รีวิวพริ้นเตอร์ หมึกแท็งก์ ไร้สาย Canon Pixma G3000 Series Printer

Print Friendly

Canon Pixma G3000

 

เมื่อเร็วๆ นี้ ทาง Canon เขาส่งเครื่องพริ้นเตอร์ให้มาลองรีวิวเป็นการบ้านในช่วงปีใหม่ คงเพราะเห็นว่าผมไม่ได้วางแผนจะไปเที่ยวไหนยาวๆ ในช่วงหยุดยาวปีใหม่ละมั้ง (ฮา) ตัว Canon Pixma G3000 ตัวนี้ เป็น All-in-One ที่น่าสนใจครับ เพราะนอกจากจะเป็นทั้งพริ้นเตอร์แล้ว ก็ยังสามารถสแกนเอกสาร ถ่ายเอกสารได้ด้วย และในส่วนของหมึกพิมพ์ ก็เป็นแบบแท็งก์ ซึ่งประหยัดกว่าหมึกแบบตลับด้วย (เพราะไม่ต้องเสียค่าตลับ และบางครั้งก็รวมถึงค่าหัวพิมพ์ด้วย)

อย่างไรก็ดี ตัวที่ผมได้มารีวิวนั้น เป็นตัวที่ผ่านมือรีวิวของรายอื่นมาแล้ว ฉะนั้นทุกอย่างก็เลยถูกติดตั้งมาให้พร้อมในระดับนึงแล้ว ซึ่งรวมไปถึงหมึกด้วย … และนั่นทำให้ผมต้องขอย้ำเอาไว้ตรงนี้ก่อนเลยว่า ในกรณีของการใช้หมึกแท็งก์แบบนี้ การขนย้ายต้องทำระมัดระวังนะครับ อย่าไปยกกลับหัว เพราะจะทำให้หมึกหกออกมาเลอะเทอะได้

ที่ผมต้องย้ำแบบนี้เพราะ ตอนที่เขาเอามาส่ง ฝากไว้ที่ รปภ. หมู่บ้าน พี่ รปภ. เขายกใส่ท้ายรถผม แกวางกลับหัว ซึ่งผมก็ไม่รู้ และคนที่เอามาฝากพี่ รปภ. เขาก็ไม่ได้บอกไว้ ผลคือ ก่อนผมจะรีวิว ผมต้องมาเสียเวลาขนานใหญ่กับการเช็ดหมึกที่หกออกมาเลอะเทอะครับ

 

รูปร่างหน้าตาของ Canon Pixma G3000

แม้จะไม่ได้เป็นคนติดตั้งเอง แต่จากที่อ่านคู่มือ และดูจากตัวเครื่องแล้ว บอกได้ว่าพริ้นเตอร์ Canon Pixma G3000 นี่ ติดตั้งไม่ยากครับ เพียงแต่ด้วยความที่เป็น All-in-One เลยอาจจะทำให้ขนาดดูไม่กะทัดรัดซักเท่าไหร่ แต่ไปวางไว้บนโต๊ะทำงาน หรือบนตู้ใส่เอกสาร น่าจะสบายๆ อยู่ และด้วยความที่เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายไร้สายได้ ก็เลยทำให้มันไม่ต้องไปผูกติดกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสมอไป

 

Canon Pixma G3000 แบบกางทุกอย่างแล้ว

 

แต่ถึงแม้จะบอกว่ามันรองรับการเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย แต่เจ้านี่ก็ไม่ได้มาพร้อมกับพอร์ต RJ-45 ไว้เสียบสาย LAN นะ แต่มันรองรับ WiFi ต่างหากล่ะ ฉะนั้นในกรณีของการเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิ้ล ก็ต้องทำผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ครับ เลยมีพอร์ต USB เตรียมไว้ให้พอร์ตนึง นอกจากนั้นก็จะเป็นช่องสำหรับเสียบปลั๊กไฟ

 

Canon Pixma G3000 ด้านหลัง

 

ความที่เป็น All-in-One ก็จะยกฝาปิดด้านบนขึ้นมา เพื่อใช้เป็นสแกนเนอร์ได้ และไหนๆ ก็มีพริ้นเตอร์ในตัวอยู่แล้ว ฉะนั้นเจ้านี่ก็ทำหน้าที่เป็นเครื่องถ่ายเอกสารสีได้ในตัวครับ แต่บอกไว้ก่อนว่า หมึกที่ให้มาด้วยไม่ได้กันน้ำนะครับ ฉะนั้นต้องระวังเรื่องการเปียกน้ำ ไม่งั้นสิ่งที่ถ่ายสำเนามาก็จะเสียหาย

 

ในส่วนนี้ก็จะเป็นสแกนเนอร์

 

เปิดฝาเครื่องต่ออีกนิด ก็จะเห็นภายในส่วนของพริ้นเตอร์ครับ … แต่อย่าคิดจะโชว์ตอนระหว่างกำลังพิมพ์ เพราะเมื่อยกฝาขึ้น การพิมพ์จะหยุดลงครับ (ลองมาแล้ว) ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องดี เพราะในระหว่างยกฝาขึ้นมา มันอาจจะมีอะไรเข้าไปรบกวนการพิมพ์ได้ ผลงานอาจจะเสียหายเปล่าๆ

 

ยกส่วนสแกนเนอร์ขึ้น เพื่อดูข้างในส่ีวนพริ้นเตอร์ได้

ขาตั้งออกแบบมาดี ใช้งานสะดวก

 

ขาตั้งเพื่อค้ำยันฝาเครื่องระหว่างที่ยกขึ้นมา ทำให้ผมนึกถึงพวกขาตั้งค้ำยันของรถยนต์เลยแฮะ แต่มันดีกว่าของพวกรถยนต์ที่เราต้องหยิบมาตั้งเอง แต่เจ้านี่ออกแบบมาให้เมื่อเรายกขึ้นมันจะค้ำยันโดยอัตโนมัติ และหากเราต้องการจะปิดฝาลง เราก็แค่ยกฝาขึ้นอีกนิดให้หลุดจากล็อก แล้วก็ปิดลงมาได้ … เรียกว่า Canon ออกแบบมาดี

 

แยกแท็งก์หมึกสีดำและหมึกสีออกจากกัน

ด้านหน้า สามารถมองเห็นระดับหมึกได้เลย

 

ดีไซน์หมึกแท็งก์ เติมง่าย ใช้ไม่ยาก ด้านหน้ามีการเจาะช่องเอาไว้ เห็นระดับหมึกในแท็งก์ได้เลย ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเช็คระดับหมึกแต่อย่างใด มีการแยกเป็นแท็งก์สีดำ และหมึกสีอีกสามแท็งก์ชัดเจน

 

ติดตั้งและใช้งาน Canon Pixma G3000

การติดตั้งทำได้ไม่ยาก มีคู่มือมาให้อยู่แล้ว หากเป็นการติดตั้งใหม่เอี่ยมๆ เลย น่าจะสะดวกมากๆ แต่ของผมโดนตั้งค่าเอาไว้ระดับนึงแล้ว เลยแอบมึนๆ แต่ได้ทีมงาน Canon เขาช่วยสอนวิธีให้ ก็เลยสบายไปครับ … ขั้นตอนก็ยังไม่ยุ่งยากอยู่ดี และที่แหล่มสุดก็คือ มันติดตั้งผ่านแอปบนมือถือได้ด้วย

 

เลือกเซ็ตได้ผ่าน WiFi หรือ USB

 

ผมเลือกใช้การติดตั้งแบบไร้สาย เพราะเดี๋ยวนี้บ้านใครๆ เขาก็มีเครือข่ายไร้สายกันหมดแล้ว และการติดตั้งแบบไร้สาย ทำให้สะดวกมากๆ เวลาใช้กับอุปกรณ์ต่างๆ เพียงแต่ว่าแต่ละอุปกรณ์ก็จะต้องไล่ติดตั้งโปรแกรม (หรือแอป) เอา เพื่อให้สามารถใช้งาน Canon Pixma G3000 ได้

 

สั่งพิมพ์งานผ่าน Canon Pixma G3000 แบบไร้สายได้เลย

 

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ทั้งซอฟต์แวร์และไดรเวอร์ต่างๆ เราก็จะสามารถสั่งพิมพ์งานต่างๆ ได้อย่างง่ายดายมากๆ ครับ คิดซะว่าเป็นเครื่องพริ้นเตอร์เครื่องนึงที่เชื่อมต่อโดยตรงกับเครื่องคอมพิวเตอร์เลย

 

สั่งพิมพ์ผ่านมือถือ ด้วย Google Cloud Print ได้ด้วยสั่งพิมพ์ผ่านมือถือ ด้วย Google Cloud Print ได้ด้วย

 

นอกจากนี้ Canon Pixma G3000 ก็ยังรองรับการพิมพ์ผ่าน Google Cloud Print อีกด้วย แค่ไปลงทะเบียนเครื่องพริ้นเตอร์กับ Google Cloud Print และติดตั้ง Cloud Print plug-in app บนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android แค่นี้ก็พร้อมใช้เช่นกัน (วิธีการลงทะเบียน ให้อ่านจากเว็บไซต์ของ Canon ได้)

 

เปิดฝาขึ้นมาระหว่างพิมพ์ การพิมพ์จะหยุดชั่วคราวทันที

ลองพิมพ์ภาพสีแบบคุณภาพจัดเต็ม ใช้เวลา 3 นาที 54 วินาที

 

ระหว่างการพิมพ์ หากใครยกฝาปิดขึ้น มันก็จะหยุดพิมพ์ชั่วคราวนะครับ ปิดฝาลงมาค่อยพิมพ์ต่อ ความเร็วในการพิมพ์ ถ้าเป็นการพิมพ์สีคุณภาพธรรมดา ก็จะอยู่ที่ประมาณ 30 วินาที สำหรับขนาดประมาณ A4 แต่หากเป็นคุณภาพขั้นสุด ก็จะอยู่ที่ 3 นาที 54 วินาทีครับ เท่าที่ลองพิมพ์ดู ก็เรียกได้ว่าความละเอียดสูงระดับนึงเลยล่ะ แต่น่าเสียดายที่ทาง PR ของ Canon เขาไม่ได้จัดกระดาษจำพวก Glossy หรือ Photo มาให้ผมด้วย ไม่งั้นคงได้ลองพิมพ์ภาพถ่ายความละเอียดสูงๆ มาดูคุณภาพโดยละเอียดกว่านี้

 

Canon JI Scan Utility

Canon My Image Garden

 

ในส่วนของการสแกนนั้น จะมีโปรแกรม Canon IJ Scan Utility ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์คอยอำนวยความสะดวก (เราติดตั้งโปรแกรมนี้ตอนที่เซ็ตอัพ Canon Pixma G3000 นั่นแหละ) ซึ่งเมื่อสแกนเสร็จ ก็จะเปิดบนโปรแกรม Canon My Image Garden เพื่อตกแต่งเพิ่มเติม หรือปรับคุณภาพของภาพได้ และสามารถสั่งพิมพ์จากโปรแกรมนั้นได้เลย

 

สแกนเอกสารได้ผ่านทางแอปของ Canon ด้วยกล้องมือถือเลยซอฟต์แวร์ของ Canon ช่วยปรับสเกลของภาพให้เหมือนสแกนมาตรงๆ ได้ด้วยสแกนเสร็จ ก็พิมพ์ได้เลย

 

หรือหากใครใช้สมาร์ทโฟน แนะนำให้ติดตั้งสองแอป คือ Canon PRINT Inkjet/SELPHY และ Canon PRINT Business ครับ มีทั้งเวอร์ชันบน Android และ iOS เลย ตัว Canon PRINT Business จะเพิ่มความสามารถในการสแกนเอกสารด้วยกล้องมือถือให้กับ Canon PRINT Inkjet/SELPHY ได้ (ในกรณีของ Android แต่ iOS นี่ผมไม่แน่ใจ เพราะไม่มีเครื่องให้ลอง)

ตัว Canon PRINT Inkjet/SELPHY เนี่ย สามารถใช้สั่งงาน Canon Pixma G3000 ได้หลากหลายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสั่งพิมพ์งานเอกสาร พิมพ์รูปภาพ จากตัวสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเอง หรือจะสั่งทำสำเนาก็ได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์

 

ปุ่มควบคุมต่างๆ บนตัวเครื่อง เพื่อกรณีใช้งานแบบ Standalone

 

และ Canon Pixma G3000 เองก็มีปุ่มควบคุมเครื่องมาให้ในระดับนึงอยู่แล้ว จึงสามารถใช้งานในฐานะ Standalone ได้ด้วย ซึ่งหลักๆ ก็คือการสั่งถ่ายเอกสารสีหรือขาวดำนั่นแหละครับ

ผมไม่มีโอกาสได้ทดสอบเต็มๆ กับการพิมพ์สีและขาวดำว่าแท็งก์นึงพิมพ์ได้กี่แผ่น (และผมก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีนักรีวิวคนไหนความพยายามสูงขนาดนั้น) แต่จากสเปกของทาง Canon เขาว่าสามารถพิมพ์ขาวดำได้สูงสุด 6,000 แผ่น และสีได้สูงสุด 7,000 แผ่นกันเลยทีเดียว

 

บทสรุปการทดลองใช้งาน Canon Pixma G3000

สนนราคาของตัวเครื่องคือ 6,490 บาท อยู่ในเกณฑ์ราคากลางๆ สำหรับพวกเครื่องพริ้นเตอร์ในสมัยนี้ ซึ่งหากใครมองหาแบบที่เน้นประหยัดเข้าว่า ก็อาจจะไม่ได้พิจารณา Canon Pixma G3000 ครับ เพราะราคาประมาณนี้ อาจจะได้เครื่องพริ้นเตอร์เลเซอร์สีกันเลยทีเดียว (วันก่อนแอบไปเดินเห็น … แต่ต้องไม่ลืมว่า ผงหมึกของเลเซอร์พริ้นเตอร์เนี่ยราคามันก็ใช่ย่อยอยู่)

มองในแง่ของลูกเล่นที่ได้ และหากเราได้ใช้ครบเครื่อง ผมว่า Canon Pixma G3000 นี่ตอบโจทย์ดีนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับครอบครัวที่สมาชิกทุกคนต่างก็จะใช้พริ้นเตอร์กัน เพราะการเชื่อมต่อผ่าน WiFi มันอำนวยความสะดวกกับอุปกรณ์ที่หลากหลายกว่าด้วยล่ะ

รายละเอียดเพิ่มเติม ดูที่เว็บไซต์ Canon โลด

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: