Microsoft Surface 3 … ในที่สุดก็คลำหาทิศทางเจอซะทีนะไมโครซอฟต์

Print Friendly

Microsoft Surface 3

ปีที่แล้ว Microsoft เปิดตัว Surface 3 Pro มา ถือว่าเป็น Hybrid tablet ที่รันระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 Pro ที่ถูกใจผมมาก ด้วยน้ำหนักไม่ถึง 1 กิโลกรัม และแม้ว่าจะบวก Type cover เข้าไปแล้ว ก็ยังเรียกว่าพกพาไปไหนมาไหนสะดวกมาก อารมณ์พกโน้ตบุ๊กไปทำงานแต่ให้ความรู้สึกแค่พกแท็บเล็ตบางๆ เบาๆ ตัวนึงเท่านั้นเอง แต่ปรากฏว่าไม่มี Surface 3 เปิดตัวตามมาติดๆ ซะงั้น ตอนนี้ก็รู้คำตอบแล้วล่ะว่าเพราะอะไร เพราะ Microsoft เพิ่งเปิดตัว Surface 3 ไปหมาดๆ เองครับ และงวดนี้ชัดเจนในทิศทางแล้ว นั่นคือ เลิกแล้วสำหรับซีพียู ARM และ Windows RT

ผมเคยเขียนเรื่อง สิ่งที่ Microsoft พลาดไปใน Surface RT ในสายตาของผม เมื่อเกือบสองปีมาแล้ว โดยหนึ่งในสิ่งที่ Microsoft พลาดไปก็คือ การมีระบบปฏิบัติการ RT ที่ทำตัวได้ไม่คุ้มค่าเท่าไหร่ในฐานะระบบปฏิบัติการ Windows เพราะมันไม่สามารถติดตั้งโปรแกรมที่ผู้คนคุ้ยเคย และใช้งาน บนระบบปฏิบัติการ Windows ทั่วๆ ไปได้ ในขณะเดียวกัน Windows App ที่ควรจะมีให้พร้อมรองรับการใช้งานในโหมดแท็บเล็ตก็มีน้อยและด้อยความสามารถเกินไป หนำซ้ำ ผู้ผลิตทั่วไปก็ทำแท็บเล็ตที่เป็น Intel Atom ซึ่งรันระบบปฏิบัติการ Windows เต็มๆ มาแข่งอีก … บัดนี้ Microsoft ได้เรียนรู้ในบทเรียนทั้งหลายแล้ว และประกอบกับความสำเร็จ (ผมถือว่าประสบความสำเร็จนะ) ของ Microsoft Surface 3 Pro แล้ว ก็เลยตัดสินใจ วางมือจาก ARM และ Windows RT ซะที

ตอนนี้ ผมถือว่า Microsoft มาถูกทางแล้วล่ะ

 

Microsoft Surface 3 … น้องเล็ก สเปกแบบพอเพียง

แน่นอนว่า Microsoft Surface 3 นี่ย่อมไม่ได้มาแบบสเปกจัดเต็มเหมือน Surface 3 Pro แน่ๆ ครับ เป้าหมายจะอยู่ที่ตลาดระดับล่างที่ต้องการ Hybrid tablet สนนราคาประมาณหมื่นปลายๆ จนถึงสองหมื่นต้นๆ โดยเจาะไปที่กลุ่มที่ไม่ต้องการประสิทธิภาพสูง แต่ต้องการความสามารถในการพกพาที่สูง ซึ่งเริ่มมีความต้องการมากขึ้น และเราจะเห็นได้จากแบรนด์อื่นๆ ที่ออกผลิตภัณฑ์ทำนองนี้มามากขึ้น (เช่น Lenovo Miix 3 จอ 10.1 นิ้ว เป็น Hybrid เหมือนกัน ราคา 13,900 บาท)

 

Surface 3 vs Surface 3 Pro

 เครดิตข้อมูล: WinSuperSite.com

 

เปรียบเทียบสเปกดูแล้ว จะเห็นได้ว่า Microsoft Surface 3 ไม่ได้รูปร่างหน้าตาแบบเดียวกับ Microsoft Surface 3 Pro แบบเป๊ะๆ นะครับ ขนาดหน้าจอมาแนว Hybrid tablet ราคาประหยัดมากกว่า ด้วยจอขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด Full HD เท่านั้น และซีพียูก็เป็น Intel Atom x7-Z8700 ตัวใหม่ของ Intel แทน มีกล้องหลังที่ความละเอียดสูงขึ้น แต่ลดความละเอียดกล้องหน้าลง และมีให้เลือกสองความจุ คือ 64GB กับ 128GB เท่านั้น รองรับการใช้งาน Surface Pen แต่ว่าจะไม่ได้แถมมาให้ ต้องซื้อเองครับ

 

Microsoft Surface 3 ไม่เน้นแรง แต่เน้นพกไปทำงานสะดวก

ผมขอย้ำอีกทีเป็นหัวข้อชัดเจนแล้วกัน กลุ่มผู้ใช้ Microsoft Surface 3 มีความชัดเจนว่าไม่เน้นความแรงของหน่วยประมวลผล แต่สามารถใช้ทำงานทั่วไป ท่องเว็บ เช็คอีเมล์ ทำงานเอกสาร ทำงานนำเสนอ PowerPoint ได้สะดวกๆ เพราะเจ้านี่ได้ข้อดีของ Microsoft Surface 3 Pro มาครบๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 ที่ลงโปรแกรมทั่วไปได้เหมือนเครื่องพีซีทั่วไป และพร้อมอัพเกรดเป็น Windows 10 ในอนาคตได้ (ซึ่งตรงนี้จะมาแก้ไขข้อผิดพลาดของ Microsoft ในเรื่องของ OS ที่ไม่รองรับการใช้งานในแบบจอสัมผัสซักเท่าไหร่ของ Windows 8.1) โดยจุดเด่นที่สำคัญสุดๆ เลยคือ น้ำหนักแค่ 622 กรัม หรือพูดง่ายๆ เมื่อรวมกับ Type cover แล้ว มันก็ยังไม่ถึง 1 กิโลกรัมเลย และยังรองรับทั้ง USB มี Bluetooth ใช้ WiFi ก็ได้ ต่อออกจอแสดงผลภายนอก หากอุปกรณ์เสริมไม่ยาก เพราะใช้พอร์ต Mini Display ที่หาซื้อตัว Dongle ได้สะดวก จะออกเป็น VGA หรือ HDMI ก็มีให้เลือก … และ Kickstand แบบใหม่ก็ทำให้การใช้งานในทุกท่วงท่าสะดวกสุดๆ ครับ

ตอนเป็น Surface RT และ Surface 2 นั้น Microsoft พยายามเจาะตลาดในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา เพราะในการใช้ทำงานทั่วๆ ไปนั้น มันก็เพียงพออยู่ แต่ด้วยความที่ Windows RT มันไม่สามารถติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมได้ ก็เลยทำให้ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่ Surface 3 งวดนี้หมดข้อจำกัดเรื่องเหล่านี้ไปแล้วครับ ฉะนั้นก็จะเป็นทางเลือกของนักเรียนนักศึกษาที่ดีตัวนึงล่ะ

 

ฟรี Microsoft Office 365 แค่ปีเดียว … แต่ก็ไม่น่าจะเป็นประเด็นมาก

ก่อนหน้านี้ใน Surface RT และ Surface 2 ผู้ใช้งานจะได้ Microsoft Office for Windows RT มาใช้แบบฟรีๆ ครับ ไม่จำกัดอายุ อันนี้เพราะว่า Windows RT มันไม่ได้หาโปรแกรมมาลงเองได้ และ Microsoft เองตอนนั้นก็ต้องหาอะไรมาเป็นจุดขาย (เพื่อให้ขายออก … แต่สุดท้ายก็ขายไม่ค่อยออก) แต่งวดนี้ปรับกลยุทธ์แล้ว ด้วยการแจกเป็น Microsoft Office 365 แบบใช้งานได้ 1 ปีแทน ซึ่งผมมองว่าเป็นทางเลือกที่ฉลาดทีเดียวสำหรับ Microsoft

ทำไมน่ะเหรอ?!?

มองในแง่การใช้งานคนเดียว Microsoft Office 365 นั้นค่าลิขสิทธิ์ในการใช้งานไม่ได้โหดมากไปนัก (แต่ก็หลายตังค์อยู่) แต่หากเลือกใช้แบบ 5 licenses ละก็ จะมีค่าใช้จ่ายตกแค่ปีละ 500 บาท หรือประมาณวันละบาทกว่า ซึ่งไม่ถือว่าโหดร้ายครับ … แถมยังใช้งานได้ฟรีอีกปีนึง และอาจจะยึดแนวทางนี้ไปตลอด นั่นหมายความว่า หากเรามอง Microsoft Surface เป็นพวกแท็บเล็ต ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ใช้งานส่วนหนึ่งจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนเครื่องทุกปี (เหมือนที่พวกเขาทำกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตทั่วไป) นั่นหมายความว่า มันก็มีค่าเท่ากับได้ Microsoft Office 365 ใช้ฟรีไปตลอดนั่นแหละ

 

อุปสรรคในการดึงดูดให้ผู้ใช้งานมาใช้ Microsoft Surface 3

แม้ผมมองว่า Microsoft Surface 3 จะดูโอเคมาก แต่ผมก็ยังมองเห็นอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ ที่ Microsoft ยังต้องเผชิญ แต่ผมก็มองว่าด้วยแผนการตลาดที่ดี ก็น่าจะทำให้ Microsoft ผ่านอุปสรรคเหล่านี้ไปได้ไม่ยากนะครับ

อุปสรรคที่ผมมองเห็นก็มี

  • การที่ต้องซื้อ Type cover แยกต่างหากอีก $129 หรือประมาณสี่พันกว่าบาท มันทำให้ราคาเครื่องที่เหมือนจะต่ำกว่า 2 หมื่น พุ่งทะยานไปสองหมื่นต้นๆ ได้เลยทีเดียว ซึ่ง Microsoft อาจจะมองว่า Surface 3 มันใช้งานได้โดยไม่ต้องมี Keyboard แล้ว แต่ขอบอกว่าคนส่วนใหญ่ถ้าจะซื้อ Surface 3 มาใช้ ก็จะเป็นเพราะใช้งานในฐานะโน้ตบุ๊กพกพาสะดวก ไม่ใช่แท็บเล็ตนะครับ ฉะนั้น Keyboard จึงไม่ใช่อุปกรณ์เสริม แต่เป็นองค์ประกอบหลักต่างหาก

 

Lenovo MiiX 3 Tablet

 

  • ตัวเลือกที่ “เพียงพอ” ต่อการใช้งาน ในราคาที่ “พอเพียง” กว่า Microsoft Surface 3 เช่น Lenovo MiiX 3 เป็นต้น ซึ่งแม้สเปกจะด้อยกว่า ดีไซน์ในการใช้งานในฐานะโน้ตบุ๊กจะยังสู้ Surface 3 ไม่ได้ แต่สนนราคาถูกกว่าหลายพันนี่ก็ทำเอาผู้ใช้งานเขวไปได้เช่นกัน
  • ผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อย ยังมองว่า Intel Atom ยังไม่แรงมาก อาจไม่ตอบโจทย์การใช้งานของพวกเขา … อารมณ์ผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยเน้น “ซื้อเผื่อ” และอาจจะมองไม่เห็นประโยชน์จริงจังของความสะดวกในการพกพา ทำให้สุดท้ายแล้วก็ยังหันไปมองพวกโน้ตบุ๊กตามแบบฉบับเดิมๆ

ผมมิบังอาจไปสอน Microsoft หรอกนะครับว่าควรจะเตรียมแผนการตลาดยังไง บริษัทใหญ่ยักษ์ระดับหมื่นล้านเหรียญแบบนี้ ทีมการตลาดระดับเทพมีไอเดียดีกว่าผมเยอะครับ ผมขออยู่ดูห่างๆ อย่างห่วงๆ ดีกว่าครับ และเมื่อมาถูกทาง(ซะที)แล้ว ก็หวังว่าคงจะไม่พลาดอะไรง่ายๆ จนแป้กเหมือนสมัย Surface RT กับ Surface 2 ล่ะ

 

แถมท้ายสำหรับคนที่อยากซื้อ

ทาง PR ของ Microsoft เขาบอกวันวางจำหน่ายชัดเจนแล้ว คือ 7 พฤษภาคม (ทำไมต้องรอนานจังวะ) โดยสามารถไปสั่งจองกันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ Banana IT, IT City และ PowerBuy สาขาใกล้บ้านท่านครับ … ส่วนข้อมูลภาษาไทย รอไปก่อน เพราะเขายังไม่ได้ทำ เปิดหน้าเว็บนี้ อ่านภาษาอังกฤษไปพลางๆ ก่อนแล้วกัน http://www.microsoft.com/surface/ (ซึ่งตรงนี้ผมว่าเป็นอีกจุดนึงที่ Microsoft ควรปรับปรุงนะครับ ผลิตภัณฑ์ใหม่เปิดตัวในต่างประเทศแล้ว และคิดว่าจะนำเข้ามาขายในไทย ควรเร่งทำเว็บไซต์ภาษาไทยมาให้ข้อมูลแต่เนิ่นๆ เพื่อผู้ใช้งานจะได้ศึกษาข้อมูล เพื่อเตรียมงบประมาณ และตัดสินใจซื้อได้สะดวกๆ)

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

3 Responses

  1. Sin says:

    ผมชอบที่มันมีปากกา(ถึงจะต้องซื้อแยกก็เถอะ)จะได้เอามาหัดวาดรูปให้สวยๆซักที

  2. เล็ก says:

    1.program excel นี่คือ สามารถคำนวนเหมือนบน pc เลย หรือเป็นแค่การดูเบื้องต้น
    2.ใช้ได้แค่1ปี แล้วปีต่อๆไปละครับ
    ขอคำตอบด่วนครับ กำลังตัดสินใจครับ

    • @kafaak says:

      ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่า อย่าขอว่าด่วนครับ … ผมมาเช็ค และมาตอบเป็นระยะๆ ไม่มีคำว่าด่วนนะครับ
      และขอตอบไว้ดังนี้
      1. ตัวโปรแกรมเป็นตัวเต็ม ใช้ได้เต็มที่ครับ
      2. ในกรณีที่เป็น Office 365 แบบสมัครรายปี เมื่อครบปีก็ต้องต่ออายุครับ (ไปซื้อรหัสมาต่อ ไม่ก็เลือกให้หักบัตรเครดิตอัตโนมัติเลย)

Leave a Reply

%d bloggers like this: