พาชิม Domino’s Pizza ว่าเป็นยังไงบ้าง

Domino's Pizza

 

วันก่อนมีพี่เขาชวนไปลองชิม Domino’s Pizza ครับ ได้ยินแว่วๆ ว่าจะมาเปิดแถวบ้านผมที่พระรามสองด้วย ฉะนั้นเลยต้องขอแวะไปชิมก่อน เห็นเขาว่ามีจุดขายอยู่ที่แป้งบางกรอบที่บางและกรอบจริงๆ ส่วนหนานุ่มก็มีแบบ Pan ที่เน้นความหนานุ่มยันขอบ ไม่เหมือนพวกแป้งหนานุ่มทั่วไปที่ตรงขอบๆ มันจะเป็นแป้งแข็งๆ กินลำบาก (บางคนก็เลยมักจะเขี่ยขอบๆ ตรงนี้ทิ้ง) … แต่สาขาที่ไปลองชิมกันเนี่ย อยู่ตรง The Sense ข้างๆ เซ็นทรัลปิ่นเกล้าครับ ซึ่งถือว่าอยู่ใกล้บ้านผมที่สุด ณ ตอนนี้

เมื่อเขาชวนให้ไปทาน … แน่นอน งานนี้ทานฟรี (แฮ่ม!!) แต่ผมมีข้อแม้กับพี่เขาว่าเราจะเขียนรีวิวให้ แต่เขียนกันแบบตรงๆ อันไหนดีก็ชม อันไหนไม่ดี ก็ติเพื่อก่อนะจ๊ะ ฉะนั้นงานนี้เลยพาแม่ของผมและแฟนของผมไปด้วย เพื่อให้มีความเห็นที่หลากหลาย และในฐานะที่เป็นแม่บ้าน แม่ผมจะจู้จี้เรื่องของกิน และหากไม่อร่อยจริงมีติแบบไม่ไว้หน้า

 

เคาน์เตอร์สั่งพิซซ่า

 

บรรยากาศของร้าน Domino’s Pizza ตรง The Sense เนี่ย ให้ความรู้สึกเหมือนพวกร้านฟ้าสฟู้ดมากกว่าพวกร้านพิซซ่าที่เราคุ้นเคยกัน … คือร้านพิซซ่าที่เราคุ้นเคยกัน จะออกแนวร้านอาหาร (แบบ MK อะไรแบบนี้) คงเป็นเพราะสไตล์ของร้าน ที่เป็นแบบอเมริกันครับ คือ ไม่มีพนักงานมารับออร์เดอร์ที่โต๊ะอาหาร แต่เราต้องเดินไปสั่งที่เคาน์เตอร์แทน

 

สไตล์อเมริกัน ไม่มีพนักงานมารับออร์เดอร์ ต้องไปสั่งที่เคาน์เตอร์

 

ใครที่ไม่คุ้นชินกับสไตล์นี้ ก็อาจจะมองว่าบริการของพนักงานไม่ดี … แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่นะครับ เขาแค่เน้น “บริการตัวเอง” มากกว่าปกติที่เราๆ ท่านๆ คุ้นเคยเท่านั้นเอง … เราเดินไปสั่ง จากนั้นเมื่ออาหารพร้อมเสิร์ฟแล้ว เขาก็จะยกมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะครับ

 

เมนูใน Domino's Pizza

เมนูใน Domino's Pizza

 

เมนูอาหาร มีความหลากหลายดี และสนนราคาก็ไม่ได้แพงกว่าคู่แข่งเลยนะ … หน้าก็มีให้เลือกเยอะ และมีให้เลือก 3 ขนาด คือ 7 นิ้ว 9 นิ้ว และ 12 นิ้ว เหมาะสำหรับจำนวนคนที่แตกต่างกันออกไป … ด้วยความที่มากินกันไม่กี่คน แต่อยากจะลองให้หลากหลายหน้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็เลยสั่งแบบถาด 9 นิ้ว เป็นหลักครับ

 

โซนนวดแป้งและแต่งหน้าพิซซ่า เปิดให้ดูแบบจะจะ

เห็นกันจะๆ ว่าเขาแต่งหน้าพิซซ่ากันยังไง

 

พอสั่งแล้ว เขาก็จะเริ่มลงมือทำ เราจะยืนดูก็ได้ จะถ่ายรูปก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเขามีจุดให้เราชมครับ ใครเป็นเด็กก็ขึ้นบันไดชะโงกไปดูได้ ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด (มีบันไดเตรียมไว้ให้แล้ว) … จากที่ผมเห็น เขาใส่หน้าพิซซ่ามาให้เยอะมาก เยอะแบบ เยอะเลย

 

มีจอแสดงคิวพิซซ่าด้วย ประเมินระยะเวลาที่ต้องรอเสร็จสรรพ

 

พอสั่งพิซซ่าเสร็จ เขาจะมีการขอชื่อนามสกุล และเบอร์โทรไปเก็บไว้ในฐานข้อมูลด้วย และที่ร้านจะมีจอทีวีใหญ่ๆ เอาไว้แสดงคิวอาหารครับ ของใครอยู่ในขั้นตอนไหน และอีกกี่นาทีจะเสร็จ มันจะประเมินเอาไว้ตรงนี้เลย … อ๊ะ! ของผมอีก 11 นาทีครับ

 

โค้กและน้ำอัดลมอื่นๆ ก็มาเป็นขวดไม่ก็กระป๋อง แก้วก็แบบใช้แล้วทิ้ง

 

เครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลม ที่นี่จะไม่ได้ขายเป็นแก้วหรือเหยือก แต่จะมาเป็นกระป๋อง (325 ลบ.ซม. ราคา 20 บาท) หรือ ขวดใหญ่ (1.25 ลิตร ราคา 30 บาท) มีให้เลือกคือ โค้กซีโร่ (ไม่มีขวดลิตร) โค้ก สไปร์ท แฟนต้าน้ำส้ม แล้วก็น้ำเปล่า (ขวด 600 ลบ.ซม.) … แก้วน้ำก็เป็นแบบใช้แล้วทิ้งเลย ส่วนน้ำดื่ม ดื่มไม่หมด ก็เอากลับบ้านสิครับคุณ ซึ่งผมว่าดีกว่ามาเป็นเหยือกนะ เพราะดื่มไม่หมด เสียของเลย

 

จานเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง แต่มีส้อมนี่แบบถาวร เพราะแบบพลาสติกเดี๋ยวหักง่ายไป

 

จานที่นี่ก็เป็นจานพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งเช่นกัน … แต่มีดกับส้อมเป็นแบบโลหะ ลองสอบถามแล้ว เขาบอกว่ามันทนทานกว่า ไม่ต้องห่วงว่าลูกค้าใช้แล้วจะหัก … การใช้จานแบบนี้ ทำให้ลดภาระเรื่องล้างจานไปได้เยอะ และต่อให้วันไหนลูกค้ามาแน่นร้าน ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องล้างจานไม่ทัน

 

พิซซ่ามาเป็นกล่องแบบนี้ ประมาณ กินไม่หมด เก็บกลับบ้านได้เลย

 

เวลาเสิร์ฟพิซซ่าก็เช่นกัน ไม่ได้เสิร์มมาเป็นถาดเหมือนร้านพิซซ่าทั่วไปนะครับ แต่มาเป็นกล่องเหมือนสั่งกลับบ้านเลย พวกซอสและเครื่องปรุง ก็มาเป็นซองเหมือนสั่งกลับบ้านนั่นแหละ และเหตุผลที่เห็นได้ชัดก็คือ ถ้าเราเกิดทานไม่หมดก็ไม่ต้องเสียเวลาไปวานให้พนักงานเอาใส่กล่องให้ … เราแค่ปิดกล่อง ขอถุงพลาสติกจากน้องพนักงาน แล้วหิ้วกลับบ้านได้เลย

 

ฮาวายเอี้ยนซูพรีม กับ Meatzza

ชีสเยอะดีมาก ดึงทียืดยาวเลย

 

เอาล่ะ … ทีนี้มาเริ่มวิจารณ์รสชาติของพิซซ่าทีละหน้าบ้างล่ะครับ … พวกผมเลือกสั่งถาดขนาด 9 นิ้ว และเลือก 2 หน้าในถาดเดียว เพื่อจะได้ลองชิมหลากหลายหน้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ … ถาดนี้เป็นแบบแป้งหนานุ่มแบบ Pan ซึ่งเป็น Signature ของ Domino’s Pizza คือ แป้งหนานุ่มแบบที่หนานุ่มยันขอบ มีแค่ขนาด 9 นิ้วเท่านั้น

 

พิซซ่าแพน จะหนานุ่มยันขอบ

 

หน้าที่สั่งคือ ฮาวายเอี้ยนซูพรีม กับ Meatzza ครับ หน้าตาคล้ายกันมากจนแยกลำบากเลยว่าอันไหนเป็นอันไหน (ฮา) รสชาติครับ ชีสเยอะ ตักทีนี่ชีสยืดสะใจมาก แป้งหนานุ่ม มันนุ่มอร่อยมาก และมันกินได้อร่อยนุ่มยันขอบเลย ซึ่งปกติขอบตรงนี้มันจะเป็นแป้งแข็งๆ กินลำบาก กินแล้วเลี่ยน แต่นี่ไม่ใช่

แม่ผมเป็นคนชอบแป้งบางกรอบมากกว่า ก็ยังบอกว่าอันนี้ หนานุ่มอร่อยดี … ใครชอบหนานุ่ม ผมแนะนำว่าให้ทานแบบ Pan นี่ดีกว่าหนานุ่มแบบปกติ (ซึ่งที่ร้านก็มีให้เลือกนะ)

 

ไก่รสเผ็ด ... ไม่รู้สึกแตกต่างจากคู่แข่งมากนัก

 

คั่นเวลา ผมสั่งไก่รสเผ็ดมาลองด้วย … ขอวิจารณ์แบบสั้นๆ นะ … คือ ไม่รู้สึกว่ามันเผ็ดจัดจ้านอะไร ผิดจากที่คาดหวังครับ เพราะผมคาดว่ามันควรจะซี้ดซ้าดกว่านี้อ่ะ นี่ออกมาแบบ Plain และมันๆ ไม่ต่างจากปีกและน่องไก่ของคู่แข่งซักเท่าไหร่ … แนะนำว่าควรปรับปรุงเรื่องรสชาติให้โดดเด่นและแตกต่างกว่านี้

 

Seafood คู่กับ Deluxe

 

ถาดถัดมา เป็น Seafood กับ Extravaganzza ครับ … ตัว Seafood นี่ขนาดคุณแม่ไม่ค่อยชอบหน้านี้ซักเท่าไหร่ ยังเอ่ยปากชม ผมอ่านในเมนู มันเขียนว่าจะมี Spicy sauce แต่ผมไม่เห็นว่ามันจะมีตรงไหน แต่มีเครื่องเทศจำพวกปาปริก้าโรยมาแทน ให้รสชาติหวานๆ เผ็ดๆ ไปอีกแบบ

Seafood นี่ปกติจะคาวครับ เข้าใจว่าเป็นเพราะใส่หอยแมลงภู่?!? แต่ Seafood ของ Domino’s Pizza นี่ไม่มีหอยแมลงภู่ใส่มานะ … แต่ผมไม่เข้าใจอยู่อย่าง ทำไม Seafood ชอบใส่ปูอัด?!? ไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอกนะ เพราะผมก็ชอบปูอัดอยู่ แต่มันแค่รู้สึกแปลกๆ 555

อีกหน้านึงคือ Deluxe ครับ มันไม่เหมือนกับพวก Meat deluxe ของยี่ห้ออื่น เพราะไม่มีหมูบดมาให้ แต่นี่จะเน้นไปที่พริกหวาน หัวหอมและเห็ด จากนั้นก็จะมีเปบเปอร์โรนี กับไส้กรอกหมู เป็นหลักมาให้ รสชาติอร่อยนะ แต่คงเพราะคุ้นกับการที่มีหมูบดด้วยอ่ะ เลยกินแล้วเหมือนขาดอะไรบางอย่างไปนิดนึง

ในภาพรวมของสองหน้านี้ ผมรู้สึกได้ว่าเขาใส่เครื่องมาให้เยอะดี … แป้งบางกรอบของ Domino’s Pizza นี่ บางจริง กรอบจัง มากๆ มากกว่ายี่ห้ออื่นๆ ที่เราๆ ท่านๆ สั่งกันมากินประจำ แต่หน้า Seafood นี่ กุ้งตัวเล็กจุงเบย T-T

 

Spicy Chicken คู่กับ Extravaganzza

 

ถ้าใครมาแล้วรู้สึกว่า เฮ้ย ต้องกินอะไรที่มีรสเผ็ดๆ ซักนิด ลอง Spicy Chicken ดูได้ครับ มีรสเผ็ดนิดหน่อย (นิดเดียวจริงๆ) ไก่ทอด รสเผ็ดนิดๆ (ไม่มาก … คนที่ชอบทานเผ็ดอาจไม่รู้สึกรู้สา) แต่ผมว่าอร่อยทีเดียวล่ะ

อีกหน้านึงเป็น Extravaganzza ครับ รู้สึกว่าจะอบมาโหดไปหน่อย เห็ดเหี่ยวเลย (ฮา) เรื่องรสชาตินี่ไม่เลวนะ แต่ผมค้นพบว่า ถ้าจะสั่งคราวหน้า จะบอกเขาว่าไม่ต้องใส่มะกอกมา เพราะผมไม่ชอบ -_-” … ในภาพรวม เจ้านี่เหมือนกับหน้า Deluxe ต่างกันตรงใส่มะกอกดำเข้าไป

4 คน จัดไปซะ 3 ถาด ถาดละ 9 ชิ้น … ทานเหลือแค่ 3 ชิ้น … สายแข็งนะเนี่ยพวกเรา (ผมทานเยอะสุด) อิ่มมากๆ ครับ และได้ข้อสรุปเกี่ยวกับ Domino’s Pizza ดังนี้ครับ

  • อย่าคาดหวังกับเรื่องบริการมาก … ไม่ใช่ร้านบริการไม่ดีนะ น้องๆ พนักงานเอาใจใส่ดี ยิ้มแย้ม อัธยาศัยดี … แต่สไตล์ “บริการตนเองแบบฟ้าสฟู้ด” ในเรื่องการสั่งอาหาร และการใช้จานแบบใช้แล้วทิ้งและการส่งพิซซ่ามาเป็นกล่อง ทำให้คนที่เคยชินกับการกินพิซซ่าในบรรยากาศ “ร้านอาหาร“ รู้สึกว่าบริการไม่ดี ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วไม่ใช่
  • พิซซ่าอร่อยมาก ทั้งแบบหนานุ่มและบางกรอบ … ผมกับแม่ให้ความเห็นตรงกันว่า ถูกใจกว่าอีกสองยี่ห้อที่มักจะสั่งมาทานบ่อยๆ และตอนนี้เราก็รอแต่ว่ามันจะมาเปิดสาขาใน Marketplace ที่จะเปิดแถวๆ บ้านเร็วๆ นี้เมื่อไหร่
  • Domino’s Pizza มีหน้าพิซซ่าให้เลือกเยอะพอสมควร และให้หน้าพิซซ่ามาเยอะดี แต่ความหลากหลายของวัตถุดิบของหน้าพิซซ่าน่าจะมากกว่านี้ เช่น Deluxe นี่มีแค่ไส้กรอกหมูกับเปบเปอร์โรนีที่เป็นเนื้อสัตว์เองอ่ะ มีหมูบดด้วยก็จะดีนะ
  • Domino’s Pizza ต้องทานตอนร้อนๆ จะอร่อยมาก ถ้ารอจนเย็น รสชาติดรอปลงไปชัดเจน ฉะนั้นค่อยๆ สั่งครับ พิซซ่าจะเสร็จในเวลาประมาณ 20-30 นาที ไม่เกินนั้น ฉะนั้นกะเวลาให้ดีๆ แล้วค่อยๆ สั่งมาทานตอนร้อนๆ ดีกว่า
  • น้ำอัดลมขายเป็นขวดแบบนี้ ดีกว่าขายเป็นเหยือก … คือไม่ต้องห่วงว่าจะเยอะไป ดื่มไม่หมด เพราะดื่มไม่หมด ก็เอากลับบ้านดิ คุ้มกว่าแบบเหยือกที่ดื่มไม่หมด เอากลับบ้านไม่ได้ (หรือใครสะดวกเอากระบอกน้ำไปกรอกกลับก็โอเคนะ)

เห็นว่าเขามีโปรโมชั่นช่วงนี้ สั่งพิซซ่า (ในร้าน หรือ สั่งส่งที่บ้าน) ผ่านแอป (iOS หรือ Android) จะได้ 1 แถม 1 … ลองไปดาวน์โหลดดูเอาละกัน

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: