รีวิว Smartwatch MyKronoz ZeWatch 2 แบรนด์สวิส กลิ่นอาย OEM จีน

ZeWatch2

ยุคนี้อุปกรณ์ที่ยอดฮิดอย่างนึงของผู้นิยมของเล่นอิเล็กทรอนิกส์ก็คงหนีไม่พ้น Smartwatch ครับ เพียงแต่ด้วยความที่มันยังใหม่ ราคาก็เลยยังแอบแพงอยู่เยอะ พวกแบรนด์ใหญ่ๆ สเปกไฮโซ ราคาเกิน 5 พันบาท บางยี่ห้อนี่เป็นหมื่น ถ้าเป็น Apple นี่มีตั้งกะหมื่นกว่า ยันหลายหมื่น ไปจนถึงหลักแสนเลย (ฮา) … มีแบรนด์นึงที่ผมอยากลองมาพักใหญ่ๆ แต่ไม่รู้จะไปขอใครมารีวิว ก็จนกระทั่ง StepGeek เขาส่งมาให้รีวิวนี่แหละครับ

 

ว่ากันว่า MyKronoz เป็นแบรนด์สวิสครับ แหม่ สวิสเซอร์แลนด์มีชื่อด้านนาฬิกา ฉะนั้นผมเลยคาดหวังกับทั้งเรื่องดีไซน์ การใช้งาน และคุณภาพของเจ้านี่อย่างเต็มที่ พอได้มาก็แกะกล่องก่อนเลยครับ … ในกล่องเนี่ย จะมีตัว ZeWatch 2, สายชาร์จ และคู่มือมาให้ครับ

 

ขั้วชาร์จแบตเตอรี่ของ ZeWatch 2 ออกแบบมาไม่ดี ใส่ยากมาก

 

ได้มาวันแรก ก็เจอปัญหาเล็กๆ เลยครับ คือ จะชาร์จแบตเตอรี่ยังไง … ตัวสายชาร์จของ MyKronoz ZeWatch 2 นี่ออกแบบมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คือ ทำเป็นเหมือนคลิปหนีบ แต่ว่าการจะเล็งให้ขั้วมันลงไปตรงพอดี มันยากเอาเรื่องครับ ต้องค่อยๆ ทำ

 

ชาร์จแบตเตอรี่ ZeWatch 2 จะเป็นแบบนี้

 

ถ้าประสบความสำเร็จ มันจะหนีบแบบนี้ครับ … ว่ากันว่าชาร์จแบตเตอรี่เต็มครั้งนึงจะอยู่ได้ราวๆ 7 วัน ซึ่งผมก็เห็นด้วยตามนั้น จากที่ลองใช้งาน

 

ZeWatch 2 บนข้อมือ

 

สไตล์ของนาฬิกาของ MyKronoz ZeWatch 2 นั้น จะเป็นคล้ายๆ จอ LED แบบขาวดำครับ แบบนี้ประหยัดแบตเตอรี่ดี และแม้ดีไซน์จะเหมือนเป็นจอกระจกยาวๆ แต่จริงๆ แล้วส่วนที่เป็นจอแสดงผลน่ะ เป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ อยู่ตรงกลางเท่านั้นครับ เพียงแต่ออกแบบมาให้พื้นหลังของจอสีดำ จะได้กลมกลืนตลอดทั้งเรือน

 

สายเป็นแบบนาฬิกาธรรมดาๆ

 

สายนาฬิกา เป็นสายพลาสติก (หรือจะเรียกสายซิลิโคนดี) ใส่แล้วไม่รู้สึกแปลกๆ อะไร แต่ห่วงสองอันเนี่ย เยอะไปหน่อยนะ สำหรับผม เพราะสายไม่ได้ยาวมาก ใส่แล้วไม่ได้เหลืออะไรมาก

 

ไมโครโฟนของ ZeWatch 2 อยู่ตรงนี้

 

การใช้งาน ZeWatch 2 นั้น จะสั่งงานด้วยปุ่มที่มีอยู่ 4 ปุ่มครับ ด้านขวามีสองปุ่ม ปุ่มสีแดงนั่นเป็นทั้งปุ่ม Power และปุ่มวางสายโทรศัพท์ (ในกรณีที่มีสายเข้า) และมีรูไมโครโฟนเล็กๆ อยู่ด้วย ซึ่งจากที่ได้ลองใช้งาน ไมโครโฟนก็ให้เสียงดังฟังชัด เวลาคุยกับคู่สนทนาดี

 

ด้านซ้ายของ ZeWatch 2

 

อีกข้างนึงก็จะมีปุ่มสีเขียวเอาไว้กดรับสาย อีกปุ่มนึงไว้เข้าสู่โหมดปรับระดับเสียง ซึ่งเมื่อกดแล้ว ปุ่มนี้จะเป็นปุ่มลดเสียง ส่วนปุ่มอีกด้านก็จะกลายเป็นปุ่มเพิ่มเสียงไป

 

จากที่ลองใช้ดู การออกแบบ User Interface ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ละปุ่มเอาไว้ทำอะไรบ้าง ต้องใช้เวลาเรียนรู้พักนึง แต่ไม่ยุ่งยากมาก … เท่าที่ผมลองดูนั้น

  • ปุ่มสีแดงเป็นปุ่ม Power และทำหน้าที่เป็นปุ่มวางสายโทรศัพท์ กับดูข้อมูล Activity tracker ด้วย
  • ปุ่มสีดำที่อยู่ด้านขวา เอาไว้เปิดดูข้อมูล Activity tracker ในส่วนของการนอน … ต้องกดค้างก่อน จะเริ่มเข้าสู่การเริ่มต้นจับการนอน และกดค้างอีกทีเมื่อเราตื่น … ถ้าอยู่ในโหมดปรับความดังของลำโพง ปุ่มนี้ก็จะทำหน้าที่เป็นปุ่มปรับเสียงให้ดังขึ้น
  • ปุ่มสีเขียว เอาไว้รับสายโทรศัพท์ หรือเปิดหน้าจอขึ้นมา หรือกดค้างเพื่อเปิดใช้ไมโครโฟนของ ZeWatch 2 เอาไว้ใช้เวลาสั่งงานพวก Siri อะไรแบบนี้
  • ปุ่มสีดำที่อยู่ด้านซ้าย กดทีนึงจะเข้าสู่โหมดปรับความดังของลำโพง จากนั้นกดปุ่มนี้เพื่อลดความดังของเสียง

คือ 4 ปุ่มทำได้ทุกอย่าง แต่แทนที่จะให้กดเพื่อปรับตั้งจากเมนู กลับเลือกเป็นการกดในลักษณะต่างๆ เพื่อทำโน่นทำนี่แทน ในตอนแรกๆ ที่ใช้เลยวุ่นๆ เพราะต้องจำก่อนว่าอะไรไว้ทำอะไร แต่หากจำได้หมด จะสั่งงานเร็วกว่าการใช้เมนูครับ

 

User Interface ของ ZeWatch 2 app บน Androidเลือกเชื่อม Notification กับอุปกรณ์อื่นๆ ได้หลากหลายแต่พอกด Back จาก Notification กลับเข้ามาที่นี่ต่อ (ถึงได้บอกว่าออกแบบ User Interface ไม่ค่อยดี)

 

มาดูที่แอปบ้าง … ข้อดีคือ มีแอปสำหรับทั้ง Android, iOS และ Windows Phone ฉะนั้นตัวเลือกของสมาร์ทโฟนเลยกว้างหน่อย … ข้อด้อยคือ ดีไซน์ของ User Interface บางจุดไม่ดีเท่าไหร่ เช่น ตอนจะเปิด Notifications access เนี่ย พอเลือกว่าจะให้เชื่อมต่อกับอะไรบ้าง แล้วเมื่อเลือกแล้ว จะกด Back ออกมา มันก็ไปเข้าอีกหน้านึง ที่เอาไว้เลือกว่าจะให้แจ้งเตือนอะไรบ้างซะงั้น

ผมค่อนข้างมีปัญหากับการใช้งานแอป … อยู่ๆ มันก็ลืมรหัสผ่านผมซะงั้น ต้องกดขอตั้งรหัสใหม่ทุกทีที่มันลืม แต่โหดสุดคือ ต่อเน็ตบ้าน (ทรูอินเทอร์เน็ต) มันบอกว่าเครือข่ายมีปัญหา แต่พอเปลี่ยนมาต่อผ่านเน็ตมือถือ (ทรูมูฟ) ก็ล็อกอินได้ซะงั้น (งึมๆ)

 

อัพเดต Firmware ต้องผ่านคอมพิวเตอร์เท่านั้น

 

ดูๆ แล้ว ZeWatch 2 ไม่ได้มีซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนมากในระดับที่จะเรียกว่าเป็นระบบปฏิบัติการ ดูได้จากการที่รับคำสั่งแบบง่ายๆ นั่นจึงทำให้เกิดข้อจำกัดอันถัดมา คือ แม้จะให้เราอัพเดตเฟิร์มแวร์ (Firmware) ได้ แต่ไม่สามารถทำได้ผ่านจากแอปบนสมาร์ทโฟน ต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ แล้วติดตั้งโปรแกรมเพื่ออัพเดตเฟิร์มแวร์เท่านั้น

ตัวแอปบนสมาร์ทโฟนนั้น มันได้อารมณ์ของพวก Wearable ตระกูล Smartband หรือ Smartwatch จากจีนที่ผมเคยเล่นหลายๆ ตัว แต่ดูคุณภาพของตัวแอปจะดีกว่า ทว่าหลักการใกล้เคียงกัน

ในแง่การใช้งาน ในฐานะ Activity Tracker นั้น ZeWatch 2 ก็ถือว่าทำได้ไม่เลวครับ แต่ในแง่ของนาฬิกา มันไม่สะดวกเท่าไหร่ เพราะมันไม่มีพวก Gyro หรือ Accelerometer ให้เปิดหน้าจออัตโนมัติเมื่อขยับข้อมือ จะดูเวลาทีต้องกดปุ่มที ไม่สะดวกเท่าไหร่ … นอกจากนี้ ด้วยความที่มันเป็นอุปกรณ์แบบง่ายๆ เวลามีสายโทรเข้ามา มันจะทำหน้าที่เป็น Bluetooth speaker & mic ทันที โดยไม่สนว่าจะกดรับโทรศัพท์จากตัว ZeWatch 2 หรือ สมาร์ทโฟน ซึ่งต่างจากพวก Smartwatch อย่าง Galaxy Gear ที่จะให้สัญญาณเสียงมาแสดงที่ตัว Smartwatch เฉพาะเมื่อผู้ใช้งานเลือกรับจากตัว Smartwatch หรือ เมื่อกดรับจากสมาร์ทโฟนแล้วไปกดคุยต่อที่ Smartwatch … นั่นเลยทำให้บางครั้งผมงงๆ ว่าทำไมผมรับโทรศัพท์แล้ว ไม่ได้ยินเสียงคุย ที่ไหนได้ เสียงมันไปออกจาก ZeWatch 2 ที่ผมวางไว้บนโต๊ะทำงานในบ้านซะงั้น

 

บทสรุปการรีวิว MyKronoz ZeWatch 2

ด้านสนนราคาของ ZeWatch 2 ที่ 3,990 บาท ถือว่าไม่แพงมาก เมื่อเทียบกับ Smartwatch หลายๆ ยี่ห้อ หลายๆ รุ่น จึงทำให้พอรับได้กับข้อจำกัดในหลายๆ ด้านที่มีใน ZeWatch 2 แต่นั่นทำให้ผมรู้สึกว่าในฐานะแบรนด์จากสวิสซึ่งมีชื่อเรื่องนาฬิกา มันน่าจะทำได้ดีกว่านี้น่ะครับ

การประกาศว่าเป็น Smartwatch จากสวิส ดีไซน์จากสวิส มันทำให้ผมคาดหวังค่อนข้างสูง และเมื่อได้สัมผัสจริงๆ มันแอบผิดหวังอ่ะครับ … ผมไม่ขอเรียกว่าเป็น Smartwatch นะครับ เพราะมันไม่ได้เก่งขนาดนั้น แต่ถ้ามองในแง่ของการอยากได้ตัว Activity tracker ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ สามารถใช้เป็น Speaker phone ในระหว่างขับรถได้ ราคาไม่แพงมาก และอย่าไปมองว่าเป็นแบรนด์สวิส … ZeWatch 2 ก็โอเคครับ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: