะครับ มันต้องดีไซน์สวย งานประกอบดี ซอฟต์แวร์มีลูกเล่นด้วย และ ASUS LIVE ที่กำลังจะเข้ามาจำหน่ายเนี่ย ก็อาจจะเป็นทางเลือกนึงได้

ในบรรดาแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มีรุ่นราคาประหยัดมาวางจำหน่ายในประเทศไทย ASUS ถือเป็นแบรนด์นึงที่ผมว่าดีไซน์ทำออกมาได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะรุ่น ZenFone 2 ที่ผมชอบมากๆ (และเชียร์เพื่อนๆ หลายคนซื้อไป) เมื่อ ASUS LIVE จะเข้ามาจำหน่าย ผมก็เลยแอบคาดหวังเอาไว้เช่นกันว่าจะได้สเปกแจ่ม ดีไซน์สวย ราคาไม่แพงมาก

 

ASUS LIVE ด้านหน้า

 

แกะกล่อง ASUS LIVE มาดูก่อนเลย จริงๆ รุ่นนี้มีออกมาสามสี ถ้าจำไม่ผิด คือ ดำขอบเหลือง ดำขอบแดง และดำขอบฟ้า แต่ที่จะเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เขาว่าจะมีแค่สีเดียว คือ ดำขอบฟ้าครับ ตัวนี้มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD เป็นจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียด 1280 x 800 พิกเซล มุมมองกว้าง 178 องศา พร้อมกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล แล้วก็มีไฟ LED แสดงสถานะด้วย

 

ASUS LIVE ด้านหลัง

 

ส่วนด้านหลังของ ASUS LIVE นั้นก็มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และ LED flash กับรูไมโครโฟนเล็กๆ สำหรับบันทึกเสียงตอนถ่ายวิดีโอ แล้วก็มีลำโพงเล็กๆ อยู่ตรงมุมด้านล่าง

 

ASUS LIVE ด้านบน

ASUS LIVE ด้านล่าง

 

ด้านบนของตัวเครื่อง ASUS LIVE มีแค่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ส่วนด้านล่างก็จะเป็นพอร์ต Micro USB 2.0 สำหรับชาร์จแบตเตอรี่และเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ กับ รูไมโครโฟนเล็กๆ เอาไว้สนทนาโทรศัพท์และบันทึกเสียงตอนถ่ายวิดีโอ

 

ASUS LIVE ด้านล่าง

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง ASUS LIVE ไม่มีอะไร ปุ่มทั้งหมดถูกออกแบบให้ไปอยู่ทางด้านขวาครับ ปุ่ม Power ปุ่ม Volume อยู่ตรงนี้ทั้งหมดเลย

 

แกะฝา ASUS LIVE ออกมา

 

ดีไซน์ของ ASUS LIVE ออกแบบมาให้ด้านหลังเนี่ยมีลักษณะโค้งมน จับแล้วเข้ากับอุ้งมือดีอยู่ จับแล้วสบายมือ ฝาหลังสีดำเรียบ แต่ไม่เคลือบเงาแบบนี้ ผมชอบครับ เพราะมันไม่ต้องกังวลคราบมันจากรอยนิ้วมือเวลาใช้งาน ฝาหลังเป็นแบบแกะได้ เพื่อจะใส่ทั้งซิมการ์ดที่รองรับแบบสองซิม กับ MicroSD card ที่รองรับสูงสุด 64GB

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน ASUS LIVE

สเปกของ ASUS LIVE นั้นเป็น MediaTek MT6580 Quad-core 1.3GHz แรม 2GB และให้ Internal storage มา 16GB (เหลือใช้จริง 11GB หลังจากหักพวก OS และแอปที่ลงมาให้ตั้งแต่ต้น) แบบที่ไม่ได้แยกเป็น Phone storage และ Internal storage ฉะนั้นการจะลงแอปหรือเก็บข้อมูลอะไร มันเก็บได้แบบเต็มๆ

 

Lock screen ของ ASUS LIVEHome screen ของ ASUS LIVEApp tray ของ ASUS LIVE

 

ความแตกต่างของแบรนด์ ASUS กับแบรนด์อื่นๆ ที่ทำสมาร์ทโฟนราคาประหยัดก็คือเรื่องของ Firmware ครับ เพราะปกติแล้ว สมาร์ทโฟนราคาประหยัดมักจะไม่ได้รับกับปรับแต่งและใส่ลูกเล่นอะไรมาก … จากประสบการณ์ที่ผมรีวิวมาหลายรุ่น บางค่ายนี่ขนาดสมาร์ทโฟนราคาระดับห้าหกพันบาท (แต่ก็ยังนับว่าเป็นช่วงราคาประหยัดอยู่นะ) เขามักจะใช้ Android เกือบจะเพียวๆ เลย ไม่ได้ปรับแต่งอะไรมาก (ประหยัดค่า R&D) แต่กับ ASUS จะไม่ใช้ครับ ASUS LIVE ราคา 3,990 บาท (เครื่องเปล่า) นี่มาพร้อมกับ ZenUI เหมือนรุ่นราคาแพงกว่าอยู่ดี

แน่นอนว่า ZenUI ที่มาด้วย อาจจะไม่ได้มาพร้อมกับลูกเล่นแบบครบถ้วนเหมือนพวกรุ่นสเปกแรงไฮโซ แต่ว่าจากที่ลองเล่นดูก็มีลูกเล่นพื้นฐานครบเครื่องดีครับ ไม่ว่าจะเป็น QuickSettings ที่ให้เข้าถึงการเปิดปิดฟังก์ชั่นต่างๆ ของเครื่องได้ง่ายๆ หรือพวกแอปสำหรับทำงานต่างๆ เช่น การจดโน้ต หรือการรวมภาพถ่ายหลายๆ ภาพมาเป็นภาพเดียว (ที่เรียกว่า Photo collage

ข้อดีของการใช้ UI เดียวกันกับทุกๆ รุ่นที่วางจำหน่ายก็คือ การเปลี่ยนรุ่นไม่ต้องปรับตัวมากครับ เพราะมันคุ้นเคยดีอยู่แล้ว เผื่อในอนาคตติดใจ อยากเปลี่ยนไปใช้สเปกไฮโซขึ้น ก็อาจจะอัพไปเป็น ASUS ZenFone 2 อะไรแบบนี้

 

พวกปุ่มตัวเลขต่างๆ ใหญ่โตอลังการดีKeyboard ของ ASUS LIVE

 

 

การออกแบบ UI (หน้าจอการใช้งาน) ของ ASUS LIVE นั้นใช้ประโยชน์ของหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD ได้ดี สังเกตได้พวกไอคอนใหญ่ๆ ตัวเลขใหญ่ๆ (ดูจากตอนโทรศัพท์ได้) ใครที่หวังซื้อสมาร์ทโฟนจอใหญ่ๆ เพื่อจะได้เห็นได้ชัดๆ นี่ไม่ผิดหวัง และ ASUS ก็มาพร้อมกับคีย์บอร์ดภาษาไทยที่ค่อนข้างดีมาให้พร้อมอยู่แล้ว ไม่ต้องไปปรับแต่งให้วุ่นวาย

แน่นอน ในการใช้งานโดยทั่วไป ไม่มีปัญหาเลยทีเดียว ทั้งสองซิมรองรับ 3G แบบ Dual standby เลย (โทรเข้าโทรออกได้ทั้งสองซิม แต่เวลาต่อเน็ตออนไลน์จะออนไลน์ซิมเดียว) การใช้งาน Social media ยอดนิยมจึงไม่ใช้ปัญหาเลย ใครที่คิดว่าจะใช้ Facebook หรือ LINE นี่ไม่ติดปัญหาแน่นอน … แต่เสียดายตรงที่ ไม่ได้ติดตั้งแอป Social media ยอดนิยมของไทยมาให้เลย ซึ่งจริงๆ ผมว่าสำหรับสมาร์ทโฟนราคาประหยัดแบบนี้ ควรมีติดตั้ง Facebook และ LINE มาให้พร้อมใช้นะ เผื่อผู้ใช้งานที่ไม่ถนัดเรื่องไอทีจะได้ใช้งานได้สะดวกขึ้น

 

ดูคลิป 1080p บน ASUS LIVE

 

ในแง่ของการใช้งานด้านมัลติมีเดียอย่างการดูหนังฟังเพลงด้วย ASUS LIVE เนี่ย ทำได้ดีอย่างน่าประทับใจมาก เมื่อคิดว่าราคาเครื่องเปล่าอยู่ที่ 3,990 บาทครับ ส่วนนึงเพราะหน้าจอแสดงผล HD IPS LCD ที่ให้ความละเอียดคมชัดระดับ HD ที่แม้จะไม่ใช้ระดับ Full HD แบบไฮเอนด์เขา แต่ด้วยหน้าจอ 5 นิ้ว มองห่างในระดับนึงเนี่ย ภาพมันก็คมชัดอยู่แล้วนะ และให้สีสันที่สมจริง มีมุมมองที่กว้าง ไม่เห็นเป็นเงาเบลอๆ ในบางมุมเหมือนพวกจอ TFT LCD ทั่วๆ ไป

ในด้านคุณภาพเสียง ลำโพงของ ASUS LIVE นั้นแม้จะเป็นลำโพงขนาดเล็ก แต่ก็ให้เสียงที่ฟังดูอิ่ม หวาน นวลโดยแสดงช่วงเสียงกลางและกลางสูงออกมาได้ดี สมดุลกัน ไม่มีอาการแหลมแสบหู อีกทั้งยังให้เนื้อเสียงที่หนาและแสดงน้ำหนักเสียงได้ค่อนข้างดีเกินหน้าตาของลำโพงขนาดนี้ แน่นอนว่าย่อมมีข้อจำกัดอยู่บ้าง นั่นคือแม้จะเร่งระดับเสียงจนสุด ก็ยังแสดงเสียงออกมาเบาไปหน่อย เหมาะกับการฟังเพลินๆ ในที่เงียบๆ เป็นส่วนตัวมากกว่า อีกประเด็นนึงที่อดชื่นชมไม่ได้คือการออกแบบตำแหน่งลำโพงที่ทำมาได้ดีมาก ไม่ว่าจะจับด้วยมือไหน ท่าไหน (ท่าใช้งานทั่วไป) หรือวางหงายกับพื้นผิว ASUS LIVE ก็ยังให้เสียงที่เต็มและมีน้ำเสียงคงที่ตลอด ไม่อับ หรือเบาบางลงไป

ทดสอบการฟังด้วยหูฟัง Apple EarPods พบว่า ASUS LIVE นั้นเน้นช่วงเสียงกลางสูง ให้เสียงที่คมชัด แม้จะแสดงช่วงเสียงต่ำได้ลึกแต่ก็ออกมาไม่มากนัก มีแค่พอให้รู้สึกได้ น้ำเสียงโดยรวมออกหวาน เพราะ และแหลมชัด (ไม่แหลมเกินนะ) ระบบขยายเสียงทำได้ดี น้ำเสียงคงที่แต่มิติเสียงลดลงไปบ้าง ฟังเพลงเพราะที่สุดในระดับเสียงประมาณ 80-90% จะได้มิติเสียงที่ดีน่าประทับใจเนื่องจากรายละเอียดเสียงต่าง ๆ อยู่ในพื้นที่ของตัวเอง ไม่ซ้อนทับกัน ถือว่าเป็นมือถือที่ใช้ฟังเพลงเพลินๆ ได้ดีเลยทีเดียว

เรียกว่าทำได้ดีเกินค่าตัวทีเดียวล่ะ เพราะสมาร์ทโฟนราคาประหยัดแบบนี้ ผมไม่ค่อยได้เห็นใครใส่ใจเรื่องคุณภาพเสียงมากนัก … อย่างไรก็ดี ASUS LIVE ไม่รองรับ USB On-the-Go นะครับ ฉะนั้นเสียบ Dongle แล้วเสียบ Flashdive ไป ก็มองไม่เห็นนะ

 

เกม Asphalt 8: Airborne บน ASUS LIVE ลื่นปรื๊ดมากๆ

 

มาดูที่การเล่นเกมบ้าง … แม้ว่า ASUS LIVE จะใช้ชิปเซ็ต MediaTek MT6580 Quad-core 1.3GHz ซึ่งไม่ได้ถือว่าสเปกไฮโซมาก แต่ในแง่ของเกม 3D บนระบบปฏิบัติการ Android ที่ ณ ปัจจุบัน ผมไม่ค่อยได้เห็นพัฒนาการด้านคุณภาพกราฟิกไปมากเท่าไหร่แล้ว ก็ต้องบอกว่า สามารถเล่นเกม 3D ได้สบายๆ อยู่ครับ และได้กราฟิกที่ค่อนข้างโอเคด้วย ที่สำคัญที่สุดคือ ASUS LIVE มีแรมมาให้ 2GB และ Internal storage มาให้อีก 16GB ซึ่งถือว่าเพียงพอหากอยากจะลงเกมเล่นซัก 2-3 เกมสบายๆ (ส่วนพวกเพลงหรือหนังก็ไปใส่ใน MicroSD card ได้)

ผมลองเล่นเกม Asphalt 8: Airborne ที่เป็นเกมแข่งรถที่กราฟิกค่อนข้างดีเลย ก็เล่นได้ลื่นไหลดีมากครับ แม้ว่าจะปรับเลือกคุณภาพกราฟิกมาเป็นแบบสูงสุด ซึ่งปกติแล้วหากย้อนกลับไปซักปีสองปีก่อน ต้องสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์น่ะ ถึงจะเล่นกราฟิกระดับนี้กันได้นะครับ แต่ตอนนี้ ASUS LIVE ราคาไม่ถึงสี่พันบาท เล่นได้สบายๆ แล้ว และลื่นไหลดีมากๆ ด้วย

 

การถ่ายรูปและวิดีโอด้วย ASUS LIVE

ASUS LIVE มาพร้อมกับกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และด้านหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยร PixelMaster ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของภาพถ่าย และแม้ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัด แต่อย่างที่ได้บอกไป ทาง ASUS เขามีการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เรียกได้ว่า คงเส้นคงวา ตลอดสายผลิตภัณฑ์ นั่นจึงทำให้ซอฟต์แวร์กล้องของ ASUS LIVE นั้นมีลูกเล่นค่อนข้างดีทีเดียว ไม่ว่าจะถ่ายภาพพาโนราม่า, HDR หรือแม้แต่การเล่น Depth of field (หน้าชัดหลังเบลอ) ด้วยซอฟต์แวร์

 

ใช้ ASUS LIVE ถ่ายรูป

 

ปกติแล้ว หากสมาร์ทโฟนราคาอยู่ในช่วงไม่ถึงห้าพันบาท ยากครับที่จะหาพวกที่กล้องดีๆ ชัตเตอร์ความเร็วพอสมควรมาใช้ได้ แต่ ASUS LIVE ดูจะทำลายข้อจำกัดนั้นไป เพราะเท่าที่ลองใช้ถ่ายภาพดูเนี่ย ภาพถ่ายออกมาได้คุณภาพค่อนข้างดีทีเดียว และความเร็วชัตเตอร์ก็ไม่ได้ชักช้าอะไรเลย น่าประทับใจมาก

 

ภาพโดย ASUS LIVE

ภาพโดย ASUS LIVE

ภาพโดย ASUS LIVE

ภาพโดย ASUS LIVE

ภาพโดย ASUS LIVE

 

ถ้าจะให้หาจุดติ ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องความสามารถในการถ่ายภาพแบบ High dynamic range (HDR) ครับ เพราะแม้ว่าจะสามารถเลือกจุดโฟกัสและการปรับชดเชยแสงได้จากการแตะบนหน้าจอ และมีโหมด HDR ให้เปิดใช้แล้วก็ตาม แต่จากที่ผมลองถ่ายภาพดู ผมพบว่าซอฟต์แวร์คำนวณภาพแบบ HDR มาได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ รายละเอียดในส่วนที่สว่างจ้า หรือ มืด ก็ยังไม่ออกมาชัดเจนมากนัก

 

ภาพโดย ASUS LIVE

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพนิ่ง หรือวิดีโอแล้ว ASUS LIVE ก็ถือว่าทำได้ดีครับ วิดีโอเอง ถ่ายได้สูงสุดที่ระดับ 1080p (Full HD) แต่หากมีการเปิดใช้คุณสมบัติกันสั่น (ด้วยซอฟต์แวร์) แล้วจะถ่ายได้แค่สูงสุดที่ 720p (HD) เท่านั้น แต่กล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล อาจจะไม่ได้คมชัดถูกใจคนรักเซลฟี่แบบสุดๆ แต่ในส่วนของโหมด Beautification ที่ช่วยแต่งหน้าเนียนหน้าสวยเนี่ย ช่วยได้เยอะเลย

 

UI ของซอฟต์แวร์สำหรับการตั้งเวลาถ่าย ทำออกมาใช้ง่ายมาก

กล้องหน้าของ ASUS LIVE คุณภาพพอประมาณ ดีกว่าพวกกล้อง 2 ล้านพิกเซลทั่วๆ ไป

 

กล้องหน้าของ ASUS LIVE ถือว่าทำได้ดีมาก หากพิจารณาว่าเซ็นเซอร์มันแค่ 2 ล้านพิกเซลเท่านั้น ซึ่งภาพถ่ายที่ได้ ผมรู้สึกได้ว่ามันดีกว่าพวกกล้อง 2 ล้านพิกเซลอื่นๆ ครับ และสำหรับขาเซลฟี่ที่ถ่ายรูปอวดบน Social media แล้ว ความละเอียดระดับนี้มันก็เพียงพอดีแล้ว และ UI ของกล้อง ที่ให้เราเลือกตั้งเวลาถ่ายภาพได้แบบง่ายๆ แค่ใช้นิ้วลากปุ่มชัตเตอร์ เพื่อเลือกว่าจะตั้งกี่วินาที มันช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ทำได้ง่ายขึ้นมากด้วย

 

บทสรุปการรีวิว ASUS LIVE

ASUS LIVE เป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่อาจจะไม่ได้ชื่อว่าประหยัดที่สุดในท้องตลาด ณ ขณะนี้ แต่ในแง่ของลูกเล่น และความสามารถ เรียกได้ว่าไม่เป็นสองรองใครในตลาดสมาร์ทโฟนราคา 3-4 พันบาทแน่ๆ ในความเห็นของผม ด้วยสเปกฮาร์ดแวร์ที่ ASUS เลือกมา ถือได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์ทั้งคนที่จะใช้งานแค่เป็นโทรศัพท์บวกกับเอาไว้ท่องเน็ต เล่น Social media หรือแม้แต่คนที่อยากเล่นเกม ใช้งานด้านมัลติมีเดีย การถ่ายรูปหรือวิดีโอ แต่ไม่ได้มีงบสูงมากมาย

น่าเสียดายตรงที่ จริงๆ แล้ว รุ่นนี้มันควรจะมีความสามารถเรื่องการชม Digital TV ด้วย แต่ว่ามันไม่ได้รองรับเทคโนโลยี Digital TV ที่ใช้ในประเทศไทย เลยทำให้ต้องตัดความสามารถตรงนี้ออกไป ไม่งั้นคงจะคุ้มค่าสุดๆ เลย (และจริงๆ แล้ว คุณสมบัตินี้ น่าจะเป็นอะไรที่หลายๆ คนที่นิยมสมาร์ทโฟนราคาประหยัดก็อยากได้ด้วย)

สำหรับคนที่สนใจ ตอนนี้ itruemart.com เขาเอามาวางจำหน่าย กับสนนราคาค่าตัว 3,990 บาทสำหรับเครื่องเปล่า แต่มันมีโปรโมชั่นอยู่ คือหากซื้อพร้อมเบอร์ทรูมูฟเอชแล้วจะได้รับส่วนลดพิเศษอีก 400 บาท พร้อมทั้งสิทธิโทรฟรีอีก 3,000 บาท เรียกได้ว่าเมื่อเอาส่วนลดค่าเครื่องและค่าโทรมาคิดด้วยแล้ว ก็เหมือนได้เครื่องมาใช้ฟรีๆ เลยล่ะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. Noooo! เพิ่งซื่อ zanfone 4.5 ราคา 3990บาท ไม่กี่เดื่อนนี้เอง TT

  2. .. says:

    แบตเตอรี่ใช้ได้นานมั้ยครับบบ

Leave a Reply

%d bloggers like this: