พรีวิว Samsung Galaxy S6 และ S6 edge

Galaxy S6 สีขาวมุกและดำ

เมื่อคืน Samsung เขาเชิญไปสัมผัส Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge ของจริง ROM ไทย จริงๆ จังๆ (หลังจากคืนวันเปิดตัวผมไม่ได้แวะไป เลยอดสัมผัสตั้งกะคืนนั้น) ครั้งนี้ถือว่าเป็นกึ่งทางการครับ เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นว่าเหล่าบล็อกเกอร์พากันมาพร้อมหน้าตั้งกะงานยังไม่เริ่ม ทั้งๆ ที่ปกติแล้ว หลายคนติดงาน ก็จะมาสายบ้างอะไรบ้าง นี่ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าบล็อกเกอร์อยากสัมผัสเจ้านี่มากแค่ไหน (ส่วนผม เนื่องจากออฟฟิศใกล้มาก เลยไปถึงงานตั้งกะ 4 โมงเย็น ทั้งๆ ที่งานเริ่ม 6 โมงเย็น 555)

ออกตัวล้อฟรีก่อนเลยว่าบล็อกตอนนี้ยังไม่มีเรื่องราคา และไม่มีเรื่องวันวางจำหน่ายในประเทศไทย ผมพยายามตะล่อมถามแล้ว เขาปิดปากเงียบอ่ะ … บล็อกตอนนี้จะพูดถึงแค่ความรู้สึกในการได้สัมผัสตัวเครื่อง และได้ลองเล่นกล้องบ้างอะไรบ้างเท่านั้น แต่ยังไม่ได้ลงลึกไปถึงรายละเอียดนะ อันนั้นเอาไว้ได้เครื่องมารีวิวจริงจังค่อยว่ากัน

 

Galaxy S6 ด้านหน้า

Galaxy S6 ด้านหลัง Galaxy S6 ด้านขวา Galaxy S6 ด้านซ้าย

 

อย่างที่ได้ทราบกันว่าดีไซน์มีการปรับเปลี่ยนใหม่ชัดเจนมาก … ชัดเจนจริงๆ เริ่มจากวัสดุที่พรีเมี่ยมขึ้นมาก ไม่ใช่แค่เป็นอลูมิเนียมบอดี้ธรรมดา แต่เป็นอลูมินัมอัลลอยด์ครับ เป็น Al6013 ที่ใช้ในการประกอบเครื่องบิน ฉะนั้นย่อมน่าจะทนทานกว่าอลูมิเนียมปกติ … ผมย้ำตลอดว่าอลูมิเนียมแม้จะเป็นโลหะที่ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม แต่มันเป็นโลหะนิ่ม เป็นรอยแผลได้ง่ายหากมีการกระแทกกับของแข็งๆ … แต่ตรงนี้ Samsung ดูจะภูมิใจนำเสนอวัสดุที่ใช้ทำตัวเครื่อง Galaxy S6 และ S6 edge มากๆ

 

หน้าจอแสดงผล ดูสว่างไฮโซกว่าเดิมมาก เมื่อเทียบกับ Galaxy Note 4

 

ด้านหน้าและด้านหลัง เป็นกระจก Gorilla Glass 4 ครับ ว่ากันว่าแข็งแรงกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมกระจกกันรอยประมาณ 2 เท่าโดยเฉลี่ย และจากที่ผมลองเปรียบเทียบกับ Samsung Galaxy Note 4 ดู ผมพบว่า หน้าจอของ Samsung Galaxy S6/S6 edge ดูสว่างและสีแจ่มกว่าระดับนึงเลยทีเดียว

บางคนบอกว่า เห็นรูป Galaxy S6 แล้วนึกว่าเป็น iPhone 6 เพราะทรงคล้าย และการวางตำแหน่งลำโพงและพอร์ตก็คล้ายกัน ผมเองก็คิดแบบนั้นนะในตอนแรก แต่พอได้จับๆ ถือๆ แล้ว มันต่างกันอ่ะ ผมรู้สึกได้ว่าตำแหน่งปุ่มก็แตกต่างกันแล้ว Samsung Galaxy S6 นี่ตำแหน่งปุ่มดูเป็นไปตามหลักการยศาสตร์ ตำแหน่งปุ่ม Power อยู่ตรงนิ้วโป้งขวา ตำแหน่งปุ่ม Volume กดด้วยนิ้วชี้ขวาสะดวกดี (แต่คนถนัดซ้ายอาจมองคนละแบบกับผม) … และด้วยความที่เน้นบางเบาด้วย เลยเปลี่ยนแบตเตอรี่ไม่ได้แล้ว จะใส่ SIM card ก็ต้องหาอะไรมาจิ้ม และใส่ MicroSD card ไม่ได้ด้วย (ก็หวังว่า Samsung จะเอามาให้เลือกซื้อแบบหลากความจุ)

ลองดูวิดีโอพรีวิวแบบบ้านๆ ของผมแล้วกัน

 

 

ทีนี้มาดู Galaxy S6 edge บ้างครับ ดีไซน์ในภาพรวมจะคล้ายๆ กับ Galaxy S6 แต่ความแตกต่างเกิดขึ้นเมื่อหน้าจอมันมีขอบจอโค้ง 2 ด้านที่เรียกว่า edge Display ครับ แต่ขอบจอโค้งนี้มันแตกต่างจาก Galaxy Note edge อยู่นิดหน่อย เพราะดูเหมือนว่าจะไม่ได้ทำให้เป็นหน้าจอนำเสนอข้อมูลอีกส่วนเหมือน Galaxy Note edge นะ

 

Galaxy S6 edge ด้านหน้า

Galaxy S6 edge ด้านหลัง

Galaxy S6 edge ด้านบน

Galaxy S6 edge ด้านล่าง

Galaxy S6 edge ด้านซ้าย

Galaxy S6 edge ด้านขวา

 

edge Lighting Notification ของ Galaxy S6 edge

 

และเพราะความที่เป็นขอบจอโค้ง สล็อตใส่ SIM card ก็เลยโดนระเห็จไปอยู่ด้านบนแทนครับ แต่น่าดีใจที่ Samsung ยังดีไซน์ให้สามารถใส่ปุ่ม Power และปุ่ม Volume อยู่ที่เดิมได้ (สงสัยเรียนรู้จากความผิดพลาดสมัยเป็น Galaxy Note Edge)

ทั้งสองรุ่น ที่น่าประทับใจคือเรื่องกล้อง เพราะคุณภาพดีกว่าเดิมมากครับ แถมฟีเจอร์ Quick Launch นี่ก็เรียกกล้องมาใช้ได้สะดวกรวดเร็วมากจริงๆ แต่รายละเอียด ขอไว้รีวิวกันแบบเต็มๆ ในคราวหน้าดีกว่านะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: