ไปสัมภาษณ์พี่เบิร์ดกะพี่ฮาร์ท คอนเสิร์ต 30 Years Byrd & Heart Sometimes but Always

ปิดท้ายการสัมภาษณ์ด้วยการถ่ายภาพหมู่กับพี่เบิร์ดและพี่ฮาร์ท

 

การเป็นบล็อกเกอร์มันก็ดีตรงนี้อ่ะครับ ได้มีโอกาสในการทำสิ่งที่ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาส หากดำเนินชีวิตตามปกติ ผมมีโอกาสได้ไปเปิดหูเปิดตามาหลายประเทศ ได้ไปเยี่ยมชมงานระดับโลกมาก็หลายงาน (ทั้ง Mobile World Congress, Computex, CES Asia ไรงี้) ได้มีโอกาสพูดคุยใกล้ชิดกับศิลปินหลากหลาย และล่าสุดนี่ก็มีโอกาสได้พบกับศิลปินขวัญใจสมัยผมยังเอ๊าะๆ อย่างพี่เบิร์ดกะพี่ฮาร์ทอีก โดยงวดนี้ผมกับเพื่อนๆ บล็อกเกอร์เข้ามาสัมภาษณ์พี่ๆ เขาอย่างสุดใกล้ชิดเกี่ยวกับคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 30 ปีเบิร์ดกะฮาร์ทที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 12 กันยายนนี้ครับ

สถานที่นัดสัมภาษณ์กันครั้งนี้คือห้องซ้อม The Underworld Production 2 ที่แถวเอกมัยครับ เป็นห้องซ้อมที่อยู่ในเขตบ้านส่วนตัว (อารมณ์เจ้าของบ้านทำห้องๆ นึงในตึกในอาณาเขตบ้านเป็นห้องซ้อม ประมาณนั้น) ดูเป็นส่วนตัวดีมาก แต่คนตรึมเลยครับ เพราะตอนมาถึงเนี่ย เขากำลังถ่ายรายการ Byrd Says Play Heart สัมภาษณ์ แชมป์ ศุภวัฒน์ (บางคนอาจจะรู้จักในชื่อ แชมป์ นอนน้อย) พอดีเลย

 

มาถึง กำลังถ่ายรายการ Byrd Say Play Heart อยู่พอดี

 

พวกเราก็นั่งฟังพี่ๆ เขาอัดรายการกันแบบเงียบๆ ครับ ให้พี่ๆ เขาสัมภาษณ์แชมป์ ศุภวัฒน์ ที่จะมาเป็นหนึ่งในศิลปินรับเชิญในคอนเสิร์ต 30 Years Byrd & Heart Sometimes but Always ที่จะถึงนี้ด้วย … พอถึงราวๆ เที่ยงนิดๆ ก็ถึงคิวของพวกเราเหล่าบล็อกเกอร์กันบ้างครับ

 

สัมภาษณ์พี่เบิร์ดกะพี่ฮาร์ทในบรรยากาศสบายๆ เหมือนนั่งคุยกับพี่ๆ มากกว่า

พี่เบิร์ดกำลังอธิบายของที่อยู่ใน Box Set Limited Edition ระหว่างการให้สัมภาษณ์

พี่เบิร์ดกำลังเล่าเรื่องจดหมายที่แฟนๆ ส่งไปให้ถึงที่อเมริกา

 

สไสตล์การสัมภาษณ์ คือ แบบว่า เรียบง่ายมาก พวกเราเหล่าบล็อกเกอร์ก็นั่งตามอัธยาศัย พี่ๆ เขาก็นั่งอีกฝั่ง ให้เรายิงคำถามตามสะดวก พี่เบิร์ดกะพี่ฮาร์ท ก็อยากทำความรู้จักกับพวกเราเหล่าบล็อกเกอร์ครับ พูดคุยแบบเป็นกันเอง ยิงมุกกันเป็นระยะๆ มันเหมือนพี่ๆ กำลังเล่าให้น้องๆ ฟัง ถึงประวัติของพวกพี่ๆ เขามากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการออกเทปครั้งแรก ที่ดังแบบไม่รู้ตัว (เพราะพวกพี่เขากลับไปเรียนต่อที่อเมริกาก่อน) จนมีแฟนๆ ส่งจดหมายไปหาพี่ๆ ที่อเมริกากันเพียบ … เพียบจนบุรุษไปรษณีย์เขานึกว่าพวกพี่เขาเปิดกิจการขายของทางไปรษณีย์ (ฮา)

พี่ฮาร์ทไม่มีปัญหาเรื่องภาษาไทย แต่พี่เบิร์ดเนี่ย ด้วยความที่ไปเรียนที่อเมริกาตั้งกะจบ ป.3 ก็เลยทำให้การอ่านและเขียนภาษาไทยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นี่จึงเป็นเหตุที่ว่าทำไมช่วงที่ว่างเว้นจากคอนเสิร์ต เราจึงได้เห็นพี่ฮาร์ททางหน้าจอบ่อยๆ ทั้งอ่านข่าวภาคภาษาอังกฤษ ทั้งการพากย์เสียงแบบ Voice over ในงานโฆษณาต่างๆ ในขณะที่พี่เบิร์ดจะไปทำงานอยู่เบื้องหลังมากกว่า … พี่เบิร์ดบอกว่าการอ่านภาษาไทยไม่เป็นปัญหามาก เพราะพอจะเดาได้ว่าแต่ละคำอ่านว่ายังไง แต่พี่เขาจะจำพวกตัวสะกด กับวิธีเขียนไม่ค่อยได้ แต่ด้วยความอยากตอบจดหมายแฟนๆ ก็พยายามอ่านและเขียน โดยอาศัยการลอกวิธีการเขียนกับการสะกดจากจดหมายของแฟนๆ นั่นแหละ

ลายมือของผมก็พัฒนามาจากลายมือของแฟนๆ ของเบิร์ดกะฮาร์ทนี่แหละ … พี่เบิร์ดเขาว่าแบบนี้ (ฮา)

 

@tanaiwirat ถามคำถามที่น่าสนใจแบบทนายมากๆ

 

พี่ๆ เขาเปิดโอกาสให้ถามคำถามได้แบบเต็มที่ ตอบกันแบบตรงๆ ไม่มีกั๊กเลยนะครับ อย่างเช่น @tanaiwirat ก็ถามสไตล์ทนายเลย คือ ปกติเวลาวงอื่นๆ เขาจัดคอนเสิร์ตครบรอบเนี่ย มักจะมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์เพลง เพราะปกติค่ายเพลงต่างๆ มักจะเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว หรือ เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ร่วมกับศิลปินหรือนักแต่งเพลง ทำให้การนำเพลงมาร้องในคอนเสิร์ต (แม้จะเป็นเพลงที่วงเคยร้อง หรือ แม้แต่เพลงที่ศิลปินแต่งเอง) ติดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์อยู่ไม่น้อย

แต่คำตอบที่ได้จากพี่เบิร์ดกะพี่ฮาร์ทนี่ทำให้เรารู้สึกว่าพี่ๆ เขาทำงานดนตรีด้วยใจจริงๆ (หรือจะเรียกว่าอินดี้ก็ไม่รู้สิ … ฮา) คือ ตอนที่พี่ๆ เขาไปคุยกับค่ายเพลงต่างๆ เรื่องการจัดจำหน่าย ค่ายไหนที่มีสัญญาเรื่องลิขสิทธิ์จำพวกครองลิขสิทธิ์ร่วมกัน พี่ๆ เขาก็ไม่ตกลงด้วย จนสุดท้ายก็ได้ค่ายเพลงที่ขอถือลิขสิทธิ์แค่ 5 ปีนั่นแหละครับ และนอกจากนี้เพลงส่วนใหญ่พี่ๆ เขาก็แต่งเองกันอยู่แล้ว ส่วนบางเพลงที่ไม่ได้แต่งเอง คนแต่งก็เป็นเหมือนพี่น้องเป็นเหมือนเพื่อนกัน ก็เลยคุยกันได้ง่าย ฉะนั้น เวลามีคอนเสิร์ตครบรอบของพวกพี่ๆ เขา ก็เลยได้ฟังเพลงแบบเต็มๆ สะใจแน่นอน

 

เวลาพี่ฮาร์ทพูดถึงเพลงไหน ก็จะคลอกีต้าร์เพลงนั้นไปด้วย

 

อีกคำถามคาใจ คือ ทำไมพี่เบิร์ดกะพี่ฮาร์ทถึงลงมาจัดคอนเสิร์ตเอง คือ ต้องถามครับ เพราะว่าการจัดคอนเสิร์ตนี่ไม่ง่าย การขอสปอนเซอร์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และแม้จะขอสปอนเซอร์ได้ แต่ก็ไม่ได้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั่นแหละ ซึ่งหากให้ทีมออกาไนเซอร์มืออาชีพก็น่าจะสบายกว่านี้ แต่พี่ๆ เขาบอกว่า มองในแง่ธุรกิจแล้วก็ใช่ แต่หากจัดคอนเสิร์ตด้วยวิธีนี้ จะเสียความเป็นตัวของตัวเองไป เพราะไม่สามารถกำหนดทิศทางของการจัดได้ ไม่สามารถเลือกเพลงที่จะแสดงได้ตามใจ การเลือกศิลปินรับเชิญก็เลือกไม่ได้ตามใจชอบ เมื่อจัดคอนเสิร์ตครบรอบ ก็ต้องนึกถึงแฟนเพลงเข้าไว้สิเนอะ

 

@jetboat26 เซอร์ไพรส์พี่ๆ เขาด้วยการโชว์แผ่นเสียง Byrd & Heat หายากมาก

 

อย่างไรก็ดี ทราบจากพี่ๆ เขาว่าคอนเสิร์ตครบรอบ 30 ปีนี้ จะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งสุดท้ายแล้ว เพราะพี่ๆ เขาก็อายุเยอะแล้ว (50 แล้วนา) จะให้จัดอะไรแบบเต็มๆ แบบนี้คงไม่สะดวกแล้ว ฉะนั้นไม่ควรพลาดโอกาสนี้ครับ รีบกดซื้อบัตรกันเลยที่ www.thaiticketmajor.com ได้ แต่ถ้าพลาด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้เจอพวกพี่ๆ เขาในคอนเสิร์ตแล้วนะ แต่จะเป็นคอนเสิร์ตเล็กๆ ไม่ได้เต็มรูปแบบมากกว่า เช่น แบบอะคูสติก พี่ๆ สองคนกับกีต้าร์ อะไรแบบนี้ ซึ่งอาจจะไม่สามารถเล่นเพลงบางเพลงได้ (เพราะเพลงบางเพลงต้องมาแบบเต็มวง อะไรแบบนี้) ส่วนใครที่อยู่ต่างจังหวัด ไม่สะดวกเข้ามาชมคอนเสิร์ต แน่นอนว่าก็ยังมีโอกาสพบปะกับพวกพี่ๆ เขา ในมินิคอนเสิร์ตตามร้านอาหารในต่างจังหวัดบ้าง พี่ๆ เขาไม่ได้ถึงกับหายหน้าหายตานะครับ หุหุ

 

ปิดท้ายการสัมภาณ์ พี่เว่อร์ @overconda ร่วมแจมเพลง Susan Joan กับพี่เบิร์ดกะพี่ฮาร์ท

ปิดท้ายสุดๆ ด้วยของที่ระลึกจากพี่เบิร์ดกะพี่ฮาร์ท แผ่นซีดี บ็อกเซ็ต พร้อมลายเซ็น โอววว

 

ปิดท้ายการสัมภาษณ์ พี่เว่อร์ @overconda ถือโอกาสขอร่วมแจมเพลง Susan Joan กับพี่เบิร์ดกะพี่ฮาร์ท พวกเราก็ฟังเพลินเลยล่ะครับ และก่อนจะแยกย้ายกันกลับ พี่เบิร์ดกะพี่ฮาร์ทก็มีของที่ระลึกให้พวกเราด้วย เป็นซีดีเพลงและบ็อกเซ็ตจากพี่ๆ เขา พร้อมลายเซ็น โอวววว เป็นปลื้มครับ ดีใจมากๆ

 

ขอบคุณสปอนเซอร์ใจดี ที่ช่วยให้มีโอกาสได้สัมภาษณ์ในวันนี้

 

ท้ายที่สุดนี่ต้องขอขอบคุณสปอนเซอร์ใจดี คือ การบินไทย และ Rancho Charnvee Resort & Country Club ที่ช่วยให้พวกเราบล็อกเกอร์ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พวกพี่ๆ เขาแบบสุดจะ Exclusive แบบนี้ครับ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: