รีวิว Plantronics EXPLORER 500 หูฟังสวย เสียงใส

Print Friendly

Plantronics EXPLORER 500

ได้ตัวนี้มาลองใช้อยู่พักใหญ่มาก (มากจริงๆ) ใช้เพลินจนลืมรีวิว (ฮา) เมื่อตั้งหลักได้ เลยต้องมาเขียนถึงซักหน่อยครับ มันคือหูฟังบลูทูธ Plantronics EXPLORER 500 ซึ่งเป็นหูฟังไร้สาย ราคาไม่แพงมาก (2,190 บาท) ในขณะที่ดีไซน์ออกมาดูหรูหรา และคุณภาพเสียงที่อวดว่าเป็นระดับ HD (High Definition) เสียงชัดแจ๋วเลย … มาลองดูกันดีกว่าว่า เจ้านี่มีดีอะไร

 

แกะกล่องดู Plantronics EXPLORER 500

สไตล์ของ Plantronics เขาจะทำบรรจุภัณฑ์ (หรือเรียกว่าแพ็กเกจจิ้ง) ออกมาดูดีมีราคาทีเดียวครับ และ Plantronics EXPLORER 500 นี่ก็เช่นกัน การแกะกล่องก็ไม่ยากด้วย แกะออกมาแล้ว สิ่งที่มาในกล่องก็มีตัว Plantronics EXPLORER 500 เอง ซึ่งมีจำหน่ายสองสี คือ ขาวทอง และ ดำ แต่ตัวที่ผมได้มารีวิวคือ ขาวทอง ครับ

 

สาย Micro USB ที่ทำเป็นสายคล้องได้ด้วย

 

ในกล่องก็มีคู่มือ และสายชาร์จแบบ Micro USB อีกเส้นนึง ซึ่งมีดีไซน์ที่เป็นประโยชน์คือ หัวและปลายของสาย สามารถเอามาประกอบกัน แล้วมันจะมีแรงแม่เหล็กดูด จนมีลักษณะเป็นรูปห่วงได้ ซึ่งเอาไว้สำหรับไปคล้องกระเป๋าได้ อะไรแบบนี้ … นอกจากนี้ก็มีสายคล้องคอ และก้านสำหรับเหน็บหูอีก เผื่อใครที่เสียบหูอย่างเดียวแล้วไม่มั่นใจ

ที่น่าแปลกใจคือ มันมียางซิลิโคนมาให้อันเดียวเอง แต่ใช้วิธีขยับห่วง เพื่อให้เหมาะกับรูหูของเรา

 

Plantronics EXPLORER 500

 

 

ตัวหูฟังมีขนาดกะทัดรัด ไม่เล็กจิ๋วจนเกินไป และก็ไม่ได้ใหญ่โตจนเกินเหตุ มีน้ำหนักแค่ 75 กรัม เบาแบบนี้ ใส่นานๆ ก็ไม่รู้สึกว่าหนักเกะกะเลยนะ

 

Plantronics EXPLORER 500

 

ตัวหูฟังที่เอาไว้เสียบในรูหู มีซิลิโคนนิ่มๆ ที่มีขนาดกระชับ รับรูหูได้เป็นอย่างดี คิดว่าลองสวมนานๆ แล้วไม่น่ารู้สึกว่าเจ็บหูแต่อย่าง

 

Plantronics EXPLORER 500

 

บนตัวหูฟังมีสามปุ่มหลักๆ อันแรกเป็นสวิตช์แบบเลื่อน เอาไว้เปิดปิดหูฟัง อีกด้านนึงเป็นปุ่ม Volume เอาไว้ปรับระดับเสียง ส่วนปุ่มที่สาม แอบซ่อนอยู่ตรงตัวหูฟังขาวๆ นี่แหละ ที่กดลงไปได้ เพื่อเอาไว้สำหรับรับสายวางสาย หรือใช้เริ่มสั่งงานเสียงของสมาร์ทโฟน (Siri/Google Now) และมีไฟ LED แสดงสถานะแอบซ่อนอยู่ตรงนี้ด้วย

แต่อย่างนึงที่ Plantronics น่าจะปรับได้อีกนิดคือ ตัวหัว USB เนี่ย มันน่าจะแบบ เสียบกับพอร์ต USB ได้ โดยไม่ต้องไปห่วงว่าต้องเอาด้านไหนเสียบเข้าก็น่าจะดีนะ

 

ลองใช้ Plantronics EXPLORER 500

อย่างที่คาดครับ น้ำหนัก 75 กรัม และยางหูฟังแบบซิลิโคนนิ่มๆ เสียบหูไว้นานๆ ไม่รู้สึกว่ามันหนักหรือเจ็บแต่อย่างใด ปุ่มเปิดปิดแบบสวิตช์ บางคนอาจจะไม่ชอบ เพราะชอบแบบกดปุ่มค้างเพื่อเปิดหรือปิดมากกว่า แต่ผมชอบแบบสวิตช์ เพราะทำความเข้าใจเรื่องการเปิดและปิดได้ง่ายดี

 

ถ้าใช้งานคู่กับ iPhone หรืออุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS มันจะแสดงระดับแบตเตอรี่ได้เลย ไม่ต้องลงแอปอะไรเพิ่มเติม แต่หากใครใช้ Android ก็ต้องไปดาวน์โหลดแอปมาเพิ่มคือ Plantronics Hub ครับ แต่มันไม่ได้แสดงเป็น % นะ มันบอกเป็นจำนวนชั่วโมงและนาทีที่ประเมินว่าจะยังใช้สนทนาต่อเนื่องได้อีกนานแค่ไหน

 

คล้อง Plantronics EXPLORER 500 แบบนี้ได้

 

ตัวสาย Micro USB ที่แถมมาให้ เอาไว้ทำเป็นสายคล้องได้ เพราะมีแม่เหล็กดูดหัวกับปลายให้ติดกัน พอเอาหัว Micro USB มาเสียบตูด Plantronics EXPLORER 500 มันก็คล้องได้เลย แต่เวลาใช้งานจริง เหมาะกับคนที่มั่นใจว่าจะไม่ไปเดินชนอะไร ไปเกี่ยวอะไร เพราะหากไปเกี่ยวกับอะไรแรงๆ มันก็หลุดได้นะครับ และด้วยน้ำหนักแค่ 75 กรัม หลุดหล่นลงพื้น อาจจะไม่ได้ยินเสียง ไม่รู้ตัวเลยว่าหาย (แม้ว่าจะมี App Find MyHeadset ที่มีฟีเจอร์ BackTrack ซึ่งคอยเก็บ Log เอาไว้ว่าใช้หูฟังครั้งสุดท้ายที่ไหน แต่ว่ามันก็ต่างจากแอปจำพวก Find My Phone หรือ Find My iPhone ที่ได้พิกัดที่อยู่เป๊ะๆ จากสมาร์ทโฟนผ่านระบบ GPS แบบ Real-time นะครับ)

 

เวลาไม่ได้สวมหูอยู่แล้วมีคนโทรเข้ามา จะมีไฟ LED สีฟ้าแจ้งเตือน

 

จุดเด่นของหูฟังบลูทูธของ Plantronics คือ มันบอกสถานะด้วยเสียงครับ (พูดได้สามภาษา คือ อังกฤษ จีนกลาง จีนกวางตุ้ง) บอกระดับแบตเตอรี่ได้ว่าเหลือคุยได้นานแค่ไหน บอกได้ว่ากำลังสั่งงานทำอะไรอยู่ หรือเวลามีใครโทรมา ก็จะบอกเราได้ว่า Incoming Call อะไรแบบนี้ (แต่ถ้าเราไม่ได้สวมใส่หูฟังอยู่ มันจะแสดงการแจ้งเตือนเป็นไฟ LED สีฟ้าแทน

ลองเอามาใช้งานดูบ้าง ตัวนี้เขาอวดเรื่องคุณภาพเสียง ที่ได้รับการรับรองว่าเป็น GSMA-Certified HD Voice Clarity ด้วยไมโครโฟนคู่ช่วยตัดเสียงรบกวน แต่ถ้าถามผม มันน่าจะเวิร์กสุดๆ หากเอามาใช้คู่กับ VoLTE (การโทรศัพท์ผ่านเครือข่าย 4G ที่เร็วๆ นี้ dtac กำลังทำการทดสอบอยู่) ในอนาคตนะ

แบตเตอรี่ก็เป็นไปตามที่ระบบเสียงแจ้งสถานะเขาว่านั่นแหละ ถ้าคุยต่อเนื่อง ก็จะอยู่ได้ 7 ชั่วโมง หรือเกือบๆ โดยประมาณ แต่ถ้าไม่ได้ใช้งานต่อเนื่อง ก็จะอยู่ได้หลายวันกว่าจะต้องชาร์จซักที แต่จะกี่วัน ก็อยู่ที่ว่าใช้บ่อยไม่บ่อย ซึ่งในกรณีที่ใช้ไม่บ่อย มันจะมีฟีเจอร์ DeelSleep ที่จะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้นานขึ้น เพราะเมื่อไม่ได้ทำการเชื่อมต่อกับมือถือเป็นระยะเวลาซักพัก (ประมาณ 2 ชั่วโมง) มันก็จะเข้าสู่โหมดหลับลึกนี่ทันที

สำหรับคนที่มีมือถือ 2 เครื่อง ก็สามารถทำการ Pair เจ้า Plantronics EXPLORER 500 ได้เลยครับ เพราะมันรองรับสูงสุด 2 เครื่อง ผ่านทาง Bluetooth 4.1 และเพราะว่ามันรองรับเทคโนโลยี A2DP กับ AVRCP ด้วย เลยสามารถเอามาใช้ฟังเพลงได้ ใช้ปุ่ม Volume ในการสั่งเล่นเพลงถัดไปหรือเล่นเพลงก่อนหน้าด้วนการกดค้างไว้ … แต่ดันไม่มีปุ่มไหนไว้ Pause เลย … คุณภาพเสียงแค่พอประมาณอ่ะครับ เท่าที่ฟังดู แต่ก็พอเข้าใจ เพราะเจ้านี่ไม่ได้ถูกออกแบบมาไว้ให้ฟังเพลงนี่นา

 

บทสรุปการรีวิว Plantronics EXPLORER 500

สนนราคา 2,190 บาท ไม่แพงมาก (แต่ก็ไม่ได้ถูกมากเช่นกัน) ไม่ได้มีลูกเล่นอะไรเยอะแยะเมื่อเทียบกับรุ่นเดอะอย่าง Voyager Edge ไรงี้ แต่ก็ทำหน้าที่ของการเป็นหูฟังบลูทูธได้สมบูรณ์แบบดี สำหรับผม ผมเป็นคนชอบฟังเพลงเสียงดังหน่อย เลยทำให้รู้สึกว่าเสียงดังสุดของหูฟัง Plantronics EXPLORER 500 นี่ ไม่ดังซักเท่าไหร่ (แต่ผมไม่ได้หูตึงน้าาาาาาา)

ดีไซน์น่าจะเป็นจุดขายของ Plantronics EXPLORER 500 ตัวนี้ คือ มันสวยดีครับ ผมว่าสีขาวทองสวยกว่าสีดำนะ (ดูจากในรูป ยังไม่ได้เห็นของจริง) เจ้านี่จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหูฟังบลูทูธที่ราคาไม่แรงไป ดีไซน์สวยแบบใส่เป็นแฟชั่นได้ และมีน้ำหนักเบาสวมใส่สบาย ใส่ติดหูไว้ทั้งวันก็ไม่รู้สึกรำคาญครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: