ZTE Blade S7 สมาร์ทโฟนหมื่นต้น แต่ครบเครื่อง

ZTE Blade S7

โค้งสุดท้ายช่วงปลายปี ZTE เขาส่ง Blade S7 เข้ามาวางจำหน่ายในตลาดประเทศไทย ด้วยราคา 11,900 บาท เพื่อเจาะตลาดผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนที่เน้นความคุ้มค่า ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ โดยตัวนี้เน้นไปที่ความครบเครื่องของสเปก และดีไซน์ที่สวยงาม ดูหรูหรา ด้วยบอดี้อลูมิเนียม และดีไซน์กระจกหน้าหลังครับ ซึ่งถ้าให้ผมอธิบาย ก็คงจะเป็นการผสมผสานดีไซน์ของ iPhone 5s ร่วมกับ Samsung Galaxy S6 ละมั้ง

คือแม้ผมจะแซะแบบนี้ แต่จริงๆ แล้ว มันคือการผสมผสานที่ลงตัว และดูโดดเด่นนะ ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ สีสันครับ รุ่นสีเขียวมะนาว (หรือจะเหลืองมะนาวดี) ซึ่งเป็นตัวที่ผมได้มารีวิวมันสวยมากทีเดียว

 

รูปร่างหน้าตาของ ZTE Blade S7

มันให้ความรู้สึกคล้ายๆ iPhone 5s หรือ iPhone 6 อยู่นิดๆ ในขณะที่ได้กลิ่นอายของ Samsung Galaxy S6 ด้วยดีไซน์กระจกหน้าและหลัง แต่อย่างที่ผมบอก มันคือการผสมผสานกันอย่างลงตัวของจุดเด่นของสมาร์ทโฟนยอดฮิตทั้งสอง ซึ่งตรงนี้ถือว่า ZTE ทำได้ดี … ตัวกระจกด้านหน้าและด้านหลัง เป็นดีไซน์แบบ 2.5D โค้งนูนเล็กๆ จับแล้วสบายมือทีเดียว

 

ด้านหน้าของ ZTE Blade S7

 

ด้านหน้าของ ZTE Blade S7 เป็นหน้าจอแสดงผลขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล (ความหนาแน่นพิกเซล 441ppi) มาพร้อมกับปุ่มด้านหน้า 3 ปุ่ม คือ Back, Home และ Menu และนอกจากนั้นก็มีกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซลแบบออโต้โฟกัส พร้อมแฟลชด้านหน้าอีก มีไฟ LED สำหรับแสดงสถานะ เซ็นเซอร์วัดแสง เซ็นเซอร์ Proximity กับลำโพงของโทรศัพท์

 

ปุ่ม Home ที่สแกนลายนิ้วมือได้

 

ปุ่ม Home ที่เห็นเนี่ย ตามสมัยนิยมครับ เป็นปุ่มสแกนลายนิ้วมือด้วยในตัว และเป็นแบบที่ไม่ต้องปาดนิ้วให้วุ่นวาย แค่วางแตะไว้ก็สแกนแล้ว ระดับเดียวกับพวกสมาร์ทโฟนไฮเอนด์กันเลยทีเดียว

 

ZTE Blade S7 ด้านหลัง

กล้องหลังของของ ZTE Blade S7 มีนูนออกมานิดหน่อย

 

ด้านหลังของ ZTE Blade S7 อย่างมี่บอก เป็นดีไซน์กระจก มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เป็นขอบโลหะนูนออกมาจากตัวเครื่องนิดหน่อย มี LED Flash และมีส่วนที่เหมือนจะเป็นเซ็นเซอร์อยู่ แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นเซ็นเซอร์อะไร

 

ZTE Blade S7 ด้านบน

ZTE Blade S7 ด้านล่าง

 

ด้านบนของตัวเครื่องก็จะมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียง ด้านล่างเนี่ยมีพอร์ต Micro USB 2.0 กับรูไมโครโฟนสำหรับสนทนาโทรศัพท์และบันทึกเสียง และดีไซน์ที่เหมือนจะเป็นลำโพงสองข้าง ไอ้เราก็ดีใจในตอนแรก คิดว่าจะเป็นลำโพงสเตริโอ หรืออย่างน้อยๆ ก็เป็นโมโนแบบสองลำโพง แต่ที่ไหนได้ ลำโพงมีแค่อันเดียวนั่นแหละ คือด้านซ้าย ส่วนอีกข้างอ่ะ มันเป็นดีไซน์หลอก ให้ดูสมมาตร -_-”

 

ZTE Blade S7 ด้านขวา

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องเรียบง่าย เพราะทุกอย่างมันไปอยู่ที่ด้านขวากันหมด ตั้งแต่ปุ่ม Volume ยันปุ่ม Power และช่องใส่ Micro SIM card และ MicroSD card ซึ่งมาตามสมัยนิยมอีกนั่นแหละ คือ จะเลือกใช้งานแบบ 2 ซิมด้วยการใส่ Micro SIM card ทั้งคู่ หรือจะเลือกใช้ซิมเดียว แล้วอีกช่องใส่ MicroSD card แทนก็ตามสะดวก

โดยสรุปแล้ว ในเรื่องของดีไซน์ แม้จะมีเรื่องให้แซะว่าเป็นการผสมผสานกลิ่นอายสมาร์ทโฟนสองแบรนด์ยอดนิยม แต่ผมก็ต้องขอชมว่าเป็นการผสมผสานที่ทำออกมาได้ดี และถ้าให้ผมเลือกผมขอเลือกสีเขียวมะนาวครับ เข้ากันดีมาก (และเอามาใช้คู่กับ Sony NW-A25 กับ h.ear on ด้วยคงแจ่ม)

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน ZTE Blade S7

สำหรับสมาร์ทโฟนสนนราคา 11,900 บาทแบบนี้ การเลือกใช้ชิปเซ็ตประมวลผลเป็น Qualcomm Snapdragon 615 ผมว่าเป็นเรื่องปกตินะ (สมาร์ทโฟนราคาเจ็ดพันต้นอย่าง obi worldphone sf1 ยังเลือกใช้ชิปเซ็ตนี้เลย) และเจ้านี่ให้แรมมาจัดเต็ม 3GB กับ Internal storage 32GB เลยทีเดียว ผมเลยค่อนข้างคาดหวังว่าจะได้ประสบการณ์ในการใช้งานค่อนข้างดีจากเจ้านี่

 

UI ของ ZTE คือ ให้เลือกวางไอคอนและ Widget รวมๆ กันได้

 

สไตล์การใช้งาน ZTE Blade S7 จะยึดแนวทางเดียวกับ iPhone ซึ่งเป็นแบบที่ผมชอบ และพวกสมาร์ทโฟนจากแดนมังกร 9 ใน 10 จะมาแนวนี้ คือ มีแต่หน้า Home screen ที่ใส่ไว้ทั้ง Widget และ Shortcut icon สำหรับเข้าถึงแอปต่างๆ และเราก็สามารถจัดระเบียบของไอคอนต่างๆ ได้หลายหลาย รวมถึงการเอามารวมกันเป็นโฟลเดอร์ด้วย

User Interface ของ ZTE Blade S7 คือ MiFavor UI ครับ ใช้งานได้ค่อนข้างง่ายทีเดียว การดึงเอา Notifications ลงมาทำได้ง่ายกว่า Android smartphone ทั่วๆ ไป ถ้าอยู่บนหน้า Home screen ก็แค่ปาดนิ้วจากบนลงล่างจากตรงไหนของหน้าจอก็ได้ และเข้าถึงพวกเมนูสำหรับ Home screen ได้ง่ายด้วยการปาดนิ้วจากด้านล่างขึ้นด้านบน จากตรงไหนของหน้าจอก็ได้เช่นกัน … และ Gesture นี่ก็ฉลาดพอที่จะไม่ทำงาน เวลาที่อยู่ในแอปอื่น เพื่อไม่ให้ไปสับสนกับการปาดนิ้วเพื่อ Scroll หน้าจอครับ

 

ปุ่มสแกนลายนิ้วมือของ ZTE Blade S7

 

จุดเด่นในการใช้งาน ZTE Blade S7 นี่คือลูกเล่นด้าน Security ละครับ เพราะปกติแล้วมันต้องเป็นสมาร์ทโฟนราคาระดับหมื่นกลางๆ ขึ้นไป แต่นี่หมื่นต้นๆ ก็มีระบบสแกนลายนิ้วมือแล้ว และมันก็ทำได้ค่อนข้างดีซะด้วยสิ

 

ปลดล็อกหน้าจอ ZTE Blade S7 ด้วยการสแกนภาพดวงตาได้

 

ที่เพิ่มเข้ามานอกเหนือไปจากที่ชาวบ้านเขามีกัน ก็คือการปลดล็อกหน้าจอด้วยการสแกนภาพดวงตาครับ … ไม่ใช่การสแกนม่านตาอย่างที่เราเห็นในหนังนะ แต่เป็นอัลกอริธึ่มในการตรวจสอบรูปร่างของดวงตา ประมาณนั้น จริงๆ มันก็คล้ายๆ กับการสแกนใบหน้านั่นแหละ ซึ่งอันนี้ผมเองก็เคยลองใน ZTE Axon Elite ไปแล้ว … มันดู “ว้าว” ดีครับ แต่ผมว่ามันไม่เวิร์คซักเท่าไหร่ และการสแกนลายนิ้วมือมันสะดวกกว่าเยอะ และได้ผลลัพธ์ไม่แพ้กัน

นอกจากนี้ก็ยังมีการตั้งค่าในส่วนของ Gesture & Motion ที่มีความหลากหลายต่างๆ ซึ่งเราสามารถเลือกเปิดใช้ได้เป็นอันๆ และเรียนรู้ว่าจะใช้งานมันยังไง … ไม่ใช่ลูกเล่นใหม่ที่ว้าวอะไร และมีหลายๆ แบรนด์เขาก็มีให้ใช้กันอยู่แล้ว แต่หากเลือกเปิดใช้ตามสไตล์การใช้งานของเรา มันก็ช่วยอำนวยความสะดวกได้ไม่มากก็น้อยล่ะ (แต่แลกมาด้วยการที่จะกินแบตขึ้นไปอีกหน่อยด้วยอ่ะนะ)

มาดูที่แอปกันบ้าง ZTE Blade S7 ก็มีแอปมาให้พอประมาณตามที่สมาร์ทโฟนพึงจะมี ไม่ว่าจะเป็นแอปบันทึกเสียง แอปเล่นเพลง แอปเล่นวิดีโอ และเพราะเจ้านี่ใช้ชิป Snapdragon 615 เลยรองรับ FM Radio ด้วย ฉะนั้นหากเสียบหูฟังแล้ว ก็สามารถใช้ฟังวิทยุ FM ได้นะ

ที่แปลกใจสำหรับผมคือ มันจะมีแอปสำหรับเคลียร์หน่วยความจำทำไมเยอะแยะ ทั้ง Task Manager, Clean Master และ Accelerator -_-” … แต่ก็เป็นไปตามสไตล์สมาร์ทโฟนจากจีนแผ่นดินใหญ่ ที่มันจะต้องมี Clean Master และ AVG Antivirus มาให้ด้วยอะนะ

การพกพา ZTE Blade S7 นี่ ด้วยขนาดเครื่องที่ไม่ใหญ่ ส่วนนึงอานิสงส์มาจากขอบจอที่เล็กมากๆ ระดับเดียวกับพวก Galaxy S6 หรือ Galaxy Note 5 เลยยังไงยังงั้น ทำให้จะพกใส่กระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าเสื้อก็ไซส์กำลังดี แต่น้ำหนักตัวเครื่อง 131 กรัม อันเป็นผลมาจากบอดี้อลูมิเนียมและดีไซน์กระจกนี่ ทำให้แอบถ่วงกระเป๋าเสื้ออยู่เหมือนกันอะนะ และถ้าเป็นไปได้ ใส่เคสกันกระแทกซักหน่อยเหอะครับ เพราะดีไซน์ทั้งอลูมิเนียมที่เป็นโลหะนิ่ม กับกระจกหน้าหลังที่แม้จะเป็น Gorilla Glass 3 แต่มันก็ค่อนข้างอ่อนไหวต่อการตกกระแทกนะ เดี๋ยวจะบุบแตกไปซะเปล่าๆ

 

ดูคลิป 1080p บน ZTE Blade S7

 

มาที่เรื่องของการใช้งานด้านมัลติมีเดียกันบ้างครับ แน่นอน ในแง่ของการเล่นวิดีโอเนี่ย ชิป Snapdragon 615 นี่แรงพอจะเล่นไฟล์วิดีโอ 1080p ได้สบายๆ ล่ะ (และเผลอๆ นะ อีกซัก 1-2 ปี สมาร์ทโฟนราคาประมาณนี้ก็คงดูไฟล์ 4K ได้ล่ะ) หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ก็ให้สีสันที่โอเค มุมมองของภาพที่ชัดมาก หน้าจอ 5 นิ้วก็ใหญ่ระดับนึง พอที่จะเอาไว้ดูคลิปเพลินๆ ได้

ในแง่ของคุณภาพเสียง แม้ ZTE Blade S7 จะไม่ได้ให้น้ำเสียงสุดยอดก็ตาม (แน่ล่ะ นี่มันลำโพงมือถือนะ) แต่ปรับแต่งให้แสดงผลออกมาได้ดีเลยทีเดียว มีความชัดเจน ให้ความรู้สึกของน้ำหนักหรือ Attack ได้ ปรับแต่งย่านเสียงออกมาได้ลงตัว ไม่แหลมแทงหู กระด้าง หรือเบลอ ให้รายละเอียดต่างๆ ได้ดี จุดสังเกตกึ่งแนะนำคือ ให้เปิดระดับเสียงไว้ที่ประมาณ 60-70% เนื่องจากหากเร่งเกินไปกว่านี้ นอกจากเสียงจะไม่ได้ดังขึ้นนัก ลำโพงดูท่าจะเปล่งเสียงถึงขีดจำกัดของมัน ทำให้เสียงเริ่มมีอาการพร่าและฟุ้ง

ต่อมาทดสอบด้วยการฟังผ่าน Apple EarPods ให้น้ำเสียงที่เป็นธรรมชาติดี เนื้อเสียงค่อนข้างดี มีมิติทั้งกว้างและลึก ย่านเสียงสูงกลางต่ำสมดุลกันดี แม้เสียงตำ่จะมาน้อยและเล็กไปหน่อยแต่ก็ไม่ถึงกับทำให้เสียอรรถรสไป ถือว่าเป็นมือถือที่ใช้ฟังเพลงได้ดีเลยทีเดียวๆ ระบบขยายเสียงทำได้เกือบดีแล้ว ให้โทนเสียงเดิมได้ดี แต่จะพร่าเบลอมากขึ้นเมื่อเร่งเสียงมากๆ

 

เกม Real Racing 3 บน ZTE Blade S7

 

สำหรับการเล่นเกมนั้น แน่นอน ชิปเซ็ต Snapdragon 615 นี่ก็แรงพอจะเล่นเกม 3D ได้สบายๆ ครับ แน่นอน อาจจะไม่ได้แรงขนาดเล่นเกมกราฟิกแจ่มสุดๆ ได้เหมือนพวกไฮเอนด์ทั้งหลาย แต่ว่าก็ได้กราฟิกที่ดีในระดับนึงเลยทีเดียว อย่างผมลองเล่น Real Racing 3 นี่ก็ได้รายละเอียดกราฟิกดี และการเล่นเกมก็ลื่นไหลทีเดียว

ตัวเครื่องขนาด 5 นิ้ว แต่ด้วยดีไซน์ที่ทำขอบหน้าจอซะบางเฉียบ และมีน้ำหนักในระดับนึง มันก็ไม่ทำให้รู้สึกลำบากเวลาเล่น และการเล่นก็ได้อรรถรสดีทีเดีว … จะรู้สึกขัดๆ อยู่บ้างก็คือตำแหน่งลำโพง ที่มันไปโดนอุ้งมืออุดเวลาเล่นเกม ทำให้เสียงที่ได้ยินมันไม่คงที่เท่าไหร่ ประสบการณ์ด้านเสียงเลยไม่ดี ยกเว้นจะใส่หูฟังเวลาเล่นเกมอ่ะ

 

ทดลองใช้งาน ZTE Blade S7 ถ่ายรูป

User Interface กล้องของ ZTE Blade S7

 

ลองเอาไปเดินถ่ายรูปเล่นดูบ้างครับ ในเรื่องของซอฟต์แวร์ ถือว่า ZTE มีซอฟต์แวร์ที่โอเคระดับนึงเลยนะ … ลูกเล่นของซอฟต์แวร์ก็ดีครับ โหมดโปรนี่มี Tools ต่างๆ ให้เลือกใช้ ที่ช่วยให้เราสามารถตั้งค่าในการถ่ายภาพต่างๆ ได้มากมายครับ มีกระทั่งลูกเล่นในการแยกจุดวัดโฟกัสและวัดแสงด้วย

 

ภาพโดย ZTE Blade S7

ภาพโดย ZTE Blade S7

ภาพโดย ZTE Blade S7

ภาพโดย ZTE Blade S7

 

กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลของ ZTE Blade S7 ก็ให้ภาพที่ค่อนข้างจะโอเคทีเดียวนะครับ ภาพที่ถ่ายออกมาค่อนข้างดูดี ภายใต้แสงที่เหมาะสม แม้จะเป็นในเวลากลางคืนก็ตาม แต่มันมีข้อจำกัดในเรื่องความฉลาดของซอฟต์แวร์อยู่หน่อยครับ อย่างแรกเลยคือ ความฉลาดในการวัดแสงครับ กล้องจะพยายามปรับความสว่างของภาพให้สว่างที่สุด เพื่อให้ได้เห็นรายละเอียดของภาพ แต่มันจบลงด้วยการทำให้ภาพออกมา Overexposure ในหลายๆ กรณี

 

ภาพโดย ZTE Blade S7

ภาพโดย ZTE Blade S7

 

ปัญหามันยังอยู่ตรงที่ตอนวัดแสงนี่แหละ พอแตะไปที่จุดสว่างของภาพ เพื่อลดความ Overexposure ลงมา ภาพมันมืดตึ้บลงไปจนแทบกลายเป็นบรรยากาศยามเย็น ไม่ก็ยามค่ำไปเลยอ่ะครับ … ในกรณีที่เจอสถานการณ์แบบนี้ คำแนะนำของผมคือ ใช้โหมด HDR จะช่วยให้ถ่ายภาพได้ค่อนข้างดีกว่า และไม่เจอกับอาการ Overexposure มากนัก

 

ภาพโดย ZTE Blade S7

 

ส่วนอีกปัญหานึง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นตอนถ่ายภาพยามเช้า กับท้องฟ้าคือ ภาพออกมาติดโทนม่วงอ่ะครับ อย่างในรูปด้านล่างเนี่ย ผมถ่ายยามเช้าจากหน้าต่างห้องพักที่เขาใหญ่ (แอบเคืองตรงที่ดันมีโรงงานปูนอยู่ตรงนั้น วิวเลยแย่เลย) ตรงนี้คือ Auto white balance มันทำงานได้ไม่ค่อยดีนัก

 

ภาพโดย ZTE Blade S7

 

แต่ในภาพรวม ก็ถือว่าคุณภาพของกล้องทำออกมาได้โอเคนะ ในสถานการณ์ทั่วๆ ไป … ส่วนปัญหาที่เกิด หากเลือกปรับแต่งแบบ Manual ละก็ มันก็ช่วยเคลียร์ปัญหาไปได้อยู่ เพียงแค่ว่ามันจะวุ่นวายสำหรับคนใช้งานทั่วไปน่ะครับ

 

กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลชของ ZTE Blade S7

 

กล้องหน้าความละเอียด 13 ล้าน พร้อม LED Flash ถือว่าให้คุณภาพได้สมกับที่เป็นเซ็นเซอร์ 13 ล้านพิกเซลอยู่นะ แต่ซอฟต์แวร์ในโหมด Beauty ผมว่ามันปรับเยอะไปหน่อย จนทำให้รู้สึกเหมือนหลอกลวงยังไงไม่รู้ดิ (ฮา)​ แต่ขออภัยที่ไม่มีภาพตัวอย่างให้ดู เพราะหนังหน้าไม่ดีพอให้เอามาอวด (จริงๆ คือ ไม่อยู่ในอารมณ์อวดโฉมหน้า … หุหุ)

การถ่ายวิดีโอก็ถือว่าโอเคนะครับ แม้จะไม่ได้แจ่มขนาดถ่ายความละเอียด 4K ได้ แต่ด้วยประสิทธิภาพของชิปเซ็ต การถ่ายวิดีโอ 1080p ก็ไม่ใช่ปัญหาเลย และทำออกมาได้ค่อนข้างดีครับ

 

บทสรุปการรีวิว ZTE Blade S7

สนนราคาค่าตัว 11,900 บาท ถือว่าเจ้า ZTE Blade S7 นี่ดีไซน์สวยทีเดียว การเลือกใช้วัสดุก็ทำให้ดูรู้สึกหรูหราด้วย สเปกแม้จะไม่ได้สูงปรี๊ด และหากพิจารณากับคู่แข่งในปัจจุบันแล้ว ก็ยังถือว่าไม่สูงมาก เพราะสเปกประมาณนี้ วัสดุที่ใกล้เคียงกัน คือ บอดี้เป็นอลูมิเนียม สามารถหาได้ที่ราคาประมาณ 7-8 พันด้วย เพียงแต่จุดขายของ ZTE น่าจะอยู่ที่เรื่องของ ROM และ ดีไซน์มากกว่า

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: