QNAP TS-253 Pro … Turbo NAS สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

Print Friendly

QNAP TS-253 Pro

จากที่ผมสังเกต เดี๋ยวนี้ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางเริ่มมีเยอะขึ้นนะ อาจจะเพราะมีการส่งเสริมจากหน่วยงานรัฐบาลด้วยส่วนนึง อีกส่วนนึงคือ แนวคิดที่เปลี่ยนไปของคนรุ่นใหม่ที่เริ่มมีหัวคิดเป็นผู้ประกอบการมากขึ้น อยากเป็นนายของตัวเอง และเดี๋ยวนี้ธุรกิจต่างๆ ก็เอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานเพื่อเพิ่มศักยภาพกันแล้ว บล็อกตอนนี้ก็เลยขอถือโอกาสเอา QNAP TS-253 Pro ที่เป็น NAS สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมารีวิวให้ได้อ่านกันครับ เจ้านี่มีความสามารถในฐานะไฟล์เซิร์ฟเวอร์และเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ เยอะทีเดียว

 

รูปร่างหน้าตาของ QNAP TS-253 Pro

QNAP TS-253 Pro ดูแล้วเป็น NAS ที่ค่อนไปทางธุรกิจมากกว่าการนำมาใช้ตามบ้านอย่างชัดเจนมากครับ ตัวเครื่องมีขนาดไม่ใหญ่มาก 150 มม. (สูง) x 102 มม. (กว้าง) x 216 มม. (ลึก) และน้ำหนักประมาณเกือบๆ สามกิโลกรัม (เมื่อรวมฮาร์ดดิสก์) ก็ทำให้การติดตั้งไม่เปลืองเนื้อที่มากมายอะไร

 

 

ด้านหน้าจะมีไฟ LED แสดงสถานะการทำงานของฮาร์ดดิสก์ทั้งสองลูก LED แสดงสถานะการทำงานของเครือข่าย (LAN) ปุ่ม Power (มีไฟ LED แสดงสถานะในตัว) ปุ่ม Copy สำหรับทำสำเนาข้อมูลลงฮาร์ดดิสก์ภายนอก และมีพอร์ต USB 3.0 เอาไว้ต่อกับฮาร์ดดิสก์ภายนอกอีกพอร์ตนึง

 

QNAP TS-253 Pro ก็ตามเลขรุ่นครับ (พวก NAS มักจะเอาเลขรหัสรุ่นตัวแรกไว้บอกจำนวนถาดใส่ฮาร์ดดิสก์) สามารถใส่ฮาร์ดดิสก์ได้สูงสุด 2 ลูกครับ รองรับได้ทั้งฮาร์ดดิสก์แบบ 3.5″ และ 2.5″ ทั้งแบบ SATA และ SSD เลย (เช็คดูว่าฮาร์ดดิสก์ที่ไหนใช้ได้กับ Turbo NAS ของ QNAP บ้าง ดูจากเว็บไซต์เลย) และด้วยความที่เป็นรุ่นสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แต่ละถาดจึงมีกุญแจล็อกด้วยครับ (ป้องกันคนขโมยฮาร์ดดิสก์ไปเลย)

 

ด้านหลังของ QNAP TS-253 Pro มีพอร์ต Gigabit LAN ให้ 2 พอร์ตครับ มี USB 3.0 อีกสองพอร์ต ซึ่งเอาไว้ทำหน้าที่ได้หลากหลาย (ไว้จะพูดถึงตอนรีวิว) และมีพอร์ต HDMI ให้อีกพอร์ตนึงเพื่อใช้เชื่อมต่อกับจอแสดงผลภายนอก … นอกจากนี้ก็มีช่องเสียบอะแด็ปเตอร์ และรูสำหรับคล้องกุญแจล็อก กับพัดลมระบายความร้อนครับ

ด้วยขนาดที่กะทัดรัดของ QNAP TS-253 ไม่ใช่ไม่เปลืองเนื้อที่ในการติดตั้งนะครับ แต่ว่ายังทำให้ไปติดตั้งได้ในหลายๆ สถานที่ เพื่อความเหมาะสมในการใช้งานหลากหลายแบบเลยด้วยแหละ และในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย น้ำหนักแค่ประมาณสามกิโลกรัมก็ไม่ทำให้การขนย้ายลำบากแต่อย่างใด

 

ติดตั้งใช้งาน QNAP TS-253 Pro

สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม บางครั้งการหาเจ้าหน้าที่ไอทีเข้ามาดูแลพวกอุปกรณ์ต่างๆ มันก็เป็นอะไรที่เกินเอื้อม หลายคนเลยกลัวว่าการมี NAS ใช้เนี่ย มันจะยุ่งยากไหม ต้องมีความรู้ไอทีเยอะๆ ไหม … จากที่ผมได้เคยลอง Turbo NAS ของ QNAP อย่าง TS-251 มาก่อน ก็รู้สึกได้ว่า QNAP เขาทำให้การติดตั้ง Turbo NAS ไม่ยุ่งยากครับ

ส่วนใหญ่พวกอุปกรณ์เครือข่ายก็มักจะมีการตั้งค่าให้แจก IP Address อัตโนมัติอยู่แล้ว (หรือก็คือมีการเปิดใช้งาน DHCP Server ไม่ว่าจะจากเครื่องคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ หรือ ในกรณีของออฟฟิศขนาดเล็กหรือตามโฮมออฟฟิศ ก็อาจจะแจก IP Address จาก Router กันเลย) ฉะนั้นเมื่อเสียบ QNAP TS-253 Pro ก็เรียกว่าพร้อมแล้วสำหรับการเริ่มติดตั้ง

 

ตรงด้านข้างของตัวเครื่อง จะมี QR Code เอาไว้ให้สแกนจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เพื่อไปยังระบบที่เรียกว่าหน้าเว็บแสดงขั้นตอนการติดตั้งครับ ก็แค่เลือกยี่ห้อและรุ่น ซึ่งในที่นี้ผมเลือกเป็น TS-253 Pro จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในเว็บได้เลย

 

ในกรณีที่ใช้ QNAP TS-253 Pro ครั้งแรก ทำการติดตั้งผ่าน Cloud ได้

 

การติดตั้งสามารถทำได้สองแบบ คือ Cloud Installation และ Local Installation ครับ … ในกรณีของ Cloud Installation ก็จะทำผ่านเว็บเบราวเซอร์ได้เลย ส่วน Local Installation นั้นก็เป็นการติดตั้งซอฟต์แวร์ Q Finder เพื่อให้ช่วยค้นหา Turbo NAS ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายอยู่ เพื่อเข้าถึงหน้าจอเว็บสำหรับการบริหารจัดการ Turbo NAS ครับ … กระบวนการทั้งหมด ใช้เวลาไม่นานมากเลย แต่จำไว้นิดนะครับ กระบวนการติดตั้งจะทำการล้างข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ทั้งหมด ฉะนั้นฮาร์ดดิสก์ที่ถูกใส่เข้าไปแล้วเริ่มติดตั้ง QNAP TS-253 Pro เนี่ย ขอให้มั่นใจว่าไม่ได้มีข้อมูลอะไรที่เราต้องการอยู่นะครับ

แต่ในกรณีของผม ผมลองอัพเกรดจาก QNAP Ts-251 มาเป็น TS-253 Pro และเนื่องจากทั้งสองรุ่นเป็นแบบ 2-bay เหมือนกัน ฉะนั้นที่ผมทำก็แค่ย้ายฮาร์ดดิสก์มาใส่ แล้วก็เริ่มใช้งานได้เลยครับ ค่า Settings ต่างๆ ตามมาหมดเลย

 

สเปกของ QNAP TS-253 Pro

สเปกฮาร์ดแวร์ของ QNAP TS-253 Pro ก็เป็นตามตารางด้านล่างนี่เลยครับ แม้ว่าจะเป็น Turbo NAS ที่ค่อนข้างจะเป็นระดับแรกเริ่ม แต่ก็เป็นระดับแรกเริ่มที่ดีทีเดียวนะครับ หน่วยประมวลผลก็เป็น Intel Celeron Quad-core 2.0GHz ซึ่งให้ประสิทธิภาพดีกว่าพวก NAS ทั่วๆ ไป ที่ใช้หน่วยประมวลผลพื้นๆ หรือ Intel Atom มากทีเดียว (เคยได้ยินบางคนทักว่าทำไมราคาแอบสูงจัง คำตอบคือ ประสิทธิภาพที่ได้มา เพื่อใช้งานต่างๆ น่ะครับ)

 

CPU Intel® Celeron® 2.0GHz quad-core processor (burst up to 2.41GHz)
DRAM TS-253 Pro-8G: 8GB DDR3L RAM (4GB x 2)
TS-253 Pro: 2GB DDR3L RAM (รุ่นที่ผมได้มารีวิวเป็นตัวนี้ครับ)
Total memory slots: 2 (expandable up to 8GB)
Flash Memory 512MB DOM
Hard Disk Drive 2 x 3.5”or 2.5”SATA 6Gb/s, SATA 3Gb/s hard drive or SSD
Hard Disk Tray 2 x Hot-swappable tray
LAN Port 2 x Gigabit RJ-45 Ethernet port
LED Indicators Status, LAN, USB, HDD 1. HDD 2
USB 3 x USB 3.0 port (Front: 1, Rear: 2)
Support USB printer, pen drive, and USB UPS etc.
HDMI 1
Buttons Power/Status, USB One-Touch-Backup, reset
Alarm Buzzer System warning
IR Receiver MCE-compatible
Form Factor Tower
Dimensions 150 (H)x 102(W) x 216(D) mm
5.91(H) x 4.02(W) x 8.5(D) inch
Weight Net: 1.74 kg (3.84lbs)
Gross: 2.92 kg (6.44lbs)
Power Consumption (W) HDD standby: 10.14W
S3 sleep: 0.74W
In operation: 16.34W
(with 2 x 1TB HDD installed)
Temperature 0-40˚C
Humidity 5~95% RH non-condensing, wet bulb: 27˚C
Power Supply External power adapter, 90W, 100-240V
Secure Design Kensington security slot for theft prevention
Fan 1 x quiet cooling fan (7 cm, 12V DC)

 

พิจารณาจากสเปกแล้ว QNAP TS-253 Pro นั้นดูจะเหมาะสำหรับการใช้งานเพื่อเป็นมากกว่า NAS ทั่วๆ ไปนะครับ เพราะหน่วยประมวลผลมีประสิทธิภาพสูงแทบจะเป็นพีซีเครื่องนึงอยู่แล้ว นอกจากนี้หากเพิ่มหน่วยความจำแบบจัดเต็มเข้าไปเป็น 8GB ละก็ มันก็เซิร์ฟเวอร์ระดับย่อมๆ นั่นเอง ผมว่ามันน่าจะเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ต้องการประหยัดงบประมาณเรื่องเซิร์ฟเวอร์ แบบว่า มีเจ้านี่ตัวเดียว เอาไปทำตัวเป็นเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ พ่วงไปด้วยน่ะครับ

 

ลองใช้งาน QNAP TS-253 Pro ดูว่ามีดีอะไรบ้าง

ตัว QNAP TS-253 Pro สามารถเข้ามาบริหารจัดการได้ผ่านทางเว็บเบราวเซอร์ ซึ่งวิธีการเข้าถึงมีหลากหลายคือ

  • ใช้บริการ MyQNAPCloud
  • ใช้ DDNS และทำ Port Forwarding เอาเอง
  • พิมพ์ IP Address ของ QNAP TS-253 Pro บนเบราวเซอร์
  • พิมพ์ชื่อของ QNAP TS-253 Pro บนเบราวเซอร์ (เช่น http://kafaakts253pro/ เป็นต้น)
  • ใช้โปรแกรม Qfinder

แต่ละวิธีก็เหมาะสำหรับการใช้งานแตกต่างกันออกไปครับ … การใช้บริการ MyQNAPCloud จะต้องลงทะเบียนที่เว็บไซต์ก่อน จากนั้นต้องติดตั้งแอป MyQNAPCloud บนตัว QNAP TS-253 Pro ด้วย และต้องมีการเซ็ตค่าใช้ตัวแอปและ Router ที่บ้านหน่อย วิธีนี้จึงเหมาะกับคนที่คล่องๆ เรื่องไอทีอยู่พอสมควร (จริงๆ ไม่ยาก เพราะ QNAP TS-253 Pro นั้นให้ตั้งค่าง่ายๆ โดยแค่เปิดใช้ UPnP Port Forwarding เท่านั้นเอง) แต่ก็มีประโยชน์ตรงที่ช่วยให้เราเข้าถึง QNAP TS-253 Pro ได้จากนอกบ้านหรือนอกออฟฟิศ ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเลย

วิธีการตั้งค่า DDNS (Dynamic DNS) กับตั้งค่า Port Forwarding เองก็ได้ผลเหมือนวิธีแรก แต่ว่าต้องอาศัยความรู้เรื่องไอทีมากกว่าวิธีแรกครับ และบริการ DDNS หลายตัวก็ไม่ได้ฟรี (แต่พวก Router หลายยี่ห้อมักจะมีตัวเลือกการตั้งค่าส่วนนี้มาให้)

ส่วนการพิมพ์ IP Address นั้นแอบวุ่นวายไปหน่อย พิมพ์ชื่อบนเบราวเซอร์เลยสะดวกกว่าเยอะครับ แต่อีกวิธีที่ง่ายๆ ก็คือ ดาวน์โหลดโปรแกรม Qfinder มาจากเว็บ ติดตั้ง แล้วรันโปรแกรม เดี๋ยวมันก็สแกนหาเครื่องเราเจอเองครับ สะดวกมากๆ

 

QNAP Qfinder ช่วยให้การค้นหา IP Address ของ Turbo NAS ง่ายมากๆ

 

หน้าจอบริหารจัดการผ่านเว็บเบราวเซอร์ของ QNAP แต่ละรุ่นก็จะมีระบบปฏิบัติการที่เรียกว่า QTS ครับ หน้าตาจะคล้ายๆ กับการผสมผสานกันระหว่างแท็บเล็ตกับเดสก์ท็อปของเครื่องคอมพิวเตอร์ คือ พวกแอปต่างๆ จะแสดงเป็นไอคอน แต่ในขณะเดียวกันก็มี Taskbar อยู่ด้านบน คล้ายๆ Taskbar ของระบบปฏิบัติการ Windows อยู่ไม่น้อย

 

Desktop ของ QNAP

 

และอย่างที่ผมบอกไปในตอนแรกนะครับ QNAP เขาพยายามทำให้การบริหารจัดการ Turbo NAS เป็นเรื่องง่าย ดังนั้น ด้วยหน้าจอ Dashboard ในการแสดงผลข้อมูลตัวเครื่อง ไม่ว่าจะฮาร์ดแวร์ทั่วไป สุขภาพของฮาร์ดดิสก์ หรือแม้แต่ทรัพยากรต่างๆ ของเครื่อง (CPU, RAM และ Network) ทุกอย่างแสดงบน Dashboard นี้ ดูจบได้ในจุดเดียว ไม่ต้องวุ่นวาย

 

แสดงข้อมูลฮาร์ดดิสก์ใน QNAP TS-253 Pro

 

การใช้งานขั้นพื้นฐาน ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยครับ คิดซะว่ากำลังใช้แท็บเล็ตอยู่ก็ได้ มอง QNAP TS-253 Pro เป็นคอมพิวเตอร์ซักเครื่องนึงก็โอเค ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าเราสามารถเข้าถึงอะไรต่อมิอะไรได้จากเดสก์ท็อป QTS นี่เลยครับ  เช่น ไฟล์ข้อมูลต่างๆ ที่เก็บอยู่บนนี้ เป็นต้น … ผมมองว่าใครที่คุ้นเคยกับการใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows อยู่แล้ว ก็จะสามารถใช้งานตัวระบบปฏิบัติการ QTS ของ QNAP ได้ไม่ยากครับ

 

File Station บน QNAP TS-253 Pro

 

และหากต้องการแค่ดูรูป หรือ ฟังเพลง หรือ ดูหนัง ก็สามารถทำได้จากตัวเดสก์ท็อปนี้เลยครับ ผ่านทาง File Station นี่แหละ และยังบริหารจัดการไฟล์ได้ง่าย จะสร้างโฟลเดอร์ใหม่ ทำสำเนาไฟล์ ย้ายไฟล์ไปเก็บไว้ที่อื่น หรือแม้แต่การสั่งก็อปปี้ไฟล์ ก็ผ่าน File Station นี่ได้หมดเลยครับ

 

พวกไฟล์มัลติมีเดีย (รูปภาพ/เพลง/หนัง) เปิดจาก File Station บน QNAP TS-253 Pro ได้เลย

 

ในกรณีที่ต้องการถ่ายโอนไฟล์จากตัว QNAP TS-253 Pro มาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือจากเครื่องคอมพิวเตอร์ไปที่ QNAP TS-253 Pro นั้น ก็ทำได้คล้ายๆ กับการก็อปปี้ไฟล์บนคอมพิวเตอร์ทั่วไปนั่นแหละครับ เพียงแต่ระบบปฏิบัติการ Windows หรือ Mac OSX จะมอง QNAP TS-253 Pro เป็นสื่อบันทึกข้อมูลที่เชื่อมต่ออยู่กับระบบ

 

ก็อปปี้ไฟล์จาก QNAP TS-253 Pro ลงคอมฯ

 

ตัว QNAP TS-253 Pro มาพร้อมกับพอร์ต RJ-45 2 พอร์ต เป็น Gigabit LAN จึงมีแบนด์วิธแบบเต็มๆ เพียงพอสำหรับการใช้งานในระดับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสบายๆ อย่างไรก็ดี ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลนั้นมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้องครับ เช่น ความเร็วของตัว Switch หรือ Wireless Access Point ที่ใช้งานมีความเร็วเท่าไหร่ มี Cache มากน้อยแค่ไหน ตัวฮาร์ดดิสก์ที่ใช้มีความเร็วแค่ไหน (ในกรณีที่ผมรีวิวนี้ ผมใช้ WD Red 6TB แบบ SATA ความเร็ว 6Gbps เลย) ตัวคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อด้วยรองรับความเร็วสูงสุดเท่าไหร่

อย่างสภาพแวดล้อมที่ผมรีวิวนั้น ผมต่อ QNAP TS-253 Pro เข้ากับ Docsis ของ Cisco โดยเสียบ Gigabit LAN ทั้งสองพอร์ต แต่พอร์ตนึงผมยกให้ใช้กับ Virtualization ไปเลย แบนด์วิธจึงอยู่ที่ 1Gbps เท่านั้น ฉะนั้นในกรณีนี้ ฮาร์ดดิสก์ที่มี Throughput ที่ 6Gbps เลยถือว่าเร็วกว่าแบนด์วิธของระบบเครือข่ายผมอยู่พอสมควร และด้วยความที่ Docsis เป็นแบบ เมื่อเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบไร้สายอีก ความเร็วก็เลยยิ่งตกลงไปอีกอะครับ ผลคือ ผมได้ความเร็วเหลือแค่ราวๆ 100Mbps เท่านั้นเอง … ความผิดของระบบเครือข่ายที่บ้านผมเอง (ฮา) แต่ก็นะ ใช้ตามบ้านแบบผม 100Mbps มันก็สบายๆ แล้วอ่ะ

 

บริหารจัดการผู้ใช้งานที่จะเข้ามาใช้ QNAP TS-253 Pro

 

แน่นอนว่าในฐานะไฟล์เซิร์ฟเวร์ ตรงนี้เราสามารถสร้างผู้ใช้งานพร้อมกำหนดสิทธิเข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์ต่างๆ ได้ … ซึ่งในการกำหนดผู้ใช้งานนั้น QNAP TS-253 Pro มีความยืดหยุ่นมากครับ คือ สามารถใช้แบบง่าย สร้างเป็น Local user ขึ้นมาก็ได้ ซึ่งเหมาะสำหรับกรณีจำนวนผู้ใช้งานไม่มาก และมี Turbo NAS เครื่องเดียว อะไรแบบนี้ หรือจะบริหารจัดการผู้ใช้งานผ่าน Domain controller ก็ได้ ซึ่งก็เลือกได้ทั้งแบบที่ใช้ Domain controller ที่องค์กรอาจจะมีอยู่แล้วก็ได้ หรือจะใช้ QNAP TS-253 Pro นี่เป็น Domain controller เลย ซึ่งก็เซ็ตอัพง่าย และประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะ สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

และ Users ที่กำหนดขึ้นมานี้ ก็สามารถนำไปใช้ในการจำกัดสิทธิการเข้าถึงพวกแอปต่างๆ ได้อีกด้วยนะครับ เช่น บางคนเข้าใช้ Virtualization ได้ บางคนจะเข้าไปใช้งานไมไ่ด้ อะไรแบบนี้ เป็นต้น

 

Storage Manager บน QNAP TS-253 Pro

 

ตัว QNAP TS-253 Pro เป็น Turbo NAS ระดับเริ่มต้นสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจริงๆ นั่นแหละครับ รองรับฮาร์ดดิสก์สูงสุด 2 ลูก ทุกอย่างบริหารจัดการผ่านทาง Storage Manager ได้เลยครับ โฟลเดอร์ไหนมีขนาดเท่าไหร่ สถานะความจุของฮาร์ดดิสก์เป็นยังไง นอกจากนี้ยังทำตัวเป็น NAS Host แล้วเพิ่มความจุเข้าไปด้วยการต่อกับอุปกรณ์เสริมอย่าง UX-50oP (แบบฮาร์ดดิสก์ 5 ลูก) และ UX-800P (แบบฮารืดดิสก์ 8 ลูก) เพื่อเพิ่มความจุได้อีกด้วย

 

ดาวน์โหลดแอปมาเพิ่มความสามารถผ่าน App Store

 

ด้วยประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ของ QNAP TS-253 Pro แล้ว ไม่ค่อยอยากแนะนำให้เอามาใช้แค่เป็น NAS อ่ะครับ เพราะประสิทธิภาพที่เหลือๆ นี้ เอามาใช้ทำอย่างอื่นเพิ่มเติมได้เลย ดังนั้น ไปที่ App Store ที่มีมาพร้อมกับ QNAP TS-253 Pro แล้วไปดาวน์โหลดแอปมาเพิ่มขีดความสามารถให้กับ QNAP TS-253 Pro ดีกว่าครับ เลือกเอาได้ว่าจะใช้เพื่อทำอะไรดี ผมลองยกตัวอย่างให้อ่านกันนะครับ

  • ไม่ต้องดาวน์โหลดอะไรเพิ่มเติม ก็ทำตัวเป็น Domain controller ได้สบายๆ แล้ว
  • ดาวน์โหลด WordPress มา สร้างบล็อก ทำเว็บไซต์ของบริษัทของคุณแบบง่ายๆ ใช้ QNAP TS-253 Pro นี่เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์เลย
  • ดาวน์โหลด XMail ทำ QNAP TS-253 Pro เป็นเมล์เซิร์ฟเวอร์ ที่มีเว็บเมล์ในตัว
  • ดาวน์โหลด Git มา แปลง QNAP TS-253 Pro เป็น Distributed version control system สำหรับ Tech startup

และอื่นๆ อีกมากมาย … ลองไปนั่งๆ หาเอาใน App Store ดูครับ

แต่ตัวนึงที่ผมพบว่ามีประโยชน์ไม่น้อยเลยก็คือ Virtualization ครับ ซึ่งดาวน์โหลดได้จาก App Store ของ QNAP เลย … ติดตั้งเสร็จ ก็มาสร้าง Virtual Machine ได้เลยครับ สร้างกี่เครื่องก็ได้ แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องของสเปก จึงสามารถรัน Virtual Machine ได้ครั้งละเครื่องเท่านั้น แต่ด้วยฮาร์ดแวร์ระดับ Quad-core หากอัพเกรดแรมเป็นซัก 8GB ละก็ เราจะมีทรัพยากรเหลือๆ จำลองเครื่องพีซีแบบสเปก Dual-core แรม 4GB ไว้ใช้งานได้สบายๆ

 

Virtualization ของ QNAP TS-253 Pro

 

นอกจากนี้ ตัว QNAP TS-253 Pro ก็ยังรองรับ VMWaare ด้วยนะครับ คือ กรณีที่มีติดตั้ง VMSphere ไว้แล้ว สามารถเก็บ Image ของพวก Virtual Machine ของ VMWare ไว้บน QNAP TS-253 Pro ได้เลย

 

Backup Station ทำให้การสำรองข้อมูลเป็นเรื่องง่าย

 

และสำหรับธุรกิจ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือเรื่องของการสำรองข้อมูล ซึ่ง QNAP TS-253 Pro ก็มีตัวเลือกที่หลากหลาย คือ

  • NAS to NAS ซึ่งเป็นการตั้งค่าแบบง่ายๆ สำรองไฟล์ข้อมูลไปยัง NAS ตัวอื่น
  • Rsync ใช้โปรโตคอล Rsync ในการสำรองข้อมูล สามารถเลือกซิงก์ข้อมูลเฉพาะไฟล์ใหม่ได้
  • RTRR หรือ Real-time Remote Replication ซึ่งให้ทำการสำรองข้อมูลไปยัง Turbo NAS ตัวอื่น หรือจะให้สำรองข้อมูลไปที่ FTP Server ก็ได้
  • Cloud Backup ที่รองรับทั้ง Amazon S3 และ ElephantDrive
  • External Backup ที่ให้สำรองข้อมูลไปยังฮาร์ดดิสก์ที่ต่อกับพอร์ต USB ได้เลย และเลือกตั้งค่า USB One Touch Copy กดปุ่มเดียว สำรองข้อมูลทั้งหมดตามที่กำหนดเลย

นอกจากนี้ ก็มีฟีเจอร์อื่นๆ ที่สามารถนำไปใช้ในระดับผู้ใช้งานตามบ้านได้ด้วยนะครับ เช่น การบริหารจัดการรูปถ่าย, การใช้งานเป็น Media Server ที่ต่อกับโทรทัศน์ก็พร้อมดูได้เลย หรือจะ Streaming มาบนอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ (รองรับ dlna) สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต นอกจากนี้ก็ยังดาวน์โหลดแอปมาเพื่อ Streaming ไฟล์มัลติมีเดียไปยังอุปกรณ์อย่าง Apple TV หรือ Chromecast ก็ได้ … แต่ดูจากสเปกของฮาร์ดแวร์แล้ว QNAP TS-253 Pro อาจจะแรงเกินไปหน่อย ใช้แค่ TS-251 ก็น่าจะเพียงพอ

 

หน้าจอ Desktop ของ QNAP TS-253 Pro บนจอโทรทัศน์ 40 นิ้ว

HD Station เมื่อดูผ่านจอโทรทัศน์

 

แต่ถ้าจะเอามาใช้ในบ้านจริงๆ ก็เอามาทำเป็น Media Server ได้ง่ายๆ ด้วยการต่อกับจอโทรทัศน์ผ่านทางพอร์ต HDMI เลยครับ (แต่ต้องลงแอป HD Station ก่อนนะ) ซึ่งเมื่อต่อกับจอโทรทัศน์แล้ว ก็เสียบเมาส์ เสียบคีย์บอร์ด แล้วก็ใช้งานได้เลยครับ จะเปิดเว็บด้วย Google Chrome ก็ได้ มีแอป YouTube ไว้เปิดโดยเฉพาะด้วย และ HD Player ก็คือ XBMC ที่เป็นโปรแกรม Media Server ที่ให้เรารับชมพวกไฟล์มัลติมีเดียได้เลย

 

บทสรุปการรีวิว QNAP TS-253 Pro

QNAP TS-253 เป็น Turbo NAS ที่ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของ Small Business มากกว่าที่จะมาใช้ตามบ้านครับ หากใครกำลังมองหา NAS เพื่อใช้ตามบ้านก็ข้ามไปก่อนเลย แต่สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่อยากได้ NAS ไว้ใช้งาน โดยคาดหวังเอาไว้ว่าจะสามารถใช้งานได้เป็นมากกว่าแค่ NAS และในระยะยาวก็อาจจะมีการขยายขีดความจุเพิ่มไป ผมว่าเหมาะ เพราะฮาร์ดแวร์ที่ประสิทธิภาพสูงระดับนึง ทำให้การใช้งานเพื่อการเป็นเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ (Domain controller, Web server, Mail server ฯลฯ) สามารถทำได้ และอุปกรณ์เสริมอย่าง UX-500P หรือ UX-800P เพื่อเพิ่มความจุ (เพราะ QNAP TS-253 Pro รองรับฮาร์ดดิสก์สูงสุด 2 ลูกเท่านั้น) โดยใช้ตัว QNAP TS-253 Pro เป็นตัวควบคุม

ด้วยสนนราคา 19,990 บาท (ไม่รวมฮาร์ดดิสก์) ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนะครับ หากคิดอยากจะมีเซิร์ฟเวอร์แบบที่ประสิทธิภาพกำลังดี และบริหารจัดการได้ไม่ยาก เป็นของตัวเอง

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

6 Responses

  1. Anuwat Watcharaprapa says:

    อยากสอบถามเรื่อง QNAP ครับ งงเรื่องการ Setup ระบบ

    เรื่อง StoragePool เรื่อง Volume ที่ควรใช้ (Static, Thin, Thick) อ่านจากฟอรัมต่างประเทศก็ไม่ค่อยเข้าใจถึงความแตกต่างเท่าไร

    ถามใน Facebook ของ QNAP ไทย ก็ได้รับการตอบกลับด้วยการแปลผ่าน Bot อ่านแล้วก็งงว่าบริษัทใหญ่ขนาดนี้ น่าจะมีคำอธิบายที่ดีกว่าใช้โปรแกรมมาแปลภาษาอังกฤษ แล้วตอบกลับลูกค้า

    สอบถามเป็นข้อสั้นๆ แล้วกันนะครับ

    1. StoragePool เปลี่ยบเท่ากับ บ้าน ใช่ไหมครับ

    2. Static, Thin, Thick เปรียบเท่ากกับ ห้อง เราสารมารถสร้าง ห้อง กี่ห้องก็ได้ตามแต่พื้นที่ บ้าน จะมีให้

    3. ความแตกต่าง Static, Thin, Thick คืออะไรครับ

    4. ผมใช้งาน QNAP ในออฟฟิศเล็กๆ Set HDD 2 ตัว (RED 3GBx2) เป็น RAID1 ตอนนี้ใช้แบบ Static เต็มพื้นที่ และ Share Folder ไว้ 1 Folder และเพิ่ม User อีก 1 User นอกเหนือจาก Admin ให้ พนง. เข้ามาใช้งานได้ผ่านการ Map Network Drive … วิธี Set แบบนี้ มีข้อดี ข้อเสีย ยังไงไหมครับ

    ขอบคุณครับ

    ————————–คำตอบที่ได้จาก Facebook QNAP ไทย————————–
    ปริมาณคงที่:
    ปริมาณคงที่จะใช้เวลาว่างทั้งหมดที่มีอยู่ภายในสระว่ายน้ำการจัดเก็บก็เตรียมจัดสรรและ pre-เตรียมพื้นที่สำหรับการอ่านที่ดีที่สุด / เขียนเข้าถึง เนื่องจากปริมาณคงที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดของพื้นที่จัดเก็บน้ำ, คุณไม่สามารถสร้างไดรฟ์หลายหลายภายในสระว่ายน้ำเหมือนกัน

    ปริมาณหนา:
    ปริมาณหนามีการรวมกันของความยืดหยุ่นพื้นที่และประสิทธิภาพการทำงานที่คุณสามารถเลือกได้ว่าพื้นที่ที่จะกำหนดให้กับไดรฟ์ที่มีความหนาจากการเก็บรักษาสระว่ายน้ำ ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถสร้างปริมาณหนาหรือบางหลายภายในเดียวกันการเก็บรักษาสระว่ายน้ำ เมื่อความปรารถนาขนาดหนาเล่มที่ได้รับการคัดเลือกก็เตรียมจัดสรรและ pre-เตรียมพื้นที่สำหรับ / สิทธิ์ในการเขียนอ่าน

    เบาบาง:
    บางสำรองช่วยให้พื้นที่จัดเก็บที่จะใช้ความยืดหยุ่นมากขึ้น เบาบางไม่จริงใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลทางกายภาพในระหว่างการสร้างปริมาณค่อนข้างพื้นที่ทางกายภาพเป็นเพียงการใช้ในการจัดสรรการเขียน ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถจัดสรรขนาดเบาบางที่มีขนาดใหญ่กว่าขนาดของการจัดเก็บข้อมูลทางกายภาพของคุณ คุณสามารถสร้างไดรฟ์บางหลายภายในสระว่ายน้ำการจัดเก็บข้อมูลเดียวกัน เนื่องจากบางพื้นที่ปริมาณความยืดหยุ่นมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานระหว่างการโหลด
    ————————–คำตอบที่ได้จาก Facebook QNAP ไทย————————–

    • @kafaak says:

      เรื่องนี้อย่างยาวเลย … เอาแบบง่ายๆ ก่อนนะครับ
      สำหรับ NAS แล้ว มันเอาฮาร์ดดิสก์หลายๆ ลูกมาสร้างเป็น Storage Pool ได้ เพื่อให้มีเนื้อที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ขึ้น … ถ้าเทียบเลยก็เหมือนเราได้ [Physical] ฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่นั่นเอง

      การทำ Volume ก็คิดซะว่าคือการทำพาร์ติชันตัว Storage Pool ก็แล้วกัน

      ทีนี้ Static volume ก็เหมือนกับการทำพาร์ติชันฮาร์ดดิสก์แบบจัดเต็มครับ คือ ทำปุ๊บมันใช้เนื้อที่เต็ม Storage Pool เลย ข้อดีคือ ประสิทธิภาพเยี่ยมยอดสุด เพราะมัน Allocate เนื้อที่ชัดเจนว่าเอาไว้ทำอะไร แต่ข้อเสียคือ พวกฟีเจอร์ขั้นสูงอย่างการทำ Snapshot (เอาไว้สำหรับสำรองข้อมูลและกู้กลับมาได้แบบง่ายๆ … เหมาะกับการทำ Versioning) มันทำไม่ได้

      Thick volume จะคล้ายๆ กับการทำพาร์ติชันไว้หลายๆ พาร์ติชัน โดยมีการกำหนดแต่ละ volume ชัดเจน (1 Storage Pool มีได้หลาย Thick volume แต่จะได้รวมกันเท่ากับเนื้อที่ทั้งหมดใน Storage pool) ข้อดีคือ มันยืดหยุ่น มีลูกเล่น ให้ประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี แต่ก็มีการกำหนดเนื้อที่ไว้ชัดเจน

      Thin volume ก็ให้คิดซะว่าคือ Virtual partition อะครับ คือ กำหนดขนาดของ Volume ไว้ แต่ไม่ได้ Allocate เนื้อที่ให้ใช้จริงๆ เวลาใช้งานจริง มันจะกินเนื้อที่เฉพาะเท่าที่มีข้อมูล Volume แบบนี้ยืดหยุ่นแบบสุดๆ แถมจะมีเกินขนาด Storage Pool ก็ทำได้ แต่ข้อจำกัดคือ เพราะมันยืดหยุ่นไปนี่แหละ ประสิทธิภาพในการทำงานเลยด้อยสุดในบรรดา Volume ทั้ง 3 แบบ

  2. Anuwat Watcharaprapa says:

    เข้าใจมากขึ้นเยอะเลยครับ ขอบคุณมากๆ ครับ

    หาคนอธิบายรายละเอียดพวกนี้ยากมาก

    เห็นว่าทาง QNAP กำลังทำ Manual ใหม่ แต่น่าจะอีกนาน

    ขอบคุณครับ

    • @kafaak says:

      ยินดีครับ มีอะไรติดขัดถามมาได้ ถ้าช่วยตอบได้ ช่วยตอบแน่นอนครับ

  3. Moojee Joe says:

    ts-253 pro มี antivirus ในตังมันเองรึเปล่าครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: