รีวิว PIPO X8 Mini TV Box มินิพีซีพร้อมจอ พร้อมสองระบบปฏิบัติการ

PIPO X8

แม้ว่าผมจะมีโน้ตบุ๊กใช้อยู่หลายตัว แต่เวลาใช้งานในบ้าน ผมก็เลือกที่จะนั่งบนโต๊ะทำงาน เขียนบล็อกกับจอใหญ่ๆ (จึงเป็นที่มาที่ผมซื้อ LG Curved Ultrawide Monitor แบบ 21:9 ขนาด 34″ มาใช้) เพราะจอใหญ่ๆ มันทำงานสะดวกกว่ามาก แต่ผมพบว่า การเอาโน้ตบุ๊กมาต่อกับจอ แล้วต้องถอดเข้าถอดออก มันไม่สะดวกเท่าไหร่ และจริงๆ แล้ว การทำงานของผม ไม่ได้ต้องใช้สเปกคอมฯ อะไรมากมายเลย ผมเลยหันมามองหามินิพีซีราคาไม่แพง แต่ครบเครื่องทุกความต้องการแทน

เดี๋ยวนี้พวกมินิพีซีหาไม่ยากแล้วครับ พวกแบรนด์ดังๆ หลายๆ แบรนด์ก็ทำมินิพีซีออกมาขายแล้ว เช่น HP Pavillion Mini หรือ Acer Revo One เป็นต้น แต่พวกนั้นสนนราคาก็หมื่นต้นๆ และมีสเปกที่เกินความจำเป็นของผม ซึ่งการทำงานส่วนใหญ่อยู่บน Cloud และที่บ้านก็มี NAS เอาไว้คอยเก็บข้อมูลอยู่แล้ว

ฉะนั้น ที่ผมมองหาคือมินิพีซี ที่หน่วยความจำซัก 2GB พอรัน Windows 10 ได้สบายๆ อยู่ มี Storage มาให้ซัก 64GB (ซึ่งเมื่อหักพวกระบบปฏิบัติการ และโปรแกรมต่างๆ ไป ก็น่าจะเหลือซัก 40GB) เอามาเสียบต่อกับจอ LG Curved Ultrawide ของผม ผ่านพอร์ต HDMI ได้ความละเอียด 3860 x 1440 พิกเซลสบายๆ ก็พอ … แต่ที่สำคัญสุดคือ มันต้องมาพร้อมกับ Windows แท้นะครับ (ไม่ส่งเสริมการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์)

 

PIPO X8 Mini TV Box

ผมมาถูกตาต้องใจเจ้า PIPO X8 Mini TV Box ตัวนี้บนเว็บไซต์ Gearbest.com ครับ สเปกเป็นไปตามต้องการเลย ใช้ CPU Intel Atom Z3736F (Baytrail) แบบ Quad-core ความเร็ว 1.33GHz ให้แรมมา 2GB และมี Internal storage 64GB (มีรุ่น 32GB ด้วย แต่ไม่เข้าสเปกผม) สเปกคร่าวๆ ก็ประมาณนี้

  • CPU: Intel Atom Z3736F Quad-core 1.33GHz (up to 2.16GHz)
  • GPU: Intel HD Graphics
  • Resolution: Built-in LCD display 1280×800 พิกเซล (แต่สามารถต่อจอแสดงผลภายนอก รองรับความละเอียดได้สูงถึง 3860×1440 พิกเซลสบายๆ)
  • RAM: 2GB DDR3L
  • ROM: 64GB
  • Connenctivity: Bluetooth 4.0, WiFi 802.11b/g/n, USB 2.0 port x 4, Micro USB 2.0 x 1, HDMI, RJ-45 (LAN)
  • Other: Built-in speaker & Mic
  • OS: Genuine Windows 8.1 with Bing (อัพเกรดเป็น Windows 10 ได้ฟรี) & Android 4.4

โดยคร่าวๆ เจ้านี่มีครบทุกอย่างที่ผมต้องการจริงๆ ครับ … จริงๆ ต้องบอกว่ามีเกินกว่าที่คาดนิดหน่อยคือ มีจอแสดงผลแบบ Touchscreen ขนาด 7 นิ้วมาให้ในตัวด้วย ฉะนั้นการใช้งานแบบไม่ต้องต่อจอก็สามารถทำได้สบายเลย แถมนอกจากจะมี Windows 8.1 with Bing แบบถูกลิขสิทธิ์มาให้แล้ว ยังทำ Dual-boot เป็น Android 4.4 ได้อีกด้วย

แต่จุดที่แอบขัดใจอยู่นิดๆ ก็มีนะครับ ได้แก่พอร์ต USB มีแค่ 2.0 ซึ่งทำให้ผมใช้ประโยชน์จาก External HDD ของ WD My Passport Ultra และ My Passport Wireless ของผมที่เป็น USB 3.0 ไม่ได้เลย … และการที่มี Android 4.4 มาด้วย ทำให้เนื้อที่เก็บข้อมูลหายไปอีกเกือบ 10GB เพราะต้องเอามาเก็บระบบปฏิบัติการ Android … แต่ในภาพรวม ก็ยังพอเป็นอะไรที่รับได้

สนนราคาของเจ้านี่อยู่ที่ $117.89 ครับ (อย่าไปใส่ใจกับคำว่า ลด 50% ในเว็บ เพราะผมเช็คราคาใน Aliexpress แล้ว ยี่ห้อนี้รุ่นนี้ ราคาประมาณนี้แหละ) ค่าส่งฟรี แต่หากต้องการให้ส่งด้วย DHL ก็จะต้องเพิ่มตังค์นิดหน่อยคือ $4.03 แล้วก็บวกประกัน (เผื่อเหนียว) อีก $3.36 สรุปแล้ว ผมควักกระเป๋าไป $125.28 หรือประมาณ 4500 บาท … ซึ่งพอ DHL มาส่ง ก็โดนภาษีอีก 500 บาท รวมๆ แล้ว เจ้านี่แค่ 5,000 บาทเท่านั้นเอง!! ถือว่าราคาถูกเอาเรื่องนะครับ

 

ทำไม PIPO X8 Mini TV Box ถึงได้ Windows แท้?!?

ปกติแล้วมินิพีซีมันราคาไม่ถูกขนาดนี้หรอกครับ (ยิ่งถ้ามีจอแสดงผลด้วยแล้ว) แต่เผอิญว่า Microsoft เขาเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายย่อยได้ไลเซ่นส์ Windows ไปติดตั้งฟรีๆ หากทำอุปกรณ์จำพวกแท็บเล็ตที่มีขนาดหน้าจอเล็กกว่า 8 นิ้วออกมา ซึ่ง PIPO X8 นี่ก็ดูเข้าข่ายพอดีอะครับ เลยได้ Windows 8.1 with Bing มาฟรีๆ น่ะ

แต่จริงๆ แล้ว เจ้านี่ดูจะออกแนว All-in-One ขนาดเล็กมากกว่านะ 555

 

ลองเล่น PIPO X8 Mini TV Box

ก่อนอื่นเลย ต้องทดสอบเป้าหมายหลักของผมก่อนครับ คือ การต่อจอแสดงผล 34″ แบบ 21:9 ความละเอียด 3860 x 1440 พิกเซล ว่าเอาอยู่ไหม … ซึ่งจริงๆ ผมมีความมั่นใจอยู่เต็มเปี่ยมอยู่แล้วว่าทำได้ เพราะผมเคยลองเอามินิพิซีของออฟฟิศผมที่สเปกประมาณนี้มาลองต่อดูแล้ว ก็สามารถใช้งานได้สบายๆ อยู่

แกะกล่องออกมา พบว่า PIPO X8 Mini TV Box นี่ดูดีกว่าที่คิดมาก (อ้อ! ลืมบอกไปว่าเพราะส่งด้วย DHL นี่แหละ สภาพของเลยยังดูดี แต่สำหรับต่างจังหวัด DHL น่าจะส่งต่อให้กับไปรษณีย์ไทยดำเนินการ ก็ระวังหน่อยละกัน เพราะแพ็กเกจจิ้งที่ห่อมา มันมีแค่ Bubble wrap ชั้นเดียวเอง) คือ อย่าไปคิดว่าเป็นแบรนด์จีน ทำในเสินเจิ้น มันจะต้องออกมาดูไม่ดีเสมอไปนะครับ ของดีๆ มันก็ยังมีให้เห็น

 

PIPO X8 Mini TV Box ด้านหน้า

 

สไตล์ของ PIPO X8 Mini TV Box คือ ตัวเครื่องมีหน้าจอเอียงๆ คล้ายๆ พวก POS Machine หน้าจอแสดงผล LCD ที่มีมุมมองค่อนข้างกว้างดีอยู่ ความละเอียด 1280×800 พิกเซล และมีปุ่ม Windows key อยู่เหมือนพวก Windows tablet อื่นๆ … หน้าจอเป็นแบบสัมผัสได้พร้อมกัน 5 จุด

 

PIPO X8 Mini TV Box ด้านหลัง

 

พวกพอร์ตต่างๆ อยู่ด้านหลังเกือบหมด มีทั้งพอร์ต USB 2.0 สองพอร์ต, HDMI, Micro USB, ช่องเสียบอะแด็ปเตอร์ และพอร์ต RJ-45 นอกจากนี้ก็มีเสาสัญญาณ WiFi อีก … และมีสล็อตใส่ MicroSD card อีกด้วย

 

PIPO X8 Mini TV Box ด้านซ้าย

PIPO X8 Mini TV Box ด้านขวา

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีแค่ลำโพง ส่วนด้านขวาของตัวเครื่อง มีทั้งลำโพง พอร์ต USB 2.0 อีกสองพอร์ต ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ปุ่ม Volume และปุ่ม Power และมีรูเล็กๆ เป็นรูไมโครโฟนที่ built-in มา

ตอนเปิดเครื่องครั้งแรก มันจะให้เราเลือกว่าจะใช้ระบบปฏิบัติการอะไรเป็นหลัก แน่นอนว่าผมเลือก Windows ครับ … แต่ไม่ต้องห่วง เพราะในระบบปฏิบัติการ Windows มันจะมีแอปชื่อ WinToAnd.exe ไว้ให้เรารันเพื่อรีสตาร์ทออกมาเป็น Android และในขณะเดียวกัน เมื่อเราบูตมาเป็นระบบปฏิบัติการ Andorid ก็จะมีไอคอน Switch OS มาเป็น Windows อยู่บน QuickSettings ของ Android ครับ

พอเลือกเป็น Windows เราก็ต้องเริ่มจาก Windows 8.1 เหมือนกับเริ่มใช้เครื่องใหม่ๆ ซึ่ง ณ ตอนนี้มันก็จะถามว่าอยากอัพเกรดเป็น Windows 10 เลยไหม เราจะเลือกอัพเลยก็ได้นะ หรือจะรออัพเกรดทีหลังก็ได้อีกเช่นกัน … ตอนผมเริ่มใช้ ผมอยากลองไวๆ เลยเลือกที่จะใช้เป็น Windows 8.1 ก่อนครับ … แต่หลังจากนั้นผมก็อัพเกรดเป็น Windows 10 อีกที ซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ ผ่านลุล่วงไปได้ด้วยดี

 

Windows 10 แท้เลย

 

อ้อ! ผมเพิ่งรู้เมื่อผ่านมาถึงขั้นตอนนี้ ว่าเจ้า PIPO X8 Mini TV Box นี่ มาพร้อมกับไลเซ่นส์ Office 365 จำนวน 1 เครื่องฟรีอีก 1 ปีด้วย เหมือนกับผู้ที่ซื้อ Windows Tablet ราคาประหยัด (แถมเหมือนกัน) ฉะนั้นใครที่ต้องการใช้ Microsoft Office ก็สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้เลย (แต่ไม่มีประโยชน์อะไรกับผม เพราะผมสมัคร Office 365 แบบ 5 เครื่อง จ่ายเป็นรายปีอยู่แล้ว)

 

PIPO X8 Storage

 

สำหรับใครที่ต้องการลงโปรแกรมอะไรต่อมิอะไร ผมบอกเลยว่า PIPO X8 Mini TV Box นี่พร้อมครับ แต่ว่าเนื้อที่อาจจะจำกัดไปบ้าง จะเหลืออยู่ราวๆ 24GB (แต่ใครที่อัพเกรดเป็น Windows 10 แล้ว ต้องไปลบ Windows เวอร์ชั่นเก่า ที่ Microsoft แอบเก็บไว้ให้ออกไปก่อนนะ ถึงจะได้เนื้อที่ที่หายไปคืนมา ไม่งั้นจะเหลือที่ว่างแค่ 10GB นิดหน่อย) … โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าลงโปรแกรม Microsoft Office ครบเซ็ต แล้วลงโปรแกรมตกแต่งภาพเล็กๆ น้อยๆ อีกหน่อย ก็คงได้ประมาณนั้น

 

เนื้อที่เก็บข้อมูลตอนบูตเป็น Android

 

ลองสลับไปดูที่ระบบปฏิบัติการ Android ก็พบว่า PIPO X8 เขากันเนื้อที่เอาไว้สำหรับการใช้ในฐานะ Android tablet อยู่ที่ 16GB ครับ ซึ่งเหลือเนื้อที่ให้ใช้ได้จริงอยู่ที่ประมาณเกือบ 12GB ซึ่งก็โอเคนะ เพียงพอสำหรับการใช้งานในฐานะ Android ทั่วๆ ไป

 

การใช้งาน PIPO X8 Mini TV Box ผมมองว่ามันจะออกมาในสภาพนี้ครับ …

ใช้เป็นเครื่องมินิพีซีทำงานทั่วไป โดยรันระบบปฏิบัติการ Windows สามารถทำงานเอกสารด้วยโปรแกรม Microsoft Office ได้ และพอจะใช้งาน Cloud storage อย่าง Dropbox ได้ ด้วยการติดตั้งแล้วชี้ที่เก็บข้อมูลไปที่ External HDD ครับ … พูดง่ายๆ Internal storage เอาไว้ลงโปรแกรมเท่าที่จำเป็น ส่วนพวกข้อมูลทั้งหลายก็ใส่ External HDD หรือไม่ก็ MicroSD card หรือบางคนหากที่บ้านมี NAS อยู่ ก็ Map drive จาก NAS มาเก็บข้อมูลก็ได้ (อย่างผมมี QNAP TS-253 Pro อยู่ ผมก็ทำการ Sync dropbox ไปบน NAS แล้ว Map drive เอาโฟลเดอร์ที่เก็บ Dropbox อยู่ มาแสดงบน PIPO X8 Mini TV Box นี่

 

ทำการ Map drive จาก NAS มาใช้กับ PIPO X8 Mini TV Box

 

ใช้เป็น TV Box ต่อกับโทรทัศน์ ใครอยากจะใช้เป็น Home media player ประจำบ้าน ก็ไปดาวน์โหลด Kodi (เมื่อก่อนคือ XBMC) มาติดตั้ง แค่นี้ก็แปลง PIPO X8 Mini TV Box ให้เป็นกล่องเล่นมัลติเดียสำหรับต่อกับจอทีวีสมชื่อรุ่นแล้ว

การใช้มินิพีซีที่รันระบบปฏิบัติการ Windows มาเป็น TV Box มันก็มีข้อดีอย่างนึง คือ ความสามารถมันหลากหลาย อยากจะดู YouTube จะดูผ่าน Kodi ก็ได้ หรือจะเปิดผ่านเบราวเซอร์เลยก็ได้ อยากดูหนังฟอร์แมตไหน ก็สามารถดูได้ เพราะพวก Codec สำหรับถอดรหัสหนังฟอร์แมตต่างๆ มีให้เลือกสำหรับระบบปฏิบัติการที่ผู้ใช้งานเยอะมากสุดๆ อย่าง Windows อยู่แล้ว จะดูหนังผ่านบริการ iTunes หรือ Google Play Movies ก็ได้ แต่อย่างไรก็ดี ผมแปลกใจตรงที่เวลาดูหนังความละเอียดสูงระดับ 4K บนเจ้า PIPO X8 Mini TV Box นี่ กลับกระตุกครับ ทั้งๆ ที่ตอนผมลองกับ ECS Liva Mini PC ที่แรม 2GB และใช้ Intel Atom สเปกเดียวกัน กลับไม่กระตุก อันนี้เข้าใจว่า ความเร็วของ Storage ในตัว PIPO X8 Mini TV Box นี่ สู้ ECS Liva Mini PC ไม่ได้ แต่การดูหนังความละเอียดระดับ 1080p นี่ไม่มีปัญหานะ

 

ทำงานแบบ Multi-monitor เพราะ PIPO X8 Mini TV Box มีหน้าจอแสดงผลขนาด 7 นิ้วในตัว ฉะนั้นเมื่อต่อใช้งานร่วมกับจอแสดงผลภายนอก ก็จะทำให้เหมือนมีหน้าจอแสดงผลเพิ่มมา … แน่นอนว่าด้วยขนาดหน้าจอที่ไม่ใหญ่มาก มันก็ทำอะไรไม่ได้มากเท่าไหร่ แต่ก็มีประโยชน์ในหลายๆ กรณีอยู่นะครับ

 

ใช้งานแบบ Multi-monitor

 

ผมลองใช้หลายๆ กรณี ผมพบว่า หน้าจอแสดงผล 7 นิ้วที่เพิ่มเข้ามา มันช่วยในสถานการณ์ต่างๆ แบบนี้ได้

  • ใช้เป็นเหมือนหน้าจอแสดง Widget ต่างๆ เพื่อแสดงข้อมูล เช่น บางคนอาจจะทำงานไป เล่นหุ้นออนไลน์ไป ก็เอาหน้าจอเล็กๆ นี่แสดงผลหุ้น หรือ บางคนก็อาจจะเปิดหน้าจออีเมล์ เพื่อรอรับอีเมล์ เป็นต้น มันจะได้ไม่เกะกะหน้าจอหลัก
  • ใช้เป็นหน้าจอมัลติมีเดีย เช่น แสดงโปรแกรมเพลง หรือ เปิดดูหนัง ดู YouTube โดยไม่เกะกะหน้าจอหลัก (แต่มันมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เพราะสเปกของฮาร์ดแวร์ … อ่านหัวข้อเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านล่างนะครับ)
  • บางคนต้องทำงานที่ต้องเปิดหน้าจอนึงไว้อ่านข้อมูล เพื่อแปล แล้วพิมพ์ใส่อีกหน้าจอนึง แบบผมที่เป็นบล็อกเกอร์ บางครั้งก็ต้องสรุปข้อมูลจากเว็บไซต์หลายๆ แห่งมาใส่บทความในบล็อก หรือตอนที่ผมรับงานแปล ผมก็อาจจะเอางานที่ต้องแปลมาแสดงบนหน้าจอนี้ แล้วพิมพ์บนจอแสดงผลที่ต่อออกมาก็ได้

ก็อะไรประมาณนี้แหละ

 

สลับไปมาระหว่างมินิพีซีใช้งาน กับ Android TV Box บางคนอาจจะมองว่าถ้าจะทำงานก็ต้อง Windows แต่ถ้าจะต่อออกโทรทัศน์ เป็น TV Box ก็ใช้ Android ดีกว่า … เจ้า PIPO X8 Mini TV Box นี่จะตอบโจทย์ทั้งสองอย่างในตัวเดียวเลย … เมื่อจะใช้ทำงาน ก็บูตเป็น Windows แต่เมื่อจะเอาไปต่อโทรทัศน์เพื่อความบันเทิงในฐานะ Android TV Box ก็บูตเป็น Android ผมว่ามันก็โอเคนะ

 

พกแทนโน้ตบุ๊ก เอาไปบรรยายหรือนำเสนองาน มันเบากว่าโน้ตบุ๊กอีกนะ หา Flash drive ใส่พวกไฟล์งานนำเสนอ หรือจะใส่ไว้ใน Internal storage ก็ได้ แล้วหาตัว HDMI to VGA Adapeter ไว้ซักตัวก็โอเคอยู่ เพราะเจ้านี่มันก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบจริงๆ และด้วยความที่มีหน้าจอแสดงผลในตัว ก็เลยใช้งานได้ประมาณโน้ตบุ๊กเลย แต่มีข้อจำกัดแค่เรื่องคีย์บอร์ด ซึ่งก็พอจะหา Bluetooth Keyboard มาใช้งานได้

เพียงแต่มันจะทำงานแทนโน้ตบุ๊กแบบ 100% ไม่ได้ เพราะว่ามันไม่มีแบตเตอรี่ในตัว และไม่สามารถใช้ PowerBank เป็นแหล่งจ่ายไฟได้ด้วย

 

 

ทีนี้มาดูข้อจำกัดของ PIPO X8 Mini TV Box บ้าง

ไม่ใช่ว่า PIPO X8 Mini TV Box จะไม่มีข้อจำกัดนะครับ ผมใช้ทำงานมาพักใหญ่ๆ ผมก็พบว่ามันมีข้อจำกัดอยู่หลายๆ อย่างเหมือนกันนะ อย่างแรกคือ สเปกที่จำกัด … คือ ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากได้มินิพีซีที่ใช้ Intel Atom X ที่เป็น CPU ตัวใหม่ล่าสุดที่ผลิตด้วยสถาปัตยกรรม 14 นาโนเมตร (Cherry Trail) มากกว่า แล้วก็จัดแรมมาซัก 4GB จะดีมาก เพราะแม้ว่าการใช้ทำงานเขียนบล็อกไปพลาง หาข้อมูลบนเว็บไปพลาง เล่น Twitter/Facebook/LINE (ผ่าน Google Chrome Extension) ไปพลางเนี่ยพอไหว มีหน่วงๆ บ้างนิดหน่อย แต่พอเริ่มเปิด YouTube ไปด้วย เริ่มเอาไม่อยู่แล้ว ผมพบว่าถ้าเปิด YouTube ด้วย Google Chrome มันจะกระตุก แต่ถ้าเปลี่ยนมาเปิดด้วย Microsoft Edge จะลื่นไหลกว่า แต่จะมีจังหวะที่ภาพวิดีโอหยุดนิ่งไป 2-3 วิ แต่เสียงยังเล่นต่อไป จากนั้นวิดีโอจะเหมือน Fast forward เพื่อไล่ตามเสียงให้ทัน (เลือกดูที่ความละเอียด 1080p หรือ 720p เป็นหลัก)

 

PIPO X8 Task Manager

 

ตอนแรกนึกว่าเป็นเพราะว่า WiFi ที่บ้านมันอับสัญญาณ ส่งข้อมูลมาไม่ทัน แต่พอเปลี่ยนมาใช้เปิดหนังผ่าน QNAP TS-253 Pro โดยใช้วิธีให้ตัว NAS มันถอดรหัสวิดีโอ แล้วทำการ Streaming เฉพาะวิดีโอมาแสดงผ่านเบราวเซอร์ ผมพบว่าไม่มีอาการกระตุกให้เห็น … เลยเข้าใจว่าปัญหาน่าจะอยู่ที่ตัวฮาร์ดแวร์มันเรนเดอร์วิดีโอไม่ทัน เวลาดู YouTube มากกว่า … นอกจากนี้ หน่วยความจำที่ให้มาแค่ 2GB เมื่อเอามารันระบบปฏิบัติการ Windows แล้ว ผมว่าน้อยเกินไปครับ จากการใช้งานแบบ Multitasking (พอสมควร) ของผม ผมพบว่ามันซัดแรมเต็มเปี่ยมตลอดเวลา ซึ่งนี่ก็เป็นอีกปัจจัยนึงที่ทำให้เกิดอาการหน่วงในการใช้งาน

 

บทสรุปการรีวิว PIPO X8 Mini TV Box

แม้ว่าในการทดสอบใช้งานหลายๆ แบบ จะเจอประสบการณ์หน่วงๆ บ้าง และพบว่าหน่วยความจำมันน้อยไปหน่อย ไม่พอตอบสนองความต้องการในการเขมือบแรมของ Windows แต่ด้วยสนนราคาค่าตัวของ PIPO X8 Mini TV Box แค่ 5000 บาท (รวมค่าภาษีแล้ว) ผมก็ยังมองว่า PIPO X8 Mini TV Box นี่ยังคุ้มค่าดีอยู่ครับ เพียงแต่อาจจะเอามาใช้งานแบบ Multitasking สุดๆ ทำงานไป ดูหนังไป อาจจะไม่ได้ประสบการณ์ที่ฟินสุดๆ ซะทีเดียว แต่ความหลากหลายในการเลือกใช้งานมันเยอะกว่าพวกพีซีแบบปกติเยอะอ่ะครับ

ใครอ่านรีวิวแล้วสนใจ ลองไปดูี่เว็บ Gearbest.com เอานะ แล้วตัดสินใจดูละกันว่าจะสอยไหม หุหุ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

10 Responses

  1. Bobby says:

    อยากให้รีวิวเว็บไซต์gearbest. สำหรับคนมือใหม่ไม่เคยสั่งของต่างประเทศ ว่ายากง่ายแบบไหน

  2. มวนวน says:

    ถามเป็นความรู้หน่อยครับ ที่เขียน blog นี่ จำเป็นต้องใช้ Windows และ Office จริงๆมั้ยครับ ?
    ถ้าเป็น android box ที่หน้าตาเหมือน Windows ทำ multitask ได้ จะใช้ทำงานได้หรือไม่ครับ

    พอดีผมก็ดูๆตัวนี้อยู่ ราคาอยู่ $40 + ค่าส่ง $15 (ไม่แน่ใจว่าจะโดน vat อีกรึเปล่า)
    https://www.kickstarter.com/projects/1123481999/remix-mini-the-worlds-first-true-android-pc?ref=discovery
    ขอบคุณครับ

    • @kafaak says:

      ผมเคยลองพยายามเขียนบล็อกด้วย Android มันไม่เวิร์ก เพราะเปลี่ยนภาษายุ่งยาก (ยกเว้นจะลง keyboard ที่รองรับการเปลี่ยนภาษาด้วย physical keyboard ซึ่งมันไม่สะดวกผม เพราะผมพิมพ์ทั้งไทย อังกฤษ และจีน) แต่ถ้าไม่ห่วงเรื่องพวกนั้น ลง Google Chrome for Android ก็น่าจะพอได้ระดับนึง แต่อาจจะไม่ดีเท่ากับใช้ Windows

  3. Wasupak says:

    ถ้าคิดจะใช้ Windows อย่างเดียวไม่ใช่ Android จะเอาพื้นที่ Android มาใช้งานได้มั้ยครับ

    • @kafaak says:

      ไปจัดการที่ Disk manager เพื่อลบพาร์ติชั่นของ Android ออก แล้วเอามาใช้งานได้ครับ แต่ถ้าจะ Merge รวมกับพาร์ติชั่นของ Windows ก็ต้องลง Windows ใหม่หมด

  4. รบกวนสอบถาม
    ที่ว่าลงโปรแกรม นี่คือสามารถลงโปรแกรม .exe ได้หรือเปล่า?
    ต้องการเอามาใช้งานกล้องวงจรปิดครับ

    • @kafaak says:

      มันคือ Windows ตัวเต็มครับ เพราะเป็น CPU Intel Atom ฉะนั้น ลงโปรแกรมได้ตามปกติครับ (อย่าไปนึกถึง Windows RT อันแสนชอกช้ำ) … เพียงแต่ว่า ความจุมันแค่ 32GB/64GB เท่านั้น หากต้องเก็บข้อมูล แนะนำให้หา External HDD มาต่อ หรือเชื่อมต่อกับ NAS ไปเลยครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: