รีวิว Samsung Galaxy Gear S2 … เมื่อ Samsung ดูจะคลำมาถูกทางขึ้นเรื่อยๆ

Print Friendly

Galaxy Gear S2

Samsung ถือเป็นเจ้าแรกๆ ของแบรนด์ใหญ่ที่ก้าวมาจับตลาด Wearable device  จำพวก Smartwatch กับ Samsung Galaxy ตระกูล Gear แต่ทำมาตั้ง 5 รุ่นแล้ว ตั้งกะ Gear 1, Gear 2, Gear Fit, Gear Live ยันมาถึง Gear S มันก็เหมือนกับ Samsung ยังจับจุดไม่ถูกซะทีว่า Wearable device ของตัวเองจะเป็นแนวไหนดี (ซึ่งจริงๆ ผมชอบแนวของ Gear Fit นะ มันเป็น Category นึงได้เลยนะ) และมันก็เรื่อยมาจนถึง Samsung Galaxy Gear S2 นี่จนได้

Smartwatch ณ​ ตอนนี้ก็ยังเป็นอะไรที่รีวิวแล้วยังสนุกอยู่บ้าง เพราะจนถึงตอนนี้ มันยังไม่มีใครที่ไหน หรือแบรนด์อะไรที่ตีโจทย์แตกครับ มีแต่ยี่ห้อหรือรุ่นที่พอจะตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานเป็นคนๆ ไปซะมากกว่า แล้ว Samsung Galaxy Gear S2 นี่เป็นยังไงบ้าง?!?

 

Samsung Galaxy Gear S2 กับดีไซน์ใหม่ (อีกแล้ว)

ตอนเป็น Gear 1, Gear 2 และ Gear Live นั้น Samsung ออกมาแนวจอสี่เหลี่ยม ส่วน Gear Fit นี่เน้นจอโค้ง เล็กๆ แคบๆ เป็นแนวยาว และ Gear S จะคล้ายๆ การรวมร่างของ Gera 1/Gear 2/Gear Live บวกกับ Gear Fit คือ จอสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ แต่เป็นจอโค้ง ซึ่งสุดท้าย จนแล้วจนรอด มันก็ยังไม่บูมเป็นโกโก้ครั้นช์อ่ะ

แต่ระหว่างนั้นมันมีเทรนด์นึงที่โผล่มาครับ คือ Smartwatch ที่เป็นจอกลม ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ค่อนข้างโอเคทีเดียว หลายคนบอกว่ามันสวย และก็เพราะเหตุนั้นละมั้ง Samsung Galaxy Gear S2 ถึงได้ออกมาเป็นหน้าจอกลมครับ

 

Samsung Galaxy Gear S2 ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ Samsung Galaxy Gear S2 เป็นแบบในรูปด้านบนอ่ะครับ จริงๆ แล้ว Gear S2 นี่มีสองรุ่น คือ Sport กับ Classic … รุ่น Sport จะใหญ่กว่ารุ่น Classic นิดหน่อย จริงๆ ผมชอบรุ่น Classic มากกว่า แต่เขาส่งรุ่น Sport มาให้ก็รีวิวกันไป (หุหุ) บอดี้ของ Galaxy Gear S2 นี่เป็นสแตนเลสครับ ส่วนสายนี่ถ้ารุ่น Sport จะเป็นยาง แต่รุ่น Classic จะเป็นหนัง (ราคา Sport คือ 9,900 บาท ส่วน Classic จะเป็น 11,900 บาท)

หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ sAMOLED ขนาดแสดงผล 1.2 นิ้ว ความละเอียด 360×360 พิกเซล (ความหนาแน่นพิกเซล 302ppi) ตรงขอบหน้าปัดมันทำหน้าที่เป็น Scroll wheel หมุนได้ ในขณะที่ด้านขวาของหน้าจอก็มีปุ่มสองปุ่ม อันบนเป็นปุ่ม Back ส่วนอันล่างคือปุ่ม Home

 

Samsung Galaxy Gear S2 ด้านหลัง

 

ส่วนด้านหลังของ Samsung Galaxy Gear S2 นี่มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ด้วย … ตัวเรือนนี่ตามสเปกเขาว่าสามารถกันฝุ่นกันน้ำได้ระดับ IP68 (คิดตาม IP Code แล้ว มันคือ กันฝุ่นแน่นหนา ฝุ่นไม่เข้าไปในตัวเครื่องแน่นอน และกันน้ำที่ระดับลึกกว่า 1 เมตร แต่ส่วนมากก็จะกันได้ถึงประมาณ 3 เมตร)

 

ทดลองใช้ Samsung Galaxy Gear S2

ลองเอามาใช้งานครับ การใส่ออกนอกสถานที่บอกได้เลยว่าโอเคนะ หน้าจอแสดงผล ถ้าปรับแบบสว่างสุดติ่ง มันสู้แสงแดดยามสายถึงยามบ่ายได้สบายๆ ครับ ซ้อนพี่วิวไปหาแฟน ก็ยังสามารถดูเวลาได้สบายๆ อยู่ … นี่ขนาดถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลยังถ่ายหน้าจอติดอ่ะ

 

หน้าจอสว่างพอจะสู้แดดได้ (แต่ต้องปรับความสว่างเต็มเหนี่ยว)

 

หน้าปัดนาฬิกานี่สามารถเปลี่ยนได้ตามใจชอบ ก็ตามสไตล์ของพวก Smartwatch เขาล่ะ ซึ่งมันจะมีแบบ Built-in มาให้ระดับนึงอยู่แล้ว และสามารถดาวน์โหลดเพิ่มได้อีก โดยผ่านทางแอป Gear Manager ของ Samsung เขา ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลากหลายอยู่

 

User Interface ของ Samsung Galaxy Gear S2

UI ของ Samsung Galaxy Gear S2 เข้ากับหน้าจอกลมๆ ดี และใช้คู่กับการหมุนหน้าปัดได้ดี

 

องค์ประกอบของ User Interface ของ Samsung Galaxy ประกอบไปด้วยสี่ส่วนหลักๆ คือ Watch face, Notifications, Widgets และ App tray ครับ

  • Watch face ก็คิดซะว่ามันคือหน้าแรกของนาฬิกาก็แล้วกัน เป็นนาฬิกาทั้งทีก็ต้องดูเวลาได้ หน้านี้ก็เลยเป็นหน้าหลัก
  • Notifications เป็นหน้าจอแสดงการแจ้งเตือน ซึ่งจะเลือกได้ว่าจะเอาการแจ้งเตือนจากแอปอะไรบ้าง และการแจ้งเตือนนี้ก็รองรับภาษาไทย และหลากหลายภาษาได้พร้อมๆ กันดีอยู่ และบางแอปก็ให้เราอ่านเนื้อหาของการแจ้งเตือนได้ในระดับนึงด้วย

 

การแจ้งเตือนของ Samsung Galaxy Gear S2

อ่านเนื้อหาบางส่วนของการแจ้งเตือนได้บนหน้าจอเลย

 

  • Widgets ก็ให้คิดซะว่าคล้ายๆ กับ Widget บน Android smartphone เพียงแต่จะเป็นแบบหน้าจอนึงก็จะเป็น Widget นึงเลย เลือกได้ครับว่าจะเอาอะไรมาแปะ โดยเพิ่มได้จากตัว Gear S2 เลย ไม่ต้องมาวุ่นวายกับแอปบนสมาร์ทโฟน

 

Widget แสดงสภาพอากาศ

 

  • และสุดท้ายคือ App tray ที่เอาไว้เข้าถึงแอปต่างๆ ที่มีอยู่ในตัวเครื่อง หรือแอปที่เราดาวน์โหลดมาติดตั้งเพิ่ม ซึ่งแม้ว่าจะทำ Gear มาหลายรุ่นและต้องการแอปที่แตกต่างกันออกไป แต่พอออกรุ่นใหม่มา ด้วยความที่เป็นแบรนด์ใหญ่ระดับโลก ก็มีนักพัฒนาพร้อมจะมาทำแอปให้ และสามารถดึงดูดแอปชื่อดังมาทำแอปบนแพลตฟอร์มผ

 

ขอบหน้าปัดเป็น scroll wheel

 

User Interface ของ Gear S2 นั้น ทำออกมาสอดคล้องกับหน้าจอแบบวงกลมได้ดีทีเดียว และการใช้งานแบบผสมผสานระหว่างหน้าจอสัมผัสกับการบิดขอบหน้าปัดนาฬิกา ผมว่ามันทำออกมาได้เข้าขากันดี … อย่างไรก็ดี ผมยังแอบรู้สึกว่า Flow ในการใช้งานมันยังขัดๆ อยู่นิดๆ และปุ่มกดสองปุ่มบนตัวเครื่อง มันไม่ค่อยได้ถูกใช้งาน เพราะการกด Back สามารถทำได้ด้วยการใช้ Gesture คือ ปาดนิ้วจากด้านบนของหน้าจอลงด้านล่าง ฉะนั้น หาก Samsung ใช้วิธีปาดจากด้านล่างขึ้นด้านบนเพื่อเข้า App tray เลย มันก็จะทำให้สะดวกขึ้นด้วยนะ

การผสมผสานการใช้งานร่วมกับหูฟังบลูทูธก็ทำได้ดีทีเดียวครับ เพราะเจ้า Gear S2 นี่มีแต่ไมค์เอาไว้ใช้งานพวก S Voice แต่ไม่ได้เอาไว้โทรศัพท์ ฉะนั้นการสนทนาโทรศัพท์ผ่านบลูทูธก็เลยไม่ต้องห่วงเรื่องการเซ็ตอัพอะไรแบบนี้

 

ตอนขับรถ Samsung Galaxy Gear S2 ช่วยได้เยอะ ในการรับแจ้งเตือนหรือรับโทรศัพท์

 

สำหรับผมแล้ว Samsung Galaxy Gear S2 ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการใช้งาน Smartphone ของผมได้ดีทีเดียว การแจ้งเตือนต่างๆ ไม่ว่าจะตารางนัดหมาย ข้อความ LINE เข้า หรือแม้แต่ตอนมีคนโทรเข้ามา เพียงแต่ว่าถ้าจะให้สมบูรณ์ ก็อาจจะต้องมีหูฟังบลูทูธหน่อย

สำหรับคนชอบออกกำลังกาย แนะนำว่าใช้รุ่น Sport จะดีกว่ารุ่น Classic แน่นอน และด้วยคุณสมบัติการนับก้าว วัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ และเชื่อมต่อกับ S Health ได้ หรือจะเชื่อมต่อกับแอปยอดฮิตอย่าง Nike+ มันก็ตอบโจทย์คนรักการออกกำลังกายดีอยู่

 

การชาร์จแบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy Gear S2 งวดนี้ ได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมซะที จากเดิมที่ต้องหา Jacket มาสวม แล้วเสียบสาย Micro USB ซึ่งไม่สะดวกอย่างแรง ก็เปลี่ยนมาเป็นการชาร์จแบบไร้สาย ที่แท่นชาร์จทำหน้าที่เป็นเหมือนแท่นวางนาฬิกาที่ค่อนข้างจะดูดีทีเดียว

เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มๆ แล้ว Samsung Galaxy Gear S2 จะสามารถใช้งานได้ประมาณ 1-2 วันครับ แล้วแต่ว่าจะใช้งานโหดขนาดไหน เพราะระหว่างที่ผมรีวิวอยู่ ผมก็พบว่าบางวันผมก็ต้องชาร์จหลังจากใช้งานแค่วันเดียว ในขณะที่บางทีมันก็อึดอยู่ได้ตั้ง 2 วันแน่ะ

 

บทสรุปการรีวิว Samsung Galaxy Gear S2

เป็นสมาร์ทโฟนที่ดูดีครับ รุ่น Sport ก็สวย รุ่น Classic ก็ดูหรูหรา ใครที่ใช้สมาร์ทโฟนของ Samsung ที่รองรับ แล้วอยากจะมี Smartwatch เป็นคู่หู โดยที่ไม่จำกัดงบประมาณเอาไว้ซะมาก ผมว่า Samsung Galaxy Gear S2 นี่ก็น่าสนใจดี ราคามันก็ไม่ได้แพงมากมายนัก (9,900 บาท กับ 11,900 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่น)​

แต่หากรอได้ …​ ผมอยากให้รอดูทิศทางลมของ Gear S3 ครับ ว่าจะมาในทิศทางไหน … คือ ณ จุดนี้ต้องมองว่า Samsung เริ่มคลำมาถูกทางแล้วสำหรับ Smartwatch แต่ว่ายังอาจจะต้องมีการปรับอะไรอีกนิดหน่อย และเราน่าจะได้เห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้นตอน Gear S3 นั่นเอง

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: