รีวิว OPPO R7 Lite … ก็ถ้าคิดว่า R7 Plus มันใหญ่ไป และ R7 เกินงบไปหน่อย

Print Friendly

OPPO R7 Lite

สัญญากันไว้แล้วว่าจะมารีวิว OPPO R7 Lite ที่ทาง OPPO เขาเปิดตัวจำหน่ายในประเทศไทยไปเมื่อซักเดือนก่อน … มั้ง … ให้ได้อ่านกัน (ส่วน R7 Plus ที่ออกมาพร้อมกันกับ R7 เนี่ย … อ่านรีวิว OPPO R7 Plusได้นะ เขียนไปแล้ว) เจ้าตัวนี้ มันเป็นรุ่นที่เบาลงอีกหน่อย เมื่อเทียบกับ OPPO R7 ที่เปิดตัวไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ลองมาอ่านกันดูครับ ว่าเงิน 10,990 บาทเนี่ย OPPO เขามีอะไรให้เราเล่นกันบ้าง

 

แรกสุดต้องวิจารณ์เรื่องรูปร่างหน้าตาของ OPPO R7 Lite

OPPO R7 Lite นี่แตกต่างจาก R7 Plus อยู่พอสมควรครับ และหากเทียบกับ OPPO R7 แล้ว ต้องบอกว่าเจ้านี่แทบจะเป็นพี่น้องฝาแฝดกันเลยทีเดียว ทั้งขนาดตัวเครื่อง ทั้งน้ำหนัก และดีไซน์ต่างๆ ซึ่งผิดกับ OPPO R7 Plus ที่ขนาดใหญ่ขึ้นอีกนิด หนักขึ้นอีกหน่อย

 

OPPO R7 Lite ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ OPPO R7 Lite เป็นหน้าจอขนาด 5 นิ้ว AMOLED เหมือนกับ OPPO R7 เลย แต่มีความละเอียดในการแสดงผลน้อยกว่า คือ แค่ระดับ HD 720p หรือ 1280×720 พิกเซลเท่านั้น มี Proxity sensor (เซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุที่เข้ามาใกล้ ใช้เพื่อปิดหน้าจอเวลายกแนบหูโทรศัพท์) และ Ambient light sensor (เซ็นเซอร์วัดแสง เพื่อใช้ปรับความสว่างหน้าจอโดยอัตโนมัติ) และกล้องดิจิตอลด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ดีไซน์ยังเป็นแบบมีปุ่ม 3 ปุ่ม คือ Menu, Home และ Back และมีไฟ LED แสดงสถานะแอบซ่อนไว้อยู่ตรงมุมบนด้านซ้ายด้วยนะ

 

OPPO R7 Lite ด้านหลัง

 

ตัวบอดี้เป็นอลูมิเนียม ให้ความหรูหราไฮโซ ด้านหลังเป็นกล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash และมีลำโพงอยู่บริเวณด้านล่างของตัวเครื่อง

 

ขอบอลูมิเนียม และกระจกที่โค้งมน

 

ขอบข้างตัวเครื่อง OPPO R7 Lite เป็นเฟรมอลูมิเนียมทำขอบแบบ Taper ข้างนึง ด้านบนมีแค่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ส่วนด้านล่างเป็นพอร์ต Micro USB 2.0 และรูไมโครโฟนไว้สนทนาโทรศัพท์และบันทึกเสียง

 

OPPO R7 Lite ด้านซ้าย

OPPO R7 Lite ด้านขวา

 

ด้านซ้ายของ OPPO R7 Lite เป็นปุ่ม Power ส่วนด้านขวามีปุ่ม Volume และถาดใส่ซิม ซึ่งรองรับ 2 ซิมเลย เป็น Nano SIM ทั้งคู่ แต่หากใส่ 2 ซิมแล้ว จะใส่ MicroSD card ไม่ได้ เพราะมันแชร์สล็อตกันอยู่ … ถาดใส่ซิมนี่ต้องใช้อุปกรณ์มาจิ้มออกมานะ

ในภาพรวม ผมถือว่าเจ้า OPPO R7 Lite นี่เป็นสมาร์ทโฟนราคาเกินหมื่นไปนิดเดียวที่มีดีไซน์ค่อนข้างสวยงาม ใช้วัสดุที่ดูดีทีเดียวเชียวล่ะ ยังไม่นับที่สเปกก็ถือว่าใช้ได้อยู่นะ

 

ลองเล่น OPPO R7 Lite เอาประสบการณ์มาเล่า

น้ำหนัก 147 กรัมของ OPPO R7 Lite ไม่ได้ Lite (เบา) สมชื่อซักเท่าไหร่นะครับ แต่ดีไซน์ของ OPPO R7 Lite นี่บางใช้ได้ (6.3 มม.) ใครที่ชอบสมาร์ทโฟนบางๆ โดยเฉพาะคนที่ชอบพกสมาร์ทโฟนใส่กระเป๋าเสื้อ น่าจะชอบดีไซน์แนวนี้ กระเป๋าไม่ตุงดี แต่ใครที่ไม่ชอบสมาร์ทโฟนบางๆ เพราะเวลาถือในมือแล้วมันรู้สึกไม่เต็มอุ้งมือเท่าไหร่ อาจจะไม่ชอบ

 

User Interface ของ OPPO R7 Lite

 

 

แต่สำหรับผม ผมมองว่า OPPO R7 Lite ไม่ถึงกับหนักเกินเหตุหรือเบาจนเกินไป และมันก็ไม่ได้บางจนเวอร์ จนจับแล้วไม่ถนัดมือ นอกจากนี้ ดีไซน์กระจกหน้าจอแบบที่โค้งมนตรงขอบ มันให้สัมผัสของการลากนิ้วได้ลื่นดีทีเดียว แต่ต้องแลกมาด้วยการที่เวลาเอาไปติดฟิล์มแล้ว มันติดเต็มหน้าจอไม่ได้ (ให้นึกถึง iPhone 6 ก็ได้) และเมื่อติดฟิล์มกันรอยแล้ว เวลาเราลากนิ้วไปแถวๆ ขอบหน้าจอ มันจะรู้สึกสะกิดขอบฟิล์ม แอบรำคาญเล็กๆ

 

ปุ่ม Power จะกดไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ สำหรับคนถนัดขวา และคนที่ถนัดปุ่มกดอยู่ตรงนิ้วโป้ง

 

ปุ่ม Power ที่ย้ายมาอยู่ด้านซ้ายมือ สำหรับคนที่ใช้สมาร์ทโฟนที่ปุ่ม Power มาอยู่ด้านขวามือแล้ว มันรู้สึกแปลกๆ ครับ ชอบเผลอไปกดปุ่ม Volume down อยู่บ่อยๆ เพราะความเคยชิน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตลำบากลำบนอะไรมาก

 

ดาวน์โหลดธีมมาเปลี่ยนได้ตามสะดวก

 

Color OS ที่เป็น User Interface ของสมาร์ทโฟนจากค่าย OPPO ก็ถือว่าลื่นไหลดี และแน่นอนว่ามีจุดเด่นในเรื่องการเปลี่ยนธีมได้ มีธีมฟรีให้ดาวน์โหลดเพียบ น่ารักๆ สวยๆ ทั้งนั้น ใครที่ชอบตกแต่งหน้าตาของ User Interface น่าจะชอบ แต่ก็อย่างว่า App Store ของ OPPO เนี่ย ยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ และจริงๆ ผมก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีเลย

 

 

บริการ O-Cloud ที่ผมว่าดูไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่

Security Center ของ OPPO R7 Lite ที่ให้มากกว่าแค่ Security

 

ส่วนบริการ O-Cloud ที่ให้เราแบ็กอัพข้อมูลได้ ไม่ว่าจะเป็น Contact หรือ SMS ผมไม่รู้สึกว่าจะมีประโยชน์ซักเท่าไหร่ เพราะหาแอปเพิ่มเองได้อยู่แล้วสำหรับ SMS และ Contact ผมก็ฝากไว้กับ Google Contact อยู่แล้วอ่ะนะ … แอปที่ผมว่ามีประโยชน์สุดๆ น่าจะเป็น Security Center ซึ่งประกอบไปด้วย

  • Memory cleanup เคลียร์หน่วยความจำ เวลาที่เรารู้สึกว่าเปิดแอปเยอะแล้วเครื่องเริ่มหน่วง
  • Data monitor ช่วยติดตามเรื่องการใช้งานเน็ต แล้วปิดเน็ตอัตโนมัติหากเราใช้เกินกำหนด
  • Block ตั้งบล็อคไม่ให้เบอร์ที่เราไม่อยากรับโทรศัพท์หรือ SMS เข้ามา
  • Privacy permissions กำหนดสิทธิ์ของแอปในการเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ของมือถือ
  • Energy saving โหมดประหยัดพลังงาน
  • Quiet Time เมื่อเปิดใช้โหมดนี้ เราจะปิดการแจ้งเตือน … เหมาะสำหรับจังหวะที่ต้องการปลีกวิเวก แต่ก็ยังวางมือถือไม่ได้

สไตล์การใช้งาน UI ของ OPPO จะคล้ายๆ กับ iPhone ครับ คือ ไม่ได้แยกออกเป็น Home screen กับ App tray เหมือนระบบปฏิบัติการ Android ทั่วไป แต่จะมีแค่หน้า Home screen อย่างเดียว ซึ่งเอาไว้ทั้งวาง Widget และ App icon เลย การจะย้ายตำแหน่ง App icon หรือถอนการติดตั้งแอป ก็สามารถแตะค้างไว้ แล้วเลื่อน หรือแตะค้างไว้ แล้วแตะปุ่ม x ก็เรียบร้อย

 

User Interface นี่ออกแนว iOS อยู่นะ แม้กระทั่งการ Uninstall app

 

ลองเอามาใช้ดูหนังดูบ้าง … ตอนที่ทราบว่าเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED นี่ ผมแอบดีใจ เพราะเป็นคนชอบจอแสดงผลแบบนี้อยู่แล้ว เนื่องจากมันให้สีดำที่ดำสนิทจริงๆ ฉะนั้นสีสันอื่นๆ มันก็จะจัดจ้านด้วย แต่ปรากฏว่า เวลาเอามาดูหนังจริงๆ จอ AMOLED ของ OPPO R7 Lite กลับไม่ได้แสดงผลออกมาดำสนิทจริงๆ ทั้งนี้เป็นเพราะต้นฉบับของภาพ มันไม่ได้ดำสนิทขนาดนั้นครับ (ผมลองปรับความสว่างหน้าจอของ OPPO R7 Lite ให้ลดลงแล้ว แต่มันก็ยังไม่แสดงผลสีดำแบบดำสนิทจริงๆ เพราะต้นฉบับมันไม่ได้มาดำสนิทน่ะครับ)

 

เทียบ Super AMOLED Samsung Galaxy Note 5 (บน) กับ AMOLED OPPO R7 Lite (ล่าง)

 

ลองเทียบ AMOLED ของ OPPO R7 Lite กับ Super AMOLED ของ Samsung Galaxy Note 5 แล้ว ผมพบว่า Note 5 ให้สีสันจัดจ้านกว่า เพราะมันเลือกที่จะให้สีดำ ดำสนิทจริงๆ (แม้ว่าต้นฉบับภาพจริงๆ มันไม่ได้ดำขนาดนั้น) ตรงนี้เลยต้องเลือกครับ Super AMOLED ของ Samsung Galaxy Note 5 ที่ให้สีสันจัดจ้าน แต่รายละเอียดบางส่วนของภาพหายไป กับ AMOLED ของ OPPO R7 Lite ที่สีสันดูจืดลงไปอีกหน่อย (เพราะสีดำมันจะออกเทาๆ มากกว่า) แต่ว่ารายละเอียดของภาพยังครบถ้วน … นานาจิตตัง

ป.ล. ตัวอย่างวิดีโอที่ผมใช้ในการเปรียบเทียบ ดูได้จากคลิปด้านล่างนี่

 

 

มาดูคุณภาพของลำโพงกันบ้างนะ … OPPO R7 Lite มีลำโพงที่ให้เสียงที่ฟังนุ่มนวล โปร่ง และกว้าง เน้นช่วงเสียงกลางสูงเพื่อเน้นความชัดเจน แม้เนื้อเสียงจะเล็กและบาง แต่ผู้ฟังยังคงรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของเสียงกลองและเบส (กรณีที่ Mixed มาแบบเน้นช่วงเสียงกลาง) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานมีความเพลิดเพลินในการฟังเพลงได้อยู่ บวกกับความรู้สึกโปร่งและกว้างของเสียงซึ่งช่วยให้เสียงฟังค่อนข้างมีมิติอีกด้วย

ทดสอบฟังเสียงด้วยหูฟัง Apple EarPods พบว่า R7 Lite พบว่าโดยรวมให้เสียงที่มีความนวลและใส มีความเป็นธรรมชาติพอสมควร ย่านเสียงมีความสมดุลกัน ระบบขยายเสียงก็ทำได้ดี เมื่อเพิ่มระดับเสียงให้ลักษณะเสียงที่ค่อนข้างคงเดิม ไม่ฟุ้งไม่เบลอ ที่มีเปลี่ยนแปลงไปหน่อยก็คือเสียงมีความแข็งกระด้างขึ้น

 

เกม Need for Speed: No Limits บน OPPO R7 Lite

 

ลองเอามาเล่นเกม ตัวเลือกของผมคือ Need for Speed: No Limits พบว่าสามารถเล่นเกมได้ลื่นไหลดีครับ ขนาดหน้าจอ 5 นิ้วก็กำลังพอเหมาะสำหรับการเล่นเกม แม้ว่าหน้าจอแสดงผลความละเอียดจะต่ำกว่า OPPO R7 หรือ OPPO R7 Plus แต่คุณภาพของภาพที่เห็นก็ไม่ได้ดูด้อยแต่อย่างใด … ในทางกลับกัน ผมรู้สึกว่าเกมสามารถเล่นได้ลื่นไหลดีขึ้นในภาพรวมด้วย

 

User Interface กล้องของ OPPO R7 Lite

เลือกโหมดถ่ายรูปต่างๆ ได้เยอะดี

 

 

มาดูเรื่องการถ่ายรูปกันบ้าง … OPPO R7 Lite นี่ก็มาพร้อมกับกล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และเลนส์ Schneider-Kreuznach ซึ่งถือว่าเป็นเลนส์คุณภาพดีทีเดียว การโฟกัสภาพทำได้รวดเร็ว และรองรับการปรับออโต้โฟกัสและการชดเชยแสงด้วยการแตะบนจุดที่ต้องการบนหน้าจอ … หากต้องการปรับชดเชยแสงแบบ Manual ก็ทำได้ คล้ายๆ กับบน iPhone ซึ่งผมถือว่าเป็นแนวทางของ UI ที่ใช้สะดวกดี

 

โหมดถ่ายภาพอื่นๆ ก็ Install เพิ่มเอา

 

ภาพถ่ายที่ได้ สีสันถือว่าใช้ได้ทีเดียวครับ แต่การปรับชดเชยแสงแบบออโต้เนี่ย ไม่ค่อยฉลาดซักเท่าไหร่ จากที่ผมทดสอบ มันปรับติด Under หรือ Over บ่อยครั้ง หากพอดีลำบาก … ถ้าจะให้ชิลจริงๆ แนะนำว่าในกรณีที่ภาพมีโอกาสสว่างจ้าหน่อย หรืออาจจะติดมืดนิดๆ ละก็ เปิด HDR เอาไว้ด้วยน่าจะดี ไม่งั้นแนะนำว่าลองปรับชดเชยแสงแบบ Manual ครับ

 

ภาพโดย OPPO R7 Lite

ภาพโดย OPPO R7 Lite

ภาพโดย OPPO R7 Lite

 

นอกจากนี้ ตัวซอฟต์แวร์กล้องของ OPPO R7 Lite ก็มีลูกเล่นให้ใช้งานอยู่ไม่น้อย ไม่แพ้พวก OPPO R7 หรือ OPPO R7 Plus หรอก ทั้ง HDR, Slow shutter, Ultra HD ฯลฯ ลูกเล่นพวกนี้ มีให้เพียบเลยครับ

ลองเอา OPPO R7 Lite มาถ่ายรูปด้วยกล้องหน้าดูบ้างนะครับ ความรู้สึกคือ แม้จะ 8 ล้านพิกเซล แต่ว่ามันไม่ได้ให้คุณภาพที่โดดเด่นเท่ากล้องหลังนะครับ ไม่เหมาะกับการถ่ายในสภาพแสงน้อยซักเท่าไหร่ เพราะสีสันออกจะจืดไปเลย และ Noise เยอะอยู่ แต่ถ้าถ่ายกลางวันตอนไปเที่ยวไรงี้ ผมว่าก็โอเคอยู่

 

ถ่ายด้วยกล้องหน้าของ OPPO R7 Lite

 

ในการถ่ายวิดีโอ OPPO R7 Lite ก็ทำได้ดี การปรับโฟกัสและการชดเชยแสงที่ทำได้ด้วยการแตะบนหน้าจอเป็นฟีเจอร์ที่อำนวยความสะดวกได้ดีเวลาต้องการถ่ายเฉพาะจุด นอกจากนี้ สำหรับคนที่ต้องการปรับชดเชยแสงตามความต้องการ ก็สามารถปรับแบบ Manual ได้อีก ถือว่าดีมากๆ … แต่ผมตั้งข้อสังเกตว่าเวลาพยายามถ่ายวิดีโอในเวลากลางคืน ภายใต้สภาพแสงเป็นหลอดฟลูออเรสเซนต์แล้ว ภาพมันติดเหลืองเอาเรื่อง รู้สึกได้ว่า White balance อัตโนมัติของ OPPO R7 Lite ยังทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ

 

บทสรุปการรีวิว OPPO R7 Lite

สเปกของ OPPO R7 Lite อยู่ในระดับกลางๆ แต่ด้วยสนนราคาค่าตัว 10,990 บาทของ OPPO R7 Lite ผมมองว่าตัวนี้ค่อนข้างคุ้มค่าอยู่ไม่น้อย เพราะจุดขายของ OPPO R7 Lite นั้นไม่ได้อยู่ที่สเปกในส่วนหน่วยประมวลผลซะทีเดียว แต่ว่าอยู่ที่ดีไซน์ที่เลือกใช้วัสดุดูดี และกล้องดิจิตอลด้านหลังที่ใช้เลนส์ค่อนข้างดีทีเดียว

ที่ยังขาดตกบกพร่องอยู่เล็กๆ น้อยๆ สำหรับ OPPO R7 Lite ก็น่าจะเป็นเรื่องของอัลกอริธึ่มซอฟต์แวร์ของกล้อง ที่ยังน่าจะปรับปรุงได้อีกนั่นแหละครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. Tina says:

    เทียบกับ OPPO Mirror 5 Lite http://www.oppo.com/th/smartphone-mirror-5-lite/ แล้วตัวไหนดีกว่าคะ

Leave a Reply

%d bloggers like this: