[PR] ท็อปส์ ร่วมกับ ยูนิเซฟ ระดมทุนเพื่อนำรถห้องสมุดเคลื่อนที่ไปยังเด็กด้อยโอกาสห่างไกล

รถห้องสมุดเคลื่อนที่ซึ่งสนับสนุนโดยยูนิเซฟเดินทางไปยังโรงเรียนบ้านห้วยผึ้ง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับเด็ก ๆ ตามหมู่บ้านห่างไกล โดยผลสำรวจพบว่าเด็กในประเทศไทยจำนวนมากยังขาดทักษะการอ่านและขาดหนังสือสำหรับเด็กไว้อ่านที่บ้าน

เครดิตภาพ: ยูนิเซฟ โดย สุรเชษฐ์ พรมมารักษ์

 

จำได้ว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ตอนที่เขาเปิดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เขามีการอัพเดตสถิติเกี่ยวกับการอ่านหนังสือของคนไทยอันใหม่ ที่บอกว่าคนไทยเราอ่านหนังสือกันวันละประมาณ 37 นาที แต่สถิตินึงที่น่าใจหายคือ เด็กๆ บางกลุ่มที่อยากอ่านหนังสือ กลับไม่มีหนังสือให้อ่าน และการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติก็ชี้ให้เห็นว่าร้อยละ 57.3 ของเด็กที่อายุต่ำกว่าห้าขวบครึ่งมีหนังสืออ่านที่บ้านไม่ถึง 3 เล่ม!! เลยขอเอาข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่นี่มาให้อ่านกันครับ … เดี๋ยวเย็นนี้ผมก็ว่าจะแวะท็อปส์เพื่อบริจาคเหมือนกัน

 

กรุงเทพฯ 29 ตุลาคม 2558 – วันนี้บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ร่วมกับองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) เปิดโครงการระดมทุนเพื่อนำห้องสมุดเคลื่อนที่และกิจกรรมส่งเสริมการอ่านไปยังเด็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านห่างไกลใน จ.แม่ฮ่องสอน โดยผลสำรวจระดับชาติพบว่าเด็กในประเทศไทยจำนวนมากยังขาดทักษะการอ่านและขาดหนังสือสำหรับเด็กไว้อ่านที่บ้าน

 

นายอลิสเตอร์ เทย์เลอร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้ท็อปส์ได้ร่วมระดมทุนกับ
ยูนิเซฟภายใต้ โครงการ “รถห้องสมุดเคลื่อนที่” เพื่อจัดซื้อรถสมุดเคลื่อนที่ ซึ่งบรรจุหนังสือสำหรับเด็กและเจ้าหน้าที่ประจำรถเดินทางไปตามโรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษาในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งรวมถึงหมู่บ้านบนภูเขาในจ. แม่ฮ่องสอน จำนวน 33 โรงเรียนเพื่อนักเรียนกว่า 700 คน โดยลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์บริจาคเงินขั้นต่ำครั้งละ 20 บาทที่จุดแคชเชียร์ ณ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนื้ – 31 ตุลาคม 2559 ภายในงานเปิดตัวโครงการได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน ทูตองค์การยูนิเซฟประจำประเทศไทยเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนักแสดงรับเชิญ หมอโอ๊ค สมิทธิ์ อารยสกุล และเด็กหญิงมดแดง ตัวแทนนักเรียนจากจ.แม่ฮ่องสอน ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์การเสริมสร้างจินตนาการจากการอ่านและหนังสือเล่มแรกในดวงใจ

ผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2555 ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติด้วยความสนับสนุนจาก ยูนิเซฟ พบว่าเด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบเกินครึ่ง (ร้อยละ 57.3) มีหนังสือสำหรับเด็กไว้อ่านที่บ้านไม่ถึง 3 เล่ม ขณะที่สัดส่วนของเด็กที่มีหนังสือสำหรับเด็กที่บ้าน 10 เล่มขึ้นไปมีเพียงร้อยละ 14.2 เท่านั้น นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่าเด็กที่อาศัยอยู่ในเมืองมีโอกาสเข้าถึงหนังสือสำหรับเด็กมากกว่าเด็กที่อาศัยในพื้นที่ชนบท

ภายใต้โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ ซึ่งสนับสนุนโดยยูนิเซฟและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอนเขต 1นั้น จะมีรถบรรจุหนังสือสำหรับเด็กและเจ้าหน้าที่ประจำรถเดินทางไปตามพื้นที่ห่างไกล เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ต่าง ๆ โดยเมื่อรถเดินทางไปถึงจะมีการจัดนิทรรศการหนังสือและโครงการอ่านสำหรับเด็ก ๆ และผู้ปกครองในหมู่บ้าน เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ตลอดจนพัฒนาทักษะการอ่านของเด็ก และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการอ่านหนังสือกับลูก

“เราทราบดีว่าการอ่านหนังสือมีผลต่อการพัฒนาเด็กอย่างยิ่ง และเป็นรากฐานของการเรียนรู้ตลอดชีวิต” นายอานันท์ ปันยารชุน ทูตยูนิเซฟประจำประเทศไทยกล่าวในงานเปิดโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ “แต่ด้วยความห่างไกลและขนาดของโรงเรียนที่เล็กมากในพื้นที่ชนบท ทำให้โรงเรียนไม่สามารถจัดซื้อหนังสือดีมีคุณภาพเหมาะสมสำหรับเด็กทุกคนในชุมชนเหล่านั้นได้”

ขณะที่การอ่านจะช่วยจุดประกายจินตนาการ ตลอดจนส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ของเด็ก แต่พบว่าทักษะการอ่านของเด็กในประเทศไทยยังเป็นเรื่องที่น่ากังวล ผลจากโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) ในพ.ศ. 2555 พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 48 ด้านการรู้เรื่องการอ่านจาก 65 ประเทศที่เข้าร่วมซึ่งล้าหลังสิงคโปร์และเวียดนามอย่างมาก ผลการประเมินของ PISA ยังชี้ถึงความเหลื่อมล้ำสูงระหว่างนักเรียนในกรุงเทพฯ กับนักเรียนในพื้นที่ชนบท โดยนักเรียนในชนบทมีผลการประเมินด้อยกว่านักเรียนในกรุงเทพฯ อย่างมาก

“ขณะที่โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่จะช่วยส่งเสริมการเข้าถึงหนังสือที่เหมาะสมและสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับเด็ก ๆ ตามหมู่บ้านห่างไกล แต่เรายังคงต้องดำเนินงานต่อไปอีกมากเพื่อทำให้เด็กทุกคนในประเทศไทยมีโอกาสเข้าถึงหนังสือ และเสริมสร้างทักษะการอ่าน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาของพวกเขาไปจนตลอดชีวิต” นายอานันท์กล่าว

นายอลิสเตอร์ เทย์เลอร์ กล่าวเสริมว่า “ในฐานะค้าปลีกของคนไทยภายใต้การบริหารของ กลุ่มเซ็นทรัล บริษัทฯมีนโยบายหลักในการช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ด้วยปรัชญาในการสร้างความเท่าเทียมของบุคคล บริษัทฯ จึงร่วมกับองค์การยูนิ-เซฟ ประเทศไทยจัดกิจกรรมระดมทุนต่างๆ อาทิ การตั้งกล่องรับบริจาคภายในร้านเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ ทุกสาขา ทั่วประเทศ เป็นเวลามากว่า 16 ปีแล้ว รวมเป็นเงินที่สมทบให้กับองค์การยูนิเซฟมากถึง 25 ล้านบาท โดยเงินบริจาคทั้งหมดได้มาจากลูกค้าทั้งคนไทยและคนต่างประเทศที่มาใช้บริการภายในร้าน และบางส่วนจากเป็นเงินสมทบจากบริษัทด้วย เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาสในประเทศไทย และสานต่อโครงการเพื่อการศึกษาขององค์การยูนิเซฟ”
ท็อปส์ และ ยูนิเซฟ ต้องการนำหนังสือไปให้เด็กๆ ที่อยู่บนดอยห่างไกล และยากต่อการเข้าถึง หากปราศจากท่าน เป้าหมายของเราก็เป็นเพียงแค่ความฝัน

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: