PrimeTime บริการ Movie on Demand ที่เตรียม Go Inter ด้วย

PrimeTime

เมื่อประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เราได้ต้อนรับบริการ Movie on Demand รายใหม่ชื่อ PrimeTime ครับ ซึ่งพยายามสร้างความแตกต่างด้วยการเลือกหนังใหม่ๆ มาให้บริการ, การรองรับระบบเสียง DTS 5.1 และการรองรับหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 4K (ยังไม่เปิดให้บริการในตอนที่รีวิวนี้) ซึ่งในฐานะที่เป็นคนชอบดูหนังอยู่แล้ว และกำลังเล็งหาบริการ Movie on Demand ดีๆ ไว้ดูแบบมาราธอนช่วงวันหยุดตอนทำงานเขียนบล็อก ก็เลยต้องขอลอง PrimeTime นี่ซักหน่อยครับ

 

บริการของ PrimeTime

PrimeTime ให้บริการในหลากหลายรูปแบบครับ เริ่มตั้งแต่บุฟเฟ่ต์ ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบเฉพาะดูซีรี่ส์อย่างเดียวหรือจะดูหนังอย่างเดียวก็ได้ แล้วก็มีแบบ Premier ที่ให้บริการแบบเช่าดู ซึ่งเห็นว่าจะเน้นพวกหนังโรงเรื่องล่า ที่จะมีให้บริการ 3 เดือนหลังจากเข้าโรงไปแล้ว และในอนาคตก็จะมีแบบขายขาด คือ ซื้อแล้วดาวน์โหลดมาเก็บไว้ดูเองได้เลย

 

บริการ Movie Buffet และ Series Buffet ของ PrimeTime

 

อัตราค่าบริการของ PrimeTime นั้นเริ่มต้นที่ 199 บาทสำหรับบุฟเฟ่ต์หนังอย่างเดียว และหากจ่าย 299 บาทก็เลือกได้ระหว่างบุฟเฟ่ต์ซีรี่ส์อย่างเดียวหรือจะเอาเป็นแบบบุฟเฟ่ต์หนังบวกกับตั๋วไว้ดูหนังแบบ Premier 2 เรื่อง และสุดท้ายคือ 399 บาท ที่ดูบุฟเฟ่ต์ได้ทั้งหนังและซีรี่ส์บวกกับตั๋วไว้ดูหนังแบบ Premier 2 เรื่อง … และสำหรับคนที่อยากดูแต่หนัง Premier ก็เลือกซื้อเฉพาะตั๋วได้ครับ เขาเขียนไว้ว่าเริ่มต้นที่ 79 บาท (แต่ตอนที่เขียนบล็อกอยู่นี่ เห็นว่ามีโปรโมชั่น 2 เรื่องร้อยเดียวด้วยนะ)

 

แพ็กเกจราคาต่างๆ ของบริการบุฟเฟ่ต์

 

ดูจากแนวทางของ PrimeTime แล้ว น่าจะไม่ได้จำกัดการให้บริการอยู่แค่ในประเทศไทยแน่ๆ ครับ พิจารณาจากการเลือกเฟ้นหนังมาให้บริการ ซึ่งจากที่ผมดู บริการของ PrimeTime จะเน้นไปที่หนังหรืออนิเมชั่นของฮอลลีวู้ด และซีรี่ส์ มีทั้งเก่าและใหม่รวมๆ กัน และดูจริงใจดีครับ ไม่เน้นเอาจำนวนมาโฆษณาว่าเยอะ แต่เน้นว่าหนังหรือซีรี่ส์ที่เอามาให้บริการต้องดี (ผมเจอหลายๆ บริการที่คุยว่ามีหนังเป็นพันเรื่อง แต่จากที่ไล่ดูรายชื่อผ่านๆ แทบจะครึ่งนึงเป็นหนังไทยเก่าๆ หรือหนังฮ่องกงเก่าๆ อะไรแบบนี้)

 

รายชื่อหนังและซีรี่ส์ยังไม่มาก แต่ดูจริงใจดี ไม่ใช่เอาหนังเก่าๆ มาเพื่อเพิ่มจำนวนไว้โฆษณา

 

ผมขอเน้นไปที่บริการบนเว็บก่อน เพราะรีวิวไป ดูหนังไป แล้วก็เขียนบล็อกไปด้วย … User Interface เน้นไปที่ภาษาอังกฤษเป็นหลักก่อน แต่ก็มีตัวเลือกภาษาไทยให้นะครับ เพียงแต่เราต้องไปปรับในส่วนของ Settings เพื่อเลือกภาษาหลัก ฉะนั้นหมดห่วงได้ (และที่เลือกภาษาอังกฤษเป็นหลัก ก็น่าจะเพราะเตรียม Go Inter ด้วย และผมเองโดยส่วนตัวก็ชอบเมนูภาษาอังกฤษมากกว่าอยู่แล้ว)

 

มีการแยกประเภทของหนังไว้ค่อนข้างดี

 

User Interface ของบริการ PrimeTime บนเว็บ ใช้งานง่ายดีครับ มีการแบ่งหมวดหมู่ ใช้ประโยชน์จาก Meta tag ดี และมีการแบ่งหมวดหมู่พิเศษสำหรับกรณีพิเศษอีกด้วย เช่น เมื่อเร็วๆ นี้ ดาราแสงนำในเรื่อง Star Trek เพิ่งเสียชีงิต ก็มีการจัดหมวดหมู่ Tribute to Leonard Nimoy ให้ หรือสำหรับครอบครัวที่มีลูกหลาน ก็มี Disney Movies on Demand มาเตรียมไว้ให้ นอกเหนือจากหมวดหมู่ Animation และล่าสุดกำลังมีโปร Fast & Furious ภาค 1-6 อีกเป็นต้น

ส่วนเรื่องของการชำระเงิน สามารถทำได้ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ครับ คือ

  • ออนไลน์ ก็กดปุ่ม Purchase จากบน App ได้เลย โดยเลือกชำระได้หลายช่องทาง ทั้งบัตรเครดิต, Counter Service, ธนาคารต่างๆ, Internet Banking
  • ออฟไลน์ ซื้อรหัส Redeem ผ่านตัวแทนจำหน่ายต่างๆ เช่น DNA, iStudio by Com 7, Banana IT เป็นต้น

 

ลองใช้บริการ PrimeTime บนเว็บ

รูปแบบการนำเสนอรายละเอียดของหนังและซีรี่ส์ของ PrimeTime ผมมองว่าค่อนข้างจะสากลดี … อย่างที่บอก ดูๆ แล้ว PrimeTime จะไม่ได้อยากถูกจำกัดที่ผู้ใช้บริการภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นเรื่องดี เพราะกำลังซื้อในประเทศเราค่อนข้างจำกัดครับ

เท่าที่ดู หนังหลายเรื่องไม่มีพากย์ไทย แต่มีซับไทยทุกเรื่องที่ผมลองสุ่มดูรายละเอียด … เวลาคลิกดูหนัง มันจะเปิดเป็น Pop-up Window ขึ้นมา ซึ่งเบราวเซอร์ส่วนใหญ่จะบล็อกครับ แต่ไม่ใช่ปัญหา ก็แค่อนุญาตให้เปิด Pop-up ขึ้นมาก็พอ

 

รายละเอียดของหนัง เสียดายว่าไม่มีคำอธิบายเป็นภาษาไทย

เวลาดูหนัง มันจะเปิด Pop-up ขึ้นมา ฉะนั้นหากบล็อกไว้ก็จะเปิดไม่ได้

 

ตัวเล่นวิดีโอดูจะเป็นแบบ HTML5 ครับ ไม่ใช่ Flash Player ซึ่งผมมองว่ามันดีกว่าจริงๆ นะ (โดยประสบการณ์ส่วนตัว Flash Player กินสเปกเครื่องโหดไปหน่อย)

 

หน้าจอดูวิดีโอของ PrimeTime

 

ในระหว่างการเล่น สามารถเลือกภาษาที่ใช้พากย์ และซับไตเติ้ลได้ครับ ก็มีภาษาอังกฤษและภาษาไทยให้เลือก … จากที่ผมลองใช้บริการมาหลายราย PrimeTime ถือว่า Streaming ได้ค่อนข้างเร็วดี เปลี่ยนภาษาที่ใช้พากย์หรือเปลี่ยนซับไตเติ้ลได้ค่อนข้างเร็วและต่อเนื่องดี

 

การเลือกเสียงพากย์ของหนัง ข้อเสียคือแม้หนังจะไม่มีพากย์ไทย ก็ยังมี th ให้เลือก

 

และที่หลายคนเป็นห่วงที่สุด ก็น่าจะเป็นเรื่องการ Buffering ในระหว่างดู เพราะมันจะทำให้น่ารำคาญ แต่ PrimeTime นี่ไม่มีปัญหานั้นครับ ตอน Buffering ช่วงแรกอาจจะนานนิดนึง แต่ว่าหลังจากนั้นดูต่อเนื่องได้ยาวทีเดียว ไม่เจออาการ Buffering รัวๆ แต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี ทาง PrimeTime แจ้งมาว่าการใช้บริการผ่านเว็บนั้นรองรับเฉพาะ Google Chrome และ Internet Explorer 11 เท่านั้น ส่วนเบราวเซอร์ของ SmartTV นั้นยังไม่รองรับ แต่ทางทีมงานเขาจะมีการเตรียม App ไว้ให้เลย โดยเริ่มจาก SmartTV ของ LG ก่อน รุ่นใหม่ๆ จะมี PrimeTime มาเป็น App ให้แล้ว ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นแล้ว ก็น่าจะรองรับวิดีโอระดับ 4K ด้วย ใครมีโทรทัศน์ที่มีความละเอียดสูงระดับ UHD ก็เตรียมอดใจรอ

 

ลองใช้ PrimeTime บน App ดูบ้าง

ทีนี้ลองดาวน์โหลด App มาใช้งานดูบ้าง ผมลองใช้ของ iPhone ดูนะครับ … บริการ PrimeTime ให้เราสามารถลงทะเบียนได้พร้อมกันสูงสุด 3 อุปกรณ์ และหากเราลงทะเบียนเกิน เราก็สามารถเลือกที่จะ Remove อุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่งออกได้ จากอุปกรณ์ที่เรา Sign in เข้าไปใหม่เลย เรียกว่าค่อนข้างสะดวกดี (บางบริการที่ผมเคยเจอ ต้องไปหยิบอุปกรณ์ที่เราอยากจะ Remove มา Sign out ออกให้วุ่นวาย) แต่ในการรับชม จะดูได้แค่ครั้งละ 1 เครื่องเท่านั้นนะครับ

 

User Interface ของ PrimeTime ค่อนข้างดีMenu ของ App PrimeTime

 

User Interface ของทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android คล้ายๆ กันครับ ฉะนั้นไม่มีปัญหาในการทำความเข้าใจเรื่องการใช้งาน พวกเมนูตัวเลือกต่างๆ ทำออกมาในมาตรฐานเดียวกับบนเว็บ เรียกว่ามีความคงเส้นคงวากันดี

 

หน้าจอรายละเอียดหนังบน Appสามารถ Streaming ไปยัง Apple TV ได้ หรือใครใช้ Android ก็ Streaming ไป Chromecast ได้

 

ความแตกต่างคือ ในเวลาที่เราเล่นวิดีโอ หากใช้ iPhone หรือ Android แล้ว เราจะสามารถ Streaming ไปยังอุปกรณ์ที่รองรับ AirPlay (ของ Apple) หรือ Chromecast (ของ Google) ได้ด้วย ฉะนั้นหากใครต้องการ Streaming ภาพวิดีโอไปออกทีวีจอใหญ่ ก็สามารถทำได้ (แต่ต้องมีพวก Apple TV หรือ Chromecast  ซึ่งของ Chromecast ใช้ได้แล้วในระบบปฏิบัติการ Android ส่วนของ iOS ก็กำลังจะใช้ได้ในเร็วๆ นี้ … หรือจะหาพวก Wireless dongle จากจีน ที่เดี๋ยวนี้ก็รองรับทั้ง AirPlay และ Chromecast เลย ในราคาพันกว่าบาทสองพัน ก็มีนะครับ)

และเช่นเคย การรับชมบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต (ผมลองทั้งบน iPhone 6 Plus, iPad 3, Samsung Galaxy Note Edge) ก็ได้ประสบการณ์ที่ดีมากทีเดียว ภาพคมชัด ไม่กระตุก การ Buffering ดูจะเร็วกว่าตอนผมดูบนเว็บซะอีก

ส่วนอนาคนนั้น ใครที่ใช้ Smart TV ของ LG เขาว่าจะมี App PrimeTime มาให้ดาวน์โหลดใช้ภายในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ และยี่ห้ออื่นๆ ก็จะตามมาเรื่อยๆ ครับ

 

ระบบเสียง DTS และคุณภาพระดับ Ultra HD

แต่ไม่ว่าจะรับชม PrimeTime บนเว็บหรือผ่าน App ทาง PrimeTime แจ้งกับผมมาว่าเรื่องคุณภาพเสียงนี่ไว้ใจได้เลย เพราะว่าได้รับลิขสิทธิ์ระบบเสียง DTS Surround 5.1+ เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทยในตอนนี้ ฉะนั้นจะฟังแบบจัดเต็มพร้อมลำโพงคุณภาพเสียง DTS 5.1 หรือจะฟังผ่านหูฟัง ก็สามารถรับฟังเสียง Surround แจ่มๆ ด้วยเทคโนโลยี Headphone:X ได้ครับ (ณ ตอนที่เขียนรีวิวนี้ มีให้ใช้บนระบบปฏิบัติการ Android ส่วนของ iOS จะมารองรับในเร็วๆ นี้)

และเพื่อให้สมกับคุณภาพเสียงระดับโรงภาพยนตร์ สำหรับคนที่มีโทรทัศน์หรือจอคอมพิวเตอร์ความละเอียดสูงๆ ก็เตรียมพร้อมสำหรับหนังคุณภาพ Ultra HD ได้ในเร็วๆ นี้ด้วย (เขาว่ายังงั้น)

 

Feedback สิ่งที่ผู้ให้บริการ PrimeTime ควรปรับปรุง

Nobody is perfect ไม่มีใครสมบูรณ์แบบครับ … บริการ PrimeTime ก็เช่นกันครับ จากประสบการณ์ในการลองใช้มา ต่อไปนี้คือ Feedback จากทางผมถึงทีม PrimeTime เพื่อใช้ในการปรับปรุง เพื่อให้ประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีขึ้น (และบาง Feedback ทางทีมงานก็ชี้แจงกลับมาแล้ว ผมจึงขอเขียนลงไปในทีนี้ด้วยเลย)

  • หลายๆ เรื่องยังไม่มีพากย์ไทย ควรจะจัดให้มีพากย์ไทยด้วย เพราะแม้พากย์เสียงในฟิล์มจะได้ประสบการณ์ในการรับชมที่ดีกว่า แต่ผู้ชมหลายๆ กลุ่มก็ชอบที่จะฟังพากย์ไทยมากกว่า (ผมเองก็ชอบพากย์ไทย เพราะเวลาทำงานจะได้ไม่ต้องแบ่งสมาธิไปแปลอังกฤษ)
  • Series Buffet ควรพิจารณาการจัดหมวดหมู่คล้ายๆ กับ Movie Buffet ด้วย (เข้าใจว่าตอนนี้ยังไม่มี เพราะจำนวนซีรี่ส์ให้เลือกยังมีไม่มาก)
  • จำนวนหนังและซีรี่ส์ต้องเพิ่มมากกว่านี้ โดยเฉพาะที่คนไทยชอบดู เช่น Walking Dead, CSI (ทั้งหลาย), NCSI, Castle อะไรแบบนี้ เพื่อจะให้ผู้ใช้บริการรู้สึกอยากเป็นสมาชิกระดับรายปีมากขึ้น … ซึ่งตรงนี้ทางทีมงาน PrimeTime แจ้งกับผมมาแล้วว่าจำนวนซีรี่ส์จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นวางใจได้

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ

ขอรวบรวมแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของ PrimeTime มาไว้ให้ ณ ที่นี้เลยนะครับ

  • URL website : www.goprimetime.tv
  • Call Center: 02-657-5353
  • Facebook www.facebook.com/goprimetime.tv
  • ดาวน์โหด PrimeTime app

ส่วนใครอ่านรีวิวของผมแล้ว อยากลองด้วยตนเอง ทาง PrimeTime เขาก็มีหนังตัวอย่างไว้ให้ดูนะครับ ตอนนี้มีให้เลือก 8 เรื่อง แต่ว่าอนาคตก็จะมีอัพเดตมาเรื่อยๆ อีกนะครับ

 

บทสรุปการรีวิว PrimeTime

จนถึงตอนนี้ จากที่ผมได้ลองมาหลากหลายบริการแล้ว ก็ต้องขอบอกว่าบริการของ PrimeTime นี่ดูดีที่สุดแล้วครับ คือ มีหนังค่อนข้างเยอะในระดับนึง และที่สำคัญคือ ไม่ได้เน้นไปที่ “จำนวน” จนลืมคุณภาพไป (หลายๆ บริการคุยว่ามีหนังเป็นพันเรื่อง แต่เอาเข้าจริงจำนวนไม่น้อยเป็นเกรดบี ที่เหลือก็หนังไทย หนังฮ่องกงเก่าๆ … เก่ามากๆ จริงๆ)

ค่าบริการเริ่มต้น 199 บาท ไม่ถือว่าแพงมาก และหากใครเป็นคอหนังคอซีรี่ส์จริงๆ ก็ 399 บาท/เดือน ซึ่งก็ประมาณค่าสมาชิกเคเบิ้ลทีวี แต่จุดเด่นกว่าคือ อยากดูเมื่อไหร่ก็ดูได้ ไม่ต้องมารอวันฉาย แถมยังได้ตั๋วไว้ดูหนัง Premier (ที่ปกติให้เช่าอีก) ผมว่าคุ้ม

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: