กาฝากพาทัวร์ เที่ยวมั่วๆ ทัวร์ไปถึงลาสเวกัส ไปดู CES2016 ตอนที่ 1

Print Friendly

ดูพระอาทิตย์ตกดินที่สนามบินซะเลย

 

งานไอทีใหญ่ๆ ที่ผมอยากไปมาตลอดตั้งกะจับพลัดจับผลูมาเป็นบล็อกเกอร์ ก็มี CES (Consumer Electronics Show ที่สหรัฐอเมริกา), Mobile World Congress (ที่สเปน), Computex (ที่ไต้หวัน), IFA (ที่เยอรมัน) และหากเป็นไปได้ก็อยากไปชมบรรยากาศ WWDC (ของ Apple) และ Google I/O ด้วย แต่สองงานนั้นมันเฉพาะทางไปหน่อย คงไม่มีโอกาส แต่สำหรับงานอื่นๆ ที่กล่าวมา ผมก็มีโอกาสไปแล้ว ทั้ง Mobile World Congress, Computex, IFA แต่จนถึงปีที่แล้ว ผมได้ไปแค่ CES Asia ที่จัดที่ประเทศจีนเป็นปีแรกครับ … แต่ในที่สุด ปีนี้ผมก็มีโอกาสได้ไป CES ที่สหรัฐอเมริกากับเขาจนได้ … ขอขอบคุณ Lenovo ที่เชิญผมไปจริงๆ

โชคดีว่าเมื่อสองปีกว่าๆ ที่แล้ว ผมไปอเมริกามาแล้ว ฉะนั้นเลยไม่ต้องวุ่นวายกับการขอวีซ่า เพียงแค่เพื่อให้สบายใจ ก็เอาพาสปอร์ตเก่ากับพาสปอร์ตใหม่ไปยื่นขอให้ทางสำนักหนังสือเดินทางเขา Endorse หนังสือเดินทางครับ จริงๆ เจ้าหน้าที่เขาบอกว่าถ้าสื่อสารภาษาอังกฤษคล่อง ไม่ต้องเสียเงิน 1,000 บาทเพื่อ Endorse ก็ได้ แต่ @vow_vow เขาแนะนำว่า เพื่อให้ชัวร์ป้าบ พันเดียว เสียไปเหอะ

 

บรรยากาศไฟล์ทยามเช้าก็แบบนี้

 

เครื่องออกจากสุวรรณภูมิตอน 07:10 แต่เพื่อความมั่นใจก็มาถึงสนามบินซะตีสี่นิดๆ เลย … บทเรียนของวันนี้คือ แม้เราจะออกแต่เช้า ก็ควรเช็ค Google Maps และ @js100radio ก่อน ดูว่ามีอุบัติเหตุอะไรระหว่างทางที่เราจะไปสนามบินไหม เพราะผมก็ไม่รู้อะไรมาดลใจ ทำให้ผมลองเช็คดู แล้วก็พบว่าเส้นกาญจนาภิเษกที่ผมจะใช้ มันมีอุบัติเหตุตอนเที่ยงคืนครึ่ง เลยไม่เสี่ยงดีที่สุด

มาถึงสนามบิน โล้ง โล่ง อย่างบอกไม่ถูก เจอแต่ลูกทัวร์ชาวจีนเพียบเตรียมกลับบ้านละมั้ง ส่วนที่เหลือก็มีฝรั่งบ้างประปราย (แหงล่ะ เพราะไฟล์ทผมมันไปญี่ปุ่น แล้วต่อเครื่องไปอเมริกานี่นะ) ที่น่าประทับใจคือ เดี๋ยวนี้กระบวนการตรวจพาสปอร์ตแบบ E-Passport ดูชัดเจนมากขึ้นแล้ว เลยสะดวกขึ้นเยอะ แต่ถ้ามาเจอคนใช้ไม่เป็นอีก ก็อาจจะตะกุกตะกักนิดหน่อย

ถ้ามาถึงเช้าตรู่มาก ไปหาของกินก่อนได้นะครับ แต่พอดีผมจัดแซนด์วิชจากที่บ้านมาสองชิ้นเบ้ง เลยเดินไปที่เกตดีกว่า ช่วงเช้าๆ แบบนี้ เราจะเห็นคนนอนหลับรอที่เก้าอี้ที่เกตอยู่ประปราย

 

บนเครื่องมีพอร์ต USB ให้เสียบ และจริงๆ ใต้ที่นั่งก็มีปลั๊กไฟให้เสียบด้วย

 

ผมยังไม่มีโอกาสได้บินเครื่องลำใหม่ๆ ของการบินไทยไปต่างประเทศเท่าไหร่ (ปกติไปเอง เน้นเที่ยวใกล้ๆ และบิน Low Cost) แต่เห็นเครื่องบินของ Delta เขาดูตอบโจทย์ผู้คนสมัยใหม่ อุปกรณ์ใหม่ๆ มากขึ้นนะ เริ่มตั้งกะมีพอร์ต USB ไว้ให้ชาร์จแบตเตอรี่ มีปลั๊กไฟแบบหัว Universal ให้เสียบเผื่อใครจะต่อโน้ตบุ๊ก และมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ด้วย เผื่อใครนิยมหูฟังของตัวเองมากกว่าที่สายการบินเขาแถม

จำได้ว่าบินการบินไทยล่าสุด มันมีพอร์ต USB ไว้ให้ชาร์จแบตเตอรี่ แต่มันจ่ายไฟอ่อนมากๆ และจอ LCD ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ด้วย ออกแนวมัวๆ และที่สำคัญที่สุด หนังเก๊าเก่า -_-” แต่ของ Delta นี่แม้ว่าจะได้จอคุณภาพดีหน่อย ภาพคมชัดดี แต่ว่ามันดันปรับระดับไม่ได้ เวลาคนข้างหน้าเขาเอนเก้าอี้แล้ว หน้าจอมันมองไม่ถนัดเลยวุ้ย

 

เครื่อง Delta DL284 ที่อาศัยมาจากกรุงเทพ

ที่นาริตะมี Free WiFi ให้ใช้ ไม่ต้องลงทะเบียนอะไรให้ยุ่งยาก

 

ง่วงก็ง่วง เพราะตื่นเช้ามาก แต่จะนอนยาวก็ไม่ได้ เพราะต้องปรับเวลาร่างกายไว้ … ที่ลาสเวกัสนี่เวลาห่างจากประเทศไทย 15 ชั่วโมงครับ (ประเทศไทย GMT+7 ส่วน ลาสเวกัส GMT-8) อย่าคิดว่าสหรัฐอเมริกาเหมือนกัน เวลาจะต่างจากประเทศไทยเท่าๆ กันนะ ประเทศสหรัฐอเมริกามันก็ใหญ่ ในรัฐต่างๆ ก็อยู่ใน Timezone ที่แตกต่างกันออกไป

 

เพื่อไม่ให้งง ต้องเอา Widget Dual Clock ของ Samsung มาแปะ จะได้รู้เวลา

 

เพื่อให้สะดวกแก่การปรับเวลา ลองหา Widget จำพวกนาฬิกาที่แสดงหลายๆ พื้นที่พร้อมๆ กันได้มาแปะไว้บน Android smartphone ของคุณนะครับ (ของ iOS จะมี World Clock อยู่แล้ว ถ้าจำไม่ผิด) เราจะได้ไม่พลาดเวลาอ่ะ ที่สำคัญที่สุดคือ เราจะได้วางแผนเวลานอนของเราได้ อย่างเช่นตอนนี้ ที่ลาสเวกัสเกือบ 5 ทุ่มแล้ว ถ้าตามแผนการเดิม ขึ้นเครื่องปุ๊บ ผมก็เตรียมนอนโลด เพื่อให้ตรงเวลาที่จะต้องนอน ต้องตื่นของฝั่งลาสเวกัส

 

เจอไฟล์ทดีเลย์อ่ะ

 

แต่ชีวิตมันไม่ราบรื่นแบบนั้นอ่ะดิ เพราะพอมาถึง Google Now มันก็แจ้งเตือนเรื่องการเปลี่ยนเที่ยวบินของผม และเมื่อเช็คยืนยันจากบอร์ดตารางบิน ก็ชัดเลยครับ มันดีเลย์ไปอีกสองชั่วโมงกว่า จากเดิมควรจะออกจากที่นี่ประมาณหกโมงเย็นนิดๆ (เวลาญี่ปุ่น) ก็กลายเป็นสามทุ่มไป ซึ่งเมื่อเทียบเป็นเวลาที่ลาสเวกัส ก็ประมาณตีสี่เห็นจะได้ … หุ่ย … กลายเป็นต้องนอนสว่างใช่ไหมเนี่ย (เอาว่ะ คิดซะว่านอนเช้าตื่นสายก็แล้วกันวะ)

 

ไฟล์ทผมยังดี อีกไฟล์ทก่อนหน้าที่ไปลาสเวกัสเหมือนกัน โดน Overbooked ไป 9 ที่นั่ง

 

แต่จะบอกว่าเจอดีเลย์นี่ยังดี … เกตข้างๆ มีไฟล์ Delta ไปลาสเวกัสเหมือนกัน โดน Overbooked ไป 9 ที่นั่ง ต้องมาหาอาสาสมัครให้ย้ายไฟล์ทมาที่ไฟล์ทผมอีก (ซึ่งไฟล์ทผมจะว่างพอที่จะให้พวกนี้ได้ไปหรือเปล่าก็ยังไม่รู้)

 

ที่นาริตะมี Free WiFi ให้ใช้ ไม่ต้องลงทะเบียนอะไรให้ยุ่งยาก

Free WiFi ที่นาริตะนี่ไม่ใช่ขี้ๆ

 

ผมมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีกับการรอต่อเครื่องเท่าไหร่ … คราวที่แล้วก็ที่นาริตะนี่แหละ จะไปอเมริกาเหมือนกันเลย (แต่ตอนนั้นจะไปนิวยอร์ก) หลับเพลิน แล้วมันประกาศเป็นภาษาญี่ปุ่นไง มันก็ไม่ค่อยเข้าหูเท่าไหร่ เกือบตกเครื่อง ฉะนั้นงวดนี้เลยตั้งใจว่าจะถ่างตาอยู่ยาว ก็ต้องไปหา Free WiFi ใช้ครับ ซึ่งที่นาริตะนี่ดีมาก มี Free WiFi ใช้ตลอดแนว และความเร็วก็ใช่ย่อยซะด้วย ที่สำคัญ ไม่ต้องวุ่นวายกับการลงทะเบียนมาก แค่ต่อ Free WiFi (ชื่อ SSID ชัดเจนมาก และมันเหมือนจะแบ่งเป็น 5GHz กับ 2.4GHz เอาไว้ เพื่อรองรับผู้โดยสารจำนวนมากๆ) แล้วลองเปิดเว็บซักเว็บ มันจะเข้าไปที่หน้าจอเชื่อมต่อ จากนั้นก็เลือกว่าจะ Connect Free WiFi แล้วตอบ Agree สองที จบ

 

ว่างมาก ระหว่างรอเครื่องเลยไปเดินดูนั่นนี่ดีก่า

ไปเดินดูพลาโม่ซะเลย

ให้บรรยากาศไฮเทคดีแฮะ

 

แต่ขนาดเขียนบล็อกไปครึ่งทางแล้ว เวลาก็ยังเหลือมากมาย เลยเอาเวลาไปเดินเล่นทั่วสนามบินเลยครับ ดูว่ามันมีอะไรน่าสนใจบ้าง ผมก็พบว่า การเดินทางภายในสนามบินนาริตะเนี่ย มันดูวกวนก็จริง แต่ไม่หลงทาง เพราะญี่ปุ่นเขาเป็นเจ้าแห่งการทำป้ายบอกโน่นนี่นั่น ฉะนั้นเดินไปเนี่ยไม่ต้องกลัวหลง กลับเกตถูกแน่นอน … ร้านของฝากมีมากมายให้เลือกซื้อ แต่ไม่สามารถเลือกซื้อพวกที่เป็นของเหลวเยอะๆ ได้ (ยกเว้นรวมๆ แล้วไม่เกิน 100ml ตามกฎระเบียบการบิน) เพราะมันยังมี Connecting flight ต่อ ถ้าเกิดสอยมา โดนเททิ้งนะครับพี่น้อง

ญี่ปุ่นเป็นชาติที่ใส่ใจมากๆ ครับ อย่างแรกที่สังเกตได้คือ ห้องน้ำมันมักจะถูกปิดไว้ เราจะไม่รู้ว่าด้านในมันเป็นส้วมแบบไหน แต่คนญี่ปุ่นเขาก็จะทำสัญลักษณ์บอกเอาไว้ครับ ว่าอันไหนเป็นแบบนั่งยองๆ อันไหนเป็นแบบชักโครก แถมชักโครกอันไหนมีที่ฉีดก้นในตัวด้วยก็จะบอกไว้

 

อยากรู้ว่าห้องน้ำเป็นแบบไหน ดูไอคอนหน้าห้องน้ำ

 

จากภาพด้านบน ผมสังเกตมันมีรูปนึงเหมือนกับเรานั่งถ่ายทุกข์ แล้วมีเด็กนั่งดู … อันนั้นหมายถึง ห้องน้ำนั้นมีที่นั่งสำหรับเด็ก เอาไว้สำหรับคุณพ่อหรือคุณแม่ที่เดินทางมากับบุตรหลานวัยทารก แล้วจะถ่ายทุกข์แต่ไม่มีใครช่วยดูแลให้ ก็เอามาล็อกไว้ตรงนี้แหละ ถ่ายทุกข์เสร็จก็ค่อยออกไปด้วยกัน (สงสารเด็กเนอะ พาเด็กมาเหม็น … ฮา)

 

ที่ล็อกตัวเด็ก เวลาเราจะเข้าห้องน้ำ

คำเตือน ไม่ใช่ที่ให้เด็กถ่ายทุกข์ ไม่ใช่ล็อกเด็กไปแต่งตัว และไม่ใช่ที่เขี่ยบุหรี่

 

แต่ก็ดูเหมือนมีข้อต้องระวังหลายอย่าง เช่น อย่าใช้เป็นเครื่องล็อกเด็กเวลาจะไปแต่งหน้าแต่ตา (คำเตือนนี้มีติดแม้แต่ในห้องน้ำชาย … ซะงั้น) ระวังเด็กปีนออกมาทีเผลอ และไอ้นี่ไม่ใช่ที่เขี่ยบุหรี่นะจ๊ะ (ผมเดาเอาจากรูปนะ อ่านป้ายภาษาญี่ปุ่นไม่ออก)

ห้องน้ำเขา เผื่อไว้หมดนะครับ ทั้งสำหรับคนชรา คนพิการ หรือแม้แต่คนที่มากับเด็กเล็กๆ อันนี้น่ายินดีจริงๆ … อยากให้ห้องน้ำในสนามบินไทย สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ของไทย หรือพวกห้างสรรพสินค้าต่างๆ เขาคิดเผื่อตรงนี้กันไว้บ้างจัง

 

เนื่องจากไฟล์ทดีเลย์ เขาก็เลยเอาของกินมาให้ทาน

ของกินที่หยิบมารองท้องก่อนขึ้นเครื่อง

 

ไฟล์ทดีเลย์ พอช่วงเย็นๆ ทาง Delta เขาก็เลยขนพวกอาหาร ของว่างและเครื่องดื่มมาให้บริการครับ เจ้าหน้าที่ก็คะยั้นคะยอให้หยิบมาเยอะๆ เลย ผมก็เลยหยิบมาประมาณนึง ก็เป็นอินาริซูชิ แซนด์วิชหมูทอด กับโค้กอีกกระป๋อง แล้วจริงๆ ก็แอบไปหยิบชาเขียวขวดเล็กๆ มาอีกขวดด้วยอ่ะนะ

 

อากาศที่นี่ตอนมาถึง 12 องศา ผมมาด้วยเสื้อแขนสั้น -_-''

 

กว่าเครื่องจะมาถึงก็ปาเข้าไปสองทุ่มกว่าครับ ก็บินอีกราวๆ 11 ชั่วโมง ก็มาถึงลาสเวกัสแล้ว … ขอกระโดดข้ามมาที่ลาสเวกัสเลยนะครับ 555 … มาถึงก็ไม่ได้อะไรมากครับ หมดเวลาส่วนใหญ่ไปกับรอตรวจคนเข้าเมืองครับ คิวยาวมาก แต่ว่าก็ผ่านมาได้ด้วยดี เขาไม่ถามอะไรมาก ก็แค่ “มากี่วัน” “มาทำอะไร” ก็แค่นั้นแหละครับ ไอ้เราก็ได้วีซ่ามาแล้ว และมีประวัติเข้าเมืองมาก่อน ไม่ได้หนีหายไปไหน ก็ไม่ยุ่งยากอะไร

 

ห้องนอนที่จะเป็นที่สิงสถิตย์ใน 4 คืน

 

ที่พักสำหรับทริปนี้คือ The Westin Hotel, Casino & Spa ครับ มาถึงก็ได้เวลาเช็คอินแล้ว สบายๆ เลย ห้องพักที่ได้อยู่ชั้น 15 สูงเอาเรื่องทีเดียว  แต่ว่าวันนี้เป็นฟรีเดย์ครับ เลยต้องหาอะไรทำ … พอดีว่า Badge เข้างาน CES2016 นี่สามารถรับได้จากที่โรงแรมเลย ฉะนั้นก็ถือโอกาสรับ Badge แล้วขึ้น Monorail ไปที่งานดีกว่า

 

ได้ตั๋วเข้างานแล้ว (จริงๆ ได้ตั้งกะโรงแรมแล้ว แต่มาถ่ายที่นี่ให้ขลัง)

 

Monorail ที่ลาสเวกัสนี่ระยะทางไม่ยาวมาก มีไม่กี่สถานี คิดราคาเหมา $5 เลยครับ แต่อยากจะบอกว่าใครที่คิดว่าใช้บริการเกิน 3 เที่ยว ซื้อแบบ 24hrs pass ไปเลยดีกว่า เพราะเหมาแค่ $12 เท่านั้นเอง ราคาถูกกว่าเยอะเลย … ต้องขอบอกว่า Lenovo ผู้เชิญผมมางานนี้ เลือกโรงแรมได้เหมาะสมมาก เพราะนอกจากจะใกล้กับสนามบินแล้ว ก็ยังอยู่ไม่ห่างจากสถานที่จัดงาน CES2016 (Las Vegas Convention Centre หรือ LVCC) ด้วย

 

อยากเล่นเกมแข่งรถจอแบบนี้อ่ะ

 

ก็แอบไปเดินงานมานิดหน่อยครับ แต่เนื่องจากว่าเขายังจัดงานกันไม่เสร็จ ก็เลยไม่ได้มีอะไรให้ดูเท่าไหร่ เข้าไปดูอะไรก็ไม่ได้อ่ะ เพราะมัน Off-limit กันหมดน่ะครับ ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยไปดู Lenovo ในงาน CES2016 กันดีกว่าอะเนอะ และเดี๋ยวจะไปสัมภาษณ์ผู้บริหารมาฝากด้วยครับ

 

รอรถ Monorail ที่ลาสเวกัส

บรรยากาศภายใน Monorail ที่ลาสเวกัส

 

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ตามแผนที่วางไว้ในใจแต่แรก ผมก็เลยขึ้น Monorail กลับมาที่โรงแรม Planet Hollywood เพื่อมาหม่ำมื้อค่ำที่ร้าน Gordon Ramsay BUR GR ครับ (เป็นการเล่นคำระหว่าง Burgr ที่ออกเสียงเหมือน Burger ที่แปลว่า เบอร์เกอร์ และ GR คือตัวย่อของ Gordon Ramsay นั่นแหละ)

 

เซลฟี่กับป้ายชื่อร้าน Gordon Ramsay Bur GR

 

ส่วนอร่อยหรือไม่อร่อย เดี๋ยวเขียนถึงในบล็อกต่างหากอีกบล็อกก็แล้วกันนะ (ฮา) … แต่ก็หมดไป $33 เท่านั้นล่ะครับ ไม่ถือว่าราคาแพงเท่าไหร่ สามารถทานได้สบายๆ กระเป๋าเลยล่ะ … ร้านนี้เป็นอะไรที่ตั้งใจจะมาทานมากอยู่แล้ว เพราะไหนๆ ก็มาถึงลาสเวกัสแล้วนี่นา (จริงๆ อยากลองแวะไป Gordon Ramsay Steak ด้วย แต่ว่าท่าทางจะไม่มีบุญ เพราะมันต้องจองโต๊ะ และคงจะมีคนจองล่วงหน้ากันเยอะแล้วด้วย)

จากนั้น ก็แค่เดินกลับมาที่โรงแรม มาเขียนบล็อกนี่แหละ … วันนี้อะไรก็ดีหมดครับ ยกเว้นไฟล์ทดีเลย์และฝนตก -_-”

ตามอ่านทริปมาลาสเวกัสทั้งหมดของผมได้ที่: http://www.kafaak.com/tag/usa-tour-2016/

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: