รีวิวหนึ่งในสมาร์ทโฟนสุดคุ้มในปีนี้ ASUS Zenfone 2

Print Friendly

กล่องของ ASUS Zenfone 2

ASUS Zenfone 2 เป็นรุ่นนึงที่สร้างกระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์อยู่ไม่น้อย ในฐานะที่ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่ของ Intel ที่ประสิทธิภาพสูง ในฐานะที่เป็นสมาร์ทโฟนที่มีหน่วยความจำ 4GB และที่สำคัญ สนนราคาของมันอยู่ที่ระดับ 6990-11990 บาท (แล้วแต่รุ่น) เท่านั้นเองด้วย ฉะนั้นเลยต้องขอเอามารีวิวให้อ่านกันหน่อยนะครับ

 

ASUS Zenfone 2 ที่มีวางจำหน่ายในไทย

ความแตกต่างจากยี่ห้ออื่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยก็คือ Zenfone 2 นี่แม้จะเป็น Zenfone 2 เหมือนกัน แต่มันแตกย่อยออกเป็นสามรุ่นที่สเปกแตกต่างกัน คือ

  • ZE551ML แบบที่มี RAM 4GB, ROM 64GB ใช้ CPU Intel Atom Z3580 Quad-core 2.3GHz ขายในราคา 11,990 บาท
  • ZE551ML แบบที่มี RAM 2GB, ROM 32GB ใช้ CPU Intel Atom Z3580 Quad-core 2.3GHz ขายในราคา 7,990 บาท
  • ZE550ML แบบที่มี RAM 2GB, ROM 16GB ใช้ CPU Intel Atom Z3560 Quad-core 1.8GHz ขายในราคา 6,990 บาท

สามรุ่นข้างต้น จะสามารถหาซื้อได้ตามร้านทั่วไป แต่จะมีรุ่นนึงที่ต้องหาซื้อจากร้านเฉพาะครับ เพราะได้ยินว่าจะมี Operator รายนึงนำเข้ามาจำหน่ายแบบ Exclusive นั่นก็คือ

  • ZE551ML แบบที่มี RAM 4GB, ROM 32GB ใช้ CPU Intel Atom Z3580 Quad-core 2.3GHz ซึ่งคาดว่า (ย้ำว่าคาดว่า) จะขายในราคา 9,990 บาท

ความแตกต่างของทั้งสี่รุ่น ก็จะอยู่ที่ประเภทของ CPU, จำนวน RAM และจำนวน ROM ครับ ซึ่ง CPU กับ RAM จะส่งผลต่อประสิทธิภาพของตัวสมาร์ทโฟนอยู่ แต่รุ่นที่ผมได้มารีวิว เป็นรุ่นที่ว่ากันว่า Operator รายนึงจะเอาเข้ามาจำหน่ายแบบ Exclusive นี่แหละครับ

ซึ่งรีวิวนี้ สามารถใช้ในการพิจารณา ASUS Zenfone 2 ได้ทุกรุ่นนั่นแหละครับ แต่จะแตกต่างกันตรงที่ผลการทดสอบประสิทธิภาพ เพราะใช้ CPU แตกต่างกัน มี RAM แตกต่างกัน

 

รูปร่างหน้าตาของ ASUS Zenfone 2

แม้จะมีการปรับเปลี่ยนไปหลายอย่างจากรุ่นก่อน แต่ ASUS Zenfone 2 นั้นยังให้ความรู้สึกของ Zenfone อยู่ครับ แต่มาด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้น และงวดนี้ผมขอเดา (ขอเดานะ) ว่าจะไม่มีแยกมาเป็นรุ่นขนาดจอเท่านั้นเท่านี้แล้ว

ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่าตัวที่ผมได้มารีวิวนั้นเป็นรุ่น ZE551ML แบบมี RAM 4GB, ROM 32GB และใช้ CPU Z3580 Quad-core 2.3GHz นะครับ

 

ASUS Zenfone 2 ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ ASUS Zenfone 2 เป็นหน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว แบบ IPS LCD ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล (403ppi) มีกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล … ถ้าเป็นรุ่น ZE551ML แบบ RAM 2GB หรือ ZE550ML ละก็ จะเป็นหน้าจอ HD 1280×720 พิกเซล (268ppi) … ใช้กระจกแบบ Gorilla Glass 3 เพื่อให้ทนทานต่อรอยขีดข่วน

 

ASUS Zenfone 2 ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ ASUS Zenfone 2 ดีไซน์มาแบบที่ ASUS บอกว่าเพื่อให้รองรับกระชับมือ ปุ่ม Volume อยู่ด้านหลังของตัวเครื่องนี่ด้วย และมีกล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมกับ Two-tone Dual-LED flash และมีลำโพงของตัวเครื่องอยู่ด้านล่าง

 

ดีไซน์ด้านหลังโค้งกระชับของ ASUS Zenfone 2

 

แต่เพราะการดีไซน์ให้ด้านหลังโค้งมันกระชับมือ ก็เลยทำให้ขอบด้านข้างซ้ายและขวา ไม่มีพื้นที่ให้วางพวกปุ่มอะไร อย่าง Volume ยังต้องโดนระเห็จไปอยู่ด้านหลังเลย

 

ASUS Zenfone 2 ด้านบน

 

ด้านบนของ ASUS Zenfone 2 เลยมีปุ่ม Power มาอยู่ด้วย ขนาบข้างด้วยช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และรูไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียงเวลาถ่ายวิดีโอ

 

ASUS Zenfone 2 ด้านล่าง

 

ด้านล่างของ ASUS Zenfone 2 มีแค่พอร์ต Micro USB 2.0 ไว้ชาร์จแบตเตอรี่และเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และมีรูไมโครโฟนเล็กๆ เอาไว้ใช้ในการสนทนาโทรศัพท์และการอัดเสียงตอนถ่ายวิดีโอ

 

สเปกและประสิทธิภาพของ ASUS Zenfone 2

อย่างที่บอกก่อนหน้านี้ ตัวที่ผมได้มารีวิวเป็นสเปกรุ่นที่ Operator เจ้านึงเขาจะเอาเข้ามาจำหน่าย แต่รุ่นอื่นๆ ก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ผมจะไฮไลท์เป็นสีเขียวในสเปกส่วนที่จะมีความแตกต่างกันไว้ให้นะครับ

  • CPU: Intel Atom Z3580 Quad-core 2.3GHz (64-bit)
  • GPU: PowerVR G6430
  • Display: IPS LCD 5.5″ 1920 x 1080 พิกเซล (403ppi)
  • RAM: 4GB LPDDR3 Dual-channel
  • Internal storage: 32GB
  • External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 128GB
  • Operating System: Android 5.0 Lollipop
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: Micro SIM x 2 ซิม (ซิม 1 จะรองรับ 2G/3G/4G ซิม 2 รองรับแค่ 2G)
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/1900/2100MHz
    • 4G: FDD LTE 800/850/900/1700/1800/1900/2100/2600MHz (แบนด์ 20, 5, 8, 4, 3, 2, 1, 7 ตามลำดับ)
    • WiFi: 802.11a/b/g/n/ac Dual-band
    • Bluetooth: 4.0
    • Infrared port: ไม่มี
    • NFC: มี (รุ่น ZE550ML ไม่มี NFC)
  • Camera:
    • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล พร้อม Two-tone Dual-LED Flash
  • Battery: ลิเธียมโพลิเมอร์ 3,000mAh
  • Dimensions: 152.5 มม. x 77.2 มม. x 10.9 มม.
  • Weight:  170 กรัม
  • Others: FM Radio, เสาอากาศ 5 ชิ้น, ระบบนำทางแบบใช้ดาวเทียม 5 ดวง, Fast Charging (แต่ Wall charger แบบ 18W สำหรับ Fast Charging จะมีแถมให้เฉพาะรุ่นที่ ZE551ML ที่มี RAM 4GB เท่านั้น)
  • Price: คาดว่าอยู่ที่ 9,990 บาท (รุ่นอื่นๆ ราคาเริ่มที่ 6,990-11,990 บาท)

โดยส่วนตัว จาก 4 รุ่นที่จะมีวางจำหน่าย ผมมองว่ารุ่นที่ผมได้มารีวิวนี่แหละ คือรุ่นที่คุ้มค่าที่สุดแล้วครับ สเปกแรง RAM 4GB ทุกอย่างลงตัวมาก แต่ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน ด้วยสนนราคาที่วางจำหน่ายและสเปกของ ASUS Zenfone 2 นี่ ทำเอาพวกแบรนด์ใหญ่ๆ หนาวๆ กันแน่ๆ

ทีนี้มาดูประสิทธิภาพกันบ้าง สำหรับเรื่องประสิทธิภาพนั้น ผมเลือกใช้โปรแกรม Benchmark ต่างๆ มาวัดดังนี้

  • AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป (เช่น การตกแต่งภาพ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป การเข้ารหัสข้อมูล และความลื่นไหลของพวกอนิเมชั่นต่างๆ ของ User Interface)
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • PCMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในการใช้งานโดยทั่วๆ ไป (เช่น การท่องเว็บ การค้นหาข้อมูล การเล่นไฟล์วิดีโอ การตกแต่งภาพ)
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลที่ได้ก็ตามตารางด้านล่างเลยครับ

 

Benchmarks Scores
AnTuTu Mobile Benchmark Overall: 46699
UX: Multitask 5806, Runtime: 4152
CPU (Multi-thread): CPU integer 4506, CPU float-point 4533
CPU (Single-thread): CPU Integer 2112, CPU float-point 2415
RAM: RAM Operation 3242, RAM Speed 2968
GPU: 2D graphics 1642
GPU: 3D graphics 13133
IO: Storage I/O 1485, Database I/O 705
MobileXPRT 2013 Performance Test: 291
User Experience Tests: 101
3DMark Ice Storm: Maxed Out!
Ice Storm Extreme: Maxed Out!
Ice Storm Ultimate: 19838
PCMark for Android Work performance: 5633
Web browsing: 5347
Video playback: 4241
Writing: 5424
Photo editing: 8183
Vellamo Mobile Web Benchmark HTML: Browser 2909 Google Chrome 3378
Multicore: 1499
Metal: 1206
Geekbench 3 Overall: Single-Core Score 910, Multi-Core Score 2872
Integer: Single-Core Score 1009, Multi-Core Score 3560
Floating Point: Single-Core Score 831, Multi-Core Score 3071
Memory: Single-Core Score 871, Multi-Core Score 1099

 

คะแนนจากผลการทดสอบ บอกได้เลยว่าไฮโซมากๆ ผลการทดสอบทั้งในส่วนของประสิทธิภาพในการประมวลผลทั่วไป ตลอดไปจนถึงกราฟิกสามมิติ คะแนนที่ได้นี่แทบจะชนกันซึ่งๆ หน้ากับพวกไฮเอนด์ได้สบายๆ เลยล่ะครับ

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน ASUS Zenfone 2

พัฒนาการแรกของ ASUS Zenfone 2 ที่เห็นได้ชัดคือ การมีขนาดหน้าจอเดียวแบบเน้นๆ คือ 5.5 นิ้ว (จากเดิมมีทั้ง 4 นิ้ว 4.5 นิ้ว 5 นิ้ว และ 6 นิ้วเลย) ซึ่งโดยความเห็นส่วนตัวของผมเอง ผมมองว่ามันคือขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถูกใจหลายคน ในขณะที่ไม่เทอะทะจนเกินไป จนคนใช้รู้สึกว่ารำคาญ

 

ASUS Zenfone 2 ด้านหน้า

 

ดีไซน์ด้านหลังที่โค้ง ที่เขาว่ารับเข้ากับฝ่ามือได้ดี ผมเห็นด้วย เพียงแต่ว่าการที่ออกแบบมาแบบนี้ ขอบของตัวเครื่องจะบางมาก จนบางคนจับแล้วอาจจะไม่ชอบ … แต่สำหรับผม ผมเฉยๆ นะครับ แบบนี้ก็โอเคอยู่ เพียงแต่ผมไม่ค่อยชอบเวลาปุ่ม Volume ไปอยู่ด้านหลัง แต่ไม่ได้หมายความว่ากดไม่ถนัดนะครับ

ปุ่มกดบนตัวเครื่อง เป็น Back, Home และ Recent apps ซึ่งเป็นไปตามแนวทางใหม่ของระบบปฏิบัติการ Android เพียงแต่ผมรู้สึกโอเคที่ไม่เลือกเป็นปุ่มแบบ On-screen เหมือนบางแบรนด์ เพราะนั่นจะไปกินเนื้อที่บนหน้าจอ

 

Lock screen ของ ASUS Zenfone 2

 

ตัว ZenUI ที่เป็น User Interface ของ ASUS Zenfone 2 นี่ผมถือว่าเป็นตัวนึงที่ใช้งานค่อนข้างสะดวก และอำนวยความสะดวกพอสมควร อันนี้ประกอบกับการที่เป็น Android 5.0 Lollipop ด้วยละนะ

 

Home screen ของ ASUS Zenfone 2App tray ของ ASUS Zenfone 2QuickSettings ของ ASUS Zenfone 2

 

ในส่วนของ Home screen และ App tray นั้น ไม่ได้มีอะไรที่หวือหวาครับ แต่ในส่วนของ Notifications และ Settings ถือว่าออกแบบมาดีอยู่ คือ แสดง Notifications เป็นหลักก่อน จากนั้นถ้าเอานิ้วไปปาดลงมา จึงจะแสดง QuickSettings ให้เห็น เป็นการใช้หน้าจอเดียวแบบคุ้มค่าดี

อย่างนึงที่หลายๆ คนน่าจะชอบ คือ ASUS ไม่ได้ยัดเยียดอะไรมาให้มากเกินความจำเป็น แต่ก็มี Bundled app มาให้อยู่หลายตัว โดยแบ่งออกเป็น

App จาก ASUS เอง เช่น Do It Later ที่เป็น App ที่ Sync รายการสิ่งที่ต้องทำจาก Google Tasks, What’s Next ที่เป็น App ที่แสดงพวกข้อมูลที่เราควรจะรู้ เช่น พยากรณ์อากาศ หรือ ตารางนัดหมาย, Auto-start Manager ที่ให้เราควบคุมได้ว่าจะให้ App ไหนบ้างที่จะเปิดใช้อัตโนมัติ

 

What's Next ของ ASUS Zenfone 2Auto-start Manager ของ ASUS Zenfone 2

 

พวก App จาก ASUS นี่หลายตัวมีประโยชน์มากนะครับถ้าได้ใช้ (อยากให้ลอง) เช่น What’s Next นี่เหมาะกับพวกนักธุรกิจ พวกที่งานยุ่ง จนแทบจะต้องมีเลขาส่วนตัว หรือ Share Link ที่เอาไว้แชร์พวกไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์และตัว ASUS Zenfone 2 ใครต้องการเนื้อที่เก็บข้อมูล ASUS ก็มีบริการ WebStorage ให้ใช้

 

เลือกปรับการแสดงผลได้ค่อนข้างละเอียดMusic mode ของ ASUS Zenfone 2

 

นอกจากนี้ ASUS Zenfone 2 ก็มีความสามารถในการปรับแต่งอยู่พอตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นการปรับอุณหภูมิสีของหน้าจอแสดงผลให้เหมาะสมกับสายตาของเรา (คือ ปรับให้รู้สึกว่าดูแล้วสบายตา ซึ่งแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน) และ Audio Wizard ที่ให้เราปรับเรื่องเสียงให้เหมาะสมกับการใช้งาน ไม่ว่าจะฟังเพลงอยู่ ดูหนังอยู่ เล่นเกมอยู่ หรือโทรศัพท์อยู่ อะไรแบบนี้ … และที่ขาดไม่ได้ คือ การเปลี่ยนธีม ซึ่งมีให้เลือกสามแบบ (แต่จริงๆ ผมมองว่า ไหนๆ ก็อุตส่าห์รองรับขนาดนี้แล้ว ทำไมไม่มีให้เลือกหลายๆ แบบหน่อย ดาวน์โหลดเพิ่มเอาก็ได้ แล้วให้ผู้ใช้งานทั่วโลกได้ทำธีมมาอวดกัน อะไรแบบนี้)

 

พวก App อื่นๆ ที่ Bundled มาใน ASUS Zenfone 2

 

ส่วน App อื่นๆ ที่มีมาให้ ก็ได้แก่ Clean Master ที่เอาไว้ลบพวกไฟล์ขยะ และเรียกคืนหน่วยความจำ ซึ่งโดยส่วนตัว ผมว่าพวก Application Manager ของ Android เองก็ใช้โอเคอยู่แล้ว แต่ก็นะ เพื่อความสะดวกของผู้ใช้งาน นอกจากนี้ก็มี Dr. Safety ที่เป็น Antivirus จากค่ายใหญ่อย่าง Trend Micro และอื่นๆ รวมถึงเกมจาก Gameloft … แต่ทั้งหมด เป็น App ฟรีที่ปกติก็ดาวน์โหลดเองได้จาก Google Play อยุ่แล้ว จึงไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ

จุดเด่นจริงๆ ของ ASUS Zenfone 2 จึงไม่ใช่พวก App ที่ Bundled มา แต่เป็นพวก Utilities ของ ASUS ที่แถมมาให้ส่วนนึง และอีกส่วนคือสเปกแรงโฮก ดีไซน์ที่โอเค กับสนนราคาที่ถูกมาก เมื่อเทียบกับแบรนด์ใหญ่บางแบรนด์ หมดห่วงเรื่องการเอามาใช้ทำงานทั่วไปเลย บอกได้เลยว่าตัวเดียวเอาอยู่ ทั้งท่องเว็บ (หน้าจอใหญ่ได้เปรียบ), เล่น Social media ต่างๆ สเปกแรงแบบเหลือๆ

 

ประสบการณ์ใช้งานด้านมัลติมีเดียและการเล่นเกมด้วย ASUS Zenfone 2

ตรงนี้จะมีความแตกต่างออกไป เพราะรุ่นที่ผมได้มารีวิวนั้น เรียกว่ารุ่นเกือบท็อป ซึ่งผลการรีวิวนี้ ใช้เทียบกับตัวท็อปที่ขาย 11,990 ได้เลย เพราะความแตกต่างมันอยู่แค่ ROM 32GB กับ 64GB เท่านั้น

 

ASUS Zenfone 2 (ZE551ML) แรงขนาดดูคลิป 4K สบายๆ

 

ประสิทธิภาพของ ASUS Zenfone 2 ตัวที่เป็น ZE551ML ที่ใช้ CPU Intel Atom Z3580 Quad-core 2.3GHz นี่แรงพอที่จะถอดรหัสไฟล์วิดีโอ 4K สบายๆ นะครับ และยิ่งเป็นรุ่นเกือบท็อป (หรือท็อป) ให้ความละเอียดหน้าจอระดับ Full HD ก็ยิ่งให้ภาพแจ่ม คมชัดเข้าไปใหญ่

ลำโพงของตัวเครื่อง ASUS Zenfone 2 ให้เนื้อเสียงที่ฟังดูหนา ใหญ่เต็มเสียง ให้โทนเสียงนุ่มนวลแต่ก็มี Attack ให้รู้สึกสนุกไปกับจังหวะของเสียงดนตรี การออกแบบตำแหน่งวางลำโพงก็ทำได้ดีโดยให้โทนเสียงที่ค่อนข้างคงเดิมแม้จะวางเครื่องหงาย (ลำโพงอยู่ใต้เครื่อง) ตรงนี้ถือว่าที่ ASUS พยายามชูว่า ดีไซน์อย่างรอบคอบ (ขนาดเล่าให้ฟังว่ารูลำโพงแต่ละรูขนาดเท่านั้นเท่านี้ ระยะห่างระหว่างแต่ละรูนี่เป๊ะๆ เจาะด้วยเลเซอร์) ถือว่าไม่เสียแรงจริงๆ … ถ้าจะหาเรื่องติก็คงเป็นช่วงเสียงแหลมจมไปสักหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นข้อเสียนะ

ทดสอบฟังด้วยหูฟัง Apple EarPods ผลที่ได้คือเสียงต่ำแทบไม่โผล่เลย ช่วงเสียงสูงบางกรอบ เสียงกลางก็แห้งคอแหบเลยทีเดียว จะมีเสียงกลางต่ำที่ยังฟังดูโอเคหน่อย แต่ก็มีเนื้อเสียงที่เล็กไปสักหน่อย หาเรื่องชมสักหน่อยแล้วกันว่าแม้เสียงจะเป็นอย่างที่กล่าวกึ่งบ่นไว้ข้างต้น แต่ก็ยังให้ความรู้สึกเรื่องมิติเสียงทั้งในมุมกว้างและลึกที่ดียอมรับได้ครับ แล้วก็ทำระบบขยายเสียงได้ดีครับ จะเพิ่ม/ลดเสียงก็ยังได้โทนเสียงคงเดิม

 

เกม Modern Combat 5: Blackout บน ASUS Zenfone 2

 

ยิ่งเล่นเกมยิ่งไม่ต้องพูดถึง ลื่นไหล ไร้กระตุกเลยทีเดียว กราฟิกได้แบบจัดเต็มครบถ้วน ต้องบอกว่าเกมบนระบบปฏิบัติการ Android ณ ขณะนี้ ยังไม่มีตัวไหนที่ต้องการประสิทธิภาพในการประมวลผลมากขนาดนี้ซะมากกว่า (แอบเสียดายนะ ทั้งๆ ที่ประสิทธิภาพนี่ไม่น้อยเลย) มองในแง่ของการรองรับอนาคต เจ้านี่รองรับ OpenGL 3.2 เลยด้วยซ้ำ

เอาเป็นว่า ใครซื้อมากะจะเล่นเกม ไม่ต้องห่วงครับ สบายเลย และเกมใหม่ๆ ก็เริ่มทำออกมารองรับ Intel Atom แล้วด้วย

 

การถ่ายรูปและวิดีโอด้วย ASUS Zenfone 2

แม้สนนราคาจะไม่แพง แต่ตั้งกะตอน ASUS Zenfone รุ่นแรกแล้ว เราได้เห็นความพยายามของ ASUS ที่จะให้ประสบการณ์ในการถ่ายรูปที่ดีเยี่ยมแก่ผู้ใช้งาน … ตัวซอฟต์แวร์กล้องของ ASUS Zenfone 2 นั้นให้ลูกเล่นต่างๆ มาเพียบไม่แพ้พวกระดับไฮเอนด์เลย ไม่ว่าจะเป็น HDR เหมาะสำหรับถ่ายในสภาพที่มีแสงจ้าและเงามืดในเฟรมเดียวกัน, Beautification โหมดถ่ายเน้นหล่อเน้นสวย, Panorama ถ่ายพาโนรามา, Time Rewind ถ่ายภาพก่อนที่จะกดชัตเตอร์ จะได้ไม่เผลอพลาดช็อตเด็ด มาย้อนเวลาดูเลือกเฟรมที่ต้องการได้, Night ถ่ายกลางคืนให้แจ่มๆ, Depth of Field ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอแบบกล้องโปร … อะไรแบบนี้

 

User Interface ในการเลือกโหมดถ่ายภาพของ ASUS Zenfone 2

 

นอกจากนี้ก็ยังมีอีกสามลูกเล่นที่เป็นจุดขายสำคัญที่ ASUS ภูมิใจมาก นั่นคือ Super Resolution ที่ถ่ายภาพต่อเนื่องหลายภาพ เอาข้อมูลมาประกอบกัน เพื่อสร้างภาพใหญ่ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล, Manual ให้ปรับตั้งค่าต่างๆ ได้มากมาย และ Low Light ที่ยอมสละความละเอียดของภาพ แต่เอาข้อมูลแต่ละพิกเซลข้างๆ มาคำนวณ เพื่อสร้างภาพที่สว่างมาก แม้ในสภาพแสงน้อยระดับแทบจะไม่มีแสง … แต่ความเห็นของผมนะ จากที่ได้ลองถ่ายดู ผมว่า Low Light นี่ไม่ค่อยได้ประโยชน์ซักเท่าไหร่ เพราะคุณภาพของภาพ มันต่ำมากจริงๆ จนนึกไม่ออกว่า หากสภาพแสงมันเป็นถึงขนาดนั้นแล้ว จะถ่ายภาพไปทำไม เหอๆ (ใช้แฟลชเหอะ)

เอ้า! ร่ายมาก็ยาว มาลองดูคุณภาพของภาพถ่ายกันนะครับ

 

ภาพโดย ASUS Zenfone 2

ภาพโดย ASUS Zenfone 2

ภาพโดย ASUS Zenfone 2

ภาพโดย ASUS Zenfone 2

ภาพโดย ASUS Zenfone 2

ภาพโดย ASUS Zenfone 2

ภาพโดย ASUS Zenfone 2

 

โดยส่วนตัว เซ็นเซอร์ภาพความละเอียดระดับ 13 ล้านพิกเซลของ ASUS Zenfone 2 นี่ถือว่าโอเคทีเดียวนะครับ แม้จะเป็นภาพเวลากลางคืนก็ให้ภาพที่สว่างดีอยู่ทีเดียว เรียกว่าถ่ายภาพได้ทุกสภาพแสงนั่นแหละ

 

ภาพโดยกล้องหน้า ASUS Zenfone 2

 

กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซลของ ASUS Zenfone 2 ก็ถือว่าให้ภาพที่คุณภาพโอเคทีเดียว ใครเป็นขาเซลฟี่ผมก็ว่าไม่น่าจะผิดหวังนะครับ

โดยความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว ลูกเล่นซอฟต์แวร์กล้องของ ASUS Zenfone 2 ไม่ใช่อะไรที่ใหม่โดดเด่น แต่เป็นการเอาพวกลูกเล่นเจ๋งๆ ที่มีใช้กันอยู่ในท้องตลาด มาผสมผสานให้ใช้จากสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวได้เลย … แม้แต่ฟีเจอร์ปลีกย่อย ที่ผมว่าใช้ประโยชน์ได้มากอย่างการแตะหน้าจอเพื่อปรับโฟกัส (AF) และปรับชดเชยแสง (AE) ไปในตัว และการแตะค้างจะเป็นการล็อก AF/AE และมีแถบเลื่อนให้ปรับ AE แบบ Manual ได้อีก มีประโยชน์มาก

 

ภาพโดย ASUS Zenfone 2 แบบ Auto

ภาพโดย ASUS Zenfone 2 ในโหมด Low Light

 

อย่างไรก็ดี อย่างที่ผมบอกไปในตอนต้น ฟีเจอร์ Low Light นั้นไม่ค่อยเกิดประโยชน์มากซะเท่าไหร่ อย่างที่เห็นในรูปตัวอย่างด้านบน ในสภาพที่มืดจนแทบจะไม่เห็นอะไร หากเปิด Low Light ก็จะทำให้พอเห็นภาพได้บ้าง แต่ความละเอียดของภาพ ความคมชัดของภาพ มันหายไปเยอะมาก จนผมนึกไม่ออกว่าจะได้ประโยชน์อะไร (ภาพเบลอเพราะเมื่อมืดมากๆ กล้องก็จับโฟกัสไม่ได้)

คุณภาพในการถ่ายวิดีโอนั้น แม้สเปกของฮาร์ดแวร์จะสามารถทำได้ขนาด 4K แต่ ASUS ก็เลือกที่จะให้ใช้งานแค่ระดับ Full HD ซึ่งผมก็ว่ามันก็เพียงพอแล้วนะ ภาพที่ได้คุณภาพดีในระดับนึงเลย แต่น่าเสียดายที่การแตะบนหน้าจอทำให้ปรับได้แค่โฟกัสเท่านั้น การชดเชยแสง ต้องพึ่ง Auto Exposure (AE) สถานเดียว ไม่ค่อยสะดวกมากนัก

 

ปรับความสว่างของภาพได้แบบไล่เฉดเลย

ปรับแต่งภาพด้วยการดึง Curve

 

อีกจุดนึงที่ต้องพูดถึง (ซึ่งปกติผมจะไม่พูดถึงซักเท่าไหร่) คือความสามารถในการตกแต่งภาพโดยไม่ต้องง้อการติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม ซึ่ง ASUS Zenfone ทำได้ดีมาตั้งแต่รุ่นก่อน และในรุ่นนี้ก็ยังทำได้ดีเช่นเคย … จริงๆ ฟีเจอร์ตกแต่งภาพนี้ผมเคยเจอมาก่อน ตอนรีวิว Huawei Ascend P7 แต่รุ่นหลังๆ ของ Huawei กลับตัดความสามารถตกแต่งภาพเจ๋งๆ ออกไป แต่ความสามารถพวกนั้นกลับมาอยู่ที่ ASUS Zenfone และ ASUS Zenfone 2 หมดเลยครับ ทั้งการใส่ฟิลเตอร์ การปรับสีปรับแสงของภาพ รวมถึง 2 ฟีเจอร์สุดเมพอย่างการปรับความสว่างของภาพแบบไล่เฉด และการปรับความสว่างของภาพแบบดึง Curve ซึ่งปกติจะเป็นฟีเจอร์ในโปรแกรมตกแต่งภาพบนคอมพิวเตอร์

 

บทสรุปการรีวิว ASUS Zenfone 2

คุ้มทั้ง 4 รุ่น มีงบพอแค่ไหน ซื้อรุ่นนั้นเลยครับ อเนกประสงค์มาก จะท่องเว็บ เล่นโซเชียล เล่นเกม ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ พร้อมสำหรับทุกอย่างเลย … สรุปสั้นๆ ง่ายๆ ได้แบบนี้จริงๆ

ตอนเป็น ASUS Zenfone รุ่นแรก (ตัว 5 นิ้ว) ก็เป็นตัวที่ผมเชียร์แบบออกหน้าออกตาแล้ว มา ASUS Zenfone 2 นี่ ผมก็บอกได้เลยว่า เชียร์แบบออกหน้าออกตาอีกเช่นกัน … ใครกำลังมองหาสมาร์ทโฟนอยู่ ไปหาเลยครับ ลองจับๆ ถือๆ ถ้าดีไซน์ถูกใจ หน้าจอถูกใจ จัดได้เลย … โดยส่วนตัว ผมชอบสีแดงนะ

พยายามนึกว่าเจ้า ASUS Zenfone 2 นี่มีข้อให้ติตรงไหน … นึกไม่ออกจริงๆ … แต่พอสอบถามบนโลกออนไลน์ ทุกคนแทบจะตอบมาเป็นเสียงเดียวกันคือ ประเด็นเรื่องศูนย์บริการครับ เข็ดกันหลายคนทีเดียว ซึ่งตรงนี้เข้าใจได้ เพราะไม่ว่าจะสมาร์ทโฟนดีแค่ไหน หากมีปัญหาขึ้นมา ก็ต้องเข้าศูนย์ซ่อม และหากศูนย์บริการไม่ดี ก็สร้างประสบการณ์ที่เลวร้ายสุดๆ กับผู้ใช้งานได้ ตรงนี้แม้ว่าจะมีข่าวว่า ASUS ทำการพลิกโฉมศูนย์บริการแล้ว แต่ความเชื่อมั่นคงต้องใช้เวลากันอีกยาว

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. ตัว Top นอกจากจะได้ 64GB แล้ว มันมีเรื่อง Quick Charge ด้วยครับ

    • kafaak says:

      ขอบคุณที่ทักเรื่องนี้ แต่จริงๆ แล้วมีความเข้าใจผิดกันหน่อยนะครับ
      Fast Charging มีใน ASUS Zenfone 2 ทุกรุ่นครับ แต่ว่าจะมีแค่รุ่น ZE551ML ที่ให้แรม 4GB (32GB และ 64GB) เท่านั้นที่จะมีแถม Adapter แบบ 18W สำหรับ Fast Charging มาให้ครับ อีกสองรุ่นที่เหลือจะต้องซื้อเป็นอุปกรณ์เสริม

Leave a Reply

%d bloggers like this: