รีวิวสมาร์ทโฟนหรู Samsung Galaxy S6 edge เรือธงล่าสุดจาก Samsung

Samsung Galaxy S6 edge

หลังจากผลตอบรับ Samsung Galaxy S5 ไม่ค่อยได้ตามเป้าที่ Samsung วางเอาไว้ซักเท่าไหร่ ก็เลยขอแก้ตัวกับ Samsung Galaxy S6 และ S6 edge ครับ โดยเฉพาะ S6 edge นี่ ได้รับเสียงชมเชยจากสื่อต่างๆ ไม่น้อยทีเดียว และจากที่ผมได้ทราบมา S6 edge นี่ก็ได้รับความนิยมมากทีเดียว เลยต้องขอเอามารีวิวให้ได้อ่านกันหน่อยครับ … ตามฟอร์ม ยืมเครื่องมารีวิวช้ากว่าเขา แต่ขอเล่าประสบการณ์ในการใช้งานแบบเต็มๆ ให้ได้อ่านกันครับ

 

การมาของ Samsung Galaxy S6 edge นั้นถือได้ว่าเป็นการแก้ตัวที่ยอดเยี่ยมของ Samsung เลยทีเดียวครับ จากเดิมที่มีจุดอ่อนด้านการออกแบบและการเลือกใช้วัสดุที่ไม่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกหรูหรา ในขณะที่กระแสนิยมเขาวิ่งไปทางดีไซน์สวยวัสดุหรูหราแล้ว … ฉะนั้น กับ Samsung Galaxy S6 edge นี่เราเลยได้เห็นดีไซน์ดูสวย โดดเด่น และการเลือกใช้วัสดุที่ให้สัมผัสที่ดูหรูหราครับ

 

รูปร่างหน้าตาของ Samsung Galaxy S6 edge

ความโดดเด่นของ Samsung Galaxy S6 edge นั้นอยู่ที่ขอบจอโค้งทั้งสองด้าน ที่ยังไม่มีแบรนด์ใดทำออกมาอย่างเป็นทางการเหมือนกับเจ้าตัวนี้ วัสดุทำตัวเครื่องที่เป็นอลูมิเนียม และดีไซน์กระจกหน้าหลัง ซึ่งทำให้ดูหรูหราขึ้นนั่นเอง

 

Samsung Galaxy S6 edge ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ Samsung Galaxy S6 edge นั้น เป็นหน้าจอแสดงผล QHD Super AMOLED ความละเอียด 2560×1440 พิกเซล (577ppi) ขนาด 5.1 นิ้ว โดยมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอแสดงผลกับตัวเครื่องอยู่ที่ 71% เลยทีเดียว มีไฟ LED สำหรับบอกสถานะ และมีกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เลนส์แบบมุมกว้าง และรูรับแสงกว้าง F1.9 ด้วย

 

ปุ่ม Home ของ Samsung Galaxy S6 edge เป็นตัวสแกนลายนิ้วมือ

 

ปุ่ม Home ของ Samsung Galaxy S6 edge นี่เป็นตัวสแกนลายนิ้วมือแบบที่ไม่ต้องปาดนิ้วแล้ว แค่แตะก็อ่านลายนิ้วมือได้เลย สะดวกขึ้นเยอะมาก

 

Samsung Galaxy S6 edge ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ Samsung Galaxy S6 edge เป็นดีไซน์กระจก ออกแบบมาให้เวลาถูกแสง มันจะมีประกายฟรุ้งฟริ้งเปลี่ยนเฉดสีได้ด้วย (แต่ผมลองเองแล้ว แอบสังเกตยากอยู่ เข้าใจว่าจะสังเกตได้ง่ายเป็นบางรุ่นมากกว่า) กล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง F1.9 มีระบบกันสั่น (Optical Image Stabilization) และ LED Flash ด้วย และเช่นเคย เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจก็ยังอยู่ครับ

 

Samsung Galaxy S6 edge ด้านบน

 

ด้านบนของ Samsung Galaxy S6 edge มีช่องใส่ Nano SIM card (ต้องใช้อุปกรณ์จิ้มเอาถาดออกมา) มีรูไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียง มีพอร์ตอินฟราเรด

 

Samsung Galaxy S6 edge ด้านล่าง

 

ด้านล่างของ Samsung Galaxy S6 edge มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มีพอร์ต Micro USB 2.0 กับรูไมโครโฟน และลำโพงของตัวเครื่อง

 

Samsung Galaxy S6 edge ด้านซ้าย

 

ด้านซ้ายของ Samsung Galaxy S6 edge มีปุ่ม Volum

 

Samsung Galaxy S6 edge ด้านขวา

 

ส่วนด้านขวาของ Samsung Galaxy S6 edge มีปุ่ม Power

จะเห็นว่าด้วยดีไซน์ขอบจอโค้ง ทำให้ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาไม่หนามาก อะไรต่อมิอะไรเลยย้ายไปอยู่ด้านบนด้านล่างกันหมด แต่ Samsung ก็ยังแน่นะ เอาปุ่ม Volume กะปุ่ม Power อยู่ด้านข้างได้เหมือนเดิมอยู่ … ส่วนตำแหน่งการวางลำโพงนั้น ถูกย้ายจากด้านหลังไปไว้ด้านล่าง เหตุผลนึงผมว่ามาจากการที่ไม่สะดวกจะเจาะรูกระจกแข็งๆ ที่ด้านหลังล่ะนะ และอีกส่วนคือ จะได้ไม่เจอปัญหาเสียงลำโพงผิดเพี้ยนในกรณีที่วางเครื่องกับพื้นผิวต่างๆ ด้วย

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy S6 edge

แน่นอน Samsung Galaxy S6 edge เป็นรุ่นเรือธงลำนึงของ Samsung เขา ฉะนั้นย่อมสเปกไฮโซอยู่แล้ว และนี่เป็นครั้งแรกที่ Samsung ไม่ง้อ Qualcomm แล้ว ออกมาแต่รุ่นที่ใช้ชิปประมวลผล Exynos ของตัวเองด้วย … มาดูกันว่าสเปกเป็นยังไงบ้าง

  • CPU: Exynos 7420 Octa-core (64-bit) ประกอบด้วย Quad-core Cortex-A57 2.1GHz และ Quad-core Cortex-A53 1.5GHz
  • GPU: Mali-T760
  • Display: QHD Super AMOLED 5.1″ ความละเอียด 2560×1440 พิกเซล (577ppi)
  • RAM: 3GB
  • Internal storage: 32/64/128GB (ในไทยขายรุ่น 32GB และ 64GB)
  • External storage: ไม่รองรับ
  • Operating System: Android 5.0 Lollipop
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: Micro SIM
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/1900/2100MHz
    • 4G: Cat.6
    • WiFi: 802.11a/b/g/n/ac Dual-band
    • Bluetooth: 4.
    • Infrared port: มี
    • NFC: มี
  • Camera:
    • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล Wide-angle lens, F1.9
    • กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล OIS, F1.9
  • Battery: ลิเธียมโพลิเมอร์ 2,600mAh
  • Dimensions: 142.1 มม. x 70.1 มม. x 7 มม.
  • Weight:  132 กรัม
  • Others: ขอบจอโค้ง, เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ, Fast charging, Wireless charging
  • Price: 32GB 27,900 บาท … 64GB 31,900 บาท

สเปกที่จัดให้มาก็ค่อนข้างจะไฮเอนด์กันทีเดียวครับ หน่วยประมวลผลสเปกแรง จอคมกริบ รองรับ 4G, กล้องสเปกแรงพร้อมถ่ายรูปสวย แต่บางคนอาจจะติดตรงที่ไม่รองรับการใส่ MicroSD card นี่แหละครับ และแม้ว่าจะความจุขั้นต่ำเริ่มที่ 32GB แต่ต้องไม่ลืมว่าตัว ROM และ app ต่างๆ ขอจองเนื้อที่ไปก่อนแล้วประมาณ 8GB นะครับ ฉะนั้น ใครที่ต้องการเนื้อที่เก็บข้อมูลเยอะๆ ก็อาจจะต้องเลือกซื้อรุ่น 64GB ล่ะครับ

ทีนี้มาดูประสิทธิภาพกันบ้าง สำหรับเรื่องประสิทธิภาพนั้น ผมเลือกใช้โปรแกรม Benchmark ต่างๆ มาวัดดังนี้

  • AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป (เช่น การตกแต่งภาพ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป การเข้ารหัสข้อมูล และความลื่นไหลของพวกอนิเมชั่นต่างๆ ของ User Interface)
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • PCMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในการใช้งานโดยทั่วๆ ไป (เช่น การท่องเว็บ การค้นหาข้อมูล การเล่นไฟล์วิดีโอ การตกแต่งภาพ)
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลที่ได้ก็ตามตารางด้านล่างเลยครับ

 

Benchmarks Scores
AnTuTu Mobile Benchmark Overall: 69593
UX: Multitask 9653, Runtime: 4287
CPU (Multi-thread): CPU integer 11001, CPU float-point 6315
CPU (Single-thread): CPU Integer 2494, CPU float-point 2230
RAM: RAM Operation 3399, RAM Speed 4134
GPU: 2D graphics 1635
GPU: 3D graphics 21144
IO: Storage I/O 2571, Database I/O 730
MobileXPRT 2013 Performance Test: 351
User Experience Tests: 198
3DMark Ice Storm: Maxed out!
Ice Storm Extreme: Maxed out!
Ice Storm Ultimate: 22022
PCMark for Android Work performance: 4502
Web browsing: 6290
Video playback: 3169
Writing: 5942
Photo editing: 3469
Vellamo Mobile Web Benchmark HTML: Browser 5119 Google Chrome 3287 WebView 3932
Multicore: 2593
Metal: 2559
Geekbench 3 Overall: Single-Core Score 1455, Multi-Core Score 4940
Integer: Single-Core Score 1646, Multi-Core Score 6887
Floating Point: Single-Core Score 1210, Multi-Core Score 4549
Memory: Single-Core Score 1566, Multi-Core Score 1829

 

คะแนนในการทดสอบประสิทธิภาพ จัดว่าอยู่ในระดับสูงมาก (หรือจะเรียกว่าสูงลิ่วดีล่ะ) จากที่ผมเคยทดสอบมาหลายๆ รุ่น คงต้องบอกว่าเป็นสเปกที่ให้ผลการทดสอบสูงที่สุดเคยทดสอบมาเลยทีเดียวล่ะครับ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ Samsung จะไม่ง้อ Qualcomm แล้ว … ใครที่คาดหวังว่าสมาร์ทโฟนระดับเรือธงจะต้องแรงสุดติ่ง อันนี้ไม่น่าผิดหวัง

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน Samsung Galaxy S6 edge

ทีนี้มาลองดูเรื่องประสบการณ์ในการใช้งานบ้างครับ หลายๆ คนอาจจะกังวัลเรื่องดีไซน์ขอบจอโค้ง ที่ทำให้ด้านข้างบางลงไปค่อนข้างเยอะ อาจจะทำให้จับถือลำบากหรือเปล่า … จากที่ผมลองแล้ว ขอบอกว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย แต่หากจะพูดถึงว่ายังมีความรู้สึกว่าจับไม่ถนัดมือไหม … อืมมมมม หลังจากลองให้หลายๆ คนจับดูแล้ว บางคนก็บอกรู้สึกแบบนั้นนะ ของแบบนี้คงต้องให้ไปลองจับๆ ถือๆ กันในช้อปของ Samsung ล่ะครับ

 

ขอบจอโค้งของ Samsung Galaxy S6 edge

 

การที่ Samsung ยังเก็บปุ่ม Power และปุ่ม Volume ไว้ที่ด้านข้างได้ สำหรับหลายๆ คนที่เคยชินกับการที่ปุ่มพวกนี้อยู่ตรงด้านข้าง (เพราะสมาร์ทโฟน Android ส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น) ก็จะรู้สึกว่า เออ ดี ไม่ต้องปรับตัว

 

ติดฟิล์มกันรอยแบบเนื้อ TPU แล้วจะเห็นรอยย่นบ้าง

 

อย่างไรก็ดี การดีไซน์แบบนี้มีจุดที่อาจทำให้ผู้ใช้งานลำบากอยู่สองเรื่องหลักๆ เรื่องแรกคือการหาฟิล์มกันรอยมาติดยาก ได้ยินมาว่ามีฟิล์มแบบที่ทำเป็นโค้งมาให้แล้ว แต่ติดไปแล้วประมาณเดือนนึงบางคนเจออาการหลุดลอกออกมา เท่าที่ทราบ ตอนนี้ถ้าจะติดฟิล์มกันรอยแบบเต็มหน้าจอ Galaxy S6 edge เลย ต้องหาฟิล์มเนื้อ TPU ครับ มันจะยืดหยุ่นกว่า ติดได้เต็มๆ แน่นอน แต่คนติดต้องฝีมือดีมากครับ และใช้เวลาในการติดนานกว่าปกติมาก (คนที่ฝีมือดีขนาดติดฟิล์มทั่วไปเสร็จใน 1 นาที ยังต้องใช้เวลาร่วม 20 นาทีเพื่อติดฟิล์มกันรอยให้ Galaxy S6 edge เลย)

อีกเรื่องนึงก็คือดีไซน์กระจกหลัง ที่นอกจากจะต้องเพิ่มการระมัดระวังดูแลขึ้นอีก (แม้จะบอกว่าเป็นกระจกที่ทนทานต่อรอยขูดขีดก็เหอะ แต่เอาเข้าจริงๆ มันก็ยังมีโอกาสเป็นรอยอยู่นะ) อาจจะต้องติดฟิล์มกันรอยเพิ่ม และกระจกเนี่ยก็มีโอกาสเลอะคราบมันๆ จากมือได้ด้วย ดูแล้วแหยะๆ หน่อย ต้องหมั่นเช็ด

 

Home screen ของ Samsung Galaxy S6 edgeApp tray ของ Samsung Galaxy S6 edgeNotifications และ QuickSettings ของ Samsung Galaxy S6 edge

 

ในขณะเดียวกัน ในส่วนของซอฟต์แวร์จะไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นไปกว่า Android 5.0.1 บน Samsung Galaxy Note 4 นัก พูดง่ายๆ ว่าคือคล้ายๆ กันซะมากกว่า ด้วยความเห็นส่วนตัว ผมมองว่า Samsung เลือกที่จะไม่ทำอะไรใหม่ๆ จนเกินตัว จนผู้ใช้งานงงว่าจะเอาฟีเจอร์พวกนี้ไปทำไม แต่หันมาพัฒนาของมีที่อยู่เดิมๆ ให้ดีขึ้น สะดวกขึ้นแทน

 

Smart Manager ของ Samsung Galaxy S6 edgeตอนนี้ Samsung เลือกเป็นพันธมิตรกับ Microsoft แทน Dropbox แล้ว

 

ที่เพิ่มเข้ามาคือ Smart Manager ที่จะเป็นแอปสำหรับบริหารจัดการเรื่องต่างๆ ของ Samsung Galaxy รุ่นใหม่ๆ ครับ ผมได้เห็นเจ้าแอปนี้ในรุ่นใหม่ๆ อย่าง Samsung Galaxy Tab A 9.7 แล้ว แอปตัวนี้สามารถใช้ดูข้อมูแบตเตอรี่ เนื้อที่เก็บข้อมูล หน่วยความจำ และระบบ Security ของตัวเครื่อง ซึ่งมีทั้งเรื่องการป้องกันมัลแวร์ และ KNOX ที่ Samsung ภาคภูมิใจ

แต่น่าแปลกใจที่สมาร์ทโฟนรุ่นก่อนหน้าอย่าง Samsung Galaxy Note 4 อะไรแบบนี้ กลับไม่ได้ Smart Manager มาใช้ ทั้งๆ ที่ก็เป็น Android 5.0.1 แท้ๆ (อาจจะเพราะไม่มี KNOX?)

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงก็คือ ไม่ได้มี Dropbox มาให้แล้ว แต่ Samsung ก็ยังมีเนื้อที่เก็บข้อมูลบน Cloud มาให้อยู่นะ แต่เปลี่ยนไปเป็น OneDrive ของ Microsoft แทน ดูท่าทาง Samsung จะเป็นพันธมิตรที่ดีกับ Microsoft แทนแล้ว เลยมีแอปอย่าง OneDrive และ Skype มาให้ด้วยเลย

 

People edge คุณสมบัติที่ใช้ประโยชน์จากขอบจอโค้งของ Samsung Galaxy S6 edge

 

แม้จะมีชื่อรุ่นเป็น edge เหมือนกับ Samsung Galaxy Note Edge แต่ว่าขอบจอโค้งของ Galaxy S6 edge นี่แตกต่างไปนะครับ ของ Note Edge นั้น ขอบจอโค้งจะเป็นหน้าจอแสดงผลที่สองเลย แต่ของ S6 ege นี่จะเป็นแค่ขอบจอโค้งเฉยๆ ที่มีคุณสมบัติ People edge ที่ให้ตั้งค่า Contact 5 รายชื่อที่เรามองว่าสำคัญสุด เพื่อจะได้ใช้ติดต่อได้รวดเร็ว

 

edge Lighting ของ Samsung Galaxy S6 edge

 

นอกจากนี้ ขอบจอโค้งนี่ก็ทำให้เราได้เห็นบางส่วนของหน้าจอได้ง่าย Samsung เลยทำฟีเจอร์ edge Lighting มาอำนวยความสะดวก เวลาที่วางตัวเครื่องแบบคว่ำหน้าลง ก็จะเห็นได้ว่ามีไฟแจ้งเตือนว่ามีคนติดต่อเข้ามา และสีต่างๆ ก็จะแสดงให้เห็นว่าใครใน 5 คนสำคัญเป็นคนติดต่อเข้ามา

ฟีเจอร์นี้คนทั่วๆ ไป อาจจะไม่ได้ใช้เท่าไหร่ เพราะคนส่วนใหญ่จะสะดวกใจกับการวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะแบบหงานหน้าขึ้นมากกว่า แต่สำหรับคนทำงานแล้วอาจจะได้ใช้งานบ่อยหน่อย โดยเฉพาะคนที่ไม่ต๊อกต๋อย (แบบผม) ที่ต้องเข้าประชุมบ่อยๆ ไม่อยากรบกวนคนในที่ประชุมด้วยเหตุที่มีพวกสายเข้า ข้อความเข้าบ่อยๆ อันนี้ได้ประโยชน์ครับ

 

ขอบจอดโค้งของ Samsung Galaxy S6 edge เป็นส่วนหนึ่งของหน้าจอหลักเลย

 

แต่นอกเหนือจากนั้น ขอบจอโค้งก็จะเป็นอารมณ์การออกแบบเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวเครื่องมากกว่า … อย่างไรก็ดี ในการใช้งานแนวตั้งนั้น ดูจะไม่ได้เป็นปัญหาอะไรครับ เพราะพวกขอบๆ ของการแสดงผล มันจะสุดอยู่แถวๆ ตรงขอบจอโค้งพอดี

ในภาพรวม ประสบการณ์ในการใช้งาน Samsung Galaxy S6 edge นั้น ใช้งานสะดวกครับ สเปกที่แรงและแนวทางการออกแบบซอฟต์แวร์ที่ไม่เน้นการยัดแอปโน่นนี่นั่นมาจนเกินจำเป็น ก็เลยทำให้ใช้งานค่อนข้างลื่นไหลดีทีเดียว

น่าเสียดายที่งวดนี้ด้วยการออกแบบทำให้ไม่สามารถใส่ MicroSD card ได้ แต่ Samsung ก็ชดเชยให้ด้วยการออกแบบให้รองรับกับการชาร์จแบบไร้สาย ซึ่งต่างจากแบรนด์อื่นๆ ที่ค่อนข้างมีข้อจำกัดกับการใช้กับแท่นชาร์จไร้สายทั่วไป แต่ของ Samsung Galaxy S6 edge นั้น รองรับมาตรฐานหลักๆ ที่ใช้ทั่วไป ดังนั้นจึงแทบจะเอาไปใช้กับแท่นชาร์จไร้สายอะไรก็ได้เลย ในต่างประเทศนั้น Samsung มีการจับมือเป็นพันธมิตรกับพวกร้านอาหารและโรงแรม เพื่อให้บริการแท่นชาร์จไร้สายแล้ว ส่วนในเมืองไทย ยังเงียบๆ อยู่อ่ะครับ

สำหรับคนที่ไม่สนใจเรื่องชาร์จแบบไร้สาย ก็ไม่ต้องห่วงนะ เพราะ Samsugn Galaxy S6 edge ถ้าชาร์จแบบเสียบสาย กับแท่นชาร์จของมันเอง ก็จะได้คุณสมบัติ Fast charging หรือชาร์จแบตเตอรี่เร็วมาด้วยครับ … ฉะนั้นเรื่องแบตเตอรี่ก็น่าจะหมดห่วง ลืมชาร์จก็ใช้การชาร์จด่วนเพื่อให้ได้พลังงานเพียงพอใช้งานจนกว่าจะหาที่เสียบสายชาร์จได้อีกที หากไม่พอจริงๆ ก็เข้า Ultra Power Saving Mode ไปเลย

 

การใช้งานด้านมัลติมีเดียและการเล่นเกมด้วย Samsung Galaxy S6 edge

 

ชมวิดีโอ 4K บน Samsung Galaxy S6 edge

 

ด้วยสเปกของฮาร์ดแวร์ของ Samsung Galaxy S6 edge ที่เหนือกว่ารุ่นก่อนๆ มาก ย่อมไม่ต้องห่วงเลยว่าจะเล่นไฟล์วิดีโอ 4K ไหวไหม หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED QHD นี่ก็ให้สีสันจัดจ้าน คมกริ๊บจริงๆ

 

ขอบจอโค้งทำให้ภาพโค้งไปบ้าง แต่ไม่รบกวนมุมมองเท่าไหร่

 

ที่หลายๆ คนอาจจะห่วงเป็นจุดถัดมาคือขอบจอโค้งที่แม้จะไม่มีปัญหาในการใช้งานแนวตั้งซักเท่าไหร่ แต่ในการใช้งานแนวนอน ก็เป็นไปได้ที่ภาพอาจจะผิดเพี้ยนไปเพราะจอโค้ง แต่จากที่ผมพยายามลองสังเกตแบบจับผิดดู แม้จะรู้สึกบ้างนิดหน่อย แต่มองผ่านๆ ก็ไม่ได้สังเกตอะไรครับ

ในแง่ของคุณภาพเสียงนั้น ลำโพงให้โทนเสียงที่ฟังดูใหญ่ หนา อิ่ม และยังคงความชัดเจน ปลายเสียงกลางมีความใส ไม่คมแข็งหรือกระด้าง สามารถแสดงน้ำหนักเสียง (Dynamic) ได้ค่อนข้างดีสำหรับลำโพงไซส์นี้ อย่างไรก็ตามเสียงที่ฟังดูใหญ่ก็มีข้อเสียคือถ้าเร่งระดับเสียงดังมากๆ รายละเอียดจะแย่งกันออกจากลำโพงขนาดเล็ก ทำให้ฟังดูกระจุกและเบลอได้ เพราะฉะนั้นการตั้งระดับเสียงที่พอดีจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพเสียงที่ได้ด้วย สิ่งเดียวที่รู้สึกไม่คุ้นเคยคือการที่ตำแหน่งลำโพงอยู่เยื้องไปทางขวา (ถ้าหันหน้าจอเข้าหาผู้ใช้งาน) แล้วทำให้รู้สึกแปลกเพราะเสียงเบี้ยวไปทางขวาในขณะที่ตามองจอตรงกลาง

ทดสอบฟังด้วย Apple EarPods พบว่าให้มิติเสียงที่ดี ช่วงเสียงต่ำฟังดูหนักแน่น เสียงกลางฟังดูนวลตามแบบ Samsung มีเสียงสูงที่ใสไม่แหลม ย่านเสียงแบ่งพื้นที่กันได้ดี ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในการฟังแม้เป็นเพลงที่มีรายละเอียดเสียงเยอะแถมรับรู้รายละเอียดยิบย่อยได้ดีขึ้น ระบบขยายเสียงก็ทำได้ดีให้คุณลักษณะเสียงที่คงที่แม้เร่งระดับเสียงจนสุด

 

เล่นเกม Modern Combat 5: Blackout บน Samsung Galaxy S6 edge

 

ลองเอามาเล่นเกมดูบ้าง ตอนแรกลองเล่น Mortal Kombat X ครับ เกมนี้ใช้ Unreal Engine เลยน่าจะเอามาใช้ทดสอบประสิทธิภาพของเครื่อง แต่ปรากฏว่าดูๆ แล้ว เกมนี้ออกแบบมาไม่ดีเท่าไหร่ เล่นๆ ไปซักพัก เกมกระตุกครับ ตอนแรกนึกว่าเป็นผลมาจากฮาร์ดแวร์ของ Galaxy S6 edge แต่พอไปลองเล่นเวอร์ชัน iOS บน iPhone 6 Plus ผมก็เจออาการเกมเด้งบ่อยมาก … ฉะนั้นเลยตัด(สิน)ใจว่า เจ้านี่ไม่เหมาะกับการเอามาใช้วัดประสิทธิภาพแน่ๆ

สุดท้าย ก็กลับมาที่ Modern Combat 5: Blackout ครับ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยสเปกระดับนี้แล้ว การเล่นเกมลื่นไหลสบายๆ มาก แต่ผมกลับเจอข้อจำกัดที่คาดไม่ถึง … คือ หากไม่ได้ติดฟิล์มกันรอย หรือติดฟิล์มกันรอยทั่วๆ ไป (ที่ติดหน้าจอโค้งไม่ได้) ก็ไม่มีปัญหาอะไรติดขัดในการเล่นเกม แต่ฟิล์มเนื้อ TPU ที่เอาไว้ติดขอบจอโค้งแบบเต็มๆ กลับฝืดๆ ไม่ลื่นนิ้วครับ การเล่นเกมที่จำเป็นต้องปาดนิ้วบนหน้าจอไปมา ไม่เวิร์คอย่างแรง

 

การถ่ายภาพและวิดีโอด้วย Samsung Galaxy S6 edge

User Interface ของ Samsung Galaxy S6 edge ยังคล้ายๆ กับของก่อนหน้านี้ในหลายๆ จุด แต่เพิ่มในเรื่องของดีไซน์ที่เน้นเข้าใจง่ายมากขึ้น พวกฟีเจอร์หลักๆ ที่เป็นจุดขายเดิม ที่มีประโยชน์ก็ยังคงอยู่

 

User Interface กล้องของ Samsung Galaxy S6 edge

User Interface การเลือกโหมดถ่ายภาพของ Samsung Galaxy S6 edge

 

โหมดโปรของ Samsung Galaxy S6 edge ได้รับการปรับปรุงขึ้นไปเยอะอยู่ สำหรับคนที่ชอบปรับแต่งโน่นนี่นั่นเยอะๆ น่าจะชอบโหมดนี้ เพราะแม้แต่คุณสมบัติปรับโฟกัสและชดเชยแสง ก็มีให้ใช้ และแยกปรับได้ด้วย … แนวคิดของ Samsung คือ โหมดปกติก็จะเน้นให้ถ่ายง่ายๆ ไม่ต้องวุ่นกับการปรับแต่งมาก แต่ใครอยากได้การปรับแต่งเยอะๆ ให้เลือกโหมดโปร

โดยส่วนตัว สำหรับผมเอง โหมดโปรก็ไม่ได้ใช้ยุ่งยากอะไรนักหรอกครับ ถ้าจะให้ผมแนะนำ Samsung ซักเรื่อง ผมก็อยากบอกว่าให้ผู้ใช้งานเลือกได้เลยดีกว่า ว่าจะเริ่มใช้งานกล้องในโหมดปกติ (ใช้งานง่าย) หรือ โหมดโปร (เน้นปรับแต่ง) … นอกจากนี้ การแปลเมนูเป็นภาษาไทยอาจจะต้องเลือกใช้คำให้เหมาะๆ กว่านี้หน่อย … เช่น Selective Focus แปลว่า “โฟกัสที่เลือก” มันดูแปลกๆ แปลว่า “เลือกโฟกัส” จะดูดีกว่านะ

 

โหมดโปรของ Samsung Galaxy S6 edge ให้แยกปรับโฟกัสและชดเชยแสงได้ด้วย

 

จุดเด่นที่เป็นจุดขายอย่างนึงของ Samsung Galaxy S6 edge (และ S6) นี่ก็คือ การเริ่มใช้งานกล้องได้ในเวลา 0.7 วินาทีครับ และสามารถตั้งให้เริ่มใช้งานกล้องด้วยการกดปุ่ม Home 2 ครั้งติดกันได้ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่พลาดช็อตสำคัญๆ ไปง่ายๆ เลย … คนที่ชื่นชมการถ่ายภาพจะรู้ดีครับ เพราะบางทีจังหวะเหมะาๆ ช็อตเจ๋งๆ มาชอบมาตอนไม่ได้อยู่ในโหมดกล้อง ฉะนั้นหากสามารถเปิดใช้กล้องพร้อมถ่ายได้อย่างเร็วมากๆ ก็จะเยี่ยมเลย
ภาพโดย Samsung Galaxy S6 edge

ภาพโดย Samsung Galaxy S6 edge

ภาพโดย Samsung Galaxy S6 edge

ภาพโดย Samsung Galaxy S6 edge

ภาพโดย Samsung Galaxy S6 edge

 

ด้วยเลนส์กล้องระดับรูรับแสง F1.9 และความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ภาพที่ได้ สวยงามมากทีเดียวเลยล่ะครับ และแม้จะถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย ก็ยังสบายๆ อยู่ … ทีนี้ก็เลยลองเปิดคุณสมบัติเด่นอีกอย่างของ Samsung คือ Real-time HDR ครับ ซึ่งคราวนี้เลือกได้ทั้งแบบ On (เปิดตลอด) และ Auto (ปรับอัตโนมัติ)

 

ภาพโดย Samsung Galaxy S6 edge ไม่เปิด HDR

 

ภาพด้านบน เป็นภาพถ่ายแบบที่ไม่ได้เปิด HDR ครับ … จะเห็นว่าภาพจะดูมืดๆ หน่อย ในส่วนที่มืดของภาพ รายละเอียดจะไม่ค่อยชัดเจน เพราะอยู่ในเงามืด

 

ภาพโดย Samsung Galaxy S6 edge เปิด HDR แบบออโต้

 

ถัดมา ภาพด้านบน ผมเปิด HDR Auto ภาพจะดูกลางๆ คือ รายละเอียดในเงามืดเมื่อเทียบจากภาพที่ไม่ได้เปิด HDR ไว้เริ่มเห็นชัดเจนขึ้น

 

ภาพโดย Samsung Galaxy S6 edge เปิด HDR แบบ On

 

แต่หากใครอยากได้ภาพแบบสว่างๆ จริงจัง ก็อาจจะเลือกเปิดใช้ HDR On ไปเลยครับ จะเห็นว่าภาพนี่ออกมาสว่างจริงจังเลยทีเดียว

 

ภาพโดย Samsung Galaxy S6 edge ในโหมด Selective Focus

 

พัฒนาการอีกอย่างที่เห็นได้ชัดของ Samsung คือ Selective Focus ที่ฉลาดขึ้นมากและสามารถประมวลผลภาพเป็นแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ค่อนข้างเนียนกว่าเวอร์ชันก่อนเลยละครับ แม้จะยังไม่ถึงขนาดเนียนเป๊ะ แต่มองเผินๆ ก็เหมือนเอฟเฟ็กต์หน้าชัดหลังเบลอที่ได้จากการใช้เลนส์รูรับแสงกว้างๆ เลยล่ะ

 

ภาพโดยกล้องหน้าของ Samsung Galaxy S6 edge

 

ลองเล่นกล้องหน้าดูบ้าง งวดนี้ Galaxy S6 edge นับเป็นรุ่นเรือธงตัวแรกของ Samsung ที่มีกล้องดิจิตอลด้านหน้า 5 ล้านพิกเซล แถมยังมีรูรับแสง F1.9 เหมือนกล้องหลังเลย และเป็นเลนส์มุมกว้างด้วย ฉะนั้นจึงตอบโจทย์การถ่ายเซลฟี่ของทุกคนสบายๆ ไม่ว่าจะในแง่ความละเอียด การถ่ายในสภาพแสงน้อย และการถ่ายรูปเซลฟี่หมู่ หรือเซลฟี่ในแบบที่อยากได้วิวทิวทัศน์ด้วย

การถ่ายวิดีโอนั้นสามารถถ่ายได้ทั้ง Full HD, QHD และ UHD (เกือบๆ 4K) เลย และแม้ผมไม่ค่อยได้เห็นประโยชน์ของ OIS (Optical Image Stabilization) หรือระบบกันภาพสั่นเวลาที่ถ่ายภาพนิ่งซักเท่าไหร่ เพราะชัตเตอร์ความเร็วสูงทำให้เรื่องมือสั่นไม่ส่งผลกระทบอะไรมากนัก แต่ตอนถ่ายวิดีโอเนี่ย OIS ช่วยได้ระดับนึงเลยครับ แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่เราจะเดินไปถ่ายไปโดยภาพไม่สั่นไหวเลย … ถ้าอยากได้แบบนั้น ควรไปหาอุปกรณ์เสริมมาช่วยครับ

ภาพวิดีโอที่ได้ คมกริบดีทีเดียว … ใครอยากได้ความละเอียดสูงมากๆ ก็แนะนำว่าจัดแบบ QHD หรือ UHD ไปเลย เพียงแต่ข้อจำกัดที่ Samsung Galaxy S6 edge ไม่สามารถเพิ่มความจุด้วย MicroSD card ได้ ก็จะทำให้การถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงได้ไม่นาน (เท่าที่ผมลอง เห็นว่า QHD และ UHD มันถ่ายได้ 5 นาทีเอง ไม่รู้ว่าเพราะขีดจำกัดของเนื้อที่เก็บ หรือ Samsung เป็นคนกำหนด) … ถ้าอยากได้ภาพคมชัดพร้อมๆ กับความลื่นไหลที่ดีเยี่ยม แนะนำว่าถ่ายแบบ Full HD 60fps ครับ แจ่มมาก

 

บทสรุปของการรีวิว Samsung Galaxy S6 edge

งวดนี้ถือว่า Samsung แก้มือจากเมื่อครั้ง Samsung Galaxy S5 ได้ค่อนข้างดีครับ จะเห็นได้จากการที่สื่อต่างประเทศเองก็ชม Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge อยู่ไม่น้อย สำหรับคนที่อยากได้สมาร์ทโฟนที่โดดเด่น สวยงาม สเปกแรง กล้องดี โดยไม่ซีเรียสกับเรื่องของราคา Galaxy S6 edge ตัวนี้น่าจะเป็นคำตอบที่เหมาะสม

ทว่าในความเห็นของผมนั้น สำหรับคนที่อยากได้อะไรแบบ Galaxy S6 edge แต่ไม่ติดใจกับเรื่องขอบจอโค้ง และฟีเจอร์บางอย่างที่มากับขอบจอโค้ง Galaxy S6 จะเป็นคำตอบที่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปมากกว่าครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. POLSAK says:

    รบกวนรีวิว LG G4 มาเปรียบเทียบด้วยสิครับ ขอบคุณครับ

    • kafaak says:

      รบกวนซื้อ LG G4 มาให้ด้วยสิครับ … S6 edge นี่ผมก็ยืม Samsung มาอ่ะ (ไม่ได้ซื้อเอง) ถ้าอยากให้เทียบ คงต้องรอ LG ส่ง G4 มาให้ยืมนะครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: