รีวิว WD My Cloud Mirror Gen 2 จากศูนย์ถึง Cloud ในไม่ถึง 15 นาที

WD My Cloud Mirror

ของเล่นล่าสุดครับ สำหรับคนที่อยากจะมีเนื้อที่เก็บข้อมูลส่วนกลางไว้ในใช้บ้าน สร้างพื้นที่ Cloud storage ส่วนตัวเอาไว้ใช้ ไม่ง้อบริการอย่าง Dropbox หรือ Box.net อะไรประมาณนั้น แต่ไม่อยากปวดหัวกับการหัดเรียนรู้การใช้งานให้วุ่นวาย  WD My Cloud Mirror Gen 2 ที่ทาง WD เขาส่งมาให้รีวิวตัวนี้น่าจะตอบโจทย์ครับ มันเป็น NAS แบบง่ายๆ ที่แบบว่า พร้อมใช้งานและเชื่อมต่อกับ Cloud ได้ภายในเวลาอันรวดเร็วมาก

ดีไซน์ของ WD My Cloud Mirror Gen 2 นั้นก็จะเหมือนๆ กับ My Cloud Mirror Gen 1 ครับ เรียกว่าผมดูจากรูปเทียบกันแล้ว แยกกันไม่ออกเลย (เสียดายที่ไม่มีตัว Gen 1 และ Gen 2 ให้เทียบกัน) ดีไซน์ขาว มันแว้บ สวยเลยทีเดียว เอาไว้วางบนโต๊ะทำงานก็ยังดูสวยครับ

 

WD My Cloud Mirror Gen 2 ด้านหน้า

WD My Cloud Mirror Gen 2 ด้านหลัง

 

ด้านหน้าจะมีไฟ LED 3 ดวงไว้แสดงสถานะของตัวเครื่อง และฮาร์ดดิสก์ทั้งสองลูก ส่วนด้านหลังเนี่ยจะมีพอร์ต USB 3.0 ให้สองพอร์ต เอาไว้ต่อกับฮาร์ดดิสก์หรือแฟลชไดร์ฟเพิ่มเติมได้ ในกรณีที่เราอยากแชร์ข้อมูลบางอย่างภายในอุปกรณ์พวกนี้เป็นการชั่วคราว (ถ้าจะแชร์ถาวร แนะนำว่าก็อปปี้ข้อมูลไปไว้ใน WD My Cloud Gen 2 เลยดีกว่า)

แล้วก็มีพอร์ตเสียบสาย LAN ที่รองรับ Gigabit LAN กับช่องเสียบอะแด็ปเตอร์ไฟ และ Kensington Lock Slot เอาไว้สำหรับล็อกตัวเครื่อง เผื่อใครกลัวเจ้า WD My Cloud Gen 2 โดนอุ้มไป

 

ศูนย์ถึง Cloud ในเวลาไม่ถึง 15 นาที

ความง่ายคือจุดเด่นของ WD My Cloud Mirror Gen 2 นี่ครับ ทุกอย่างถูกตั้งค่ามาพร้อมในระดับนึงอยู่แล้ว คือ มีฮาร์ดดิสก์มา 2 ลูก ทำเป็น RAID1 เอาไว้ เพื่อพร้อมใช้ในฐานะ NAS สำหรับการแบ็กอัพข้อมูล และแชร์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ในเครือข่ายแล้ว

 

My Cloud OS

 

พอเชื่อมต่อเสร็จ การบริหารจัดการมันก็ง่ายแล้วล่ะครับ ด้วย My Cloud OS 3.0 ที่ปรับเปลี่ยนซะสวย ดีไซน์ Minimalist ตามสมัยนิยม (ฮา) … จริงๆ มันก็คือ ส่วนบริหารจัดการ WD My Cloud Mirror Gen 2 ผ่านหน้าเว็บไซต์นั่นแหละครับ ซึ่งตัวนี้แสดงข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ใช้งานควรทราบเอาไว้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นแสดงให้เห็นว่าความจุที่เหลือมีเท่าไหร่ เก็บไฟล์อะไรไว้บ้างกี่กิกะไบต์ สถานะของฮาร์ดดิสก์เป็นยังไง อะไรแบบเนี้ย มันจะแสดงในหน้า Dashboard หมด

 

เป็น NAS ก็ต้องสร้าง User เพื่อกำหนดสิทธิการเข้าถึงได้

ตั้งรายละเอียดการแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์ได้

 

แน่นอนว่าด้วยความเป็น NAS ก็จะต้องพร้อมสำหรับการใช้งานร่วมกับผู้ใช้งานหลายๆ คน ฉะนั้นต้องสามารถสร้างผู้ใช้งานได้ และกำหนดกลุ่มของผู้ใช้งานได้ เพื่อกำหนดสิทธิในการเข้าถึงไฟล์หรือโฟลเดอร์ภายในตัว My Cloud Mirror Gen 2 นี่ และเราสามารถสร้างโฟลเดอร์ที่จะแชร์ และกำหนดรายละเอียดการแชร์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ผ่าน FTP, WebDAV หรือ NFS จะเปิดเป็น Public ไหม (แบบแชร์ใครก็ได้ ไม่ต้องล็อกอิน) หรือจะต้องล็อกอินก่อน และผู้ใช้งานคนไหนแค่อ่านไฟล์ได้ แล้วใครเขียนได้ด้วย หรือห้ามใครเข้าถึงไฟล์หรือโฟลเดอร์ไหน

 

ตั้งค่าตัว Storage จะเลือก RAID แบบไหน

 

การตั้งค่าของ Storage ไม่ต้องไปหาโปรแกรมอะไรมาเสริม … สามารถบริหารจัดการได้จากหน้าเว็บนี้เลย ซึ่งก็มีให้เลือกหลายแบบ คือ

  • JBOD (Just a Bunch of Disk) มองฮาร์ดดิสก์เป็นลูกๆ ไป เราจะได้ฮาร์ดดิสก์ความจุเท่ากับความจุรวมของฮาร์ดดิสก์ ลูกไหนจะเสีย ก็จะไม่กระทบอีกลูก
  • Spanning อันนี้จะรวมเอาความจุของฮาร์ดดิสก์มารวมกัน แต่ต่างกันตรงที่มันจะถูกรวมเป็น Logical drive ขนาดใหญ่อันเดียว แต่ข้อเสียคือ ลูกใดลูกนึงเสีย ข้อมูลก็เสียหายเลย
  • RAID0 อันนี้คล้ายๆ Spanning และมีข้อเสียแบบเดียวกันคือ ลูกใดลูกนึงเสีย ข้อมูลก็เสียหายเลยเช่นกัน แต่มีข้อดีตรงที่มันให้ความเร็วในการเขียนข้อมูลที่สูงกว่า เพราะผลัดกันเขียนข้อมูลเข้าไปในฮาร์ดดิสก์ทั้งสองลูก
  • RAID1 อันนี้มีเป้าหมายเพราะสำรองข้อมูลเป็นหลัก เพราะมันจะเขียนข้อมูลเหมือนๆ กัน ลงฮาร์ดดิสก์ทั้งคู่ ฉะนั้นแม้ลูกใดลูกนึงจะเสียหาย อีกลูกก็จะยังคงทำงานได้ต่อ โอกาสที่ฮาร์ดดิสก์จะพังพร้อมๆ กันสองลูกในการใช้งานปกติมันยากครับ

การนำ WD My Cloud Mirror Gen 2 มาใช้ ให้คิดซะว่าเรากำลังใช้ NAS แบบ 2-bay ครับ และเราอยากจะเอามาใช้โดยเน้นเรื่องไหน … ถ้าต้องการความจุเยอะๆ เขียนข้อมูลได้เร็วๆ ก็เลือกเป็น RAID0 ครับ แต่ในกรณีนี้แบบนี้ ก็ต้องเผื่อวิธีการสำรองข้อมูลแบบอื่นไว้ด้วย … แต่หากเราคิดว่าจะเอาไว้เก็บพวกไฟล์งาน เน้นความมั่นใจ ความปลอดภัยของไฟล์ ก็แนะนำให้เลือก RAID1 ครับ มันอาจจะไม่ใช่ RAID ที่ดีที่สุด แต่สำหรับคนทั่วไปแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอครับ

 

WD SmartWare

WD SmartWare Backup

 

ผมมองการใช้งานของ WD My Cloud Mirror Gen 2 นี่ออกเป็น 2 รูปแบบหลักๆ ครับ อย่างแรกคือในแง่ของการเป็นศูนย์กลางในการสำรองข้อมูล ผ่านโปรแกรมจำพวก WD SmartWare ที่ให้เราเลือกไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการสำรองข้อมูล แล้วกำหนดช่วงเวลาที่จะสำรองข้อมูล หรือ WD Sync (มีทั้งบน Windows และ Mac) ที่ให้เราสามารถซิงก์ไฟล์แบบ Real-time กับ WD My Cloud Mirror Gen 2 นี่ได้ … หรือในกรณีของพวกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ก็สามารถเลือกดูไฟล์มัลติมีเดีย (รูปภาพ เพลง และวิดีโอ) จากบน WD My Cloud Mirror Gen 2 ได้ หรือจะอัพโหลดกลับมาก็ได้ … การเซ็ตไม่ยาก และขอแค่ตัว Router ที่บ้านรองรับ UPnP และเปิดใช้งานคุณสมบัตินี้ไว้ มันก็สามารถเข้าถึงได้จากทั่วโลกผ่านอินเทอร์เน็ตเลย

 

ใช้ Windows หรือ Mac OSX ก็สามารถเข้าถึงไฟล์ใน WD My Cloud Mirror Gen 2 จาก Windows Explorer หรือ Finder ได้เลย

 

ในการใช้งานแบบปกติ จะใช้ Windows หรือ Mac OSX ก็สามารถเข้าถึงไฟล์ใน WD My Cloud Mirror Gen 2 ได้ผ่านโปรแกรม File Explorer ได้ เช่น Windows Explorer (สำหรับ Windows) หรือ Finder (สำหรับ Mac OSX)

 

และแม้ว่าจะเป็น NAS แบบง่ายๆ แต่ WD My Cloud Mirror Gen 2 ก็สามารถติดตั้งแอปเพื่อเพิ่มความสามารถได้

รัน WordPress จาก WD My Cloud Mirror Gen 2 ได้เลย

 

WD My Cloud Mirror Gen 2 เน้นไปที่การเป็น Network Attached Storage ซะมาก แต่ก็ยังมีส่วนที่สามารถเพิ่มขีดความสามารถบางอย่างได้ โดยการติดตั้งแอปเพิ่มเติม เช่น การเชื่อมต่อกับ Dropbox เพื่อซิงก์ไฟล์บางส่วนไปสำรองข้อมูลบน Cloud storage อื่น หรือจะทำตัวเป็น Web server พร้อมติดตั้ง CMS (Content Management System) มาเรียบร้อย เช่น Joomla หรือ WordPress อะไรแบบนี้

 

บทสรุปการรีวิว WD My Cloud Mirror Gen 2

WD My Cloud Mirror Gen 2 นี่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานตามบ้านมากกว่าจะเป็นผู้ใช้งานในองค์กรครับ ตัวเดียวเนี่ย ขอความจุเยอะๆ หน่อย ก็เอาอยู่สำหรับผู้ใช้งานในบ้านที่อาจจะมีคนใช้งานพร้อมๆ กันซัก 3-4 คน โดยเอาไว้เก็บไฟล์งานผ่านการ Sync ด้วย WD Sync แล้วก็เก็บพวกไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ เอาไว้สำหรับ Streaming ไปยังอุปกรณ์อย่าง Smart TV ผ่านเทคโนโลยี dlna

ในประเทศไทย มีขาย WD My Cloud Mirror Gen 2 อยู่ 3 รุ่น คือความจุ 4TB (11,500 บาท), 6TB (14,500 บาท), 8TB (18,500 บาท) เลือกซื้อหากันตามกำลังทรัพย์ และความต้องการด้านความจุกันเลยครับ แต่อย่าลืมว่าความจุที่เห็น เป็นแบบ RAID0 นะ หากใครจะเอามาทำ RAID1 ก็หารสองด้วยนะครับ (ราคาเดิม)

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

1 Response

  1. yugioh2500 says:

    จากเท่าที่หาข้อมูลมาเหมือนตัวนี้ปรับเรื่องหน่วยประมวลผล 1.2 Ghz ไปเป็น 1.3 Ghz นะครับ
    ส่วนเรื่อง RAM 512 MB จากเท่าที่ไปสืบมาบ้างว่า Gen 1 ก็เป็นความจุเท่านี้ ส่วนกล่องแยกไม่ออกเลย (แอบงงเล็กน้อย)
    http://ireview.in.th/my-cloud-mirror-gen-2-my-cloud-os-3/

Leave a Reply

%d bloggers like this: