ลองของสองหูฟัง รีวิว Panasonic RP-HD10E-K และ RP-BTD10E-K หูฟังราคากำลังดี

Panasonic Bluetooth Headset

ปกติผมเคยใช้แต่หูฟังของ Panasonic แบบที่ต้องเสียบสาย นี่เป็นครั้งแรกที่ได้แบบไร้สายมาลองใช้ครับ แถมได้มาลองทีเดียวสองตัวด้วยเลย และด้วยความที่ยังมีของมารอรีวิวอยู่หลายตัว ผมเลยขอรวบยอด รีวิวหูฟังสองตัวนี้ในบทความเดียวเลยนะครับ … Panasonic RP-HD10E-K (ตัวซ้ายมือในรูปด้านบน) เป็นรุ่นไฮโซหน่อย สนนราคา 8,490 บาท ในขณะที่ Panasonic RP-BTD10E-K (ตัวขวามือในรูป) เป็นแบบราคาประหยัดลงมาอีกหน่อย ค่าตัว 4,990 บาทเท่านั้น

 

ลองแกะกล่องดูทั้งสองรุ่นก่อน

เริ่มต้นจาก Panasonic RP-HD10E-K ที่กล่องใหญ่เอาเรื่องครับ แกะกล่องออกมาจะเห็นหูฟังวางอยู่ ดูดีมากทีเดียว แต่ไม่มีอุปกรณ์ซับซ้อนครับ ก็มีตัวหูฟัง กับกล่องใส่พวกสายหูฟัง ซึ่งมีมาให้สองเส้น คือแบบ 3.5 มม. เอาไว้ใช้กับสมาร์ทโฟน มีปลายด้านนึงเป็นข้องอรูปตัว L ซึ่งเหมาะสำหรับการเสียบกับสมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่น ส่วนสายอีกเส้นจะเป็นหัวแปลง 3.5 มม. เป็น 6.3 มม. ครับ

 

กล่องใส่ Panasonic RP-HD10E-K ดูดีทีเดียว

Panasonic RP-HD10E-K

 

วัสดุหลักๆ ที่เอามาใช้ทำหูฟังก็คือพลาสติก เพื่อให้หูฟังมีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย แต่ส่วนที่คาดศีรษะนี่จะใช้วัสดุเป็นหนังเทียม ให้ความรู้สึกหรูหราอยู่เหมือนกัน

 

ตัวก้านหูฟังปรับได้หลายระดับ และเป็นโลหะ ดูทนทาน

ดีไซน์แบบที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน เลื่อนหูฟังในแนวนอนได้แบบนี้

ดีไซน์หูฟัง บิดปรับได้ 90 องศา

 

ตัวก้านหูฟัง เป็นโลหะ สามารถปรับยืดหดได้ 9 ระดับ ตรงส่วนที่เป็นหูฟังเอง ใช้วัสดุเป็นโลหะ เจียรอย่างสวยงามทีเดียว … ตัวหูฟัง บิดได้ 90 องศา เพื่อเอาไว้สำหรับกรณีคนที่ชอบพกหูฟังแบบแขวนรอบคอตัวเอง และอีกหนึ่งดีไซน์ที่ผมก็เพิ่งเคยเจอก็คือ การปรับเลื่อนตำแหน่งหูฟัง ให้อยู่เยื้องๆ กับก้านหูฟังได้เล็กน้อย อันนี้เพื่อให้รองรับกับตำแหน่งใบหูได้มากที่สุดนั่นเอง

 

ดีไซน์หูฟัง Panasonic RP-HD10E-K เห็นตัวขับเลย

 

ด้านในของหูฟังนี่ โชว์กันเห็นๆ ว่าเป็นตัวขับขนาด 50 มม. ใหญ่อลังการ และดูสวยงามดีครับ เป็นดีไซน์ที่แปลกตาสำหรับผม เพราะปกติหูฟังเขาจะบุผ้าเอาไว้ทึบ มองไม่เห็นตัวขับแบบนี้อ่ะ

ทีนี้ลองแกะอีกกล่องดูบ้างครับ Panasonic RP-BTD10E-K มันจะดูแตกต่างจาก RP-HD10E-K อย่างมากเลยล่ะ แต่ความเรียบง่ายก็ไม่เปลี่ยนแปลงครับ คือ มีแค่ตัวหูฟัง และ สาย Micro USB มาให้เอาไว้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่

 

Panasonic RP-BTD10E-K

 

ตัวหูฟังจะดีไซน์ออกแนววัยรุ่นมากกว่าตัว RP-HD10E-K ครับ และงวดนี้วัสดุที่ใช้ทำตัวหูฟังเป็นพลาสติกล้วนๆ แล้ว แม้แต่ตัวหูฟังเอง ก้านหูฟังก็เป็นพลาสติกด้วย และถูกมีแผ่นยางรองศีรษะแทน

 

Panasonic RP-BTD10E-K

 

ตัวส่วนครอบหู ยังคงใช้วัสดุเป็นหนังเทียมอยู่ แต่ตัวขับมีขนาดลดลงมาเหลือ 40 มม. แทน และตัวหูฟังทั้งสองข้าง ก็จะมีพวกไมโครโฟนสำหรับใช้สนทนาโทรศัพท์ ปุ่มควบคุมการเล่นเพลงซึ่งประกอบด้วย Play/Pause และปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Next/Previous ที่หูฟังข้างนึง ส่วนอีกข้างจะเป็นปุ่มรับสายโทรศัพท์ ซึ่งจะมีปุ่มเปิดหูฟังอยู่ด้วย

 

Panasonic RP-BTD10E-K ข้างนี้จะเป็นปุ่มรับโทรศัพท์ มี NFC มีไมโครโฟน และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

 

นอกจากนี้ เจ้านี่ยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มาให้ เอาไว้ใช้ตอนที่ไม่คิดจะเปิดใช้งานแบบไร้สาย หรือตอนที่แบตเตอรี่หมด

 

บิดหูฟัง 90 องศา แล้วเอา Panasonic RP-BTD10E-K ห้อยคอได้

 

เช่นเคย หูฟัง Panasonic RP-BTD10E-K นี่ก็สามารถบิดหูฟังได้ 90 องศา เพื่อเอาไว้สำหรับคล้องคอ เวลาจะพกพาไปไหนข้างนอก … ดู Hip Hop ดี หุหุ

 

ลองสวมใส่ใช้งานจริง

เมื่อเล่าถึงเรื่องรูปร่างหน้าตาและการออกแบบแล้ว ก็ได้เวลามาเล่าถึงประสบการณ์ในการใช้งานกันบ้าง โดยผมจะขอสลับคิวในการเล่านะครับ ขอเริ่มที่รุ่นเล็กอย่าง RP-BTD10E-K ก่อน

 

ลองสวม Panasonic RP-BTD10E-K

 

ในการสวมใส่ ตัว RP-BTD10E-K เนี่ย ถือว่าสวมใส่แล้วสบายในระดับนึงล่ะ แต่ถ้าจะให้ Feedback ละก็ คงต้องขอแนะนำให้เลือกใช้ก้านหูฟังเป็นโลหะซักหน่อย จะได้ดูดีขึ้นอีกนิด ดูแข็งแรงขึ้น (ผมแอบห่วงก้านหูฟังแบบพลาสติกล้วนๆ อ่ะ) และตรงบริเวณที่รองศีรษะน่าจะทำเป็นหนังเทียมหุ้มฟองน้ำนิ่มๆ มากกว่าเป็นแผ่นยาง มันจะช่วยให้สวมใส่สบายขึ้นอีกเยอะเลยครับ

 

 

Panasonic RP-BTD10E-K ข้างนี้จะเป็นปุ่มรับโทรศัพท์ มี NFC มีไมโครโฟน และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

 

การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ถ้าเป็นสมาร์ทโฟนที่มี NFC อยู่ด้วย จะเชื่อมต่อได้ง่ายมาก แค่เอาส่วนที่เป็น NFC ของสมาร์ทโฟนไปแตะที่หูฟังข้างซ้ายแบบในรูป แล้วมันก็จะถามเลยว่าจะ Pair กับหูฟังหรือไม่ แค่ตอบตกลงก็เรียบร้อย … แต่ถ้าสมาร์ทโฟนไม่มี NFC ก็ต้อง Scan แล้ว Pair กันตามปกติครับ

 

หู Panasonic RP-BTD10E-K ข้างนี้เป็นตัวควบคุมการเล่นเพลง

 

ปุ่มควบคุมของ Panasonic RP-BTD10E-K ครบเครื่องดี ใช้ได้กับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android อย่างไม่มีปัญหา และหากมีใครโทรศัพท์มาตอนที่เรากำลังฟังเพลงอยู่ มันก็จะหยุดการเล่นเพลงชั่วคราว แล้วเตือนว่ามีสายเข้า ซึ่งเราก็สามารถกดปุ่มรับตรงหูโทรศัพท์ได้ทันที … ตัวหูฟังมีไมโครโฟนในตัวอยู่แล้ว สามารถใช้โทรศัพท์ได้เลยครับ เมื่อวางหูแล้วก็เล่นเพลงต่อได้อย่างราบรื่น

ในกรณีที่แบตเตอรี่หมด หรืออยู่บนเครื่องบิน เขาไม่ให้ใช้หูฟังไร้สาย เราก็ปิด Bluetooth แล้วเสียบสายหูฟัง 3.5 มม. เข้ากับสมาร์ทโฟนของเรา เพื่อฟังเพลงได้ครับ ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งสายเขาก็มีมาให้ไว้แล้ว

ลองทดสอบคุณภาพเสียงดู พบว่าเป็นหูฟังที่แสดงรายละเอียดของเพลงออกมาได้ชัดเจนครบถ้วนดี สามารถแบ่งพื้นที่ย่านเสียงได้เหมาะสมช่วยให้เกิดมิติมุมลึก มีเนื้อเสียงที่อิ่มหนา ฟังนุ่มนวล ทั้งนี้มีข้อสังเกตคือปลายเสียงของย่านกลางต่ำบานไปหน่อยทำให้ขาดความกระชับไปบ้าง เสียงกลางต่ำฟังขึ้นจมูกและไม่เป็นธรรมชาตินัก เมื่อรวมกับความทู่ ขาดความคมใสของปลายเสียงแหลมทำให้พวกเสียงเครื่องอคูสติกฟังดูสังเคราะห์ขึ้นมาทันที และหากฟังไฟล์เสียงที่เสียงช่วงต่ำ-กลางเด่นๆ จะเกิดความรู้สึกอุดอู้ในการฟังอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามด้วยความสามารถในการจัดพื้นที่เสียง หูฟัง Panasonic RP-BTD10E-K ตัวนี้จึงยังคงเป็นหูฟังที่ให้อรรถรสในการฟังเพลงเพลินๆ ได้ดีอยู่พอสมควร

 

ดีไซน์หูฟัง Panasonic RP-HD10E-K ตัวหูฟังเป็นอลูมิเนียม

 

เอาล่ะ ทีนี้มาดูตัวใหญ่กันบ้างครับ RP-HD10E-K ซึ่งเป็นหูฟังคุณภาพระดับ High-resolution ด้วยเทคโนโลยี MLF (Multi-Layer Film) Diaphragm … น้ำหนักหูฟัง 370 กรัม แต่สวมใส่สบายมากครับ หูฟังปรับระดับได้ 10 ระดับ แถมออกแบบมาให้สามารถเลื่อนหูฟังในแบบแนวระนาบได้อีก ซึ่งถือว่าเป็นยี่ห้อแรกที่ผมเห็นว่าทำแบบนี้กัน (เขาว่าเป็นยี่ห้อแรกในโลกเลยด้วย) เป็นดีไซน์ที่เข้าใจหลักการยศาสตร์มากๆ เพราะตำแหน่งหูของคนเราบางทีมันทำให้ตรงส่วนที่เป็นที่คาดหัวรองศีรษะมันอยู่ในตำแหน่งสวมใส่ไม่สะดวก แต่ Panasonic RP-HD10E-K นี่ เราปรับเลื่อนหูฟังได้อีกหน่อย เพื่อให้เหมาะสม

 

ลองสวมหูฟัง Panasonic RP-HD10E-K

 

นอกจากนี้ ตัวหูฟัง เขาเรียกว่า 3D Earpad ครับ ถูกออกแบบมาให้ขยับเขยื้อนเพิ่มได้อีกนิด ประกอบกับการที่หูฟังถูกออกแบบให้ปิดได้ 90 องศา มันทำให้รองรับกับหูได้ดี สวมใส่สบายหูมาก

 

Panasonic RP-HD10E-K คล้องคอได้เช่นกัน

 

อย่างไรก็ดี ตัวนี้เป็นหูฟังเพื่อคนฟังเพลงแบบเน้นๆ ครับ สายหูฟังที่แถมมาให้ด้วย ก็เลยเป็นแบบที่ไม่ได้เผื่อไว้ให้ใช้โทรศัพท์เข้ามาได้ และไม่มีรีโมทควบคุมการเล่นเพลงมาให้ด้วยครับ แต่ว่าเตรียมหัวแจ็คแบบ 6.3 มม. เผื่อใครอยากจะต่อผ่านแอมป์น่ะ (บอกแล้วไง ว่าเขาทำมาสำหรับฟังเพลงจริงๆ)

ลองเอามาฟังเพลงครับ แต่ในเมื่อเจ้านี่เป็นหูฟังระดับ High Res เลยต้องใช้ไฟล์เสียง High resolution 24-bit/96kHz ทดสอบ และก็ลองเทียบกับไฟล์เพลง mp3 ทั่วๆ ไปด้วย พบว่า RP-HD10E-K นี่ให้เสียงสูงที่คมชัด ใส มีเนื้อเสียงที่หนา ซึ่งสอดคล้องกับสเปกที่ว่าแสดงย่านเสียงได้ตั้งแต่ 4kHz ยัน 50kHz  (อย่าลืมนะครับ โดยเฉลี่ยแล้ว หูคนเราโดยทั่วไปได้ยินเสียงในช่วง 2kHz-22kHz หรือเมื่อ Sampling แล้วก็จะอยู่ที่ราวๆ 44.1kHz เอง)

นอกจากนี้ เสียงกลางที่ได้ก็ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ และเสียงต่ำที่ลึกแสดงเวทีเสียงได้กว้าง สามารถแสดงรายละเอียดของเสียงออกมาได้ดีในทุกๆ ย่าน โดยย่านเสียงมีความสมดุลกันดีมาก ให้มิติและความหนักเบาของเสียงได้เป็นอย่างดี ทั้งยังให้ความรู้สึกโปร่งสบายในการฟัง สามารถรองรับได้ทุกแนวเพลง ไม่ว่าจะเป็น Acoustic jazz หรือ Heavy metal ก็ฟังดีหมด แต่สำหรับคอ Hip-hop หรือเพลง Dance อาจจะต้องการหูฟังที่ปรับแต่งย่านเบสมากกว่านี้ครับ

 

บทสรุปการรีวิวหูฟัง Panasonic RP-BTD10E-K และ RP-HD10E-K

ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วนครับ … ตัวแรกเลย RP-BTD10E-K เนี่ย คุณภาพเสียงถือว่าโอเคสำหรับราคาค่าตัว ใช้ฟังเพลงได้ชิลๆ เลย เพียงแต่อาจจะไม่ถึงกับสุด แต่ก็คืออยู่ภายใต้ Range ของราคาค่าตัว ในแง่ของการใช้งาน ก็ทำได้ดีในฐานะหูฟังไร้สาย การฟังเพลง การใช้โทรศัพท์ ต่อเนื่องดี และมีจุดเด่นในสองเรื่อง คือ มี NFC ช่วยให้การ Pairing หูฟังง่ายขึ้นเยอะ และรองรับการปิด Bluetooth แล้วใช้ในโหมดเสียบหูฟัง เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยเครื่องบินบ่อยๆ (เพราะบนเครื่องเขาไม่ให้ใช้หูฟังบลูทูธ)

แต่ผมก็ต้องขอ Feedback ไปยัง Panasonic ว่า RP-BTD10E-K เนี่ย ถ้าปรับเรื่องวัสดุซักนิดหน่อย จะดีขึ้นครับ ก้านหูฟังเป็นโลหะ จะทำให้มั่นใจเรื่องความทนทานได้มากขึ้น และตรงส่วนที่รองศีรษะ ถ้าเปลี่ยนวัสดุจากยางมาเป็นหนังเทียมหุ้มนิ่มๆ มันก็จะดูดีขึ้น และสวมใส่สบายขึ้นไปอีก

ส่วน RP-HD10E-K นั้น สมกับราคาค่าตัวมาก 8,490 บาท วัสดุที่ใช้ทำเรียกว่าสมน้ำสมเนื้อเลย ดีไซน์ออกมาเข้ากับหลักการยศาสตร์มาก สวมใส่แล้วสบายเลยครับ ฟังเพลงไปนานๆ ก็ยังรู้สึกชิลอยู่ คุณภาพเสียง เรียกว่าไม่เสียทีที่พยายามชูความที่มีตัวขับขนาด 50 มม. และสามารถรองรับย่านความถี่สูงได้ถึง 50kHz ด้วยเทคโนโลยี MLF Diaphragm … แต่ก็เพราะแบบนี้แหละ เขาเลยต้องทำ RP-HD10E-K นี่มาให้เป็นหูฟังแบบใช้สายแทน เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีจริงๆ (เพราะปกติ หูฟังแบบไร้สาย คุณภาพเสียงจะดรอปลงไปบ้างไม่มากก็น้อย) ซึ่งก็เป็นอะไรที่เข้าใจได้ แต่น่าเสียดาย ที่เขาไม่ได้ออกแบบมาเผื่อใช้รับโทรศัพท์ด้วย และไม่มีรีโมทสำหรับควบคุมการเล่นเพลงน่ะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: