รีวิว QNAP TAS-168 เมื่อ NAS รวมร่างกับ Android

QNAP TS-X68 Android NAS

ผมเป็นคนนึงที่ลองเล่นพวก Android box มาหลายรุ่นหลายยี่ห้ออยู่ แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อก็มีสเปกที่แตกต่างกันออกไป ลูกเล่นแตกต่างกันออกไป แต่ที่เหมือนกันมีอยู่อย่างนึงคือ ความจุมันน้อยครับ อยากได้เพิ่มต้องหา MicroSD card, Flash drive หรือแม้แต่ External HDD มาใส่เอง แต่เมื่อเร็วๆ นี้ QNAP เขาปล่อยของใหม่ออกมา เป็น Android ที่รวมร่างกับ NAS ครับ ดูน่าสนใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว ว่าแล้วก็เลยไปฉกมาจากออฟฟิศเขามาเล่นอีกแล้ว (ฮา)

 

รูปร่างหน้าตาของ QNAP TAS-168

จากข้อมูลที่ผมหาจากอินเทอร์เน็ตมาได้ จริงๆ แล้ว Android NAS ของ QNAP มีด้วยกัน 2 รุ่นใหญ่ๆ คือ TAS-268 และ TAS-168 ครับ (เรียกรวมๆ คือ TAS-x68) ตัว TAS-268 จะใหญ่กว่านิดหน่อย เพราะใส่ HDD ไปสองลูกนี่นะ แต่ก็อย่างที่บอก ผมฉกตัว TAS-168 มารีวิวครับ ฉะนั้นก็จะตัวเล็กหน่อย

 

อุปกรณที่มาพร้อมกับ QNAP TAS-168

 

ภายในแพ็กเกจ ก็จะมีตัว QNAP TAS-168 แล้วก็มีชุดอะแด็ปเตอร์แปลงไฟ สาย LAN ให้เส้นนึง แล้วก็รีโมทคอนโทรลครับ … ข้อสังเกตนิดนึงคือ เจ้านี่ไม่รองรับ WiFi ในตัว ซึ่งบอกตรงๆ ว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก และ  QNAP ควรพิจารณาเพิ่มฟีเจอร์ WiFi ในตัว ในผลิตภัณฑ์ตระกูล Android NAS ของตัวเองในอนาคต (เดี๋ยวจะอธิบายให้ว่าทำไม ตอนเขียนรีวิวการใช้งาน)

 

QNAP TAS-168 ด้านหน้า

 

ด้านหน้า ดีไซน์ดูสวยนะ ปุ่มต่างๆ ซ่อนมิดชิดดี (จนเกินไปนิด) มีปุ่ม Power มีสล็อต SD Card และ ปุ่ม Copy ที่มาพร้อมกับพอร์ต USB 3.0 ที่เอาไว้ก็อปปี้ข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์เข้าไปใน QNAP TAS-168 เลย เพื่อความสะดวก

 

QNAP TAS-168 ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ QNAP TAS-168 เป็นพอร์ตต่างๆ ครับ มี USB 2.0 ให้ 4 พอร์ต เอาไว้ต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ มีพอร์ต HDMI ไว้ต่อกับจอทีวี (ก็นี่เป็น Android box นี่นา) แล้วก็มีพอร์ต RJ-45 หรือพอร์ต LAN กับช่องเสียบอะแด็ปเตอร์ แล้วก็มีรูเล็กๆ เอาไว้รีเซ็ตด้วยครับ

 

QNAP TAS-168 ด้านล่าง

 

ด้านใต้ของ QNAP TAS-168 จะมีน็อตให้หมุนเพื่อแกะกล่องออกมาได้ครับ แต่ไม่จำเป็นต้องไปหาไขควงหรือเหรียญบาทมาขันหรอกนะ มันมีห่วงให้ใช้หมุนได้ง่ายๆ ครับ เป็นการออกแบบที่ใส่ใจเรื่องความสะดวกดี อันนี้เอาไว้เผื่อใครต้องการอัพเกรดเจ้า TAS-168 นี่นิดๆ หน่อยๆ ครับ

 

รุ่น TAS-168 ก็จะมี Seagate NAS HDD ลูกเดียว แต่ถ้าเป็น TAS-268 ก็จะเป็นสองลูก

 

ฮาร์ดดิสก์ที่มาคู่กับ QNAP TAS-x68 นั้นจะเป็น Seagate NAS HDD ความจุ 2TB สำหรับ TAS-168 และ 4TB (2TB x 2) สำหรับ TAS-268 ที่ตั้งมาเป็น RAID1 มาให้ครับ

 

ทดลองใช้งาน QNAP TAS-168

แม้จะสามารถเป็น Android box ได้ แต่หลักๆ แล้ว เจ้านี่ก็ยังทำหน้าที่เป็น NAS (Network-attached storage) ได้ดีอยู่ครับ และมันก็มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ QTS เช่นกัน (แต่ตัวที่ผมรีวิว เป็น 4.1.4 นะ ไม่ใช่ตัว 4.2 ที่เป็นเวอร์ชันล่าสุด) เหมือนกับ Turbo NAS รุ่นอื่นๆ ของ QNAP อ่ะครับ

 

Dashboard ของ QTS 4.1.4 บน QNAP TAS-168

 

ฉะนั้น เราก็สามารถเข้าไปบริหารจัดการ QNAP TAS-168 นี่ได้ผ่านทางเบราวเซอร์เลยครับ แต่จริงๆ แล้วตอนติดตั้งตอนแรก ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย แค่เสียเจ้านี่กับสาย LAN ต่อเข้ากับเครือข่าย แล้วดาวน์โหลด Qfinder มาติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ แค่นี้ก็ชิลแล้วครับ

 

ใช้ Qfinder หา QNAP TAS-168 ได้สบายๆ

ใช้ Qfinder ปุ๊บก็จะหา QNAP TAS-168 เจอเลย แล้วก็จะได้รู้ IP Address และเปิดใช้หน้า Admin ของ QTS ผ่านเบราวเซอร์ได้สะดวกมากๆ ครับ

 

บริหารจัดการส่วน Android บางส่วนก็ทำได้จาก Android Station ใน QTS ได้เลย

 

อย่างไรก็ดี เราไม่สามารถใช้งานส่วนที่เป็น Android ผ่านทางเบราวเซอร์ได้นะครับ มันไม่ได้มี Console แบบนั้น … คือ Android ที่รันเนี่ย ไม่ได้รันจาก Virtual Machine น่ะ แต่เป็น Native เลย … ฉะนั้น อยากจะใช้ Android ต้องเสียบ HDMI เข้ากับจอนะครับ จะจอทีวีหรือจอคอมพิวเตอร์ก็ตามแต่

 

ความสามารถของ QNAP TAS-168 ก็ทำได้ไม่แพ้ Turbo NAS อื่นๆ นะครับ โหลดแอปเพิ่มความสามารถได้

 

กลับมาที่ฝั่ง QTS กันก่อนะครับ ตัวนี้แม้ว่าจะถูกออกแบบมาเป็น Consumer จ๋ามาก และเน้นที่ความสามารถในฐานะ Android box ซะมาก แต่ว่าความสามารถในฐานะ NAS ก็ยังมีไม่แพ้ Turbo NAS อื่นๆ นะครับ มี App store ที่ให้เข้าไปดาวน์โหลดแอปมาเพิ่มความสามารถได้

เพียงแต่ว่าแอปที่มีให้เลือกนั้น ค่อนข้างจำกัด เพราะว่าหน่วยประมวลผลของ QNAP TAS-168 นี่ สเปกไม่ได้แรงมากมาย เพราะ CPU เป็นสถาปัตยกรรม ARM แบบ Dual-core 1.1GHz และมีหน่วยความจำ 2GB ซึ่งเหมาะกับการใช้งานระบบปฏิบัติการ Android หรือเป็น File server แบบง่ายๆ มากกว่าจะเอามาทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ใหญ่ๆ อย่าง Mail server, Web server อะไรแบบนี้ แบบที่ Turbo NAS หลายๆ ตัวเขาทำได้

 

User Interface ของ Android Station

 

ลองเอามาเสียบกับทีวีดูครับ อยากจะลองใช้ในฐานะระบบปฏิบัติการ Android ดูบ้าง … เรื่องการรักษาความปลอดภัย เราสามารถกำหนดได้ว่า จะให้ User คนไหน (พร้อมระบุรหัสผ่าน) มาใช้เจ้า QNAP TAS-168 ในแบบ Android กันบ้าง กำหนดได้จากในฝั่ง QTS นั่นแหละครับ

 

มันคือ Android ที่ปรับ Home screen มาเพื่อเป็น Android box

App tray ยังคงเป็น Android เหมือนๆ เดิม สำหรับ QNAP TAS-168

 

หลักๆ แล้ว ตัว User Interface ของ Android บน QNAP TAS-168 ก็คือ Android ที่เราคุ้นเคยนั่นแหละครับ (ฮา) แต่ในส่วนของ Home screen เนี่ย เขาออกแบบมาให้เหมาะกับการแสดงผลบนจอใหญ่ๆ อย่างจอทีวีมากว่า Android ปกตินั่นแหละ … ทว่า App tray นี่ยังคงเป็น Android เดิมๆ

ในส่วนของการใช้งานในฐานะ Android box ผมอยากแนะนำ QNAP ในสองเรื่องเลยครับ อย่างแรกคือ ควรจะ Built-in WiFi ไปเลยครับ เพราะ QNAP TAS-168 นี่ได้รับการรับรองโดย Google แล้ว ฉะนั้นก็สามารถซิงก์ข้อมูลต่างๆ กับ Google ได้ ดาวน์โหลดแอปสำหรับ Android มาติดตั้งได้ ก็ควรจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ด้วย ฉะนั้น WiFi นี่สำคัญ เพราะ Android box มันผิดจาก Turbo NAS นะครับ

 

จะใช้ Android ต้องต่อจอเข้ากับ QNAP TAS-168

 

การเข้าถึง Turbo NAS เนี่ย ทำผ่านเบราวเซอร์ของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือผ่านแอปบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ฉะนั้นเราจะเอา Turbo NAS ไปเสียบไว้ใกล้ๆ Router แล้วใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต หรือ คอมพิวเตอร์ เข้ามาเรียกใช้งานจากมุมไหนของบ้านก็ได้ ขอให้ WiFi เข้าถึง … แต่โทรทัศน์ที่จะเอามาต่อกับ Android box เนี่ย มันเลือกไม่ได้ว่าจะเอาวางไว้ตรงไหน ฉะนั้นปกติแล้วพวก Android box เลยมาพร้อมกับ WiFi ในตัว ไว้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตไร้สายในบ้านได้ มันก็จะสะดวกกว่าครับ … QNAP TAS-168 ก็ควรจะมี WiFi built-in เช่นกันนะ ในความเห็นของผม

และด้วยเหตุนี้ ผมเลยอดรีวิว QNAP TAS-168 ที่รันแอนดรอยด์บนจอ 40″ ของผมเลย ผมต้องไปแบกจอ 22″ มาต่อที่ห้องเก็บของ (ที่เป็นห้องที่วางเราเตอร์อยู่) ไม่งั้นก็ใช้งานแอนดรอยด์ได้ไม่เต็มที่ (เพราะไม่มีเน็ตก็ดาวน์โหลดแอปไม่ได้)

 

QNAP TAS-168 มีรีโมทมาให้ใช้งาน แต่ผมพบว่าใช้ Bluetooth keyboard สะดวกกว่าเยอะ

 

อีกเรื่องนึงคือ รีโมทคอนโทรลครับ เพราะตัวที่แถมมาให้เป็นแบบอินฟราเรด แม้ว่าจะพอใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Android ได้ในระดับนึง แต่มันไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่หากต้องพิมพ์เยอะๆ (เช่น พยายามท่องเว็บ หรือ ค้นหาอะไรบางอย่าง)​ … ในกรณีของ Android box หลายๆ ยี่ห้อ รีโมทคอนโทรลที่แถมมาให้ จะทำหน้าที่เป็นเมาส์ไร้สายได้ โดยเชื่อมต่อผ่านสัญญาณวิทยุแทน ซึ่งทำหน้าที่แทนเมาส์ได้ดีทีเดียว … อย่างไรก็ดี ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงเท่าไหร่ เพราะเราสามารถหาชุดคีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สายมาเชื่อมต่อใช้งานได้ครับ ยังโอเคอยู่

 

พวก App ใน Qmarket นี่ จริงๆ ดาวน์โหลดจาก Play Store ได้หมดอ่ะ

QNAP TAS-168 นี่ Google เขา Certified แล้ว ฉะนั้นเลยไม่ต้องใช้ท่าพิเศษเพื่อลง Google Apps แต่อย่างใด

 

พอตอนใช้งาน QNAP TAS-168 ในแบบรันแอนดรอยด์ครั้งแรก มันจะชวนให้เราดาวน์โหลดแอปชื่อ Qmarket ซึ่งเป็น App Store ของ QNAP ครับ มันมีจุดเด่นคือ พวกแอปของ QNAP จะถูกแสดงไว้ตรงนี้หมดเลย แต่ถามว่าจำเป็นต้องลง Qmarket ไหม ผมคงตอบว่าไม่จำเป็น เพราะแอปพวกนี้ สามารถดาวน์โหลดได้จาก Play Store อยู่แล้ว และ QNAP TAS-168 นี่ก็ได้รับการรับรองจาก Google แล้ว ฉะนั้นเลยไม่ต้องไปพยายามติดตั้งพวก Google Apps ด้วยวิธีพิเศษอย่างพวก Android box จากจีน

 

ที่เจ๋งอีกอย่างคือ ตัว Media Browser ของ Android ใน QNAP TAS-168 มันมองเห็น NAS ที่แชร์ไว้ทั้งหมดเลย

ถ้าไม่ใช้ Media Browser ก็ใช้ Qfile ก็ได้

 

ที่ผมสนใจอยากลองที่สุดก็คือ การใช้งานในฐานะ Android box เนี่ย มันจะเข้าถึงไฟล์บนตัวมันเองในฐานะ NAS ได้สะดวกแค่ไหน ผมก็ลองดูครับ ปรากฏว่ามันมีแอปชื่อ Media Browser ครับ สามารถเข้าถึงไฟล์ในส่วนที่เป็น NAS ของ QNAP TAS-168 ได้เลย มันจะมีโฟลเดอร์ชื่อ QTS อยู่ (ส่วนไฟล์ในส่วนที่เป็นแอนดรอยด์ ให้เข้าไปที่ Internal Storage) แต่ที่เยี่ยมไปกว่านั้นก็คือ มันเข้าถึง NAS ทุกตัวในเครือข่ายได้ด้วยอ่ะครับ (แต่ต้องล็อกอินด้วย หากมีการล็อกรหัสผ่านเอาไว้ … ซึ่งปกติก็ควรจะมี)

อีกวิธีนึงก็คือ การใช้แอปของ QNAP เช่น Qfile, Qphoto ฯลฯ แต่จากที่ผมลองเล่นดู ผมพบว่า ถ้าไม่ต้องการลูกเล่นซับซ้อนอะไรมาก เจ้าแอป Media Browser นี่ตัวเดียวก็เอาอยู่แล้ว

 

จะเก็บไฟล์หนังไว้ใน QNAP TAS-168 หรือบน NAS ตัวอื่นก็เข้าถึงได้หมด

ดูโคนันจาก QNAP TS-253 Pro ของผม

 

และแม้ว่าจะใช้งานในฐานะ Android box อยู่ เราก็สามารถเช็คสถานะของ QNAP TAS-168 ได้สบายๆ ครับ เพราะมีการติดตั้ง Dashboard widget ไว้ให้ แค่คลิกเดียวก็เห็นเลย (แต่จะใช้สะดวกกว่าหากใช้คู่กับ Bluetooth keyboard + Mouse) และหากใครต้องการใช้บริหารจัดการ QNAP TAS-168 ละก็ มันก็มี Shortcut จาก Android UI นี่ เข้าไปที่หน้าเว็บสำหรับการบริหารจัดการเลย

 

เช็คสถานะของ QNAP TAS-168 ได้จาก Android UI เลย

 

แม้ว่าสเปกของฮาร์ดแวร์ของ QNAP TAS-168 จะไม่แรงเท่าไหร่ หากเทียบกับพวก NAS แบบจริงจังอย่าง TS-251 อะไรแบบนี้ แต่ว่าประสิทธิภาพของมันก็แรงพอที่จะเล่นไฟล์มัลติมีเดียระดับ 1080p ได้สบายๆ แล้วครับ และเนื่องจากมันสามารถเข้าถึงไฟล์ที่เก็บไว้ในส่วน NAS ของมันเองก็ได้ หรือจะเข้าถึงไฟล์บน NAS ตัวอื่นๆ ในเครือข่ายก็ได้ เราจึงสามารถ Streaming ไฟล์มัลติมีเดียมาใช้ได้สบายๆ เลย

 

ใช้ QNAP TAS-168 เป็น Printer Server ได้

 

แน่นอนว่าหากซื้อ QNAP TAS-168 มา ผมก็อยากแนะนำว่าให้ใช้งานมันในฐานะ Android box เป็นหลักอ่ะนะครับ (แต่ต้องลงทุนลากสาย LAN กันหน่อย … ถ้าจำเป็น) แต่หากใครอยากจะใช้งานมันในฐานะ NAS ละก็ย่อมได้เช่นกัน และระบบปฏิบัติการ QTS นี่ แม้จะไม่ได้ Full Function แต่ว่าก็ยังสามารถเอามาใช้ทำเป็น FTP Server, Printer Server หรือแม้แต่ Web Server ที่มาพร้อมกับ PHP และ SQL Server ด้วย ซึ่งก็พอจะรองรับการใช้งานได้ระดับนึง สำหรับการใช้งานภายในบ้านล่ะนะ (อย่าง Web Server ก็เอาไว้ทดสอบโค้ด PHP แบบง่ายๆ ได้)

 

บทสรุปการรีวิว QNAP TAS-168

เป็นอะไรที่เหมาะกับการใช้งานตามบ้านมากกว่าจะเอาไปใช้งานในระดับองค์กรครับ แต่ต้องเข้าใจเรื่องราคาหน่อย เพราะมันคือ NAS บวกกับ Android box น่ะครับ … QNAP ประเทศไทยนำเข้ามาวางจำหน่ายแล้วที่ Jet Computer Plus และ J.I.B. Computer Group เท่านั้นนะครับ โดยมีครบสองรุ่นเลย คือ

  • TAS-168 (1 Bay) = 11,500 บาท (รวม HDD ขนาด 2TB จำนวน 1 ลูก)
  • TAS-268 (2 Bay) = 15,900 บาท (รวม HDD ขนาด 2TB จำนวน 2 ลูก)

โดยสรุปแล้ว ถ้ามองในฐานะ Android box แล้ว ราคาถือว่าแรงเอาเรื่อง แต่เป็นอะไรที่เข้าใจได้ เพราะมันมาพร้อมกับฮาร์ดดิสก์ 2TB นี่นะ แต่ถ้าจะซื้อ QNAP TAS-168 ละก็ ต้องเป็นเพราะอยากได้ทั้ง Android box และอยากมี NAS ในเวลาเดียวกันนี่แหละ

ขอขอบคุณ คุณ Polsak Mungmanakij แฟนเพจที่อุตส่าห์หาข้อมูลเรื่องราคามาอัพเดตให้นะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: