กาฝากพาทัวร์ เที่ยวมั่วๆ ทัวร์ภูเก็ต วันที่สาม

ถนนคนเดิน "หลาดใหญ่" มีทุกวันอาทิตย์

 

หลังจากความเคยตัวบวกกับการที่เขียนบล็อกไปพลาง ดูหนังช่อง HBO HD ไปพลาง (สามเรื่องรวด) เลยจบลงด้วยการนอนตีสองอ่ะ เมื่อวันก่อน เลยทำให้ตื่นซะเกือบสิบโมงเช้าเลยในวันที่สาม แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เพราะไม่ได้ตั้งใจว่าจะต้องเที่ยวตั้งแต่หัววันอยู่แล้ว (ฮา) ขอย้ำอีกครั้ง ทริปนี้มันคือการเที่ยวตามใจซะมากกว่าครับ ฉะนั้นวันที่สามนี้เราจึงเริ่มวันกันตอนสิบโมงเช้าครับ ด้วยการไปทานมื้อเช้าบุฟเฟ่ต์ ซึ่งก็ประทับใจนะ เพราะเมนูมีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยในแต่ละวัน อย่างวันนี้เราได้เห็นโรตี มีเนื้อผัดน้ำมันหอย (ใช้เนื้อคุณภาพโอเคทีเดียว) มีขนมจีบกุ้ง อะไรแบบนี้

 

ด้วยความที่เช่ารถไว้ขับ จึงสะดวกในการปรับเปลี่ยนแผนอย่างมากครับ อยากไปไหน กี่โมง ยังไง ก็ได้ตามใจชอบ วันนี้เลยตัดสินใจว่าจะขับเข้าไปในเมือง วนรอบเมืองดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ว่าแล้วพอทานข้าวเช้าเสร็จเกือบๆ เที่ยงก็ออกเดินทางครับ แต่ระหว่างทางไปตัวเมือง เกิดมองเห็นป้าย หอชมวิวเขาขาด ซึ่งตอนแรกวางแผนว่าจะไป แต่พอเห็นว่ามันฉีกออกไปอยู่คนละทางกับจุดที่เราวางแผนว่าจะไป เลยข้ามมันไปก่อน … แต่ด้วยวันนี้แผนยังหลวมๆ และมาเห็นป้ายพอดี เลยตัดสินใจกะทันหัน วกรถไปเลย … ถ้าไม่ได้เช่ารถมาขับเองนี่ วู่วามแบบนี้ไม่ได้ง่ายๆ นะครับ (ฮา)

 

หอชมวิวเขาขาด

Google Maps จะทำให้เราคิดว่ามันอยู่ไกล เดินทางคงใช้เวลานาน แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ได้ไกลอะไรมากมายนะครับ ในต่างจังหวัด ระยะทางซัก 10-20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 10-20 นาที ฉะนั้นเดินทางสบายชิลๆ เลย เพียงแต่ว่าสำหรับกรณีของหอชมวิวเขาขาดเนี่ย ควรขับรถคล่องๆ หน่อยค่อยขึ้นไป เพราะว่าทางชันและมีโค้งอันตรายอยู่ โดยเฉพาะไอ้โค้งสุดท้ายก่อนจะถึงหอชมวิวอ่ะ

 

เส้นทางขึ้นลงไปหอชมวิวเขาขาด แอบชันและอันตรายนิดๆ

 

สำหรับคนที่คาดหวังว่ามันจะมีโน่นนี่นั่น ข้ามที่นี่ไปเลยก็ได้ เพราะที่นี่กว่าจะมาถึงก็สิบกว่ากิโลเมตร แถมขึ้นเขาคดเคี้ยว และเมื่อขึ้นไปถึงแล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรนอกจากชมวิวจริงๆ … ตามระเบียบแล้ว เนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ จึงห้ามเข้าในช่วงเวลา 18:00 น. – 6:00 น. แต่จากการสอบถามคุณลุงที่ร้านขายน้ำในละแวกนี้ เขาบอกว่านักท่องเที่ยวจะมาเป็นช่วงๆ โดยช่วงที่เหมาะๆ คือ ช่วงก่อนพระอาทิตย์ขึ้น คือ มาถึงก่อน 6:00 น. แล้วก็เข้ามาชมวิวตั้งกะเปิดเลย เพื่อมาดูพระอาทิตย์ขึ้น

 

หอชมวิวเขาขาด ไม่ได้มีอะไรมากมาย แต่วิวสวยมาก

หอชมวิว ขนาดไม่ใหญ่ แต่ก็รองรับคนจำนวนไม่น้อย

หอชมวิวเขาขาด วิว 360 องศา ดูได้รอบ สวยมาก

วิวมุมนึงจากบนหอชมวิวเขาขาด

 

อีกช่วงนึงที่มาแล้วสวยก็คือช่วงพระอาทิตย์ตกดินนี่แหละครับ เพราะอยู่บนยอดเขาแบบนี้ แถมบนหอชมวิวเป็นแบบชมวิวได้โดยรอบ 360 องศา จึงสามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกนี่แหละ … หากไม่ยึดติดกับ Gimmick ว่าต้องไปชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ ผมว่ามาที่นี่ก็โอเคนะ แต่ว่าหลังพระอาทิตย์ตกไปแล้วมันจะมืดค่ำ ก็ขับรถระวังๆ หน่อยละกันตอนลง … ทางขึ้นมันมีสองทาง ทางนึงคดเคี้ยว ดูเปลี่ยวมาก กว่าจะถึงใช้เวลานาน แต่อีกทางสั้นกว่ามาก แต่ชันกว่าเยอะ ตอนผมลงจากหอชมวิว ผมกลับมาทางนี้แหละ สั้นโคตร แต่ชันมาก มีป้ายบอกว่า มือใหม่หรือรถเก่าอย่าใช้ทางนี้ ใครกลับทางนี้ขอบอกว่าไม่ต้องแตะคันเร่งครับ คอยเลี้ยงเบรกเอาไว้ก็พอ ทางลาดลงมันมีแรงส่งรถเราไปถึงถนนใหญ่ที่ด้านล่างเลย

 

พิพิธภัณฑ์ไทยหัว และบริเวณเมืองเก่า

เป้าหมายถัดไปของผมคือ พิพิธภัณฑ์ไทยหัวครับ ผมเป็นคนทีชอบไปที่ไหน หากที่นั่นมีพิพิธภัณฑ์ ผมจะต้องขอแวะให้ได้หากมีโอกาส เพราะมันจะสะท้อนประวัติศาสตร์ของที่ต่างๆ ให้ได้ดู … ทีนี่ก็เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมาของคนไทยเชื้อสายจีนที่มาผูกพันกับจังหวัดภูเก็ตครับ ค่าเข้าชมแค่คนละ 50 บาท (สำหรับคนไทย … ต่างชาติคิดอีกเรต) ที่นี่มีพนักงานมาให้บริการนำชมและเล่าเรื่องราว ให้ข้อมูลกันเป็นรอบๆ ด้วย แต่ใครสะดวกใจที่จะเดินไปดูนั่นนี่เอง ก็ตามสะดวก

 

พิพิธภัณฑ์ไทยหัว จ.ภูเก็ต

ภายในพิพิธภัณฑ์ไทยหัว

ภายในพิพิธภัณฑ์ไทยหัว

ภายในพิพิธภัณฑ์ไทยหัว

 

หากมาตอนกลางวัน อยากหาอะไรทาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารจัดเต็มกะอิ่ม หรือแค่ชากาแฟและพวกเบเกอรี่ ข้างๆ พิพิธภัณฑ์จะมีร้าน Cafe’in เปิดอยู่ใกล้ๆ สามารถเข้าไปใช้บริการได้ ภายในร้านติดแอร์เย็นสบาย เพราะกับการแวะพักเป็นอย่างยิ่ง หรือหากใครอยากได้บรรยากาศย้อนยุค ภายในร้าน (ไม่ติดแอร์) ก็มีมุมจิบกาแฟสไตล์คล้ายๆ โรงน้ำชาอยู่นะ ดูจีนๆ ดี

 

ด้านหน้าของร้าน Cafe'in

มุมพักดื่มกาแฟแบบย้อนยุคของร้าน Cafe'in

 

ข้อดีอีกอย่างของการมาแวะชมพิพิธภัณฑ์ไทยหัวอีกอย่างคือ หากคุณขับรถมา ที่นีมีที่จอดรถ และอยู่ใกล้กับบริเวณถนนกระบี่ ถนนถลาง ถนนดีบุก ที่เป็นถนนที่สองข้างทางมีหลายๆ ตึกเป็นตึกเก่า ที่ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโนโปรตุกีส ตึกเก่าๆ ดูสวยงามดี ที่นีมีพวกโฮสเตล หรือโรงแรมเล็กๆ เยอะ ใครเป็นพวก Backpack ก็อาจจะมาใช้บริการที่นี่ได้ มันได้บรรยากาศไปอีกแบบ

 

แผนที่แสดงพวกตึกเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีส

 

ในพิพิธภัณฑ์ไทยหัวเขาจะมีแผนที่ไว้นะครับ อาคารไหนอยู่ตรงไหน ถ่ายรูปเก็บเป็นแผนที่เอาไว้ จะได้ไล่เดินสะดวก … แต่ขอบอกว่ามาดูแล้วแอบผิดหวัง เพราะในรูปที่อ่านจากรีวิวคนอื่นเนี่ย ทิวทัศน์ตัวอาคารมันดูสวยจัง แต่พอมาดูของจริงแล้วมันไม่ได้ขนาดนั้นอ่ะ จะว่าเพราะมันยังไม่ใช่บรรยากาศตอนค่ำก็ไม่ใช่ เพราะบางรีวิวถ่ายตอนกลางวันก็สวยดีอยู่อ่ะ … นอกจากนี้แถวนี้รถจอดเยอะมาก พอมาถึงบริเวณทีตึกดูสวยๆ อยากจะถ่ายรูปตึก หรือถ่ายรูปคู่กับตึก มันก็โดนรถบังหมดเลย หมดความสวย

แต่หากเราไปที่อาคารต่างๆ ที่ระบุไว้ในแผนที่ ก็จะได้เห็นเฉพาะตึกสวยๆ แจ่มๆ อยู่ … แต่เดินไปในอากาศหน้าร้อนแบบนี้ อาจจะไม่ไหวครับ เป็นลมแดดเอาง่ายๆ (ฮา)

 

ไปนั่งดื่มกาแฟคุยกับเพื่อนที่ร้าน The Factory Cafe

เพื่อนที่เรียนด้วยกันสมัยมัธยมต้นทราบว่าผมอยู่ภูเก็ต เมื่อวานเลย LINE มาหาว่านัดเจอกันซักหน่อยดีกว่า เลยตกลงเจอกันที่ร้าน The Factory Cafe ครับ ร้านนี้ไม่มีที่จอดรถ แต่ว่าหากใครขับรถมาก็พอจะหาที่จอดรถข้างทางได้อยู่ครับ และอยู่ไม่ไกลจากร้าน อย่างที่ผมจอด อยู่ห่างจากร้านไปจึ๋วเดียวเอง … ร้านนี้อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์ไทยหัวนิดเดียวครับ ขับรถ 5 นาทีถึง เหอๆ

 

เมนูร้าน The Factory Cafe หนาอย่างแรง

Signature ของร้าน The Factory Cafe เป็นชามะนาว น้ำแข็งทำจากชามะนาว

 

ใครยังไม่ได้ทานอาหาร มาร้านนี้ก็ได้นะ เมนูหนาเตอะยังกะหนังสือ Calculus มากมาย มีเครื่องดื่มหลากหลาย และมีอาหารให้เลือกมากมายเช่นกัน สนนราคาก็ระดับร้านไฮโซนิดๆ เอาเป็นว่ากินกันซักสี่คนแบบไม่มองราคา อิ่มแล้วอาจจะเจอบิลพันกว่าบาทได้ง่ายๆ เหอๆ … Signature ของที่นี่คือชามะนาว เสียดายว่าไม่ใช่สไตล์ผม ผมเลยสั่งแค่กาแฟเย็น แต่ชามะนาวที่นี่ไม่ได้เน้นเปรี้ยวมะนาวแบบสุดๆ นะ และไม่ต้องห่วงว่าน้ำแข็งละลายแล้วจะจืด เพราะน้ำแข็งมันทำจากชามะนาวเลย

แต่หากใครยังไม่หิว … อดใจอีกนิด มันมีอีกสองทางเลือกครับ

 

“หลาดใหญ่” ถนนคนเดินวันอาทิตย์

ที่ภูเก็ตมีถนนคนเดินอยู่หลายจุด เท่าที่อ่านจากรีวิว แต่ที่ถนนถลาง จะมี “หลาดใหญ่” เป็นถนนคนเดินที่มีทุกวันอาทิตย์ แต่วันนี้เหมือนจะพิเศษ เพราะเป็นวันสงกรานต์ครับ จากที่ลองเดินๆ ดู ผมว่าเหมาะสำหรับคนที่เน้นหาของกินนะ คือ ฝากท้องมื้อเย็นหรือมื้อค่ำไว้กับที่นี่เลย มีให้เลือกหลากหลาย เดินซื้อชิม เดินกินเพลินๆ หลายๆ ร้านเข้าเดี๋ยวก็อิ่ม

 

ถนนคนเดิน "หลาดใหญ่" มีทุกวันอาทิตย์

ถนนคนเดิน "หลาดใหญ่" มีทุกวันอาทิตย์

ภายในถนนคนเดิน "หลาดใหญ่" ของกินเพียบ

 

แต่พอพูดถึงถนนคนเดิน ผมก็หวังจะได้เห็นคนเอาพวกของจุกจิกมาขายกันเยอะๆ หน่อย แต่เท่าที่ลองเดินดู มันเหมือนจะเน้นของกินซะมากกว่า และของจุกจิกอื่นๆ นอกจากผ้าปาเด๊ะ (สนนราคาแทบจะฮั้วกันมาคือ 2 หลา 90 บาท หรือ 2 เมตร 100 บาท) แล้ว อื่นๆ ผมว่าหาซื้อที่กรุงเทพได้อ่ะครับ … ไม่สิ จริงๆ ต้องบอกว่าหาซื้อที่ถนนคนเดินไหนก็มี

แต่หากไม่คิดจะฝากท้องที่นี่ … อ่านต่อหัวข้อถัดไปเลย

 

โกเบนซ์ ข้าวต้มแห้งที่มาถึงภูเก็ตแล้วต้องทาน

เขาว่ากันแบบนี้เลย ถามเพื่อนหลายคนว่ามาภูเก็ตแล้วต้องจัดร้านไหน ชื่อนึงที่ทุกคนพูดถึงบอกว่า This is a must! คือร้านโกเบนซ์อ่ะครับ ราคาไม่แพงมาก กินสองคนร้อยกว่าบาท เพราะที่นี่เมนูเด็ดของเขาคือ ต้มเลือดหมูใบตำลึง ข้าวต้มแห้ง ใครชอบกินพวกเครื่องในหมู ที่นี่เด็ดมาก เขาว่างั้น (บอกตรงๆ ไปทานมาแล้ว แต่พอเขียนถึงก็รู้สึกหิวอีก)

 

ร้านโกเบนซ์ จังหวัดภูเก็ต มาจังหวัดนี้ต้องมาลอง

 

ที่นี่ขายดีมากๆ เพื่อนผมบอกว่าหากทนไหว มาซักสามทุ่มจะดีกว่า เพราะว่าคนจะเริ่มซา (ที่นี่ขายตั้งแต่ 19:00 – 23:30 โดยประมาณ หยุดทุกวันพระ) ที่จอดรถก็จะหาง่ายขึ้น … ใครขับรถมา จะจอด ต้องไปหาที่จอดตามข้างทางเอา โชคดีก็ไม่ต้องเดินไกล แต่เพื่อนผมบอกว่าจุดเหมาะๆ คือ เลยไปทางศาลเจ้าปุดจ้อครับ มันจะมีลาดจอดรถอยู่ สะดวกสุดแล้ว แต่สำหรับผม ผมมากับดวง ได้ที่จอดรถข้างทางใกล้ๆ รอดไป

 

ลูกค้าเยอะ แม่ค้า พ่อครัว วุ่นมาก

ที่ร้านโกเบนซ์ เสิร์ฟตามโต๊ะ ฉะนั้นหากย้ายโต๊ะ อาจไม่ได้ทานนะจ๊ะ อย่าย้ายๆ

ข้าวต้มกระดูกอ่อนหมู ร้านโกเบนซ์

เมนูเด็ดร้านนี้ ข้าวต้มแห้ง ร้านโกเบนซ์

ก๋วยจั๊บ ร้านโกเบนซ์

 

ร้านนี้ต้องรอคิวนานหน่อย เพราะคนเยอะมาก ต้องบอกกับพนักงานว่ากี่ที่ เดี๋ยวเขาหาที่ให้นั่งเองแหละ แต่นั่งแล้วห้ามย้ายที่นะ เพราะอาหารเสิร์ฟตามโต๊ะครับ ย้ายที่เดี๋ยวไม่ได้อาหารไม่รู้นะเออ

ที่ลองทานไปก็มีข้าวต้มกระดูกอ่อนหมู ข้าวต้มแห้ง (มันมาพร้อมซุป) และก๋วยจั๊บ รสชาติน้ำซุปจัดจ้าน เครื่องในก็ไม่คาว อร่อยมากมาย ข้าวต้มแห้งก็ให้ความรู้สึกแปลกๆ ดี อร่อยนะ ใครไม่อยากทานแห้งๆ เอาน้ำซุปมาราดหน่อยๆ (ทีละช้อนนะ แค่พอขลุกขลิก ไม่ใช่ราดทั้งถ้วยน่อ) … ไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่ม น้ำซุปมีความเผ็ดร้อนของพริกไทอยู่ในระดับนึงอยู่แล้ว

 

หน้ารีสอร์ต Horizon Karon Beach Resort and Spa ตอนกลางคืน

 

ทานเสร็จ ก็ขับรถตรงกลับมาที่รีสอร์ตเลยครับ คืนนี้พักเต็มที่ พรุ่งนี้ไม่กะไปไหนครับ อาจจะแวะไปหาดกะตะ หาดกะรน ที่อยู่ใกล้ๆ รีสอร์ต (แต่ไม่ได้แวะไปซะที … ฮา) หรือไม่ก็อาศัย Facility ในรีสอร์ตนี่แหละ นอนตากแอร์ ดูหนัง ว่ายน้ำในสระ ชิลๆ กลางวันกะว่าจะกินข้าวกล่องทีซื้อจาก Family Mart วันก่อน เพราะในที่สุดก็ใช้ไมโครเวฟในห้องได้ซะที ถ้าไม่อิ่ม ยังมีมาม่าอีกถ้วย (ยาจกสุดๆ มื้อนี้) แล้วปิดท้ายทริปด้วยบุฟเฟ่ต์ของรีสอร์ตที่เขาจะมีธีมแต่ละวันไม่เหมือนกัน โดยวันจันทร์ที่ผมกะหม่ำจะเป็นซีฟู้ดครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: