โอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีของผู้พิการทางสายตา

Accessibility Mode บน Android

 

วันก่อนได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่ๆ จากมูลนิธิคนตาบอดไทย (เป็นหน่วยงานในเครือของสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย) เกี่ยวกับแคมเปญ Read for the Blind ที่ทาง Samsung ร่วมกับพันธมิตรต่างๆ พัฒนาขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มีจิตอาสาได้อ่านหนังสือให้ผู้พิการทางสายตาได้ฟังกัน แต่เรื่องนึงที่ผมได้ฟังจากพวกพี่ๆ เขา คือ เรื่องของการเข้าถึงเทคโนโลยีของผู้พิการทางสายตา ซึ่งเป็นอะไรที่เราๆ ท่านๆ หลายๆ คน อาจจะไม่ได้นึกถึง แต่เป็นอะไรที่ผมมองว่า น่าสนใจ และเราๆ ท่านๆ ควรรู้เอาไว้ก็ดีนะครับ

หลายคนอาจจะไม่ทราบ เทคโนโลยียอดฮิตอย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่เราๆ ท่านๆ ใช้กันอยู่ทุกวี่ทุกวันเนี่ย ผู้พิการทางสายตาก็สามารถใช้ได้ และในหลายๆ ด้าน ใช้ได้ดีไม่แพ้คนทั่วไปอย่างเราๆ ท่านๆ เลยนะครับ … ส่วนหนึ่งเพราะพวกระบบปฏิบัติการบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต มีการทำส่วนที่เรียกว่า Accessibility เอาไว้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการทางสายตา

 

 

หลักๆ แล้ว การทำงานของ Accessibility สำหรับผู้พิการทางสายตาก็คือ คุณสมบัติที่เรียกว่า Screen reader ซึ่งทำหน้าที่อ่านสิ่งที่อยู่บนหน้าจอของสมาร์ทโฟนออกมาให้ได้ยินครับ … หากงงๆ ว่ามันเป็นยังไง ลองดูวิดีโอด้านบนได้ครับ พอดีเจอพี่ไตร (@tri333) เขาเคยถ่ายวิดีโอเอาไว้ เลยขอหยิบมาแปะเป็นตัวอย่างเลย

ในอดีต … พวกโทรศัพท์รุ่นเก่าๆ มันเป็นปุ่มๆ เอามือคลำๆ ก็พอรู้ได้ว่าเบอร์ไหนอยู่ตรงไหน จะโทรออกยังไง จะวางสายยังไง แต่ด้วย User Interface ที่ไม่ได้เผื่อสำหรับผู้พิการทางสายตา เลยทำให้ไม่สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ โทรศัพท์จะมีคุณสมบัติมากน้อยแค่ไหน ส่วนใหญ่ก็เลยได้ใช้แค่โทรออก รับสายเข้า เท่านั้น … แต่ปัจจุบัน สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตมี Accessibility ช่วยเหลือ ผู้พิการทางสายตาจึงสามารถใช้งานสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเหล่านี้ได้มากขึ้น เอาเป็นว่าขนาดที่เล่น Twitter, Facebook, LINE หรือแม้แต่ท่องเว็บก็ได้เลยล่ะ … แอปยอดฮิดของผู้พิการทางสายตาคือ Facebook, LINE, Zello PTT Walkie-Talkie ครับ สังเกตว่าเป็นแอปเน้นสื่อสาร

แต่ถึงกระนั้นมันก็มีข้อจำกัดอยู่หลายๆ อย่างนะครับ เช่น

  • ผู้พิการทางสายตาจำนวนไม่น้อยจะไม่มีบัตรเครดิตหรือเดบิตเพราะบัตรพวกนี้ต้องเซ็นชื่อ ในกรณีของการซื้อแอปต่างๆ ที่ต้องใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตเลยไม่สะดวก ดีว่าปัจจุบันค่ายมือถือก็ให้บริการชำระค่าแอปแล้วเก็บกับบิลมือถือแทนแล้ว
  • Accessibility ของระบบปฏิบัติการ iOS นั้นรองรับภาษาไทยแล้ว แต่ก็มีข้อจำกัดในการอ่านภาษาไทยกับอังกฤษพร้อมๆ กัน เพราะเวลาอ่านภาษาอังกฤษในแบบไทยๆ มันจะเป็นคาราโอเกะ ทำให้การอ่านบางคำอาจจะมีปัญหา เช่น BTS จะถูกอ่านเป็น “บึ่ทสฺ” เป็นต้น ฉะนั้นหากใครรู้ตัวว่ากำลังแชทกับผู้พิการทางสายตาอยู่ ควรพิมพ์ว่า บีทีเอส ดีกว่านะครับ และพยายามหลีกเลี่ยงการใช้สลับไทยอังกฤษปนกัน

 

https://www.youtube.com/watch?v=qSRYyaGRZRE

 

  • Accessibility ของระบบปฏิบัติการ Android หลักๆ คือ TalkBack ซึ่งรองรับหลายภาษามาก ยกเว้นภาษาไทย (กรรม) ยังดีว่าบนระบบปฏิบัติการ Android ยังมีโปรแกรมให้เลือกหลายตัว ซึ่งตัวที่ดูดีที่สุด เห็นจะเป็น VAJA (วาจา) ครับ (แต่น่าแปลกใจ เมื่อวันก่อนผมยังเห็นแอปตัวนี้ใน Play Store อยู่ แต่ตอนนี้กลับไม่มีแอปนี้แล้ว) จริงๆ มีอีกหลายตัวที่รองรับภาษาไทย แต่ได้ยินว่ามีแค่ VAJA นี่ ที่สามารถอ่านไทยและอังกฤษปนกันได้ (แต่ก็มีปัญหาการอ่านเพี้ยนคล้ายๆ กับของระบบปฏิบัติการ iOS)
  • แต่ว่าแม้ระบบปฏิบัติการต่างๆ จะรองรับ Accessibility แต่แอปต่างๆ ไม่ได้รองรับซะร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ บางแอปมีการออกแบบ User Interface ที่ซับซ้อน และมองข้ามเรื่อง Accessibility ไป เช่น ออกแบบเมนูต่างๆ เป็นรูปภาพที่ไม่มีคำบรรยาย (หมายถึงคำบรรยายในโค้ดของโปรแกรม เพื่อบอกว่ารูปนี้หมายถึงอะไร) ก็จะทำให้ฟังก์ชั่น Accessibility ไม่สามารถอ่านให้ผู้พิการทางสายตาฟังได้
  • ตอนแรกผมนึกว่าหน้าจอใหญ่ๆ ผู้พิการทางสายตาจะใช้ได้สะดวก แต่ปรากฏว่าในความเป็นจริง พวกแท็บเล็ตจะมีคีย์บอร์ดใหญ่มาก จนผู้พิการทางสายตาใช้ไม่สะดวก เพราะมันใหญ่ไป เลยกลายเป็นต้องลูบๆ คลำๆ หาแป้นพิมพ์กันนานไป (การพิมพ์นั้นจะทำโดยการแตะที่แป้นทีนึง เพื่อให้โปรแกรมมันอ่านว่าเป็นตัวอะไร แล้วถ้าใช่ตัวที่จะพิมพ์ จึงแตะย้ำอีกที)
  • ที่สำคัญคือ ผู้พิการทางสายตาในประเทศไทย ประเมินกันว่ามีประมาณ 6 แสนคน (ประมาณ 10% ของจำนวนผู้พิการในประเทศไทย) แต่ว่าประมาณ 40%-50% เท่านั้น ที่เข้าถึงเทคโนโลยีอย่างสมาร์ทโฟน

 

การใช้บริการโทรศัพท์มือถือของผู้พิการทางสายตา

ในกรณีที่เป็นผู้พิการทางสายตา และได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้พิการมีบัตรประจำตัวคนพิการและบัตรประจำตัวประชาชน ก็จะสามารถสมัครแพ็กเกจพิเศษสำหรับผู้พิการทางสายตาได้ ซึ่งตรงนี้ผู้พิการทางสายตาเรียกว่า Blind SIM ครับ

ของ Truemove H นั้น ผมไม่เห็นว่าจะมีหน้าเว็บที่แนะนำแพ็กเกจ แต่มีการแถลงข่าวโครงการซิมพิเศษนี้เมื่อปี 2556 ไปแล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • โทรภายในเครือข่ายช่วง 05:00 – 16:59 น. ฟรี
  • โทรภายในเครือข่ายช่วง 17:00 – 04:59 น. นาทีแรก 2 บาท นาทีถัดไปนาทีละ 1 บาท
  • โทรนอกเครือข่าย นาทีแรก 2 บาท นาทีถัดไปนาทีละ 1 บาท ตลอดทั้งวัน
  • โทรฟรีเบอร์ 1414 (เฉพาะซิมที่จำหน่ายที่สมาคมคนตาบอด)
  • SMS ข้อความละ 2 บาท MMS ครั้งละ 5 บาท และใช้งานอินเทอร์เน็ตคิดตามปริมาณการใช้งานข้อมูลเมกะไบต์ละ 1 บาท
  • จำหน่ายซิมเฉพาะที่สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย

ของ AIS นั้น มีรายละเอียดอยู่ที่เว็บไซต์ครับ โดยแบ่งเป็นโปรโมชั่นสำหรับผู้บกพร่องทางการได้ยินที่จะเน้นการส่ง SMS และ MMS ครับ (คลิกเพื่อดูรายละเอียด) ส่วนผู้บกพร่องทางสายตา จะแบ่งออกเป็นสองแพ็กเกจ คือ

  • บุฟเฟ่ต์กลางวัน ค่าบริการ 99 บาทต่อเดือน โทรฟรีในเครือข่าย 05:00 – 17:00 น.
  • บุฟเฟ่ต์กลางคืน ค่าบริการ 79 บาทต่อเดือน โทรฟรีในเครือข่าย 22:00 – 10:00 น.

ทั้งสองแพ็กเกจนั้น

  • หากโทรนอกเครือข่าย หรือ นอกเวลาโทรฟรีของแพ็กเกจ จะนาทีแรก 3 บาท นาทีถัดไปนาทีละ 50 สตางค์
  • โทรฟรีเบอร์ Call Center 0-2203-9100 และเบอร์ 1414 (เบอร์นี้คือบริการ 1414 Plus ซึ่งเป็นบริการข้อมูลข่าวสารสำหรับคนตาบอดและผู้พิการทางสื่อสิงพิมพ์)
  • ค่าบริการทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากหน้าเว็บแสดงให้เห็นว่าแพ็กเกจนี้ใช้ได้ถึง 30 มิถุนายน 2558 เท่านั้น ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไรต่อ

และสุดท้าย dtac ก็มีแพ็กเกจสำหรับผู้พิการเช่นกัน ทั้งผู้บกพร่องทางการได้ยิน และผู้บกพร่องทางสายตาครับ ผมขอพิมพ์เฉพาะในส่วนของผู้พิการทางสายตาก็แล้วกันนะครับ

  • Package for Blind 149
  • ระยะเวลารับสิทธิ 12 รอบบิล ค่าบริการเหมาจ่ายขั้นต่ำ 149 บาท
  • รับสิทธิโทรฟรี 200 นาที ส่วนเกินนาทีละ 1.50 บาท
  • โทรฟรีเบอร์ 1414
  • SMS ครั้งละ 1 บาท MMS ครั้งละ 3 บาท
  • อินเทอร์เน็ต EDGE/3G/4G ไม่จำกัด (FUP 500 เมกะไบต์ เมื่อครบแล้วความเร็วจะเหลือ 128kbps)
  • dtac WiFi ไม่จำกัด
  • วงเงินค่าบริการ 900 บาท
  • ฟรีเนื้อที่เก็บข้อมูลไฟล์รูปภาพและวิดีโอบน Cloud ผ่าน Capture App จำนวน 25GB

ถ้าจะให้วิจารณ์ตรงๆ กันเลย จะเห็นว่าแพ็กเกจของ dtac ครอบคลุมทุกบริการ ไม่ว่าจะเป็นการโทรศัพท์ การใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ รวมถึง WiFi Hotspot ด้วย และ dtac กับ AIS ดูดีมากในเรื่องของฟรีค่าโทรสำหรับบริการ 1414 เพราะเบอร์นี้ผู้พิการทางสายตาใช้บ่อยมาก มันคือเบอร์ศูนย์ข้อมูลข่าวสารที่ให้บริการกับผู้พิการทางสายตาโดยเฉพาะ บางคนโทรไปฟังข้อมูลกันทีเป็นชั่วโมงๆ ครับ การให้โทรฟรีจึงช่วยประหยัดเงินผู้พิการทางสายตาได้มาก

ส่วน Truemove H นั้น ดูจะให้สิทธิพิเศษสำหรับการโทรภายในเครือข่ายเป็นหลักมากกว่า หากอยากใช้งานอินเทอร์เน็ต ก็ต้องสมัครแพ็กเกจเสริมเอาอีกที (ผมเข้าใจว่าอย่างนั้น) ถ้าจะมองจุดเด่น น่าจะเป็นเรื่องที่แพ็กเกจนี้มาพร้อมกับสมาร์ทโฟนในราคาพิเศษด้วย แต่นั่นก็เป็นข่าวเมื่อปี 2556 ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ยังเหมือนเดิมไหม (ขออภัยผมไม่มีข้อมูลตรงนี้ครับ)

 

ขอเป็นคนกลางในการสื่อสาร Feedback จะผู้พิการทางสายตาถึงค่ายมือถือ

จากข้อมูลแพ็กเกจต่างๆ ของค่ายมือถือทั้งสาม และจากที่ผมได้พูดคุยกับพวกพี่ๆ ทีมงานของมูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย ผมพอจะสรุปได้ดังนี้ครับ

  • ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มีน้อยมาก เผลอๆ บางช้อปอาจจไม่รู้จักซิมนี้แพ็กเกจนี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ของ Truemove H และ dtac ที่ดูจะไม่มีข้อมูลบนเว็บไซต์เลย เพราะผมลองใช้ Google ช่วยค้นแล้ว หาไม่เจออ่ะ … อย่าลืมว่าญาติพี่น้อง เพื่อนๆ ของคนตาบอดก็อาจจะกำลังหาข้อมูลเหล่านี้อยู่นะครับ (กรณีของ Truemove H ขายแค่ที่สมาคมคนตาบอด อาจไม่สะดวกสำหรับผู้พิการทางสายตาที่จะไปซื้อหานะครับ)

 

ตัวอย่างโพสต์ของกลุ่ม ช่วยอ่านหน่อยนะ

 

  • ผู้พิการทางสายตาจำนวนไม่น้อย ใช้บริการอินเทอร์เน็ตมาก ฉะนั้นถ้ามีแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตให้ด้วย ในราคาที่ไม่แพงมากก็จะดี … อย่าคิดว่าพวกเขาจะไม่ทำ Video call นะครับ พวกเขาใช้ Video call เพื่อขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ในการอธิบายหรือให้คำแนะนำ และอื่นๆ (เช่น อาจจะให้คู่สนทนาช่วยมองและบอกทาง หรือ ให้ช่วยอ่านอะไรให้) บางคนก็จะหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต บางคนก็ใช้เพื่อเข้าถึงบริการ Social media เพื่อติดต่อเพื่อนๆ หรือแม้แต่ขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัคร เช่นใน Facebook Group ชื่อ ช่วยอ่านหน่อยนะ เป็นต้น (ผมพูดถึงในข้างต้นไปแล้วว่าแอปยอดฮิตของผู้พิการทางสายตาคือแอปแนวสื่อสาร แนวคุยๆ ทั้งนั้น)

 

โดยสรุปแล้ว ผู้พิการทางสายตาสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ ขอแค่ผู้พัฒนาใส่ใจ

หลังจากได้ฟังพี่ๆ เขาเล่าให้ฟัง และได้เห็นพี่ๆ เขาใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ ผมรู้สึกได้เลยว่า หากไม่มีเรื่องเงินมาเป็นอุปสรรคแล้ว ผู้พิการทางสายตาทุกคนมีศักยภาพในการใช้งานเทคโนโลยีกันทั้งนั้นครับ ขอเพียงผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ใส่ใจบ้างก็เท่านั้นเอง เพราะแม้ว่าเขาจะมองไม่เห็น แต่พวกเขาก็สามารถใช้ประสาทสัมผัสอื่นๆ มาชดเชยได้อย่างยอดเยี่ยม … และเชื่อไหมล่ะครับว่า ระหว่างที่ผมเขียนบล็อกตอนนี้อยู่ ผมก็คุยกับทีมงานคนนึง ชื่อ คนอิ๊ก ซึ่งเธอก็สามารถพิมพ์ตอบ Facebook แชทผมได้แบบยาวๆ และรวดเร็วด้วย (จริงๆ ต้องบอกว่าพิมพ์เร็ว และแม่น กว่าคนตาดีๆ หลายๆ คน รวมถึงผมซะอีก)

 

ทิ้งท้ายอีกนิด

อ้อ!! สำหรับผู้มีจิตอาสา ผมอยากแนะนำ Facebook Group ช่วยอ่านหน่อยนะ https://www.facebook.com/groups/helpusread/ ครับ หากรู้จักผู้พิการทางสายตาท่านใด ก็แนะนำให้เขารู้จักกลุ่มนี้ไว้ เผื่อมีอะไรสงสัย อยากให้ช่วยอ่าน กลุ่มนี้มีอาสาสมัครช่วยกันเยอะครับ แค่ถ่ายรูปแล้วโพสต์ก็มีคนช่วยอ่านช่วยตอบแล้ว ส่วนใครอยากเป็นอาสาสมัครมาช่วยอ่าน ช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา ก็กด Join ได้เลยเช่นกันคัรบ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: