กาฝากพาทัวร์ เที่ยวมั่วๆ ทัวร์ภูเก็ต วันแรก

หาดสุรินทร์ จังหวัดภูเก็ต

 

หยุดยาวไปไหนกันครับ? สงกรานต์ปีนี้ผมหนีก่อนเพื่อน เนื่องจากได้วันหยุดสงกรานต์เริ่มตั้งแต่ 10 เมษายนไปจนถึง 19 เมษายน แถมผมยังลาพักร้อนเพิ่มอีกสามวันเพราะต้องไปที่จาการ์ตาต่ออีกช่วงวันที่ 20-22 เมษายน ปีนี้สงกรานต์ผมชิลเลย ผมเลยถือโอกาสหาสถานที่เที่ยว และก็เผอิญไปเจอโปรโมชั่นร่วมกันระหว่าง AirAsia กับ Expedia เข้าพอดี มาเที่ยวช่วงสงกรานต์ ตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักคนละ 8,619.64 บาท มองแล้วคุ้มมากๆ เลยจัดซะ แล้วก็เลือกว่าจะมาพักที่ Karon Horizon Beach Resort and Spa ที่แถวๆ หาดกะรนครับ เลยขอบันทึกการเดินทางนี้ไว้ซะหน่อย เผื่อจะได้ตามรอยกันมาได้ในภายหลัง

 

ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในทริปสุดชิลของผม

บอกตรงๆ ว่าแผนการเที่ยวภูเก็ตนี่แบบว่า วู่วามมาก คือใจคิดแค่ว่าสงกรานต์หยุดยาวหาที่เที่ยว ไม่อยากขับรถ เพราะรถติดชัวร์ แม้จะออกก่อนชาวบ้านแต่ขากลับก็มีแนวโน้มเจอรถติด แต่ก็ไม่อยากไปเที่ยวต่างประเทศ เลยไปหาโปรโมชั่นในเว็บ AirAsia ดู ก็มาเจอแพ็กเกจตั๋วเครื่องบินพร้อมโรงแรมที่ร่วมมือกับ Expedia นี่แหละครับ

 

AirAsiaGo

 

คำนวณดูแล้ว แพ็กเกจนี้คุ้มมากครับ เพราะแค่มองว่าค่าตั๋วเครื่องบินมาภูเก็ต ปกติก็หลายพันแล้ว นี่ที่พักอีกสี่คืน นี่แทบเหมือนจ่ายแค่ค่าตั๋วเครื่องบิน แล้วที่พักเกือบฟรีด้วยซ้ำ (แต่ไม่รู้ว่ามีอาหารเช้าไหม เพราะเขาไม่ได้บอกไว้ครับ … ซึ่งก็ไม่ใช่ประเด็นอีก) กดแบบไม่ต้องลังเลเลยครับ แล้วอย่างอื่นค่อยมาว่ากันทีหลัง

แต่พอหายวู่วามก็ต้องมาคิดกันต่อว่า แล้วเราจะเอายังไงดี … ภูเก็ตไม่ได้ใหญ่ แต่การเดินทางเนี่ยไม่คุ้นเลย … เลยตัดสินใจ เช่ารถขับดีกว่า อยากไปไหนก็ไปได้ ไม่ต้องมาคิดว่าจะไปยังไง เลยไปที่ Sixt Thailand ครับ จองล่วงหน้าเลย ชัวร์กว่า เพราะใครจะรับประกันได้ว่าสงกรานต์แล้วรถจะไม่ถูกเช่าหมดไปซะก่อน ถึงแม้ว่าผมจะเดินทางแค่ในช่วง 10-14 เมษายน ก็เหอะ สรุปเช่ารถ Toyota Altis (ผมเป็นพวกถนัดขับรถโตโยต้ามากกว่า) ค่าเช่ารวมภาษี รวมประกันอุบัติเหตุ (ซื้อเพิ่ม) ตกราวๆ แปดร้อยนิดๆ ห้าวันสี่คืนก็โดนไป 5,344.65 บาทครับ ค่าน้ำมันแยกต่างหาก

สรุปว่ายังไม่ทันได้เที่ยว มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแล้ว สองคนรวมกันก็ 22,583.93 บาท … เที่ยวเมืองไทย แพงไม่ใช่เล่นนะเนี่ย (ฮา) … แต่คิดซะว่าเที่ยวแบบชิลๆ เลยนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องอะไร … ใครที่มองว่าแพง มันก็มีวิธีที่เที่ยวแบบประหยัดกว่านี้ได้นะครับ แต่ของผม ผมเน้นเรื่องความสะดวกสบาย (ก็ไหนๆ มาพักผ่อนแล้วนิ) มากกว่าที่จะประหยัดนะครับ ทำงานหาเงินมาก็หัดใช้เพื่อความสบายซะบ้าง

 

ใช้บริการของ Google ช่วยในการวางแผน

ไม่ใช่แค่เฉพาะตอนจะเที่ยวภูเก็ตนะครับ เวลาจะเที่ยวที่ไหนอย่างไร ผมว่าใช้บริการของ Google ในการอำนวยความสะดวกเพื่อการวางแผน มันสะดวกมากๆ … เอาง่ายๆ นะ อย่างแรกเลยก็เริ่มจากตอนวางแผนว่าจะเที่ยวไหนบ้างดี วิธีง่ายสุดก็คือ ไปดูรีวิวทริปท่องเที่ยวของพวกบล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวเขา แต่ผมเองก็พบว่าสไตล์การเที่ยวของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันอ่ะ สุดท้ายวิธีที่ดีที่สุดที่ผมคิดได้คือแบบนี้ครับ

  • เริ่มต้นคือ ไล่ลิสต์รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวหรือร้านอาหาร ที่เราอยากไปเที่ยวไปทานขึ้นมาก่อน ตรงนี้ใช้ Google หาพวกรีวิวต่างๆ มาอ่านได้ อันไหนอ่านรีวิวแล้ว เฮ้ย น่าสนใจ ก็จดชื่อเอาไว้
  • จากนั้นไปเปิด Google Maps หาว่าสถานที่นั้น ร้านนั้น มันอยู่ตรงไหน แล้วก็ Save Favorite เอาไว้ (คือ ทำเครื่องหมายดาวบนแผนที่นั่นแหละ) โดยเราจะต้องล็อกอินเข้า Google Account ก่อนนะ มันจะได้ Sync ไป Google Maps บนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของเราได้
  • เมื่อเราบันทึกลงแผนที่เสร็จ เราจะรู้ครับ อะไรมันอยู่ตรงไหนบ้าง เราก็จะวางแผนได้ว่าเราจะไปไหนบ้างในแต่ละวัน โดยเราก็จะรวบเอาที่ที่อยู่ใกล้ๆ กัน ไว้เที่ยววันเดียวกัน ไปทางเดียวกัน จะได้ไปอย่างต่อเนื่อง ไม่เสียเวลา
  • สุดท้าย ก็แค่ใช้ Google Maps นำทางครับ ขอแค่มีอินเทอร์เน็ตใช้ Google Maps มันก็นำทางได้ค่อนข้างแม่นดีอยู่ (แต่สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของคุณต้องมีระบบ GPS แจ่มๆ หน่อยนะ ส่วนใหญ่พวกสมาร์ทโฟนระดับกลางๆ จนถึงไฮเอนด์จะทำได้ดี)

 

อยากไปที่ไหน Fav ไว้ใน Google Maps ก่อน จะได้นำทางสะดวกในภายหลัง

 

กรณีท่องเที่ยวภูเก็ตสุดชิลนี้ ผมพบว่าเว็บ Chillpainai นี่มีข้อมูลค่อนข้างโอเคเลย ผมเลยเลือกก่อนว่าอยากจะไปที่ไหนบ้าง เช่น อืมมม อุทยานแห่งชาติสิรินาถก็ดี และอยากไปสักการะพระผุดที่วัดพระทองด้วย แล้วก็อยากไปที่นั่นโน่นนี่อีกหลายที่ ผมก็กางเอาไว้เลยครับ เมื่อพิจารณาจาก Google Maps แล้ว แผนการวันแรกของผมจึงเป็นแบบนี้

  • ลงเครื่องประมาณเกือบๆ 10 โมงเช้า ไปรับรถจาก Sixt Thailand ที่สนามบินภูเก็ต
  • ขับรถไปราวๆ 5 นาที ก็จะถึงอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ไปนั่งชิลๆ ถ่ายรูปเพลินๆ ที่หาดในทอง
  • ออกจากอุทยานแห่งชาติสิรินาถ มุ่งหน้าไปวัดพระทอง ห่างไปแค่ขับรถ 10 นาทีเอง
  • สักการะพระผุดที่วัดพระทองแล้ว ก็ขับไปไหว้อนุเสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทรแว้บนึง
  • มุ่งหน้าไปหาดสุรินทร์ (ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับจังหวัดสุรินทร์นะครับ) พักซักชั่วโมงนิดๆ
  • ตรงต่อมาที่ที่พัก Karon Horizon Beach Resort and Spa พักซักแป๊บ สี่โมงเย็นค่อยออกไปต่อ
  • ไปแหลมพรหมเทพ เพื่อไปดักรอพระอาทิตย์ตก จากนั้นค่อยไปหาของกิน
  • กลับที่พัก พักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันต่อ

ก็ประมาณนี้ครับ

 

การท่องเที่ยวในวันแรก

มีการเปลี่ยนแผนนิดหน่อย คิอ ต้องซื้อน้ำหนักโหลดกระเป๋ากันเหนียว เพราะกระเป๋าที่จะเอาไปใบนึงมันใหญ่ กลัวจะเอาขึ้นเครื่องไม่ได้ (ไม่อยากจะกลายเป็นกรณีมนุษย์ลุงแอร์เอเชีย) เลยเข้าไปกดซื้อน้ำหนักซะหน่อย พอไปค้น Google ดู ก็พบว่ามันมีโปรโหลด 10 กิโลกรัม 99 บาท คุ้มมาก เลยพยายามหาดูตอนจะซื้อน้ำหนักมันก็ไม่มี สุดท้ายลองโทรไป Call Center ของแอร์เอเชียดู รับโทรศัพท์ผมเร็วมาก แต่บริการแบบไม่ค่อยเอาใจใส่เท่าไหร่ ฟังน้ำเสียง ดูวิธีการพูดแล้ว อัธยาศัยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่สรุปว่าโปรโมชั่นมันหมดแล้ว (แล้วทำไมยังไม่ถอดหน้าเว็บออกวะ) ก็ขอบคุณเขาสำหรับข้อมูลไป สรุปซื้อน้ำหนัก 15 กิโลกรัมแทน เที่ยวละ 300 บาท ไปกลับก็ 600 บาท … อืมมม

เครื่องออก 7:55 ตอนเช้า แต่ด้วยความที่ยังไม่หยุดสงกรานต์กัน ผมเลยเผื่อเหนียว ออกจากบ้านตั้งกะ 4:45 (เวอร์แสรด) ไปถึงดอนเมืองเลยจัดเต็มมาก ราวๆ 5:30 (เหอๆ) เวลาเหลือเพียบ ก็ค่อยๆ ทำโน่นทำนี่ไปครับ … ผมเลยขอแนะนำว่า

  • หิวน้ำ ไปซื้อน้ำที่บูธโครงการหลวง 7 บาทเอง อย่าซื้อที่อื่น แพงเกิน (ผมเคยซื้อไทลีนอลที่ร้านที่ชั้นล่าง โดนไปแผงละ 40 บาท … แสรด)
  • สำหรับคนที่จะโหลดกระเป๋า ถ้าจะไปภูเก็ต หาดใหญ่ กระบี่ … อย่าเพิ่งไปทำ Self Check-in เพราะคิวโหลดกระเป๋าอาจจะยาวมาก ไปต่อคิวเช็คอินเฉพาะสำหรับสามจังหวัดนี้ดีกว่า รับตั๋วพร้อมโหลดกระเป๋า เสร็จอย่างไว

 

ข้าวกล่อง 7-Eleven 45 บาท

 

  • จากนั้นเข้าเกตไปเลย หาของกินตามอัธยาศัย แต่ของกินที่นี่แพงกว่าที่ดอนเมืองแบบมีนัยสำคัญมาก ถ้าอยากประหยัดสุดๆ ก็ 7-Eleven ครับ แพงกว่าข้างนอกหน่อย แต่ก็ยังอยู่ในราคากินได้ ผมซัดข้าวกะเพรากุ้ง (ที่ขนาดกุ้งประมาณใหญ่กว่ากุ้งในบะหมี่ถ้วยพอสมควร) กับน้ำเฉาก๊วย หมดไป 57 บาท แต่หากใครไม่สะดวกใจกับข้าวกล่อง KFC หรือ Burger King อาจจะเป็นทางเลือกที่ราคาไม่แพงกว่าข้างนอกมากจนเกินไป
  • ใครเป็นลูกค้าทรู … จะแบล็คการ์ด หรือ เรดการ์ด ไปสั่งกาแฟฟรีได้ มีร้านขายอยู่ด้านหน้า 7-Eleven เขาให้ 1,000 สิทธิ/เดือน/ประเภทบัตร ไม่ค่อยมีใครใช้สิทธิซะด้วย ไปทีไรกดดื่มฟรีได้ตลอด (แต่จำกัดเรดการ์ดสองครั้งต่อเดือน แบล็คการ์ดสี่ครั้งต่อเดือน)

และผมพบว่า แม้ว่า Call Center และเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของ AirAsia จะไม่ค่อยมีอัธยาศัยกับผู้โดยสารซักเท่าไหร่ แต่พนังงานประจำเครื่องบินอัธยาศัยดีมากมาย ขอชมเชยครับ

บินๆๆๆ แค่ชั่วโมงเดียวก็ถึงภูเก็ตแล้ว … คือผิดคาด เครื่องขึ้นไม่มีดีเลย์ กระเป๋าออกมาที่สายพานอย่างไว … สรุป ไปเอารถที่ Sixt Thailand สนามบินภูเก็ตเวลา 9:30 แต่ผมแจ้งเขาว่าผมจะรับรถตอน 10:00 อ่ะ แต่เจ้าหน้าที่เขาดีมากเลยนะ รีบดำเนินการเอารถออกไปให้ และก็มีการแนะนำเรื่องข้อกำหนด ข้อควรระวัง บลาบลาบลา … เอาเป็นว่าขับดีๆ อย่าไปชน และตอนรับรถมีน้ำมันเท่าไหร่ พอเอามาส่งก็เติมน้ำมันคืนให้เหลือประมาณนั้นแหละนะ

รถที่ได้มา เหมือนก่อนหน้าจะมีคนเช่ามาคืนหมาดๆ เพราะพอมารับรถ เอิ่ม คนเช่าคนก่อนคงทำกาแฟหกไว้อ่ะ คราบมันยังเหลืออยู่ และยังเปียกๆ อยู่เลย … ขอเหอะ เช่ารถเขา ต่อให้ไม่ใช่รถเรา ก็ระวังๆ ตอนใช้งานหน่อยได้ป่าวอ่ะ … เห็นใจคนเช่าคนถัดไปบ้าง … ช่วงวันเวลาเร่งๆ ผู้ให้บริการเขาไม่มีเวลามาทำความสะอาดเพื่อรอลูกค้าคนถัดไปนะครับพี่น้อง

ณ จุดนี้ พนักงานของ Sixt Thailand ที่ภูเก็ตแนะนำว่ามื้อกลางวันให้ไปลองชิมขนมจีนบ่ายสามดู … เอ้า! บันทึกไว้ เพิ่มลงไปใน Google Maps จ้า

 

หาดในทอน ในอุทยานแห่งชาติสิรินาถ

 

เป้าหมายแห่งแรก อุทยานแห่งชาติสิรินาถ … หาดในทอนครับ หาดทรายขาว เม็ดละเอียด สวยมาก น้ำใส และก็สามารถลงเล่นน้ำได้ ใครที่กะว่ามาภูเก็ตแบบขำๆ เน้นออกมาเล่นน้ำทะเลเป็นหลัก อาจจะเลือกหาพักรีสอร์ตแถวๆ อุทยานแห่งชาติสิรินาถได้ เห็นมีหลายแห่งเลย แล้วก็เข้ามาเล่นน้ำในนี้ คนไม่มาก เช้าๆ นี่คนยิ่งน้อย ค่าเข้าก็แค่คนละ 20 บาทเอง

 

ท่องเที่ยวที่ไหน ก็ช่วยกันรักษาความสะอาดสถานที่ท่องเที่ยวด้วยนะครับ

 

แต่ขอฝากนิดนึงนะครับ มาเที่ยวแล้ว นอกจากควรจะช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติแล้ว ก็อย่าทิ้งขยะเรี่ยราดเลยนะครับ เห็นบ่อยมาก นักท่องเที่ยวเยอะที่ไหน ขยะเยอะที่นั่น ถ้าทิ้งไว้เป็นที่เป็นทาง เราก็จะได้สถานที่ท่องเที่ยวที่สะอาดๆ รอเรากลับมาเที่ยวใหม่นะเออ … (ขวดที่เห็นในภาพ ผมเจอ และเก็บไปทิ้งแระ)

 

พระผุด ... มีเรื่องเล่าว่าพบเจอในที่นา และไม่สามารถขุดขึ้นมาประดิษฐานได้ สุดท้ายเลยสร้างวัดครอบแทน

 

เป้าหมายถัดมาอยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติสิรินาถไม่เท่าไหร่ ขับออกจากอุทยานมาตามถนนในยาง แล้วมาเจอทางหลวงชนบทสาย 4031 แล้วขับตามทางมาเรื่อยๆ จนมาบรรจบที่ทางหลวงสาย 402 ก็เลี้ยวขวาแล้วขับตรงต่อมาทางตัวเมืองจังหวัดภูเก็ต ก็จะเจอทางเข้าวัดพระทอง (ป้ายชัดเจน แต่ซอยไม่ใหญ่ อาจเผลอขับเลยได้ … ตรงนี้การใช้ Google Maps นำทางช่วยได้เยอะ)

 

สงกรานต์ก็ต้องสรงน้ำพระครับ

 

ที่วัดพระทองนี้ ชาวบ้านก็เรียกว่าวัดพระผุดครับ เพราะพระพุทธรูปของวัดนี้คือ หลวงพ่อพระผุด เป็นพระพุทธรูปที่มีเรื่องเล่ากันมาว่า สมัยก่อนมีพายุรุนแรงพัดเข้ามา พอฝนหยุดตก เด็กคนนึงก็เอาควายไปผูกไว้ที่วัตถุแปลกๆ ที่โผล่ขึ้นมาจากดิน เพราะหากิ่งไม้ที่ปกติใช้ผูกควายไม่เจอ แต่พอกลับถึงบ้าน เด็กก็ชักแล้วเสียชีวิตไป วันรุ่งขึ้นหลังจากที่จัดการเรื่องศพของลูกไปแล้ว ก็ออกไปดูควายที่ผูกไว้ ก็พบว่าควายก็ตายเช่นกัน … คืนนั้นเอง พ่อของเด็กฝันว่ามีคนมาบอกว่าที่เด็กและควายต้องตาย ก็เพราะเด็กเอาควายไปผูกกับเกศของพระพุทธรูป พอตื่นมาตอนเช้า พ่อของเด็กก็เลยชวนเพื่อนบ้านไปดู ปรากฏว่าวัตถุแปลกๆ นั้น เป็นส่วนหนึ่งของเศียรพระพุทธรูปจริงๆ ก็พากันกราบไว้และแจ้งให้เจ้าเมืองทราบ

เจ้าเมืองก็สั่งให้มีการขุดขึ้นมาเพื่อประดิษฐานให้เรียบร้อย แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมีต่อแตนเป็นพันเป็นหมื่นตัวบินขึ้นมาจากใต้ดินมาไล่ต่อยคนที่ขุด คนไม่ขุด หากเอาธูปเทียนไปกราบไหว้ ต่อแตนก็จะไม่มาทำร้ายเลย เป็นที่น่าอัศจรรย์  ต่อมา ก็มีพระธุดงค์รูปนึงมาพบ และเห็นว่าหลวงพ่อพระผุดเป็นทองคำ หากไม่ดูแลให้ดีอาจมีพวกโจรมาเห็นแล้วตัดเศียรไปขาย เลยคิดให้มีการสร้างวัดที่นี่ เพื่อให้หลวงพ่อพระผุดเป็นสมบัติอันล้ำค่าของชาวถลาง ก็จึงเป็นที่มาของวัดพระทองนี้

 

ร้านขนมจีนบ่าย 3

ขนมจีนแกงเนื้อ 20 บาท

พวกเครื่องเคียงทานกับขนมจีน เพียบ

 

ขับต่อมาเรื่อยๆ ราวๆ 3 กิโลเมตร ก็จะเห็นร้านขนมจีนบ่าย 3 อยู่ทางขวามือครับ ก็ยูเทิร์นที่จุดกลับรถจุดถัดไป แล้วมาแวะซักหน่อย … ตรงนี้แอบขอเตือน เส้นทางหลวง 402 นี่ขับรถกันเร็วมาก แล้วไม่ค่อยชะลอให้รถยูเทิร์นหรอกครับ ต้องกะจังหวะดีๆ ค่อยๆ กระดึ๊บออกมานะ ระวังเกิดอุบัติเหตุด้วย อย่าใจร้อนล่ะ

ร้านขนมจีนบ่ายสาม ว่ากันว่าเมื่อก่อนเปิดบ่ายสามเลยชื่อนี้ แต่หลังๆ มานี่ เปิดแต่เช้า มาปิดบ่ายสามแทน … จุดขายคือ มีน้ำยาและแกงให้เลือกหลายแบบ และขายจานละ 20 บาทเท่านั้น และมีเครื่องเคียงให้เลือกกินหลากหลาย กินได้เต็มที่ … อร่อยไหม … อร่อย … อิ่มไหม … ใครกินจุรู้สึกได้เลย ไม่อิ่มแน่ๆ อาจจะต้องทานซัก 2-3 จานนะครับ … อ้อ! แอบเผ็ดนิดหน่อย ใครกินเผ็ดไม่ได้ เลี่ยงดีกว่า

ทานเสร็จแล้ว ขับต่อมาเรื่อยๆ ก็จะเจออนุเสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทรครับ จะแวะจอดแล้วสักการะผมว่าไม่สะดวกเท่าไหร่ ขับผ่านๆ แล้วไหว้ดีกว่าครับ … จากนั้นวนตามวงเวียนมาแล้วออกที่ทางออกสาม (อยู่ขวามือนั่นแหละ) เพื่อตรงไปหาดสุรินทร์ต่อครับ

 

หาดสุรินทร์ จังหวัดภูเก็ต

หาดสุรินทร์ จังหวัดภูเก็ต

 

หากคิดว่าหาดในทอนที่อุทยานสิรินาถมันเช้าไป ไม่อยากเล่นน้ำแต่เช้า … หาดสุรินทร์นี่ก็สวย น้ำใส น่าเล่นมากๆ แต่ตอนที่ผมแวะมาน่ะ เที่ยงกว่าๆ แดดเปรี้ยงมาก เห็นแต่พวกฝรั่งนี่แหละที่กล้าเล่นน้ำ (ก็คงอยากได้ผิวสีแทนอยู่แล้ว) แนะนำว่าหากจะลงจริงๆ ทาครีมกันแดด SPF ระดับล้านไปเลย (ฮา) แต่การจัดระเบียบหาดที่นี่ดีมาก ไม่มีนะครับ เตียงผ้าใบ ไม่มีเต๊นท์ มีแค่จุดผ่อนปรนให้ปักร่มได้เท่านั้น แต่บรรยากาศชิลมากๆ ผมไม่ได้ลงเล่นน้ำ แต่ก็ไปแวะที่นี่อยู่ราวๆ ชั่วโมงนิดๆ นั่งพักผ่อน ลมทะเลเย็นๆ เก็บภาพมานิดหน่อย

 

มุมห้องนั่งเล่น ดูทีวีในห้องพักที่ Karon Horizon Beach Resort and Spa

มุมครัวในห้องพักที่ Karon Horizon Beach Resort and Spa

ห้องน้ำในห้องพักที่ Karon Horizon Beach Resort and Spa

เตียงนอนในห้องพักที่ Karon Horizon Beach Resort and Spa

 

จากหาดสุรินทร์ เป้าหมายต่อมาก็คือ มาเช็คอินที่ Karon Horizon Beach Resort and Spa นี่แหละครับ … ระยะทางก็ไม่ไกลมา แต่ว่าเส้นทางแอบซับซ้อนนิดหน่อย แต่ไม่ห่วง เพราะ Google Maps นำทางมาได้แม่นยำเอามากๆ … ตอนที่มาถึงที่นี่ รีสอร์ตภายนอกดูดีทีเดียว แต่มีข้อเสียสองจุดคือ อยู่ไกลหาดไปหน่อย และไม่มีที่จอดรถซักเท่าไหร่ อารมณ์คนมาพักส่วนใหญ่จะให้ทางรีสอร์ตเอารถไปรับ (มีค่าใช้จ่าย) และเวลาจะไปที่ไหน ก็อาศัย Shuttle ไปลงที่หาดป่าตอง แล้วไปต่อรถทีหลัง (ที่ภูเก็ตจะมีรถกะป๊อสีเหลืองและสีแดงให้บริการขนส่งมวลชน … อารมณ์คล้ายๆ รถแดงที่เชียงใหม่ละมั้ง … และก็มีรถแท็กซี่ด้วย)

ผมแอบลำบากหน่อย เพราะขับรถมา ก็ต้องให้ทาง รปภ. ช่วยเคลียร์หาที่จอดรถให้ … ซึ่งพนักงานที่นี่บริการดีมากๆ ครับ ขอบอก … และเมื่อมาถึงห้องพัก คือ แอบตะลึง เพราะห้องนี่ระดับห้องสวีต (Suite) เลย มีทั้งมุมครัว มุมนั่งเล่นดูทีวี แยกโซนเตียงนอนไว้ต่างหาก มีทีวีอีกชุดไว้ดู ห้องน้ำใหญ่อลังการ แยกส่วนห้องส้วม อ่างอาบน้ำ และ Shower ไว้คนละส่วนกัน คือ ไฮโซมาก ลองเช็ค Expedia แล้ว นี่เป็นห้องเรตต่ำสุดของที่นี่ที่เปิดให้จองใน Expedia (จริงดิ้) ค่าที่พักคืนละ 3,000 บาท รวมค่า Service ของทาง Expedia แล้ว … สรุปว่าการจองผ่าน AirAsiaGo นี่ หากคิดซะว่าค่าตั๋วมาภูเก็ตอยู่ที่ราวๆ 4,100-4,500 บาท (ไป-กลับ) ก็เท่ากับผมจ่ายค่าที่พักประมาณคืนละสองพันบาทนิดๆ ก็ประหยัดลงไปหน่อยครับ

 

ผลทดสอบความเร็ว WiFi ของ Karon Horizon Beach Resport and Spa

 

ที่นี่มี WiFi ให้ใช้ฟรีนะครับ เขาจะให้มาห้องนึงต่อได้ 2 อุปกรณ์ แต่จริงๆ ขอเพิ่มได้ ผมเองก็ขอมาอีกสอง … แต่ความเร็วไม่เร็วเท่าไหร่ ทดสอบความเร็วแล้ว ตามที่เห็นนั่นแหละ ลองใช้จริงก็อืดจริงๆ นั่นแหละครับ สรุปผมก็เลย Tethering จากมือถือเอา … เผอิญว่าเบอร์ TrueMoveH ที่เป็นเบอร์หลักของผมติด FUP ไปแล้ว ก็เลยมาพึ่งพา dtac แทน ซึ่งก็เร็วได้ทันใจดี (ผิดกับตอนอยู่แถวบ้านผมที่กรุงเทพเนาะ) ที่เขียนบล็อกอยู่ตอนนี้ ก็ Tethering 3G dtac มานี่แหละ

 

แหลมพรหมเทพไปทางขวาจ้า

 

เช็คอินเสร็จแล้ว พักเหนื่อยที่ห้องพักซักชั่วโมงครึ่ง แล้วค่อยออกเดินทางไปแหลมพรหมเทพ ไปดูพระอาทิตย์ตกดิน … เพื่อไม่ให้พลาด ใครใช้ Android ไปดาวน์โหลด App ชื่อ Exsate Golden Hour มาครับ มันจะแสดงข้อมูลให้ว่าวันไหนพระอาทิตย์ตกกี่โมง และหากอยากถ่ายภาพในบรรยากาศที่เรียกว่า Golden Hour (ในช่วงเวลานี้แสงจะสวยมาก และถ่ายภาพออกมาสวยเลย) จะต้องภายในกี่โมง … เรารู้ว่าพระอาทิตย์จะตกเมื่อไหร่ เราจะได้วางแผนเดินทางไปแหลมพรหมเทพได้ถูก เพราะผมเจอบางครอบครัว เดินทางมาดูพระอาทิตย์ตกดินไม่ทันก็มี

 

หิวข้าว ข้าวไข่เจียวร้านนี้ดูดี ราคาไม่แพง

ไอศกรีมร้านนี้ ถ้วยใหญ่ 50 บาท เลือกได้สามรส ใส่เครื่องได้ไม่อั้น ตักเอาเองเลย

 

ในระหว่างรอชมพระอาทิตย์ตกดิน หากใครกลัวหิว ก็ซื้อของกินได้ครับ ราคาไม่แพงมากจนเกินไป เช่นร้านข้าวไข่เจียวก็แค่ 25 บาท ดูน่ากินดี ร้อนๆ อยากทานไอศกรีม ร้านนี้ก็อร่อยใช้ได้ และให้เยอะดี ซื้อถ้วยใหญ่กิน 2-3 คนสบายๆ เขาให้ตักเครื่องใส่ถ้วยเองได้ไม่อั้นด้วย

 

จุดชมวิวแหลมพรหมเทพ คนเพียบ

 

จุดชมวิวปกติคือบริเวณที่คนไปออกันอยู่เยอะๆ นั่นแหละ คนเพียบ มุมถ่ายรูปสวยดี แต่หากจะถ่ายรูปตัวเองกับวิวด้านหลัง มันย้อนแสง ภาพจะมืดเอาเรื่อง ในขณะเดียวกันคนก็เยอะ ถ่ายแล้วติดคนอื่นไปด้วย ไม่สะดวกซักเท่าไหร่ แต่หากฟิต ก็เดินลงมาด้านล่าง แล้วเดินไปเรื่อยๆ จนถึงส่วนที่แหลมสุดๆ จริงๆ คนจะน้อยหน่อย เพราะทางมันลาดชัน แอบอันตรายนิดๆ และหากมาจนสุด ขากลับมันต้องเดินย้อนกลับขึ้นมา โคตรเหนื่อย

 

เดินมาดูพระอาทิตย์ตกดินกันถึงแถวแหลมสุดๆ ของแหลมพรหมเทพ

ถ่ายคู่กับแฟนที่แหลมพรหมเทพ ในจุดที่กว่าจะเดินมาได้ แอบมีหอบ 555

 

ยอมเดินมาไกลหน่อย แม้จะมีคนเยอะอยู่บ้าง แต่ก็น้อยกว่าจุดชมวิวด้านบนเยอะครับ และด้วยกล้องหน้า Samsung Galaxy Note 4 ที่รูรับแสง F1.9 ความละเอียด 3.7 ล้านพิกเซล ก็ทำให้แม้จะถ่ายภาพย้อนแสงไปบ้าง ก็ยังพอที่จะได้ภาพสวยๆ สว่างๆ แม้จะย้อนแสงอยู่ หุหุ

 

ถ่ายแนว Silhouette ที่แหลมพรหมเทพนี่ บรรยากาศดูเหงาๆ ดี

อีกด้านนึงของตรงแหลม วิวก็สวยนะ

หมดวันแล้วครับ พระอาทิตย์ตกแล้ว

หมดวันแล้วครับ พระอาทิตย์ตกแล้ว

 

เดินมาไกลถึงขนาดนี้ ก็ได้รูปไปหลายอยู่ครับ เลือกใช้ทั้ง Samsung Galaxy Note 4 กับ Samsung Galaxy K Zoom มาถ่ายรูปกันสนุกมือเลยทีเดียว ใครชอบถ่ายภาพวิว โดยเฉพาะในภาพแสง Twilight แบบนี้ ผมว่าแถวนี้เหมาะมากๆ เลยครับ หากมีโอกาสอยากให้ลองแวะมา

 

มาแหลมพรหมเทพแล้ว อย่าลืมมาสักการะพระพรหมล่ะครับ

 

อ้อ! แล้วไหนๆ ก็มาถึงแหลมพรหมเทพแล้ว ก็อยากลืมไปสักการะพระพรหมด้วยนะครับพี่น้องครับ และด้านบนก็ยังมีอนุเสาวรีย์ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ให้เคารพบูชาด้วยนะครับ

จบจากตรงนี้ ก็ได้เวลาหาอะไรกิน … ผมก็อาศัยขับรถมาทางหาดราไวย์แล้วลองไล่หาร้านที่น่าสนใจดูครับ ร้านริมหาด ข้อดีคือมีโต๊ะไปตั้งอีกฝั่งของถนน อยู่ริมหาดเลย แต่ข้อเสียคือ น่าจะราคาแพงเอาเรื่องครับ ผมเลยเลือกไปร้านที่ดูจะเป็นร้านข้างทาง คนทั่วไปกินกันมากกว่า และก็มาลงเอยที่ร้านชื่อ ลุงแอ๊ด เป็นร้านอาหารตามสั่ง

 

กุ้งผัดขิงอ่อน 150 บาท กุ้งไม่สดเท่าไหร่ผัดคะน้าหมูกรอบ 100 บาท บอกว่าอย่าเผ็ดมาก แต่พริกจัดมาให้เต็ม ... ยังดีที่ไม่เผ็ดมากซะงั้น

 

แอบเสียว เพราะร้านนี้ก็ยังรู้สึกได้ว่ามีไว้ขายพวกฝรั่งครับ เมนูภาษาอังกฤษเพียบ แถมยังไม่มีราคาอาหารระบุอีกนะ (ผิดกฎหมายนะครับพี่น้อง) แต่สรุปแล้ว ราคาแม้จะแรง แต่ไม่ถึงกับเรียกว่าฟันเราหัวแบะ กุ้งผัดขิงอ่อน 150 บาท คะน้าหมูกรอบ 100 บาท ก็ราคารับได้ เพียงแต่กุ้งมันไม่ค่อยสด ส่วนหมูกรอบก็แข็งเกิ๊น มื้อนี้หมดไป 310 บาท แต่ร้านเขาลดให้ 10 บาท ฐานที่ใส่พริกมาซะเยอะ ทั้งๆ ที่เราขอบอกว่าอย่าเผ็ด (แต่จริงๆ เห็นพริกแดงเถือก แต่ไม่เผ็ดมากนะ)

 

วิวสระว่ายน้ำเวลากลางคืนของ Karon Horizon Beach Resort and Spa

 

อ้อ! ที่นี่ 7-Eleven กะ Family Mart นี่เยอะพอๆ กัน เปิดแข่งติดๆ กัน คล้ายๆ Big C กะ Tesco Lotus ยังไงยังงั้น … เลือกซื้อหาพวกของกินมาตุนไว้ได้ตามสะดวก … นห้องมีจุดทำครัวแบบจัดเต็ม แต่ไม่มีหม้อไม่มีกะทะให้ (แล้วให้เตาไฟฟ้ามาทำไมวะ) แต่มีไมโครเวฟ ฉะนั้น ซื้อข้าวกล่องมาเผื่อกินตอนเช้า ชิลๆ ครับ ผมเองวันแรกนี่ก็แวะซื้อข้าวกล่องของ Family Mart มาไว้สำหรับเผื่อกินตอนหิว

เอาล่ะ วันแรกก็หมดประมาณนี้แหละ … แอบถ่ายสระว่ายน้ำของรีสอร์ตตอนกลางคืน เห็นว่าสวยดี … ผมไม่ได้เอาชุดว่ายน้ำมา แต่เห็นสระแบบนี้แล้ว อืมมม พรุ่งนี้ไปแวะซื้อกางเกงว่ายน้ำดีกว่า เดี๋ยวจะได้ลงสระ หุหุ … ทริปนี้เน้นพักผ่อน ฉะนั้นจะไม่เน้นตื่นเช้าเพื่อไปเที่ยวนะครับ ตื่นกี่โมงก็ว่ากันไป แล้วค่อยไปหาที่เที่ยว (ฮา) ถ้าไม่มีที่จะไป ก็กะว่าจะใช้ Facility ของที่นี่ให้คุ้มซะหน่อย (คือห้องมันดูดีมาก สระก็ดูดี ไม่เที่ยวก็ใช้บริการที่นี่ไปนั่นแหละ)

ไว้มาเล่าประสบการณ์เที่ยววันอื่นๆ ให้อ่านต่อนะ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: