รีวิว WD My Book Pro 8TB ฮาร์ดดิสก์ภายนอก ใหญ่บะเริ่ม แต่เร็วโฮกๆ

WD My Book Pro 8TB

ได้ของแรงมารีวิวอีกแล้ว งวดนี้เป็นของสำหรับผู้ที่มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับมัลติมีเดียโดยเฉพาะอ่ะครับ เพราะความจุเยอะ ความเร็วสูงปรี๊ด และราคาระดับมืออาชีพ (24,900 – 42,900 บาท แล้วแต่ความจุ) นั่นก็คือ WD My Book Pro ซึ่งรุ่นที่ผมได้มารีวิว เป็นรุ่น 8TB ครับ … หน้าตาอาจจะเหมือน NAS แต่เจ้านี่เป็น External HDD นะครับ จุดเด่นหลักสำหรับรุ่น Pro นี่คือ จุเยอะ เร็ว และ ถึก เลยล่ะครับ

ตัวเลือกของ WD My Book Pro มีให้เลือกสี่ความจุคือ 6TB, 8TB, 10TB และ 12TB ครับ โดยแต่ละรุ่นก็จะมีฮาร์ดดิสก์ขนาดความจุเท่าๆ กัน 2 ลูกใส่เอาไว้ ค่าเริ่มต้นก็จะถูกตั้งเป็น RAID0 เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุดครับ (แต่สามารถเปลี่ยนได้ ถ้าไม่อยากใช้แบบนี้)

 

มาดูกันก่อนว่า หน้าตาของ WD My Book Pro นี่เป็นยังไง

หลายๆ คนดูตอนแรก อาจจะนึกว่าเจ้านี่คือ NAS แบบ 2-bay ครับ หน้าตามันให้จริงๆ แต่จริงๆ แล้ว เจ้านี่เป็น External HDD ครับ เพราะมันไม่สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายได้ แต่ว่าสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ผ่านทางพอร์ต Thunderbolt 2 (สำหรับเครื่อง MacBook รุ่นใหม่ๆ ทั้งหลาย หรือ iMac) หรือ USB 3.0 (สำหรับทั้ง MacBook ทั้งหลาย, iMac หรือแม้แต่โน้ตบุ๊กและพีซีที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows หรือ Linux)

 

WD My Book Pro ด้านหน้า

 

ด้านหน้าจะเป็นถาดใส่ HDD 2 ถาด ไม่จำเป็นต้องถอดออกมา เพราะมีฮาร์ดดิสก์ใส่มาให้อยู่แล้วครับ แน่นอน เกิดอยากอัพเกรดทีหลังก็ทำได้นะ แต่ฮาร์ดดิสก์ที่ใส่มาให้อ่ะ มันเกรดไฮโซมากๆ อยู่แล้วอ่ะนะ ฉะนั้นผมไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องอัพเกรดอะไร (เพราะถ้าคิดอยากทำแบบนั้น ซื้อรุ่นความจุสูงๆ ไปแต่แรกเลยดีกว่า)

 

พอร์ต USB 3.0 อีกสองพอร์ต เอาไว้ต่อพ่วง External HDD ได้อีก

 

นอกจากนี้ก็ยังมีปุ่มเปิดปิด และพอร์ต USB 3.0 ให้อีก 2 พอร์ต เผื่อเอาไว้สำหรับจะต่อพ่วง External HDD แบบ USB 3.0 เพิ่มได้อีก (ซึ่งตรงนี้เป็นอานิสงส์จากการที่ใช้ Thunderbolt 2 ที่มีแบนด์วิธสูงถึง 20Gb/s เลย) และมีไฟ LED บอกสถานะการทำงานของฮาร์ดดิสก์อีก 2 ดวง

 

WD My Book Pro ด้านหลัง

 

ส่วนด้านหลัง จะเป็นพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่ และมีพอร์ตเชื่อมต่อคือ Thunderbolt 2 จำนวน 2 พอร์ต เอาไว้ทำ Daisy chain กับอุปกรณ์ Thunderbolt 2 ตัวอื่นๆ เพื่อใช้แบนด์วิธอย่างคุ้มค่า พร้อมพอร์ต USB 3.0 อีกพอร์ตนึง และมีช่องเสียบอะแด็ปเตอร์ไฟ และมีปุ่ม Reset ไว้รีเซ็ตตัว WD My Book Pro … และสุดท้ายคือ Kensington Security Slot เอาไว้สำหรับเสียบสายล็อก กันขโมยน่ะ

ขนาดของ WD My Book Pro นี่กะทัดรัดอยู่ ไม่ใหญ่จนเวอร์ แต่ก็มีน้ำหนักเอาเรื่องอยู่ แถมยังต้องเสียบสายไฟตลอดเวลาในการใช้งาน จึงเหมาะเป็น External HDD แบบตั้งโต๊ะมากกว่าจะพกพาไปไหนมาไหนนะครับ (ถ้าอยากได้แบบพกพาไปไหนมาไหนได้ ในขณะที่ยังมีประสิทธิภาพสูง แนะนำ WD My Passport Pro)

 

ทดสอบประสิทธิภาพของ WD My Book Pro

เพราะความที่เป็น External HDD ไม่ใช่ NAS การติดตั้งเลยง่ายกว่าอีก เพราะไม่ต้องตั้งค่าอะไรเลย และ WD เขาก็เซ็ตค่าเบื้องต้นมาให้แล้ว คือ Format มาเฉพาะสำหรับ Mac OSX (เพราะรุ่นนี้จงใจเจาะกลุ่มเป้าหมายคนใช้ระบบปฏิบัติการนี้) และเป็น RAID0 แต่ใครอยากจะใช้กับระบบปฏิบัติการ Windows ก็สามารถตั้งค่าใหม่ และ Format ใหม่ได้นะครับ (แต่ผมแนะนำว่า ใช้กับ Mac OSX เหอะ)

พวกสายไฟ และสายเคเบิ้ลต่างๆ ทาง WD ก็เตรียมมาไว้ให้แล้ว รวมถึงสาย Thunderbolt 2 ด้วย เลยไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่มเติมอะไร และหัวปลั๊กก็ให้มาซะแบบว่า เผื่อทุกประเทศเลยละมั้ง

 

พวกสายต่างๆ ที่มีมาให้ในกล่อง

 

เช่นเคย การทดสอบ External HDD จะมีอะไรชัดเจนไปกว่า การลองก็อปปี้ไฟล์ไปวาง จริงปะ ฉะนั้น ผมก็เอาไฟล์หนังแบบ .mkv ขนาด 10.23GB ไปโยนใส่ WD My Book Pro เลยครับ แล้วจับเวลาแบบง่าย ว่าตั้งกะปล่อยไฟล์ไปบนตัวไดร์ฟ จะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้ยินเสียง “ตรึ่ง” ของ Mac OSX ที่บอกว่า ก็อปปี้ไฟล์เสร็จแล้ว

 

ขนาดไฟล์ที่ใช้ทำการทดสอบโอนย้ายข้อมูล

 

อย่างที่บอกไว้ในก่อนหน้านี้ว่า WD My Book Pro 8TB ที่ผมได้มารีวิวเนี่ย เขาตั้งค่ามาให้เป็น RAID0 ครับ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการเขียนและอ่านข้อมูลมากที่สุด (แต่ก็แลกมาด้วยความที่ว่า หากฮาร์ดดิสก์ตัวใดตัวนึงเจ๊งไป ข้อมูลคือเสียหายเลย) … ใครอยากระวังเรื่องข้อมูลเสียหายในกรณีฮาร์ดดิสก์เสีย อาจจะเลือกใช้เป็น RAID1 (ข้อมูลจะถูกเขียนลงฮาร์ดดิสก์ทั้งสองลูกเหมือนๆ กัน ฉะนั้นลูกไหนเจ๊ง อีกลูกที่รอดก็ยังมีข้อมูล แต่แลกมาด้วยประสิทธิภาพในการอ่านและเขียนข้อมูลที่ลดลง) หรือ JBOD (Just a Bunch Of Disks … ที่มองฮาร์ดดิสก์สองลูกเป็นสองฮาร์ดดิสก์ เก็บข้อมูลได้ทั้งคู่ ตัวไหนเจ๊งไป ก็จะเสียข้อมูลเฉพาะที่อยู่ในลูกนั้น อีกลูกยังรอด)

 

ใช้เวลาประมาณ 45.3 วินาที ในการโยนไฟล์ 10.23GB ไปที่ WD My Book Pro

 

ฮาร์ดดิสก์ที่ใส่มาใน WD My Book Pro เป็น WD SE Enterprise ที่เป็นเกรดใช้ในระดับองค์กรครับ ความเร็วของฮาร์ดดิสก์ 7200 รอบ ฉะนั้น เมื่อประสิทธิภาพในการอ่านและเขียนข้อมูลของ WD My Book Pro เมื่อทำงานแบบ RAID0 เลยเร็วปรี๊ดปร๊าดมาก ไฟล์ 10.23GB ผมทดสอบแล้ว 45.3 วินาที ก็โอนย้ายข้อมูลเรียบร้อย (ในรูปด้านบน ถ่ายไว้ก่อนที่จะก็อปปี้เสร็จนะครับ … เอาไว้ให้ดูเฉยๆ ว่าทดสอบยังไง)

นี่มันอานิสงส์ของพอร์ต Thunderbolt 2 จริงๆ … นี่ขนาดยังไม่ได้ใช้แบนด์วิธแบบเต็มที่นะครับ … ฉะนั้น แบนด์วิธีที่เหลือเนี่ย สามารถเอาไปใช้กับ External HDD ที่ต่อกับ WD My Book Pro นี่ได้สบายๆ … หรือใครอยากต่อ Daisy chain เพื่อเพิ่มอุปกรณ์ต่อพ่วงเข้าไปอีกก็ย่อมได้ เช่น ต่อ Mac Pro กับ WD My Book Pro นี่ แล้วต่อ Thunderbolt 2 ไปที่จอแสดงผล LG Curved Ultrawide 34″ ของผมที่บ้านอีกก็ย่อมได้

 

ความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลของ WD My Book Pro ด้วย Blackmagic Disk Speed Test

 

ลองทดสอบด้วยโปรแกรม Blackmagic Disk Speed Test ดูบ้าง ก็พบว่าสามารถอ่านได้ด้วยความเร็ว 313.8MB/s และเขียนได้ด้วยความเร็ว 272.3MB/s (เป็นปกติที่ความเร็วในการอ่านข้อมูลจะเร็วกว่าการเขียนข้อมูลนิดหน่อย) ซึ่งถือว่าเร็วมาก

แต่เมื่อพิจารณาดูแล้ว ก็รู้สึกแปลกๆ เพราะ WD บอกว่า ความเร็วสูงสุดของการโอนถ่ายข้อมูล อยู่ที่ 435MB/s เลยนะเออ แต่อันนี้อาจจะเป็นผลแตกต่างจากรูปแบบการทดสอบ เพราะของ WD เขาใช้ AJA System Test อ่ะครับ

 

สามารถปรับตั้ง WD My Book Pro ได้ว่าอยากจะใช้ Volume แบบไหน

ถ้าใช้ Thunderbolt 2 จะใช้ WD Drive Utilities จัดการตัว WD My Book Pro ไม่ได้

 

แต่พอร์ต USB 3.0 นี่มีความจำเป็นครับ เพราะเราสามารถปรับแต่งเจ้า WD My Book Pro นี่ได้ ผ่านทางซอฟต์แวร์ WD Drive Utilities ครับ สามารถเปลี่ยนชนิดของ Volume ได้ ตั้งชื่ออุปกรณ์ได้ หากจะเอาเจ้านี่ไปให้คนอื่น ก็สามารถทำ Drive erase เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลหมดสิทธิถูกกู้กลับมา ความลับไม่รั่วไหลแน่ๆ

แต่การที่จะใช้งาน WD Drive Utilities นี่ได้ ต้องเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB 3.0 เท่านั้นอ่ะครับ (แหม่) ฉะนั้นหากจะปรับตั้งค่า ก็ต้อง Eject ตัว WD My Book Pro ก่อน จากนั้นเสียบสาย USB 3.0 แทนน่ะครับ

ถามว่าซื้อ WD My Book Pro มา อยากจะใช้กับ Windows ได้ไหม?!? คำตอบคือ ได้ครับ แต่ค่าเริ่มต้นของเจ้านี่ จะทำออกมาสำหรับระบบปฏิบัติการ Mac OSX มากกว่า แต่เราก็ไปเปลี่ยนชนิดของ Volume ให้เป็น exFAT หรือ NTFS เพื่อให้ใช้งานกับระบบปฏิบัติการ Windows ได้อยู่ … แต่ถ้าถามผม ถ้าจะใช้กับ Windows ไปหาซื้อ External HDD อย่าง WD My Book Duo จะดีกว่านะ ไม่ใช่เพราะได้ความเร็วไม่เต็มสูบนะ แต่เป็นเพราะพวกคอมฯ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows มันไม่มี Thunderbolt 2 เลยไม่สามารถใช้ฟีเจอร์บางตัวได้ มันเลยไม่คุ้มป่ะ

 

สนนราคาของ WD My Book Pro

ทีนี้หลายคนก็คงสงสัยว่า เอ๊ะ! แล้ว WD My Book Pro นี่ราคาเท่าไหร่ … มันก็ขึ้นอยู่กับว่าจะซื้อรุ่นความจุเท่าไหร่อ่ะครับ ราคาก็ตามนี้เลย

  • 6TB 24,900 บาท
  • 8TB 31,900 บาท
  • 10TB 37,900 บาท
  • 12TB 42,900 บาท

 

ฮาร์ดดิกส์ข้างใน เป็น WD SE นะครัช

 

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมราคาแพงจุงเบย … คำตอบหลักๆ อยู่ที่ เจ้านี่ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้รวดเร็ว (เพราะเป็นด้านมัลติมีเดีย) แต่ก็ไม่วายต้องถึก พร้อมจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง (นึกถึงเรื่อง ฟรีแลนซ์ เอาไว้) จึงเลือกใช้ WD SE Enterprise ที่เป็นฮาร์ดดิสก์เกรดที่ใช้งานในระดับองค์กรครับผม

 

บทสรุปการรีวิว WD My Book Pro

เห็นราคาแบบนี้ หลายๆ คนอาจจะกรี๊ดแล้วบอกว่า ไปซื้อ NAS แบบ 2-bay มา แล้วใส่ WD Red ความจุ 6TB ยังราคาถูกกว่าพอสมควรเลย แถมได้ประโยชน์กว่าด้วย เพราะทำอะไรได้หลากหลายกว่า … แต่อยากจะบอกว่า ถ้าคิดแบบนั้นคือมองผิดมุมครับ เพราะเจ้า WD My Book Pro นี่เน้นไปที่ประสิทธิภาพในการโอนถ่ายข้อมูลผ่านทาง Thunderbolt 2 หรือ USB 3.0 เพื่อใช้ในการทำงานด้านมัลติมีเดียมากกว่า ซึ่งเป็นอะไรที่ ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลผ่าน LAN (ที่ปกติก็จะเป็นแค่ 1Gb/s เท่านั้น ตามความเร็วของพอร์ต LAN ของ NAS) มันอาจจะไม่ตอบโจทย์คนทำงานด้านนี้น่ะครับ

 

เกิดสนใจอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม ดูที่เว็บไซต์ WD ได้เลย อันนี้ตัวแทนจำหน่ายในไทย ก็เป็น SiS, Synnex, Com7, Eternal Asia ครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: