มี Cloud storage เป็นของตัวเอง ด้วย myQNAPcloud และ Qsync

Print Friendly

myQNAPcloud

เครดิตภาพ: QNAP

จำได้ว่าหลายปีก่อน จากที่เคยพกข้อมูลใส่แผ่น DVD-RW ก็กลายมาเป็นพก Flash drive แทน เพราะมันมีความจุมากกว่า อ่านและเขียนข้อมูลได้เร็วอีกต่างหาก แต่อยู่มาวันนึง การพก Flash drive ก็กลายเป็นเรื่องวุ่นวายไปซะงั้น หากคิดว่าจะพกแค่พวกไฟล์เอกสารต่างๆ (แน่นอน การพกพาฮาร์ดดิสก์เพื่อเก็บไฟล์วิดีโอใหญ่ๆ มันยังเวิร์กอยู่) ผมค้นพบว่า การมี Cloud storage หรือ พื้นที่ให้เก็บข้อมูลไว้บนอินเทอร์เน็ต มันสะดวกมากๆ

ทำไม Cloud storage มันถึงเวิร์ก?!?

หากทำงานกับไฟล์เอกสารขนาดไม่ใหญ่มาก และต้องทำงานข้ามอุปกรณ์ หรือบางครั้งต้องการแชร์ไฟล์เอกสาร ไฟล์งานให้เพื่อนๆ การใช้ Cloud storage มันเวิร์กกว่าการใช้พวก Flash drive เอามากๆ ครับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัจจุบันเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมันเร็วกว่าเดิมมากๆ ขนาด 3G ความเร็วไม่มากแบบในประเทศไทยเรา การจะดาวน์โหลดไฟล์เอกสารขนาดซัก 10-20 เมกะไบต์ ก็ไม่ได้กินเวลาอะไรมากมาย (แต่ถ้าใช้ 3G เพลินจนติด FUP ก็เป็นอีกเรื่อง)

เวลาใช้ Cloud storage กับเครื่องพีซีมันสะดวกรวดเร็ว เพราะพวกนี้มักจะมีเนื้อที่เก็บข้อมูลเยอะ ฉะนั้นเราเลยเซ็ตให้มันโหลดข้อมูลบางส่วนหรือทั้งหมดมาเก็บไว้บนเครื่องได้ เมื่อจะเรียกใช้งานก็พร้อมใช้ทันที ส่วนอุปกรณ์จำพวกแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟน ก็สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ตามต้องการ ซึ่งการใช้งาน Cloud storage มันทำให้อุปกรณ์หลากหลาย เข้าถึงข้อมูลเดียวกันได้สะดวก และ Cloud storage มักจะมาพร้อมกับคุณสมบัติซิงก์ข้อมูล ทำให้เมื่อมีการแก้ไขข้อมูลในไฟล์งาน มันก็จะอัพเดตอัตโนมัติกลับไปที่ Cloud storage เลย ฉะนั้น ข้อมูลจะเป็น “ใหม่ล่าสุดเสมอ”

นอกจากนี้ Cloud storage ก็มักจะมีกระบวนการสำรองข้อมูลเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายเอาไว้เป็นอย่างดีอยู่แล้วด้วย เลยทำให้แอบวางใจว่าคงไม่เกิดเหตุสุดวิสัยระดับฮาร์ดดิสก์ล่ม ข้อมูลหายหมด ได้ง่ายๆ (แต่ไม่ใช่จะไม่มีทางเกิดนะ)

 

ปัญหาของบริการ Cloud storage ทั่วไป

บริการ Cloud storage ส่วนใหญ่มีแบบฟรีให้ใช้ แต่มันก็จะมีข้อจำกัดบางอย่าง ซึ่งข้อจำกัดยอดนิยมที่เจอได้บ่อยก็คือ เนื้อที่เก็บข้อมูลมีจำกัดมาก ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ 2GB เรื่อยไปจนถึง 25GB แล้วแต่แบรนด์ล่ะนะ หากต้องการจะได้เนื้อที่เพิ่ม ก็ต้องจ่ายเงินครับ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ราวๆ 300 บาทต่อเดือนโดยเฉลี่ย (เช่น Dropbox เองก็ให้เนื้อที่เพิ่มเป็น 1TB หากยอมจ่ายเดือนละ $9.99 (ประมาณเดือนละ 300 กว่าบาท)

ค่าบริการ Dropbox (ข้อมูล ณ วันที่ 8 กันยายน 2558)

 

แต่สำหรับผู้ใช้งานหลายคน เขามองว่าของฟรี 25GB ก็อาจจะน้อยเกินไปสำหรับการเก็บข้อมูล แต่การจะขอเนื้อที่เพิ่ม ก็เท่ากับต้องยอมรับรายจ่ายที่จะเกิดขึ้นทุกเดือนๆ ไป ปีนึงๆ ก็หลายพันบาทอยู่อ่ะนะ

 

สร้าง Cloud storage ส่วนตัวไว้ใช้เองด้วย Qsync + myQNAPcloud

ทีนี้ หากเราๆ ท่านๆ ซื้อ QNAP Turbo NAS มาใช้ในบ้านอยู่แล้วล่ะ?!? เราเอามันมาโหลดบิต เอามาเก็บไฟล์ต่างๆ เราจะใช้มันอยู่แค่นี้เหรอ?!? ออฟฟิศของคุณซื้อ Turbo NAS ระดับ SMB มา จะเอามาแค่เก็บไฟล์ให้ใช้ภายในออฟฟิศเท่านั้นเหรอ?!? เน็ตบ้านเน็ตออฟฟิศ เดี๋ยวนี้เอาแบบเร็วปรี๊ดๆ ก็ไม่ได้แพงมากแล้ว เราก็แค่ไปดาวน์โหลดแอปชื่อ myQNAPcloud แล้วก็ไปลงทะเบียน myQNAPcloud account ครับ นี่คือก้าวแรกของการที่จะให้เราสามารถล็อกอินเข้ามาใช้งาน Turbo NAS จากภายนอกบ้านได้ครับ

 

ถ้า Router เปิด UPnP ไว้ ก็จะสามารถเซ็ต Dynamic DNS ได้เลย

 

จากนั้น สำหรับผู้ใช้งานตามบ้าน หากมี Router ที่รองรับ UPnP อยู่ ก็แค่เปิดใช้คุณสมบัตินี้ จากนั้น myQNAPcloud ก็จะทำการเซ็ต Port forwarding ให้เสร็จสรรพครับผม เรียกว่าแทบไม่ต้องทำอะไรเลย และนอกจากจะเอาไว้ใช้กับ Qsync แล้ว ก็ยังเอาไว้ใช้เปิดให้เข้าถึงบริการอื่นๆ ที่ Turbo NAS ให้ได้ เช่น Web server, FTP server ฯลฯ

 

สามารถเลือกว่าจะ Forward พอร์ตไหนบ้างได้ตามสะดวก

 

แต่ในกรณีของผู้ใช้งานระดับองค์กร แนะนำว่าทำ Port mapping กันตามแต่กระบวนการด้าน Security ของแต่ละองค์กรดีกว่านะครับ … จากนั้นสำหรับเครื่องพีซีที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac OSX หรือ Linux ก็ไปดาวน์โหลด Qsync มาจากเว็บไซต์ของ QNAP ที่ https://www.qnap.com/i/useng/utility/ มาติดตั้งก่อนครับ

 

เมื่อลงแอป Qsync แล้ว เราจะเลือกโฟลเดอร์ที่จะ Sync ข้อมูลได้ จากนั้นทุกไฟล์และโฟลเดอร์ที่อยู่ในนี้ จะถูก Sync เข้า NAS

 

เพียงเท่านี้ ก็คิดซะว่ามี Dropbox ส่วนตัว เนื้อที่เพียบไว้ใช้ได้ตามใจ (เท่าที่เรามีฮาร์ดดิสก์มาใส่นั่นแหละ) ส่วนเรื่องความเร็ว ก็เท่าที่อินเทอร์เน็ตบ้านจะสามารถให้ได้นั่นแหละครับ ซึ่งด้วยความเร็วเน็ตบ้านในปัจจุบัน ทั้ง Download และ Upload ก็พอจะเอาอยู่ สำหรับพวกไฟล์งานเอกสารต่างๆ ได้สบาย

 

ใน Qfile จะมีโฟลเดอร์ชื่อ Qsync อยู่เห็นโฟลเดอร์ต่างๆ ที่ Sync ไว้เข้าถึงไฟล์ที่ Sync ไว้ได้หมด

 

ส่วนพวก Mobile device ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตนั้น (Android และ iOS) สามารถดาวน์โหลดแอปชื่อ Qfile มาจาก Google Play Store หรือ Apple App Store ก็ได้ แล้วเวลาจะเข้าถึงไฟล์ ไม่ว่าจะดาวน์โหลดมาใช้งาน หรือจะอัพโหลดกลับไปที่โฟลเดอร์ ก็แค่ไปที่โฟลเดอร์ชื่อ Qsync เท่านั้นเองครับ

 

สร้าง Team Folder ไว้แชร์ข้อมูลกันระหว่างทีมได้

 

นอกจากใน ในส่วนของผู้ใช้งานระดับองค์กรที่ต้องการความมั่นใจในด้าน Security ก็สามารถสร้าง Shared folder เพื่อใช้ในทีม ให้ทีมได้เข้าถึงโฟลเดอร์ต่างๆ ได้ตามสิทธิที่กำหนด ซึ่งทำให้คนในทีมก็มีพื้นที่ส่วนตัวไว้เก็บข้อมูล ในขณะเดียวกันก็มีพื้นที่ให้สมาชิกในทีมได้แชร์ข้อมูลระหว่างกันด้วย และแน่นอน เมื่อเชื่อมต่อกับบริการ myQNAPcloud แล้ว ก็จะมี URL เอาไว้ให้สามารถเข้าถึงจากภายนอกได้ด้วย ส่วนในกรณีของผู้ใช้งานระดับองค์กร ก็อาจจะเลือกที่จะมี URL เป็นของตัวเองก็ย่อมได้เช่นกัน

 

แล้วเลือกการสำรองข้อมูลล่ะ?!?

ในกรณีที่เราเลือกใช้บริการ Cloud storage ของผู้ให้บริการบนอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น Dropbox, Google Drive, Box.net, OneDrive หรืออะไรก็ตามแต่ บริการพวกนี้เขาก็มีระบบการสำรองข้อมูลเอาไว้อยู่แล้ว เนื่องจากว่าผู้ให้บริการพวกนี้ต้องทำให้ผู้ใช้บริการมั่นใจว่าข้อมูลจะไม่สูญหายไปไหน

แล้วกรณีที่เราใช้ Qsync ของ QNAP Turbo NAS ล่ะ?!? คำตอบก็คือ เราสามารถทำการสำรองข้อมูลได้ครับ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้รุ่นไหนอยู่ เช่น รุ่น 2-bay ก็อาจจะใช้วิธีทำ RAID1 เพื่อสำรองข้อมูลของฮาร์ดดิสก์ทั้งลูกไว้ เผื่อฮาร์ดดิสก์เสียก็ยังมีข้อมูลสำรองไว้ หรือหากป็นรุ่น 4-bay (หรือมากกว่า) ก็อาจจะทำ RAID5 อะไรแบบนี้เป็นต้น นอกจากนี้ บางรุ่นยังสามารถทำการสำรองข้อมูลแบบ Snapshot ได้อีกด้วย (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากบล็อกแนะนำฟีเจอร์ Snapshot ของ QNAP ที่ผมเขียนไว้ก่อนหน้านี้ได้) ซึ่งเราก็เลือกตามความเหมาะสม ตามระดับความสำคัญของข้อมูลที่เราเก็บนั่นแหละครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: