นาซ่าทุ่มทำ Space Pen ส่วน รัสเซียใช้ดินสอ …​ กาฝากเลยขอเล่าถึง Space Pen

Print Friendly

CH4-CES Commemorative Space Shuttle Pen & Coin Set

 

มันมีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาทางอีเมล์ตั้งกะสมัยที่ Social media ยังไม่เป็นที่นิยม ที่ว่ากันว่าสมัยที่สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต (รัสเซียเดิม) ในยุคสงครามเย็นที่แข่งกันไปอวกาศ เขาปวดหัวกับการที่ปากกาลูกลื่นทั่วไปมันใช้ในสภาพแวดล้อมที่ไร้น้ำหนักไม่ได้ ส่งผลให้สหรัฐต้องทุ่มงบวิจัยเป็นพันๆ ล้าน เพื่อคิดค้นปากกาที่สามารถใช้เขียนได้แม้สภาพไร้น้ำหนัก หรือสภาพที่อุณหภูมิสูงหลายร้อยองศาหรือเยือกแข็ง … แต่รัสเซียกลับแก้ปัญหาแบบง่ายๆ ด้วยการใช้ดินสอ

แต่จริงๆ แล้ว นี่เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นทั้งเพครับ เข้าใจว่าคนแต่งเขาแต่งเพื่อเอาไว้สำหรับเป็นกรณีศึกษาให้เข้าใจง่ายๆ ว่า บางครั้งการแก้ปัญหา มันก็ทำได้ง่ายๆ แบบคาดไม่ถึง ถ้าไม่ยึดติดกับเงื่อนไขบางอย่างมากเกินไป (อย่างในเรื่องนี้ก็คือ ทำไมต้องยึดติดว่าเป็นปากกา ทั้งๆ ที่ดินสอก็เขียนได้เหมือนกัน)

และผมก็เชื่อว่าหลายๆ ท่านก็น่าจะตระหนักแล้วว่านี่เป็นเรื่องแต่ง เพราะ Scientific American เขาก็มีบทความเรื่องนี้มาแล้ว และสำหรับเว็บในไทย jexep.net ก็เคยเขียนถึงเรื่องนี้มาแล้วเช่นกัน ซึ่งถ้าจะให้เล่าคร่าวๆ ก็คือ ทั้งนาซ่าและรัสเซียต่างก็เคยใช้ดินสอกันมาแล้วครับ เพียงแต่ในทางปฏิบัติ การใช้ดินสอในอวกาสมันอันตราย เพราะไส้ดินสอมันแตกหักได้ และภายใต้สภาวะไร้น้ำหนัก เศษเหล่านี้มันเป็นอันตรายต่อทั้งตัวมนุษย์อวกาศเอง และพวกเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่มีความละเอียดอ่อน (ต้องไม่ลืมนะครับ ไส้ดินสอเป็นคาร์บอน มันติดไฟได้ และมันนำไฟฟ้าด้วย ฉะนั้นหากเกิดไปถุกไฟก็จะไหม้ หรือหากไปติดในวงจรไฟฟ้า ก็อาจจะก่อให้เกิดการลัดวงจร)

และดินสอที่สหรัฐเขาใช้ในอวกาศ ก็ไม่ใช่ถูกๆ นะ ในบทความของ Scientific American เขาบอกว่า ด้ามนึงก็ตกเกือบ $130 เลยทีเดียว …​จึงเป็นที่มาของการที่ Fisher Pen Company เขาทุ่มงบวิจัย 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการคิดค้นปากกาที่สามารถใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสภาพไร้น้ำหนัก หรือร้อนและเย็นจัด (ก็เป็นไปตามที่เรื่องแต่งเขาเอามาใช้นั่นแหละ … สังเกตว่าเรื่องแต่งมีคนเชื่อเยอะ ก็คงเพราะมันมีความจริงเจือปนอยู่แบบนี้นี่เอง)

 

ตัวปากกา CH4-CES

 

เกริ่นมาซะยาว …​ ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เผอิญว่าผมบ้าเลือด ลองสั่งเจ้า Space Pen นี่มาลองใช้ดูน่ะ (ฮา) … อย่าเพิ่งคิดว่ามันแพงมากนะครับ เพราะ Space Pen นี่จริงๆ แล้วราคามันเริ่มที่ประมาณ $6 เท่านั้นเอง (ประมาณ 214 บาท) เพียงแต่ตัว Original รุ่น AG7 นั้น ตอนนี้ก็ $58 ล่ะ (ประมาณ 2 พันบาทนิดๆ) เดี๋ยวนี้เจ้า Space Pen ก็ไม่ใช่แค่ปากกาที่ใช้ในสถานีอวกาศหรือยาวอวกาศแล้ว พวกนักเล่นสกี หน่วยกู้ภัย หน่วยค้นหา เขาก็ใช้กันด้วยน่ะ และคนทั่วๆ ไป เขาก็ซื้อเป็นที่ระลึกกันด้วยครับ (รุ่นใหม่ๆ มีแบบหัวยางนุ่มสำหรับใช้เป็น Stylus ของแท็บเล็ตได้ด้วย)

 

CH4-CES Commemorative Space Shuttle Pen

 

ตัวที่ผมซื้อมาลองนี่เป็นรุ่น CH4-CES Commemorative Shuttle Space Pen & Coin Set ครับ ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นใหม่ต่อจากรุ่น AG7 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า และน้ำหนักเบากว่ารุ่น AG7 ครับ ปกติมันจะราคา $44 (ถูกกว่ารุ่น AG7 ด้วย) แต่ผมจัดรุ่น Commemorative เลยโดนไป $60 (ก็ไหนๆ ก็สอยมาแล้ว เลยขอแบบที่เก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ด้วยอ่ะ)

 

 

ตามสเปกแล้ว เจ้านี่สามารถเขียนได้แม้สภาพไร้น้ำหนัก (ซึ่งทดสอบได้ด้วยการเขียนแบบ Upside down หรือพูดง่ายๆ คือ เขียนแบบหงายหัวปากกาชี้ฟ้าอ่ะ) และแม้สภาพแวดล้อมจะเย็นจัดหรือร้อนจัด (-35 ถึง 120 องศาเซลเซียส) ก็ยังสามารถใช้งานได้ และอายุจัดเก็บคาดว่าจะอยู่ที่ 100 ปี (เวอร์วังมาก)

วิดีโอด้านบน สาธิตให้ดูครับว่าปากกาลูกลื่นปกติ ที่อาศัยหลักแรงโน้มถ่วงในการทำให้น้ำหมึกไหลไปที่หัวปากกา พอเอามาเขียนแบบชี้ฟ้าแล้ว (ให้คิดว่าเป็นการจำลองสภาพไร้น้ำหนัก) มันจะเขียนได้พักนึง เพราะน้ำหมึกที่ไหลลงมาตรงหัวปากกามันยังมีค้างอยู่ แต่พอน้ำหมึกส่วนนั้นหมดไป มันก็เขียนไม่ออก … แต่ถ้าเป็น Space Pen ละก็ มันจะไม่มีปัญหาในเรื่องนี้เลย (เพราะอะไรนั้น อ่านต่อไปเดี๋ยวก็จะรู้)

 

ลวดลายรูปกระสวยอวกาศบนปากกา

มีสลักให้เห็นด้วยว่าเป็น Space Pen

ปากกาแบบกด และมีปุ่มเก็บหัวปากกแบบนี้

 

ตัว Space Pen นี่ทำมาจากทองเหลืองแข็ง ชุบฮาร์ดโครมมาอย่างดี และเพราะเป็นรุ่นที่ระลึกโครงการ Space Shuttle ก็เลยมีการสลักรูปกระสวยอวกาศเอาไว้ด้วย และมีการสลักข้อความ Space Pen by Fisher USA เอาไว้ … ตัว Space Pen รุ่น CH4-CES นี้ตอนแรกผมนึกว่าเป็นแบบบิดตัวปากกาเพื่อให้หัวออกมาครับ แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นแบบกดที่ก้น เหมือนปากกาลูกลื่นแบบกดทั่วๆ ไปเลย

 

เหมือนปากกาลูกลื่นทั่วไป แต่หัวนี่เป็นทังสเตนคาร์ไบด์อย่างดี

 

เพียงแต่ตอนที่ผมลองกดหัวปากกาออกมา ผมรู้สึกได้ว่ากลไกในการดันหัวปากกาออกมา แม้จะให้ความรู้สึกคล้ายๆ กับปากกาลูกลื่นแบบกดทั่วไป แต่มันมีอะไรบางอย่างที่แตกต่างซึ่งผมก็บอกไม่ถูก แต่มันทำให้รู้สึกว่ามันน่าจะทนทานกว่าปากกาลูกลื่นแบบกดทั่วไปแน่ๆ (แหงดิ แพงกว่าอักโข)

 

แผนผังแสดงองค์ประกอบของไส้ปากกาของ Space Pen

 

ตัวหัวปากกานี่ทำมาจากทังสเตนคาร์ไบด์อย่างแข็งพิเศษ แล้วมีการออกแบบตัวซ็อกเก็ตของหัวปากกาเอาไว้เพื่อป้องกันหมึกไหลเยิ้ม (ที่มักจะพบในปากกาลูกลื่นราคาถูกๆ) … จุดเด่นของ Space Pen นี่อยู่ตรงไส้ปากกานี่แหละครับ คือ ไม่ได้ใช้หลักการของแรงโน้มถ่วงเพื่อให้หมึกไหลไปยังหัวปากกา แต่ใช้การอัดก๊าซไนโตรเจนที่แรงดันประมาณ 35psi เข้าไป เพื่อใช้เป็นตัวดันให้น้ำหมึกไหลไปยังหัวปากกา … และนี่แหละ ที่ช่วยให้สามารถเขียนในสภาพไร้น้ำหนักได้

หมึกที่ใช้ก็ไม่ใช่หมึกธรรมดานะครับ เป็น Thixotropic ink ที่ถูกซีลเป็นอย่างดีไว้ในไส้ปากกา จะไหลก็ต่อเมื่อมีการเขียนเท่านั้น ฉะนั้น หมดห่วงเรื่องหมึกไหลเยิ้มออกมาเลอะเทอะได้

 

เป็นปากกาแบบกด แต่ก็เปลี่ยนไส้ได้

 

แน่นอน ปากการาคาแพงเอาเรื่อง ถ้าหมึกหมดมันก็ต้องเปลี่ยนไส้ได้ … เจ้า CH4-CES นี่ก็สามารถบิดตัวปากกา เพื่อถอดเอาไส้ที่หมดแล้วออกมาเปลี่ยนได้ครับ ก็ต้องเลือกซื้อไส้ให้เหมาะสม ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบอยู่ ทั้งขนาดเส้นที่แตกต่างกันออกไป และสีต่างๆ

ขนาด และสี ของไส้ปากการีฟิลที่มีให้เลือก

ผมว่าโอเคนะ เขามีให้เลือกตั้ง 8 สีแน่ะ เพียงแต่หากต้องการแบบเส้นเล็กหรือเส้นหนา ก็จะมีสีให้เลือกจำกัดหน่อย … อันนึงก็ตก $6 ครับ … ข้อเสียสำหรับคนที่อาศัยอยู่นอกสหรัฐแบบผมก็คือ ค่าส่งมันแพง สั่งอันเดียวไม่คุ้ม คราวหน้าถ้าจะสั่ง ผมคงต้องสั่ง 3-4 อัน และเผลอๆ ต้องสั่งปากกามาอีกอันด้วย จะได้คุ้มค่าส่ง (ค่าส่งราวๆ $15)

ถามว่าลองใช้ CH4-CES Space Pen นี่แล้วรู้สึกยังไง?!? ผมว่า ถ้าไม่ได้ไปใช้งานในสภาวะที่แบบว่าสุดขีด มันก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกในการเขียนที่แตกต่างไปจากปากกาแบบทั่วๆ ไปครับ … แน่นอน เจ้านี่ทำการเขียนแบบทวนแรงโน้มถ่วง (เอาหัวปากกาชี้ฟ้า) ได้ ในขณะที่ปากกาลูกลื่นทั่วไปทำไม่ได้ แต่คนธรรมดาสามัญอย่างเราๆ ท่านๆ จะมีโอกาสต้องเขียนท่ายากแบบนี้บ่อยขนาดไหนล่ะ

 

บทสรุปการรีวิว Space Pen

ถ้าต้องการปากกาที่ใช้เขียนได้ทุกสถานการณ์ ทุกท่วงท่าการเขียน ผมว่า Space Pen นี่ก็น่าจะตอบโจทย์ครับ และราคามันก็ไม่ได้แพงเวอร์วัง (ก็อย่าไปซื้อรุ่นไฮโซดิ) แต่สำหรับคนธรรมดาสามัญอย่างเราๆ ท่านๆ ผมว่า ถ้าจะซื้อซักด้าม ก็ซื้อรุ่นที่ระลึกนี่แหละ แพงหน่อย ราวๆ สองพันบาท แต่มันมีคุณค่าในฐานะของที่ระลึก (ฮา)

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

1 Response

  1. cool says:

    เจ๋งมากครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: