รีวิว ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) แท็บเล็ตที่มีอุปกรณ์เสริมน่าสนใจ

Print Friendly

ASUS ZenPad Z370CG

ช่วงนี้บอกตรงๆ ว่า ASUS มาแรงไม่น้อย เป็นผลมาจากความสำเร็จของสมาร์ทโฟนในตระกูล ZenFone ซึ่งนำไปสู่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในตระกูล ZenPad ด้วย จุดเด่นของแบรนด์นี้คือ สเปกโอเค ซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาดี ในราคาที่ไม่แพง เลยเป็นที่ถูกใจของผู้คนที่ต้องการพวกสมาร์ทดีไวซ์ (Smart device) เอาไว้ใช้ แต่ไม่อยากจะควักกระเป๋าจนฟีบครับ และเขาก็ส่ง ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) มาให้ผมลองพักใหญ่ๆ แล้วล่ะ เพิ่งมีโอกาสได้ลงบล็อกกับเขาซะที มาดูกันดีกว่าว่าเจ้านี่ใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง

 

ว่ากันด้วยเรื่องดีไซน์ของ ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) นี่ก่อน

สนนราคาของ ZenPad 7.0 (Z370CG) อยู่ที่ 5,990 บาท ถือว่าอยู่ในกลุ่มราคากลางต่ำครับ คือ ไม่ได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่ก็ไม่ได้สูงจนแบบว่าคนทำงานเงินเดือนหมื่นกว่าบาทซื้อไม่ไหวอะไรแบบนี้ แต่ตอนแกะกล่อออกมาแล้ว รู้สึกได้เลยว่ามันดูดีตั้งแต่กล่องใส่แล้ว พอเห็นตัวเครื่องก็รู้สึกแบบว่า เออ ดีไซน์ออกมาได้สวย ดูดีทีเดียว ASUS เข้าใจออกแบบให้แม้ว่าตัวเครื่องจะเป็นพลาสติก แต่มันก็ยังออกมาดูดี

 

ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) ด้านหน้า

 

ขนาดหน้าจอ 7 นิ้วของ ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) ถือว่าไม่ใหญ่โตเกินไป เหมาะสำหรับเป็นแท็บเล็ตพกพาสะดวกทีเดียว ความละเอียดหน้าจอ 1280 x 800 พิกเซล แบบ IPS LCD มีกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซลด้วย แต่ว่าไม่มีปุ่มกดจำพวก Back, Home, Recent apps นะ เพราะ ASUS เขาใช้แนวทางของ Google คือ ใช้ Virtual button ครับ

 

ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) ดีไซน์ดูดี มีฝาหลังส่วนนึงทำเป็นเหมือน Faux leather ด้วย ให้ความรู้สึกดี มีเอกลักษณ์อยู่ มีกล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซลมาให้ แต่ไม่มีแฟลนะครับ และแม้ว่าตัวเครื่องจะค่อนข้างบางมาก แต่ฝาหลังก็แกะได้นะ … แต่ไม่ได้แกะไว้เปลี่ยนแบตแต่อย่างใด ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะปกติพวกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตบางๆ ก็จะเปลี่ยนแบตเตอรี่ไม่ได้อยู่แล้ว และเดี๋ยวนี้การแกะเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ก็ดูจะไม่ใช่เทรนด์แต่อย่างใด

 

แกะฝาหลังของ ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) ออกมา จะเห็นสล็อตใส่ MicroSD card กับ Micro SIM card

 

แกะฝาหลังออกมาก็จะไม่ได้เห็นอะไรมากครับ แค่มองไปที่ตรงมุมๆ หน่อยเราก็จะเห็นช่องใส่ MicroSD card ซึ่งรองรับได้สูงสุด 128GB เลยทีเดียว และยังมีสล็อตใส่ SIM card แบบ Micro SIM อีกด้วย

 

ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) ด้านบน

ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) ด้านล่าง

ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) ด้านขวา

 

รอบๆ ตัวเครื่อง เราจะเห็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ตรงด้านบน และพอร์ต Micro USB 2.0 ตรงด้านล่างเอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่หรือเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และด้านขวาของตัวเครื่องก็จะมีปุ่ม Volume และปุ่ม Power อยู่

 

ฝาหลังของ ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) มันดูนูนๆ ไปหน่อย

 

ในภาพรวม ถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว อย่างที่บอก แทบจะไม่มีอะไรขาดและไม่มีอะไรเกิน ยกเว้นตรงส่วนที่ออกแบบมาให้เห็นฝาหลังที่ทำออกมาไม่เรียบสนิทซักเท่าไหร่ … อาจจะตั้งใจออกแบบมาให้เป็นแบบนั้น แต่ผมมองว่ามันดูเป็นส่วนเกิน มากกว่าจะเข้ากับการออกแบบส่วนอื่นๆ อ่ะ

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG)

แม้ว่าผมจะชอบดีไซน์แบบที่ใช้แค่ Home screen อย่างเดียวมากกว่าที่จะมี Home screen + App tray แบบที่ระบบปฏิบัติการ Android ปกติเขาจะทำกัน แต่ถ้าให้เทียบในบรรดา UI ของแบรนด์ต่างๆ ที่เป็นแบบ Home screen + App tray แล้ว ต้องขอบอกว่าผมชอบ ZenUI ของ ASUS มากที่สุดแล้วครับ

 

ขนาดของ ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) ขนาดพอดีมือ

 

ปกติแล้ว แบรนด์ใหญ่ๆ เขาจะใส่ UI ให้มีลูกเล่นต่างๆ ในระดับนึง มากน้อยก็จะอยู่ที่ว่าเป็นรุ่นราคาระดับไหน แต่เนื่องจาก ASUS เน้นที่สเปกดี ราคาประหยัดเป็นปกติอยู่แล้ว ฉะนั้นแม้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตจะมีสนนราคาแค่ระดับครึ่งหมื่น มันก็จะมีลูกเล่นอยู่ไม่น้อย และจากที่ได้ลองเล่น ASUS ดูจะใส่ใจในรายละเอียดของลูกเล่นต่างๆ พอสมควรเลยทีเดียวครับ

 

ปกติ Notifications จะเห็นประมาณนี้Notifications ลากลงมาแล้ว เจอ QuickSettings แบบเต็มๆ

 

เอาแค่ส่วนของ QuickSettings และ Notifications ก็มีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่ปกติแบรนด์อื่นๆ ไม่ใส่กันแล้วล่ะครับ … ดูจาก QuickSettings ก่อนก็ได้ครับ ตอนลากเอา Notifications ลงมา มันจะถูกซ่อนเอาไว้ ต้องเอานิ้วแตะตรงนาฬิกาแล้วลากลงมาอีกทีถึงจะเห็น ในนั้นก็มีลูกเล่นอำนวยความสะดวกอย่างการเคลียร์หน่วยความจำไว้ให้ ซึ่งเราสามารถเลือกปรับตั้งว่าจะแสดงอันไหน ไม่แสดงอันไหนก็ได้

 

อันนึงที่ผมชอบคึอ Bluelight Filter ครับ เพราะบางคนเลือกหาฟิล์มกันรอยแบบที่ตัดแสงสีฟ้า แต่ ASUS นี่ใช้วิธีปรับการแสดงผลหน้าจอ ให้ลดปริมาณของแสงสีฟ้าลงไปเลย … เมื่อเปิดใช้ฟีเจอร์นี้แล้ว เราจะรู้สึกว่าภาพอมเหลืองมากขึ้น การแสดงผลอาจจะเพี้ยนลงไปบ้าง แต่รู้สึกได้ว่าภาพดูนวล สบายตามากขึ้น

 

เลือกปรับการแจ้งเตือนเป็นรายแอปได้สะดวกจาก Notificationsเลือกได้ว่าจะเอาอะไรมาใส่ QuickSettings ได้บ้าง

 

ส่วนของ Notifications ซึ่งหากเราแตะที่การแจ้งเตือนของแอปค้างไว้แป๊บนึง มันก็จะมีไอคอน (i) ขึ้นมาให้เห็น ซึ่งหากเราแตะตรงนั้น เราจะสามารถปรับตั้งรายละเอียดเรื่องการแจ้งเตือนได้ เช่น ไม่ให้มันแจ้งเตือน หรือ จะให้มันแจ้งเตือนเป็นลำดับสำคัญสูงๆ (เอาไปวางบนสุดของการแจ้งเตือน อะไรแบบนี้)

แม้จะทำหน้าที่หลักเป็นแท็บเล็ต แต่ ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) นี่ก็ทำหน้าที่เป็นโทรศัพท์ได้ด้วยนะครับ แค่ต้องใส่ SIM ก็เท่านั้นเองครับ แต่ในส่วนของความสามารถด้านการโทรศัพท์นี่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ และแม้ว่าจะสามารถยกมาแนบหูเพื่อโทรศัพท์ได้เลย แต่ผมว่าการเอาแท็บเล็ตมานาบหน้าเพื่อโทร มันก็ยังเป็นอะไรที่ดูแปลกๆ อยู่ … ฉะนั้นหากใครอยากจะใช้เป็นโทรศัพท์ แนะนำว่าหา Bluetooth headset ไว้ใช้ด้วยก็จะดีนะ

ณ ตอนนี้ ผมถือว่า ASUS เป็นแบรนด์ที่เสนอตัวเลือกสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตราคาไม่แพง แต่มี บริการ (Service) ที่ค่อนข้างหลากหลาย และเข้มแข็งมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ASUS Cloud หรือแม้แต่แอปพิเศษที่แถมมาให้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานของผู้ใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • Backup ที่ให้แบ็กอัพทั้ง System app data หรือ Installed apps เพื่อเอาไว้กู้คืน (Restore) ภายหลังได้
  • MiniMovie ที่ให้ตัดต่อวิดีโอแบบง่ายๆ ได้สบายๆ
  • PC Link เพื่อใช้ควบคุมเจ้า ASUS ZenPad 7.0 ตัวนี้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ (ต้องมีการติดตั้งโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์ด้วย)
  • Remote Link เอาไว้ใช้ควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์แบบง่ายๆ ได้ (แน่นอน ต้องติดตั้งโปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์เช่นกัน) เอาไว้คุมเครื่องคอมพิวเตอร์ในการเปลี่ยนสไลด์เวลานำเสนองานด้วย PowerPoint หรือควบคุมการเล่นเพลงบน Windows Media Player อะไรแบบนี้
  • Share Link เอาไว้แชร์ไฟล์แบบไร้สายระหว่างอุปกรณ์ หรือ กับเครื่องคอมพิวเตอร์
  • WebStorage เป็นบริการ Cloud storage เอาไว้เก็บไฟล์ คล้ายๆ พวก Dropbox หรือ Google Drive แต่อันนี้ของ ASUS เอง (อ้อ! ลืมบอกไปว่าถ้าใช้ Google Drive ก็จะได้เนื้อที่ 100GB ฟรี 2 ปีนะ)
  • What’s Next เป็นแอปที่หลายๆ คน อาจจะชอบ เพราะจะแสดงข้อมูลต่างๆ ในรูปแบบ Agenda ครับ มันจะแสดงตารางนัดหมาย จะแสดงพยากรณ์อากาศ อะไรแบบนี้
  • PhotoCollage เอาไว้รวบรวมภาพที่เราถ่าย ให้กลายเป็นภาพเดียวแบบสวยๆ ด้วยเฟรมและเทมเพลตแบบต่างๆ

เยอะมากครับ ถ้าพิจารณาว่าเป็นแท็บเล็ตราคาประหยัด และแอปพวกนี้ก็ไม่ใช่แค่แอปฟรีที่ไปเอาไฟล์ apk มาติดตั้งเฉยๆ ด้วยนะ … ตรงนี้แหละคือสิ่งที่ ASUS ทำได้ดีจนต้องชมเชย

 

ขนาดของ ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) ขนาดพอดีมือ

 

พอลองใช้งานจริงๆ ขนาดหน้าจอ 7 นิ้วของ ASUS ZenPad 7.0 ตัวนี้ กำลังเหมาะทีเดียว น้ำหนักเครื่อง 272 กรัม เรียกว่าเบาเอาเรื่อง พกพาไปไหนมาไหนก็สะดวก สเปกที่แม้ว่าจะไม่ได้แรงมาก แต่มันก็เป็น Intel Atom x3-C3230 Quad-core 64-bit ที่ประสิทธิภาพดีอยู่ และแม้จะเป็นหน่วยประมวลผลจะไม่ใช่สถาปัตยกรรม ARM แต่ก็หมดห่วงเรื่องใช้แอปโน้นแอปนี้ไม่ได้ เพราะแอปส่วนใหญ่ที่ใช้ๆ กัน รองรับหน่วยประมวลผล Intel Atom แล้ว และเจ้านี่ก็ให้ RAM มาถึง 2GB กับ Internal storage 16GB ซึ่งถือว่าพอสมควรอยู่

 

ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) ขนาดกำลังเหมาะ น้ำหนักเบากำลังดี พกอ่านอีบุ๊กสะดวกดี

 

ความละเอียดหน้าจอ 1280 x 800 พิกเซล ไม่ใช่ระดับที่จะเห็นภาพคมกริบ แม้จะมองจากระยะห่างพอสมควร แต่ก็ยังให้ภาพที่ดูคมชัดสบายตาอยู่ คือ ความหนาแน่นของพิกเซลระดับ 216ppi นี่ก็ดีอยู่ … เอามาใช้ท่องเว็บ หรือ อ่านอีบุ๊ก สบายๆ ครับ โดยเฉพาะหากเราเปิดฟังก์ชั่น Bluelight Filter ใน QuickSettings ด้วย แต่เสียดายว่าการถ่ายรูปหน้าจอ ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างแต่อย่างใด แต่หากมองด้วยตาเราเอง เห็นความแตกต่างได้ชัดเลยนะ

 

ดูคลิป 1080p บน ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG)

 

การใช้งานด้านมัลติมีเดีย ดูหนังอะไรแบบนี้ จอ 7 นิ้วมันก็ดูได้เต็มตากว่า และแม้ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผลความละเอียดแค่ 1280 x 800 พิกเซลก็ตาม แต่ด้วยขนาดหน้าจอแบบนี้ ความคมชัดก็เพียงพอสำหรับการดูวิดีโอแล้วครับ และแน่นอน สเปกของเครื่องดูคลิปความละเอียด 1080p ได้สบายๆ

อย่างไรก็ดี ทันทีที่ผมเปิดไฟล์เสียงขึ้นมา สิ่งแรกที่คิดคือ “เบาจัง” เบาชนิดที่ว่าหากมีคนเปิดเพลงหรือทีวีในพื้นที่ใกล้ๆ กันก็โดนกลบไปเลยทีเดียว ยิ่งถ้าลดระดับเสียงลงสัก 4 step (ยังไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ) ก็ไม่ต้องฟงต้องฟังอะไรกันแล้วล่ะ ทว่าเมื่อมองข้ามข้อสังเกตข้างต้น ต้องยอมรับว่าจริงๆ แล้วเจ้า ZenPad นี่ให้เสียงจากลำโพงที่ฟังดีเลยทีเดียว ทั้งชัด ใส เสียงกลางมีความกลมนวลและให้น้ำหนักดี ให้รายละเอียดค่อนข้างครบถ้วนดียกเว้นแต่พวกเสียงต่ำเป็นไปตามข้อจำกัดของขนาดลำโพงอยู่แล้ว แต่ก็ได้ช่วงเสียงกลางที่ดีมาช่วยรักษาอรรถรสไว้

จากนั้นลองทดสอบการฟังด้วยหูฟัง Apple Earpods ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเสียงที่ได้จากลำโพงถึงได้ฟังดูกลมนวล มีน้ำหนัก ก็เพราะการออกแบบที่ปรับแต่งให้ boost ช่วงเสียงกลาง-ต่ำมาเป็นพิเศษนั่นเอง ทั้งนี้พอมาเป็นการฟังผ่านหูฟัง เสียงต่ำก็เลยทำให้ฟังอึดอัดและมีเสียงกลางที่ฟังไม่เป็นธรรมชาติไปบ้าง อย่างไรก็ตามโทนเสียงโดยรวมยังฟังค่อนข้างดีอยู่ มีความคม ใส นวล มีน้ำหนัก ย่านเสียงถูกจัดอยู่ในพื้นที่ของตัวเองพอสมควร ไม่ทับกันนัก ติดตรงเสียงต่ำที่มากไปนิดนี่ล่ะ

 

เกม Need for Speed: No Limits บน ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) จะเห็นว่าคุณภาพกราฟิกลดลงไปพอสมควร

 

ลองเอามาเล่นเกม Need for Speed: No Limits ดูบ้าง ก็พบว่าเล่นได้สบายๆ ไม่มีปัญหาครับ เพียงแต่ว่าจะเห็นได้ชัดเลยว่าคุณภาพของกราฟิก 3D ด้อยลงไปพอสมสควร อันเป็นผลมาจากหน่วยประมวลผลกราฟิกที่ประสิทธิภาพตามราคาค่าตัวอ่ะนะ และอีกเหตุผลนึงที่ทำให้รู้สึกว่ากราฟิกมันคุณภาพลดลงไปเยอะ ก็คงเป็นเพราะขนาดหน้าจอ 7 นิ้วนี่แหละ เลยทำให้อะไรต่อมิอะไรเห็นชัดมากขึ้นอ่ะนะ อย่างไรก็ดี หากเป็นเกมแบบ 2D แล้ว ขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว ทำให้ได้อรรถรสในการเล่นเกมเพิ่มขึ้น (แต่อาจจะควบคุมเกมยากขึ้น โดยเฉพาะเกมแนวที่ต้องแตะปุ่มบนหน้าจอ) และน้ำหนักของตัวเครื่องที่แค่สองร้อยกว่ากรัม ทำให้มันไม่รู้สึกว่าหนักมือเวลาเล่นแต่อย่างใด จึงสามารถเล่นเกมได้แบบชิลๆ เพลินๆ เลย

 

User Interface กล้องของ ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG)

โหมดถ่ายภาพต่างๆ ของ ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG)

Settings ของกล้อง ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG)

 

ลองเอามาถ่ายรูปและวิดีโอดูบ้าง แบบว่าไม่ได้คาดหวังอะไรนัก เพราะราคาประมาณนี้ ส่วนใหญ่แท็บเล็ตจะไม่ได้เน้นการถ่ายรูป … บอกตรงๆ หลังจากรีวิวมาหลายยี่ห้อพบว่าเขามีกล้องไว้เหมือนแค่เพื่อให้มี … ต่อให้เป็นสเปกระดับ 5 ล้านพิกเซลขึ้นไปก็เหอะ

อย่างไรก็ดี ในแง่ของลูกเล่นด้านซอฟต์แวร์ ก็ต้องยอมรับว่า ASUS นี่ไม่มีการเลือกที่รักมักที่ชัง เพราะ ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) ตัวนี้ ก็มีลูกเล่นซอฟต์แวร์กล้องเยอะทีเดียว ไม่ว่าจะถ่าย HDR, Depth of Field, Slow motion, Time Lapse ฯลฯ แต่ทว่ามันก็เป็นไปตามคาดของผมนั่นแหละ คือ เป็นแท็บเล็ต เลยไม่ได้เน้นคุณภาพของการถ่ายรูปมาก

 

ภาพโดย ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG)

ภาพโดย ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG)

ภาพโดย ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG)

 

ภาพถ่ายจาก ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) นี่ ชัดเจนเลยว่าแม้จะดูรู้สึกชัด แต่พอขยายภาพออกมาดูแล้ว ภาพมันไม่มีความคมเลยครับ ซอฟต์แวร์มันพยายามเกลี่ยภาพแล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนจะเป็นภาพวาดมากกว่าภาพถ่าย … นอกจากนี้ การปรับโฟกัสไม่ได้เร็วมาก และชัตเตอร์ก็ไม่เร็วซักเท่าไหร่ แต่ยังดีตรงที่ใช้งานไม่ยาก ปรับโฟกัสและการชดเชยแสงได้ด้วยการแตะบนหน้าจอ หรือจะปรับแบบ Manual ก็ได้

ตอนถ่ายวิดีโอนั้นสามารถปรับโฟกัสได้ด้วยการแตะบนหน้าจอ แต่การปรับชดเชยแสง ต้องรอซอฟต์แวร์ทำโดยอัตโนมัติเท่านั้น ไม่เหมือนกับตอนถ่ายภาพนิ่ง วิดีโอที่ได้ คุณภาพก็คล้ายๆ กับภาพนิ่งครับ คือ ดูเผินๆ จะเหมือนชัดอยู่ แต่หากขยายดูจะรู้ว่าซอฟต์แวร์มันเกลี่ยภาพเพื่อให้เนียนจนลักษณะของภาพเป็นเหมือนภาพวาดไปซะงั้น

 

บทสรุปการรีวิว ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG)

ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) ไม่ใช่แท็บเล็ตที่เลิศที่สุดที่ผมรีวิวมา แต่สนนราคาและประสิทธิภาพของมัน เรียกได้ว่าคุ้มราคาค่าตัว และเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างดีมากสำหรับผู้ที่ต้องการแท็บเล็ตไว้ใช้งานในแบบอเนกประสงค์ คือ ทำได้ซะทุกอย่างตั้งแต่ใช้เป็นโทรศัพท์ ยันเอาไว้ท่องเว็บ อ่านอีบุ๊ก เล่นโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่ดูหนังฟังเพลง เล่นเกม

จุดเด่นอีกอย่างของ ASUS ZenPad 7.0 (Z370CG) ก็คือ มันมีอุปกรณ์เสริมตั้งแต่เคสแบบมีฝาปิด เพื่อเอาไว้ใช้เป็นที่วางแท็บเล็ต เวลาจะดูหนังก็ได้ ตลอดไปจนถึงตัว Audio Cover ที่เป็นทั้งเคส และมาพร้อมกับลำโพงในตัวอีกต่างหาก (ไว้เดี๋ยวจะรีวิวให้อ่านอีกทีนะ) เรียกว่าเป็นแท็บเล็ตราคาประหยัดที่ ASUS ใส่ใจในการสร้างประสบการณ์ใช้งานไม่น้อยทีเดียว

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: