รีวิว OPPO R7 Plus ใหญ่ บาง สวย กล้องแจ่ม

Print Friendly

Oppo R7 Plus

 

OPPO ส่งสมาร์ทโฟนมาให้ลองสองตัว ตัวนึงคือ OPPO R7 Plus ที่กำลังจะรีวิวอยู่นี่ และอีกตัวคือ OPPO R7 Lite ที่เดี๋ยวจะรีวิวให้อ่านซักสัปดาห์หน้า … OPPO R7 Plus นี่โดยสรุปแล้ว ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีขนาดหน้าจอ 6 นิ้ว แต่ก็หยิบฉวยใช้ได้อย่างไม่ลำบาก พอทดแทนแท็บเล็ตได้ในระดับนึงเลยทีเดียว และค่อนข้างบาง จนทำให้รู้สึกว่าผู้ใช้งานบางคนอาจจะชอบ ในขณะที่บางคนก็อาจจะไม่ชอบ … มาอ่านดูดีกว่าว่า แล้วผมรู้สึกยังไง หุหุ

จุดเด่นของตัวสมาร์ทโฟนในตระกูล R ของ OPPO นับตั้งแต่ OPPO R5 เป็นต้นมา ก็คือเรื่องของความบางครับ ซึ่งตัว OPPO R7 Plus นี่ก็เช่นกัน ออกแบบมาค่อนข้างบางทีเดียว แต่ในฐานะที่ชื่อมีคำว่า Plus อยู่ ก็เลยทำให้เจ้านี่มีขนาดใหญ่ระดับ Phablet (หมายถึง Phone + Tablet) เพราะมีหน้าจอขนาด 6 นิ้วครับ

 

OPPO R7 Plus ด้านหน้า

 

ตัวหน้าจอ 6 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล (367ppi) แบบ AMOLED ของ OPPO R7 Plus มาพร้อมกับกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และเซ็นเซอร์วัดแสง กับเซ็นเซอร์ Proximity ด้วย … เจ้านี่ไม่มีปุ่มกดแบบ Physical นะครับ ปุ่มจะเป็นแบบ Virtual ตามแบบที่ Google เขาอยากให้เป็น

ตัวกระจกหน้าจอเป็น Corning Gorilla Glass 3 ที่เป็นแบบขอบโค้งมน สัมผัสแล้วลื่นเนียน ไม่รู้สึกแปลกๆ นิ้ว แต่นั่นก็จะส่งผลให้หาฟิล์มติดแบบเต็มจอยาก เพราะมันจะกระเดิดตรงบริเวณขอบจอครับ

 

OPPO R7 Plus ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ OPPO R7 Plus เป็นบอดี้อลูมิเนียม เกรดเดียวกับที่ใช้ในพวกอากาศยาน ดูดีทีเดียว มีลำโพงของตัวเครื่องอยู่ตรงมุมๆ ด้านล่าง มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซลพร้อม Dual LED และแถบดำๆ ข้างๆ เลนส์ที่เห็นนั่นคือเลเซอร์โฟกัสครับ แล้วก็มีตัวอ่านลายนิ้วมืออยู่ด้านล่างของแฟลชด้วย

 

OPPO R7 Plus ด้านบน

 

ด้านบนของ OPPO R7 Plus ก็จะมีแค่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และรูไมโครโฟนเอาไว้ทำ Active noise cancellation กับบันทึกเสียง ตรงสันของตัวเครื่องจะเป็นแบบนูนๆ วัสดุเป็นโลหะครับ … งวดนี้จะรู้สึกได้ว่าความหนาของ OPPO R7 Plus นี่มากกว่า OPPO R5 อยู่นิดหน่อย แต่นั่นก็เป็นข้อดี เพราะทำให้มีความหนามากพอที่จะใส่ช่องเสียบหูฟังมาได้ล่ะนะ

 

OPPO R7 Plus ด้านล่าง

 

ด้านล่างของ OPPO R7 Plus ก็มีแค่พอร์ต Micro USB 2.0 และรูไมโครโฟนสำหรับการสนทนาโทรศัพท์และบันทึกเสียง

 

OPPO R7 Plus ด้านซ้าย

OPPO R7 Plus ด้านขวา

 

ด้านซ้ายก็เป็นปุ่ม Volume ส่วนด้านขวาก็มีถาดใส่ Nano SIM card ซึ่งรองรับ 2 SIM ครับ แล้วก็มีปุ่ม Power ด้วย

ตัวถาดใส่ Nano SIM card เนี่ย ต้องเลือกว่าจะใส่ Nano SIM card 2 อัน หรือจะใส่แค่อันเดียว แล้วอีกสล็อตเอาไปใส่ MicroSD card ก็ได้ … ก็เลือกเอาครับ จะใช้ 2 SIM หรือจะใช้ 1 SIM แล้วเพิ่มความจุได้ด้วย MicroSD card … ขอบอกก่อนว่า เจ้านี่ไม่รองรับ USB On-the-Go นะครับ (ผมลองกับสองยี่ห้อแล้ว ตัว OPPO R7 Plus มองไม่เห็นจริงๆ)

 

ขนาดหน้าจอ 6 นิ้ว เต็มมือมาก

 

ขนาดตัวเครื่องของ OPPO R7 Plus นี่ คนทั่วๆ ไปเวลาจะใช้คงต้องใช้สองมืออ่ะครับ เพราะมันใหญ่เอาเรื่องอยู่ … คือแม้ว่าจะใหญ่กว่าพวกสมาร์ทโฟนจอ 5.7 นิ้วแค่นิดหน่อย แต่สำหรับคนมือไม่ใหญ่มากเนี่ย มันล้นๆ มือเลยนะ เพราะขนาดคนมือใหญ่ๆ แบบผม ยังรู้สึกว่ามันเต็มมือเลย

 

ปุ่ม Power นี่จะใช้มือซ้ายหรือมือขวา ก็แตะได้สะดวกอยู่

ตัวอ่านลายนิ้วมือของ OPPO R7 Plus เป็นแบบแตะก็อ่านได้แล้ว

 

ปุ่ม Power เนี่ย ออกแบบตำแหน่งมาได้ดีทีเดียวนะ ผมลองพยายามทั้งมือซ้ายและมือขวา ก็สามารถกดปุ่มได้สะดวกทีเดียว และสำหรับคนที่ต้องการความปลอดภัยด้วยการตั้งรหัสล็อกหน้าจอ แต่ก็ขี้เกียจกดรหัส เจ้า OPPO R7 Plus นี่ก็มาพร้อมกับตัวอ่านลายนิ้วมือครับ ตั้งปลดล็อกเครื่องด้วยลายนิ้วมือได้ และเป็นแบบแค่แตะก็อ่านลายนิ้วมือได้แล้ว ไม่ต้องปาดอะไรให้วุ่นวาย

แต่ก็เช่นเดียวกับ Android smartphone อื่นๆ ส่วนใหญ่นะครับ การปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือนี่ ก็ใช้งานได้แค่เพื่อปลดล็อกเครื่อง ไม่ได้สามารถใช้งานเพื่อชำระเงินผ่าน Google Wallet ได้โดยสะดวกเหมือนแบบที่ Apple เขาทำได้ (อันนี้เพราะ Google เขายังไม่ได้ใส่ตัวอ่านลายนิ้วมือเป็นฟีเจอร์มาตรฐานในระบบปฏิบัติการ Android นี่นะ)

 

ตัว QuickSettings ของ OPPO R7 Plus ใช้เปิดปิดฟังก์ชั่นต่างๆ ได้สะดวก

 

ตัว QuickSettings ของ OPPO R7 Plus ก็อำนวยความสะดวกในการใช้งานได้ดี เพียงแต่อาจจะงงตอนใช้งานนิดหน่อยในตอนแรก เพราะเราจะเห็นแค่ 5 ตัวเลือกเอง ถ้าเกิดเราอยากจะเลือกตัวอื่น ก็ไม่ใช่การเลื่อนไปทางซ้ายหรือทางขวา แต่ว่าเป็นการแตะไอ้ส่วนที่เป็น QuickSettings แล้วลากลงมาข้างล่าง มันก้จะแสดงตัวเลือกแบบเต็มๆ ให้ดูว่ามี QuickSettings อะไรบ้าง

 

จุดเด่นของ OPPO คือ Theme Store ที่มีธีมสวยๆ ให้เลือกเยอะ

เปลี่ยนธีมของ OPPO R7 Plus ให้สวยงามตามใจเรา

 

จุดขายนึงของสมาร์ทโฟนจากค่าย OPPO ที่ดูจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับบางคน แต่สำหรับอีกหลายๆ คน เป็นอะไรที่ถูกใจมาก นั่นก็คือ การเปลี่ยนธีมครับ … จริงๆ ก็ไม่ใช่ว่ายี่ห้ออื่นจะไม่มี หรือว่าจะหาทางทำผ่านทางแอปไม่ได้หรอกนะ แต่ว่าของ OPPO มันมาให้ในตัวเลยไง แล้วธีมก็มีแบบน่ารักๆ เยอะมากครับ

 

App Store ของ OPPO ยังไม่มีอะไรน่าสนใจ

 

อันนึงที่ไม่แน่ใจว่า OPPO ทำไปทำไมก็คือ App Store ครับ เพราะไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นกว่า Google Play เลย และแอปในนี้ก็เป็นอะไรที่หาได้บน Google Play อยู่แล้วด้วย … จริงๆ ต้องบอกว่า ดูๆ ไปแล้ว คุณภาพของแอปใน App Store ของ OPPO นี่มันดูด้อยๆ ยังไงก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ

 

Security Center ของ OPPO

 

ฟีเจอร์นึง (หรือจะเรียกว่าแอปนึงดี) บนสมาร์ทโฟนของ OPPO ที่ผมชอบคือ Security Center แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นมากกว่าแค่เรื่องเกี่ยวกับ Security นะ (เลยไม่รู้ว่าทำไมตั้งชื่อว่า Security Center) เพราะมันมีทั้ง

  • Memory cleanup เคลียร์หน่วยความจำ เวลาที่เรารู้สึกว่าเปิดแอปเยอะแล้วเครื่องเริ่มหน่วง
  • Data monitor ช่วยติดตามเรื่องการใช้งานเน็ต แล้วปิดเน็ตอัตโนมัติหากเราใช้เกินกำหนด
  • Block ตั้งบล็อคไม่ให้เบอร์ที่เราไม่อยากรับโทรศัพท์หรือ SMS เข้ามา
  • Privacy permissions กำหนดสิทธิ์ของแอปในการเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ของมือถือ
  • Energy saving โหมดประหยัดพลังงาน
  • Quiet Time เมื่อเปิดใช้โหมดนี้ เราจะปิดการแจ้งเตือน … เหมาะสำหรับจังหวะที่ต้องการปลีกวิเวก แต่ก็ยังวางมือถือไม่ได้

ต้องทำใจอย่างนึงคือ สำหรับคนมือเล็ก การใช้งานต้องเป็นแบบใช้สองมือครับ เพราะขนาดมือใหญ่ๆ เนี่ย จะใช้มือเดียวยังลำบากเลย … แต่สิ่งที่ได้คือ ขนาดหน้าจอระดับน้องๆ แท็บเล็ต ซึ่งผมมองว่ามันเหมาะสำหรับคนที่อยากจะพกเครื่องเดียวแล้วจบ มากกว่าจะพกสมาร์ทโฟนตัวนึง แท็บเล็ตตัวนึง

ในแง่ของประสิทธิภาพของ OPPO R7 Plus นั้น ก็สามารถเอามาเล่นเกม 3D ได้สบายๆ ครับ เกมขับรถอย่าง Need for Speed: No Limits นี่เล่นไหลลื่นเลยแหละ ฉะนั้น ใครที่คิดว่าจะซื้อมาเล่นเกม ก็ไม่น่าติดปัญหาอะไร แถมอาจจะดีซะอีก เพราะเจ้านี่หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาดใหญ่ 6 นิ้ว Full HD ก็ให้ภาพแบบว่าเต็มตาดีแท้ๆ

ผมลองเอามาเล่นเกมหลายๆ แนวดู ไม่ว่าจะเป็นแนวขับรถแข่ง (ที่ต้องใช้ Accelerometer ในการควบคุม) หรือเกมแนว First-person shooting (ที่ต้องใช้การแตะปุ่มบนหน้าจอ และเลื่อนเป้าเพื่อยิงศัตรู) ก็รู้สึกได้ว่าไม่มีปัญหาในการเล่น เกมลื่นไหลดี การตอบสนองต่อ Accelerometer ทำได้ดี และหน้าจอไม่ใหญ่จนเกินไปจนทำให้แตะปุ่มต่างๆ ลำบาก

 

เกม Need for Speed: No Limits บน OPPO R7 Plus

 

และแน่นอน ถ้าเอามาดูหนัง ก็จะดูได้ที่ความละเอียดระดับ 1080p สบายๆ แต่ว่าเพราะสัดส่วนหน้าจอคือ 16:9 หากเราเอามาดูหนังแบบ 21:9 ก็จะเห็นแถบดำบนล่าง และภาพจะดูแคบลงไปอีกเยอะ … แต่ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ เพราะผมเชื่อว่าไฟล์หนังที่ทุกๆ ท่านมี ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ 16:9 ล่ะ

 

เอา OPPO R7 Plus มาดูหนัง 1080p ได้สบายๆ

 

มาพิจารณาเรื่องคุณภาพเสียงบ้าง ลำโพงของ OPPO R7 Plus ให้เสียงที่นุ่มนวล โปร่ง ใส และกว้าง มีเนื้อเสียงที่ค่อนข้างใหญ่และหนาสำหรับลำโพงมือถือ ทั้งนี้ความนวลทำให้รู้สึกว่าเพลงขาดน้ำหนัก หรือพวก Attack ของเสียงไปบ้าง และด้วยเสียงที่ใหญ่และหนาทำให้แต่ละรายละเอียดมีการแย่งพื้นที่กันออกมาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้รู้สึกอึดอัด

เมื่อทดสอบฟังเสียงด้วยหูฟัง Apple EarPods พบว่า ให้เนื้อเสียงที่หนา หนักแน่น เป็นธรรมชาติ แสดงรายละเอียดเสียงได้ครบถ้วนดีและไม่ซ้อนทับกัน ช่วยให้ฟังโปร่งสบาย ข้อสังเกตคือยังแสดงช่วงเสียงต่ำและสูงได้ไม่เต็มที่นัก มิติเสียงจึงฟังดูแบนราบไปสักหน่อย ระบบขยายเสียงทำได้ดี เร่งเสียงจนสุดแล้วโทนเสียงก็ยังคงลักษณะเดิม และฟังดูโปร่งอยู่ แม้จะมีช่วงกลางสูงที่เสียดๆ หูนิดหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้รำคาญแต่อย่างใด

สำหรับคนใช้ซิมเดียว OPPO R7 Plus นี่จะใส่ MicroSD card ได้ ฉะนั้นก็จะชิลๆ แต่ถ้าใช้ 2 ซิม ก็อดใส่ MicroSD card ครับ แต่เจ้านี่ก็มี Storage มาให้ 32GB (เหลือใช้งานจริงประมาณยี่สิบกว่ากิ๊ก) นะ ก็พอไหวอยู่ หากไม่ได้เอาอะไรไปใส่เยอะแยะมากมาย (แต่สำหรับคนชอบถ่ายรูป ชอบฟังเพลง เนื้อที่แค่ 20GB อาจจะไม่พอ เชื่อปะล่ะ)

ข้อจำกัดอีกประการนึงคือ เจ้า OPPO R7 Plus นี่ไม่รองรับ USB On-the-Go อะครับ พูดง่ายๆ คือหาสาย OTG มาเสียบ Flash drive หรือหา Flash drive ที่มีหัว Micro USB มาเสียบ ก็จะมองไม่เห็นตัว Flash drive … อดใช้ Flash drive ในการเก็บข้อมูลพวกหนังไว้ดู หรือเอาไว้ถ่ายโอนไฟล์รูปภาพเลย

ทีนี้ลองเอามาถ่ายรูปดูบ้างครับ

 

User Interface กล้องของ OPPO R7 Plus

UI เต็มตามากขึ้น แต่วิธีการเข้าถึงเปลี่ยนไปนิดหน่อย

 

ตัวกล้องของ OPPO R7 Plus ก็เรียกว่ามีเลนส์และเซ็นเซอร์คุณภาพดีทีเดียวล่ะ เห็นว่าเป็นเลนส์ระดับ Schneider-Kreuznach เลย (เหมือนใน OPPO N3 ประมาณนั้น) เลยไม่แปลกใจว่าเวลาเอาไปถ่ายภาพแล้ว ได้สีสันสวยดีจริงๆ ภาพก็คมชัดดี

 

โหมดถ่ายภาพหลายๆ อัน ต้อง Install ก่อนถึงจะใช้ได้

 

ตัว User Interface กล้อง แอบเปลี่ยนไปจากที่ผมคุ้นเคยไปนิด (คือ ไม่ได้รีวิวแบรนด์นี้มาซักพัก) แต่ก็รู้สึกว่าดูดีขึ้น พวกไอคอนตัวเลือกต่างๆ มันเต็มตามากขึ้น … ที่แตกต่างไปคือ โหมดกล้องหลายๆ อย่าง ที่เคยมีมาพร้อมในตัวเครื่อง กลายมาเป็นต้องกดเพิ่มเอาเองซะงั้น … มองในมุมนึง มันคือข้อดี เพราะผู้ใช้งานก็เลือก Install เฉพาะอันที่อยากใช้ก็พอ มันจะไม่เกะกะใน Settings

เอาล่ะ มาดูตัวอย่างภาพถ่ายกันบ้างนะครับ …

 

ภาพโดย OPPO R7 Plus

ภาพโดย OPPO R7 Plus

ภาพโดย OPPO R7 Plus

 

ลองถ่ายรูปในแบบ Ultra HD (ที่เขาถ่ายภาพต่อเนื่อง แล้วเอาข้อมูลมารวมกันเพื่อให้ได้ภาพความละเอียดสูงๆ แทน) แล้วซูมภาพเพื่อถ่ายภาพเศียรพระพุทธรูปดู ก็ถือว่าได้ภาพออกมาชัดพอสมควรนะ (แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าเป็น Digital Zoom)

 

ภาพโดย OPPO R7 Plus

 

นอกจากนี้ก็มีโหมดต่างๆ ครบเครื่องดี ทั้งโหมด Expert ที่ให้ปรับแต่งโน่นนี่ได้ตามใจ หรือ Slow shutter ที่ให้เราปรับความเร็วชัตเตอร์ได้ เหมาะกับการถ่ายภาพจำพวก Light trail, ถ่ายน้ำตก หรือถ่ายพลุ เป็นต้น

ผมไม่อยากเอาหนังหน้าตัวเองมาโชว์ และก็ไม่มีนางแบบสวยๆ มาช่วยถ่ายเซลฟี่ให้ดู แต่บอกได้ว่า กล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซลของ OPPO R7 Plus นี่ถ่ายออกมาดูดีทีเดียว และโหมด Beauty นี่ก็แบบว่า เปลี่ยนเราเป็นอีกคนได้เลยทีเดียว (ฮา) และยังมีฟิลเตอร์ต่างๆ ให้เลือกใช้ถ่ายรูปอีกเยอะ น่าจะถูกใจคอเซลฟี่ … แต่ก็แปลกใจว่าจะมีโหมด Ultra HD เอาไว้สำหรับถ่ายเซลฟี่ทำไม … อาจจะเผื่อไว้สำหรับคนที่คิดว่า ภาพเซลฟี่ขนาด 5 ล้านพิกเซลไม่พอละมั้ง

การถ่ายวิดีโอ ทำได้ที่ความละเอียด 1080p และให้คุณภาพของวิดีโอทีโอเคทีเดียว สามารถปรับ Exposure และโฟกัสได้ แม้ว่าจะเริ่มถ่ายวิดีโอไปแล้ว และยังปรับแบบ Manual ได้ง่ายๆ อีกด้วย ผ่านทาง Slide bar ที่แสดงให้เห็นเวลาแตะบนหน้าจอเพื่อปรับ Exposure/Focus แบบอัตโนมัติ

โดยส่วนตัว ผมใช้การปรับ Exposure แบบ Manual ค่อนข้างบ่อย เพราะรู้สึกว่า  OPPO R7 Plus มันปรับ Exposure แบบอัตโนมัติออกจะสุดโต่งไปนิดนึง ทำให้มักได้แสงแบบ Under หรือ Over มากไปหน่อยอ่ะครับ … ไม่แน่ใจว่าใครรู้สึกแบบผมบ้าง?!?

 

บทสรุปการรีวิว OPPO R7 Plus

มองในแง่ของการใช้งานถือว่า OPPO R7 Plus นี่เป็นสมาร์ทโฟนที่ประสิทธิภาพกำลังดี หน้าจอแสดงผลใหญ่ ในขณะที่ขนาดตัวเครื่องไม่ใหญ่มากจนเกินไป ใช้งานเป็นตัวเดียวแทนสมาร์ทโฟนกับแท็บเล็ตได้ … ถ้าใครอยากจะได้สมาร์ทโฟนแบบ จอใหญ่ กล้องถ่ายรูปสวยๆ ตัวนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีตัวนึง

สนนราคาค่าตัวของ OPPO R7 Plus คือ 16,990 บาท ซึ่งตามสไตล์ของสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนแล้ว มักจะได้สเปกฮาร์ดแวร์ไฮโซเอาเรื่อง แต่ตัวนี้ให้มาเป็น Snapdragon 615 ที่เป็นหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ 64-bit ซึ่งไม่ใช่สเปกไฮโซมาก แต่จุดที่ OPPO ให้ความสนใจจริงๆ กลับเป็น RAM ครับ เข้าใจว่าคงเพราะประสบการณ์ดีๆ ในการใช้งานของผู้ใช้งานมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยประมวลผล เขาไม่ได้ใช้แอปที่กินสเปกของหน่วยประมวลผลมากอยู่แล้ว แต่อยู่ที่การเปิดแอปเยอะๆ แล้วไม่มีปัญหา ดังนั้นเลยให้ RAM มาเยอะๆ เพื่อจะได้รองรับการใช้งานแอปเยอะๆ มากกว่าน่ะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: