ห้างพันธุ์ทิพย์กำลังจะเป็นอดีต หากไม่รีบปรับปรุงในสองปี

Print Friendly

เราจะเห็นป้ายหาคนเช่าใหม่เยอะมากในพันธุ์ทิพย์พลาซ่าตอนนี้

 

ย้อนกลับไปซัก 20 ปีก่อน หากคุณต้องกาารซื้อสินค้าจำพวกไอที (ซึ่งยุคนั้นหนีไม่พ้นเครื่องคอมพิวเตอร์) คนกรุงเทพจะนึกถึงห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่าประตูน้ำ เพราะที่นี่คือศูนย์รวมทุกอย่างที่เกี่ยวกับวงการคอมพิวเตอร์จริงๆ คุณจะไฮโซซื้อคอมพิวเตอร์แบรนด์เนม หรืองบน้อยด้อยเบี้ยซื้อคอมพิวเตอร์ประกอบ ที่นี่มีหมด แถมยังมีพวกซอฟต์แวร์ทั้งถูกลิขสิทธิ์ (ส่วนน้อย) และละเมิดลิขสิทธิ์ (ส่วนมาก) ไหนจะหนัง ไหนจะเพลง ไหนจะเกมต่างๆ อีก มีให้เลือกมากมาย

ผมเองเมื่อซักสิบกว่าปีก่อนก็ไปเดินพันธุ์ทิพย์บ่อยมากๆ เพราะความที่บ้านอยู่ฝั่งธนฯ และเรียนอยู่เอแบค ผมกลับบ้านทางเรือตลอด และก็ต้องแวะมาเปลี่ยนเรือที่ประตูน้ำทุกที ก็ถือโอกาสแวะไปเดินก่อนกลับบ้านตลอดนั่นแหละ อยากได้แรมเพิ่มก็แวะมาซื้อที่นี่ ซีดีรอมตัวเก่าช้าไปแล้วและอยากได้แบบไรท์แผ่นได้ด้วยก็มาซื้อที่นี่ เรียกว่าในฐานะที่บ้าเล่นคอมฯ มาตั้งแต่วัยรุ่น (สมัยเด็กๆ ผมบ้าไม่ไหว คอมฯ ในยุคผมตอนเด็กๆ เป็น Apple II ซึ่งราคาแรงเกินไปสำหรับบ้านไอทีต๊อกต๋อยแบบผม) ที่นี่มันแดนศักดิ์สิทธิ์ชัดๆ

ยุคนั้นวันหยุดนี่แวะมาทีคนตรึม ไม่ต้องขับรถมานะครับ เพชรบุรีตัดใหม่รถโคตรติดอยู่แล้ว ห้างพันธุ์ทิพย์นี่คนเข้าเยอะมากจนที่จอดรถซึ่งก็มีอยู่น้อย เต็มเอี้ยด หาที่จอดลำบากมาก แค่หาที่จอดก็อาจจะสองชั่วโมง กว่าจะหาทางออกจากตึกได้อีกก็อาจมีอีกสองชั่วโมง ประมาณนั้นเลย (เวอร์ไปป่ะ) … ยุคที่ตลาดคอมพิวเตอร์บูมมากๆ ถึงขนาดมีการไปเปิดสาขาใหม่ และมีการไปเปิดพวก ตึกคอม อะไรพวกนี้ที่ชลบุรีอีก … เวลาพูดถึงคอมพิวเตอร์ ชื่อของ พันธุ์ทิพย์ ก็จะแว้บเข้ามาในหัวก่อนเลย

 

โดนทิ้งร้าง หรือ อยู่ระหว่างการปรับปรุง?

 

แต่มาบัดนี้ หากคุณเดินเข้าไปในห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่าประตูน้ำคุณจะเห็นว่าคนจะเนืองแน่นแค่ชั้นล่างที่ขายพวกของจุกจิก และชั้นสองที่ขายพวกสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต พวกที่ขายคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมฯ ต่างๆ บนชั้นสามและชั้นสี่ เงียบเหงามาก หลายๆ ร้านนี่ถ้าไม่ปิดแล้วย้ายไปอยู่มุมอื่น (ส่วนใหญ่จะย้ายมาอยู่ชั้นล่างๆ เพราะในที่สุดพื้นที่แถบนั้นก็ว่างแล้ว เพราะร้านเก่าปิดไปแล้ว) ก็ปิดหายไปเลย … ความคึกคักมันหายไปแล้ว ไม่เหลือเค้าเดิมเลย

ปัจจัยที่ทำให้ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่าประตูน้ำตกต่ำ ในมุมมองส่วนตัวของผมนั้น มาจากหลายๆ ปัจจัยรวมพลังกันถล่มแบบนี้ครับ

  • ห้างโคตรเก่า ไม่ได้ปรับปรุงมานานมาก … เดินเข้าไปรู้สึกได้ครับ บรรยากาศมันเก่ามาก ขาดการ Renovate มานานมาก มันทำให้ภาพลักษณ์ของความเป็นห้างไอทีจางหายไป
  • ช่วงนี้เป็นยุคตกต่ำของคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะ Desktop หรือ Noebook … ก็ตั้งกะมันมีสมาร์ทโฟนกับแท็บเล็ตมา ความต้องการของผู้ใช้งานก็เปลี่ยนไป เด็กๆ ที่เคยกระจองอแง ร้องไห้ให้พ่อแม่ซื้อคอมพิวเตอร์ให้ ก็เปลี่ยนมาเป็นอยากได้แท็บเล็ตงี้ สมาร์ทโฟนงี้ ซึ่งแม้ห้างพันธุ์ทิพย์จะพยายามปรับตัวมาให้มีขาย แต่ของพวกนี้มันก็เป็นอะไรที่สามารถหาซื้อได้ตามห้างทั่วไป รวมถึงบิ๊กซีและโลตัสแถวบ้าน … และที่สำคัญ เมื่อพูดถึงมือถือแล้ว MBK มีชื่อด้านนี้มากกว่าพันธุ์ทิพย์ครับ
  • พวก Distributor รายใหญ่ๆ เองก็หันมาเปิด Shop กันในห้างแถวบ้านคนแทน การแข่งขันมันสูงมาก จะรอให้ลูกค้าวิ่งมาหามันไม่ทันกินแล้ว ต้องเอาร้านวิ่งไปหาลูกค้าต่างหาก (จริงๆ มันถึงยุคที่จะต้องเป็น E-Commerce แล้ว ลูกค้าอยู่บ้าน กดสั่งซื้อได้เลย) นี่ก็ยิ่งทำให้ความจำเป็นต้องวิ่งมาพันธุ์ทิพย์พลาซ่าประตูน้ำลดน้อยลง
  • กระแสการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์แรงขึ้น … แน่นอน ปัจจุบันพวกซอฟต์แวร์เถื่อนก็ยังมีขายในพันธุ์ทิพย์อยู่ แต่จำนวนร้านก็ลดน้อยลง
  • แต่มันไม่ใช่เพราะกระแสปราบปรามอย่างเดียวหรอกนะ … ปัจจัยหลักที่ทำให้พวกซอฟต์แวร์เถื่อนมันลดน้อยลงก็เป็นเพราะ เทคโนโลยี Bittorrent นี่แหละ อยากได้ซอฟต์แวร์หรือหนังหรือเพลงหรืออะไรก็ตามแต่ สมัครเป็นสมาชิกเว็บบิต (หาให้เจอนะ) ก็ชิลแล้ว คนไม่ซื้อของแท้เพราะแพง แผ่นเถื่อนถูกกว่า แต่เน็ตบ้านเดี๋ยวนี้โหลดโปรแกรมอะไรก็แป๊บเดียว แถมไม่ต้องเสียตังค์เพิ่มอีก ถูกกว่าแผ่นเถื่อนอีก … จบข่าว … และการที่ปราศจากแผ่นเถื่อนนี่แหละ ผมก็เลยรู้สึกว่าพวกลูกค้าต่างประเทศที่เมื่อก่อนแวะมาที่นี่เพื่อซื้อแผ่นเถื่อนมันก็เลยลดน้อยลง (หรืออาจจะเพราะลูกค้ามันลดน้อยลงเพราะพวกเขาไปโหลดบิตก็เป็นได้)

และทั้งหมดทั้งสิ้นนี่แหละ ก็เลยทำให้ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่ามันมาถึงยุคตกต่ำแบบนี้ล่ะครับ … ร้านที่อยู่รอดได้ส่วนใหญ่เท่าที่ผมเห็น หากไม่ใช่เป็นพวกเจาะกลุ่ม Niche ที่มีลูกค้าประจำ เป็นร้านที่ขายพวกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แพงๆ สำหรับพวกฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ ก็จะเป็นพวกที่ขายฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง ที่หาซื้อที่อื่นไม่ได้ง่ายๆ คนก็ต้องยอมเดินทางไกลมาซื้อกันหน่อย ไม่งั้นก็จะเป็นพวกร้านขายอุปกรณ์เสริม (Accessories) กันไปเลยครับ

 

PowerBank ราคา 75 บาท กล้าซื้อมาใช้ไหมล่ะ

 

พวกร้านชั้นสองที่ขายพวกสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตก็พอไปรอดอยู่ครับ แต่อาจจะไม่โดดเด่นมาก เพราะอย่างที่บอก MBK มีชื่อทางนี้มากกว่า และในขณะเดียวกัน ของพวกนี้ก็เป็นอะไรที่หาได้ตามห้างแถวบ้านทั่วไปแล้ว … ลูกค้าที่เข้ามาที่นี่ส่วนใหญ่ก็เป็นคนในย่านนั้นมากกว่า

ผมมองว่า ในระยะเวลา 2 ปีนี้ หากพันธุ์ทิพย์พลาซ่าไม่ปรับปรุงอะไรเลย ห้างนี้ก็คงเป็นตำนานไปจริงๆ แน่ล่ะครับ แต่แม้ว่าจะมีการปรับปรุงใหม่หมดจด หากยังหาจุดเด่นเพื่อเรียกลูกค้าให้มาเดินเต็มที่ไม่ได้ (เพราะหากแค่ขายคอมฯ ขายมือถือ ห้างแถวบ้านมันก็มีกันหมดแล้ว) มันก็ยากที่จะพลิกฟื้นพันธุ์ทิพย์พลาซ่าขึ้นมาเช่นกัน

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

5 Responses

  1. ธี says:

    ก่อนจะเป็นห้าง IT ก็เคยซบเซามาก่อนครับ ผมเดินตั้งแต่ยังไม่ได้เป็น IT เคยไปทานอาหารจีนชั้นล่างใหญ่มาก ตอนมันบูม IT สุด ๆ ผมไปทุกครั้งที่ลงกรุงเทพ (ไปซื้อแผ่นผี) ห้างใหญ่ ๆ จะอยู่บน ๆ …..ชอบที่สุดคือร้านข้าวแกง….สรุปทุกอย่างมันไม่แน่นอน ถ้าผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ก็ควรวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงออก

  2. เมื่อวาน (๒ เม.ย.) ผมก็ไปมา ตกใจเหมือนกัน แทบจะไม่เหลือร้านเดิมที่คุ้นตาเลย

  3. ป้อม says:

    ผมเคยไปตั้งกระทู้ถามในเวบบอร์ดเลยเมื่อ กพ ปี 56 ตอนนั้น ผมก็ว่าแปลกๆแล้ว บรรยากาศมันวังเวงชอบกล พวกร้านหลายๆร้านเจ๊งไปจริงๆ เพราะกระแส PC มันตก ส่วนศูนย์บริการของตัวแทน ก็ทยอยปิดไป ยิ่งทำให้คนไม่จำเป็นต้องไปพันทิพย์อีก

  4. Kitti Au says:

    ผมเรียนอยู่กรุงเทพการบัญชี ตอนนั่น discovery กับ รถไฟฟ้ายังไม่มี ยังมาดูหนังที่พันธ์ทิพย์ ครั้งนึง ห้างฯ เน่ามาก (ตอนนั่นก็เน่าแล้ว แถมมีแต่ให้เช่าพระ กับเริ่มมีร้านขายคอมฯ)

Leave a Reply

%d bloggers like this: