รีวิว OPPO Mirror 3 มือถือ 4G สองซิม ราคาสุดประหยัด

OPPO Mirror 3

ปีนี้เราได้เห็นทิศทางของสมาร์ทโฟนปีนี้กันบ้างแล้ว สมาร์ทโฟนปีนี้จะเน้นทั้งด้านดีไซน์และสเปกพร้อมๆ กันเลย เพราะมันเริ่มขยับจากของใช้มาเป็นของประดับแล้ว แม้แต่สมาร์ทโฟนในกลุ่มราคาประหยัดก็ไม่เว้นครับ เราจะได้เห็นสเปกแรง เน้นสวย กันออกมาเรื่อยๆ อย่างในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาอย่างแบรนด์ OPPO นี้ก็มีการปรับปรุงอะไรหลายๆ อย่างที่น่าสนใจมาก และล่าสุดผมก็ได้ OPPO Mirror 3 มาลองใช้งาน เลยขอรีวิวให้ได้อ่านกันนะครับ

 

รูปร่างหน้าตาของ OPPO Mirror 3

ดีไซน์ของ OPPO Mirror 3 นี่ จะมาสไตล์ OPPO อย่างนึงคือ ตัวเครื่องจะดูเหลี่ยมๆ แต่ขอบมนนิดหน่อย … แบบนิดหน่อยจริงๆ ครับ ขนาดดูกะทัดรัดมือมากทีเดียว แม้ว่าจะขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้ว ก็ตาม อันนี้คงเพราะว่าสมาร์ทโฟนสมัยใหม่

 

OPPO Mirror 3 ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ OPPO Mirror 3 เป็นหน้าจอ IPS LCD ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1280×720 พิกเซล (312ppi) พร้อมกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และปุ่มกดตามมาตรฐาน Android เดิมคือ Menu, Home และ Back กับเซ็นเซอร์ต่างๆ

 

OPPO Mirror 3 ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ OPPO Mirror 3 มีกล้องดิจิตอล 8 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash และลำโพงของตัวเครื่อง

 

OPPO Mirror 3 ด้านบน

 

ด้านบนของ OPPO Mirror 3 นั้นเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. รูไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียงเวลาถ่ายวิดีโอ และพอร์ตอินฟราเรด ฟีเจอร์ที่ปกติสมาร์ทโฟนราคาประหยัดไม่ค่อยมีกัน

 

OPPO Mirror 3 ด้านล่าง

 

ด้านล่างของ OPPO Mirror 3 นั้นเป็นพอร์ต Micro USB 2.0 และรูไมโครโฟนสำหรับสนทนาและบันทึกเสียงเวลาถ่ายวิดีโอ

 

OPPO Mirror 3 ด้านซ้าย

 

ด้านซ้ายของ OPPO Mirror ไม่มีอะไร แต่ด้านขวามีปุ่ม Power และปุ่ม Volume ครับ

 

OPPO Mirror 3 ด้านใน

 

ด้านในของตัวเครื่องจะเห็นว่ามันใส่ SIM card ได้ 2 ซิม เป็น Micro SIM ทั้งคู่ และใส่ MicroSD card ได้ด้วย

ลองถือในมือแล้ว ผมว่า OPPO Mirror 3 นี่ดีไซน์สวยดีทีเดียวนะครับ ขนาดกะทันรัด เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบหน้าจอใหญ่ขนาด 5 นิ้วขึ้นไป แต่ก็ไม่อยากให้หน้าจอเล็กจนเกินเหตุ … จุดเดียวที่ผมไม่ค่อยชอบเกี่ยวกับดีไซน์ก็คือ ฝาหลังที่เคลือบซะมันเงา เพราะมันจะเป็นรอยขนแมวหรือรอยถลอกได้ง่ายอ่ะ

 

สเปกและประสิทธิภาพของ OPPO Mirror 3

สนนราคาค่าตัว 7,990 บาท แบรนด์ OPPO ให้อะไรกับเราได้บ้างนะ … เมื่อผมพิจารณาจากสเปกแล้ว ผมพบว่าแม้หลังๆ เราจะเห็นว่า OPPO จะเริ่มออกรุ่นที่เน้นดีไซน์ วัสดุพรีเมี่ยม ราคาหลักไฮเอนด์ แต่ก็ยังไม่ทิ้งสมาร์ทโฟนราคาประหยัดไปนะครับ

  • CPU: Qualcomm MSM8916 Snapdragon 410 Quad-core 1.2GHz
  • GPU: Adreno 306
  • Display: HD IPS LCD 4.7″ 1280 x 720 พิกเซล (312ppi)
  • RAM: 1GB
  • Internal storage: 8GB
  • External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 128GB
  • Operating System: ColorOS 2.0.1 (Android 4.4 KitKat)
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: MicroSIM x 2
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/1900/2100MHz
    • 4G: FDD-LTE Band 1, 3, 7 (2100MHz, 1800MHz และ 2600MHz)
    • WiFi: 802.11b/g/n
    • Bluetooth: 4.0
    • Infrared port: มี
    • NFC: ไม่มี
  • Camera:
    • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
  • Battery: 2,000mAh
  • Dimensions: 137.6 มม. x 68.8 มม. x 8.95 มม.
  • Weight:  126 กรัม
  • Others: พอร์ตอินฟราเรดเพื่อใช้เป็นรีโมท, ระบบชาร์จแบตเตอรี่เร็ว VOOC
  • Price: 7,990 บาท

โดยสเปกของหน่วยประมวลผล แม้จะใช้ชิปล่าสุดของ Qualcomm แต่ว่าก็ไม่ใช้ชิปรุ่นที่ประสิทธิภาพสูงมาก (แม้จะเป็น Quad-core) แต่ที่เป็นจุดเด่นของ OPPO Mirror 3 นี่คือการรองรับเครือข่าย 4G การมีกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล การรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC แถมยังมีพอร์ตอินฟราเรดอีก ซึ่งปกติสมาร์ทโฟนราคาประหยัดจะไม่ค่อยใส่ฟีเจอร์นี้เข้าไปกัน

สำหรับเรื่องประสิทธิภาพนั้น ผมเลือกใช้โปรแกรม Benchmark ต่างๆ มาวัดดังนี้

  • AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป (เช่น การตกแต่งภาพ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป การเข้ารหัสข้อมูล และความลื่นไหลของพวกอนิเมชั่นต่างๆ ของ User Interface)
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • PCMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในการใช้งานโดยทั่วๆ ไป (เช่น การท่องเว็บ การค้นหาข้อมูล การเล่นไฟล์วิดีโอ การตกแต่งภาพ)
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลที่ได้ก็ตามตารางด้านล่างเลยครับ

 

Benchmarks Scores
AnTuTu Mobile Benchmark Overall: 19988
UX: Multitask 3310, Runtime: 1348
CPU (Multi-thread): CPU integer 1825, CPU float-point 1933
CPU (Single-thread): CPU Integer 1248, CPU float-point 1200
RAM: RAM Operation 1544, RAM Speed 1490
GPU: 2D graphics 1146
GPU: 3D graphics [1280×720] 3280
IO: Storage I/O 1044, Database I/O 620
MobileXPRT 2013 Performance Test: 121
User Experience Tests: 94
3DMark Ice Storm: 5243
Ice Storm Extreme: 2633
Ice Storm Ultimate: 4339
PCMark for Android Work performance: 2990
Web browsing: 2699
Video playback: 3718
Writing: 3368
Photo editing: 2365
Vellamo Mobile Web Benchmark HTML: Browser 1666 Google Chrome 1615
Multicore: 1078
Metal: 700
Geekbench 3 Overall: Single-Core Score 482, Multi-Core Score 1427
Integer: Single-Core Score 562, Multi-Core Score 1931
Floating Point: Single-Core Score 389, Multi-Core Score 1334
Memory: Single-Core Score 508, Multi-Core Score 606

 

ลองเทียบคะแนนกับสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิปเซ็ตเดียวกัน ก็ต้องบอกว่าคะแนนที่ได้ในภาพรวม ออกมาค่อนข้างใกล้กันครับ คะแนนชี้ให้เห็นว่าประสิทธิภาพไม่ได้สูงอะไรมากนัก ฉะนั้นก็คงเป็นอย่างที่บอกอ่ะครับ จุดเด่นจริงๆ ก็จะอยู่ที่ฟีเจอร์ครบเครื่องมากกว่า

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน OPPO Mirror 3

ColorOS เป็นหนึ่งใน User Interface ของสมาร์ทโฟนที่ผมชอบ เพราะเลิกแยก Home screen กับ App tray ออกจากกัน ลดความยุ่งยากในการใช้งานระบบปฏิบัติการ Android ลง ที่เหลือก็แค่อย่าเผลอไปวางไอคอน App กับ Widget ปนกันจนมั่วก็พอแล้ว (ส่วนที่ผมชอบแบบนี้ก็เพราะ ผมเป็นคนไม่ลง Widget อะไรมาก นั่นแหละ)

 

Home screen ของ OPPO Mirror 3Notifications & QuickSettings ของ OPPO Mirror 3

 

หน้าจอ HD IPS LCD แม้จะความละเอียดแค่ 1280×720 พิกเซล แต่เมื่อเป็นหน้าจอขนาด 4.7 นิ้วแล้ว แม้ความละเอียดจะไม่สูงมากก็ยังคงให้ภาพคมชัด ดูได้จากความหนาแน่นของพิกเซลที่ระดับ 312ppi ก็เฉียดๆ ระดับ Retina display (ตามที่ Apple เขาว่าไว้) แล้วล่ะ

การที่มีแค่ Home screen และ Notifications & QuickSettings เท่านั้น ไม่มี App tray ก็เลยทำให้สามารถใช้งานได้ค่อนข้างคล่องตัวทีเดียว

 

Settings ของ OPPO Mirror 3Security Center บน OPPO Mirror 3

 

OPPO ค่อนข้างจะจัดวางอะไรหลายๆ อย่างไว้เป็นระเบียบ (นั่นเลยทำให้ผมชอบ ColorOS และพูดได้เต็มปากในฐานะคนที่มี OPPO Find 7 ใช้เองอยู่เครื่องนึง) OPPO เป็นแบรนด์ที่ไม่เน้นการใส่ Bundled app (หมายถึง App ที่แถมมาให้กับตัวเครื่อง) มากจนเกินความจำเป็น แต่จะมีแค่บริการคลาวด์ของตัวเองอย่าง NearMe Cloud, App Center ไว้แนะนำพวก App ที่มองว่าน่าสนใจ และสุดท้ายก็ Security Center

น่าเสียดายผมมองว่าแม้ NearMe Cloud กับ App Center อาจจะเป็นอะไรที่ผู้ใช้งานชาวจีนได้ประโยชน์ แต่กับผู้ใช้งานชาวไทยอย่างเราๆ ท่านๆ แล้ว ไม่ค่อยได้ประโยชน์ซักเท่าไหร่ … หากเรามี Dropbox หรือ Google Drive อยู่แล้ว NearMe Cloud ก็เลยไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อะไร ส่วน App Center นั้น ทั้ง User Interface และตัวเลือกของ App ยังต้องปรับปรุงอีกเยอะ

ที่เป็นประโยชน์ก็จะเป็น Security Center ครับ ที่จะมีฟีเจอร์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้งานอย่างการเคลียร์หน่วยความจำ, การล็อก App ไม่ให้ผู้ใช้งานคนอื่นเปิดใช้, การจัดการ Permission ของ App ไม่ให้เข้าถึงข้อมูลหรือเรียกใช้ฟังก์ชั่นบางอย่าง, การติดตามและควบคุมการใช้ปริมาณอินเทอร์เน็ตบนมือถือ ฯลฯ … แต่ดูจากสิ่งที่ทำได้แล้ว ผมว่าชื่อ Security Center หรือ ศูนย์รักษาความปลอดภัย มันไม่ใช่ชื่อที่สื่อถึงสิ่งที่มันทำได้ซักเท่าไหร่ … เป็นผม ผมจะเรียกว่า กล่องเครื่องมือ (Utilities Box) ซะมากกว่า (ฮา)

เนื้อที่เก็บข้อมูลให้มาแค่ 8GB แต่พอจะใช้จริงมันก็เหลือไม่ถึงหรอกครับ เท่าที่ผมดูน่าจะเหลือราวๆ 4GB เท่านั้นแหละ (ที่หายไปคือส่วนที่เอาไปใช้เก็บตัวระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ที่มากับเครื่อง) … มันก็มากเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป จะลง App จำพวก Social media ยอดฮิตต่างๆ ได้ครบ ใช้ถ่ายรูปถ่ายวิดีโอก็เพียงพอ จะโหลดเกมมาเล่นได้อยู่

 

การใช้งาน OPPO Mirror 3 ในการรับชมมัลติมีเดียและเล่นเกม

สำหรับการรับชมไฟล์วิดีโอนั้น OPPO Mirror 3 สามารถเล่นวิดีโอ 1080p ได้สบายๆ ไม่มีกระตุกเลย และหน้าจอแสดงผล HD 720p แม้จะไม่ได้แสดงศักยภาพของวิดีโอ 1080p ได้เต็มที่ แต่ความคมชัดของหน้าจอก็ถือว่าโอเคทีเดียว หน้าจอแสดงผล IPS LCD ก็ให้มุมมองของภาพและสีสันที่ดี

 

วิดีโอ 1080p บน OPPO Mirror 3

 

ในด้านคุณภาพเสียง ลำโพงให้เสียงที่ใส โปร่ง ฟังดูมีน้ำหนัก เนื้อเสียงไม่หนามากแต่กระชับ แม้ขนาดพื้นที่เสียงจะเล็กไปสักหน่อยแต่ก็แสดงรายละเอียดออกมาได้ครบ ชัดเจนดีไม่เบียดกัน ภาพรวมฟังดีมีความสมดุลไม่มีอาการแหลมเกินไป แข็ง จม หรือเบลอ การออกแบบตำแหน่งของลำโพงก็ทำได้ดีให้ลักษณะเสียงที่ค่อนข้างคงเดิมแม้จะวางเครื่องหงาย (ลำโพงชนพื้นผิว)

ทดสอบฟังด้วยหูฟัง Apple EarPods พบว่า 3006 ให้เสียงสูงไม่โปร่งหรือใสมากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะขับออกมาให้ฟังเพราะดีอยู่ ไม่ถึงกับกุดหรือทึบไป ช่วงเสียงกลางออกกระด้างและแห้งไปเสียหน่อย เสียงต่ำมีขนาดไม่ใหญ่นัก มีมิติที่ดี พอให้รู้สึกอิ่มเล็กๆ แต่หากเร่งระดับเสียงขึ้นเสียงโดยรวมจะทับกันเล็กน้อย ทำให้รู้สึกเบลอ แข็ง และเสียงต่ำหลวมมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้มิติเสียงลดลงไปด้วย

เสียดายที่มีเนื้อที่เก็บข้อมูลมาให้น้อย หากจะใส่พวกไฟล์มัลติมีเดีย ควรจะหา MicroSD card มาใส่นะครับ หรือไม่งั้นก็ต้องหาสาย USB OTG (On-the-Go) มา เพื่อจะได้เสียบ Flash drive ได้เลย

 

เกม Modern Combat 5: Blackout บน OPPO Mirror 3

 

ลองเอามาเล่นเกม Modern Combat 5: BlackOut ดู ในแง่ของกราฟิกและความลื่นไหลในการเล่นเกม ถือว่าใช้ได้ คุณภาพกราฟิกแม้พวกเอฟเฟ็กต์กับรายละเอียดจะหายๆ ไปบ้าง แต่ภาพเกมก็ยังออกมาสวยดี … ที่ผมต้องขอตั้งข้อสังเกตก็คือการสัมผัสหน้าจอมันไม่ได้ละเอียดมากนัก การเลื่อนเป้าของปืนในเกม พอจะพยายามเลื่อนเล็กน้อย มันก็ต้องค่อยๆ เลื่อนนิ้วไปนิดหน่อยใช่ป่ะ นั่นแหละ เป้าไม่ค่อยเลื่อนตามนิ้วเท่าไหร่ ต้องเลื่อนนิ้วเยอะๆ เป้าถึงจะเลื่อน แต่นั่นก็ทำให้เล็งแบบละเอียดมากไม่ค่อยได้

 

การถ่ายรูปและวิดีโอด้วย OPPO Mirror 3

กล้องดิจิตอลของ OPPO Mirror 3 ได้ซอฟต์แวร์กล้องแบบใหม่แล้ว มี User Interface ที่ใช้งานง่ายขึ้น มีโหมดการถ่ายรูปแบบต่างๆ ให้เลือกใช้ ทั้ง HDR, Beauty mode, โหมดถ่ายภาพกลางคืน แม้แต่โหมดชัตเตอร์ความเร็วต่ำ

 

User Interface กล้องของ OPPO Mirror 3

 

แต่ซอฟต์แวร์กล้องของ OPPO Mirror 3 นั้นมีจุดบกพร่องนึง (ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข) คือ ตัว Settings ของกล้อง ที่เมื่อผู้ใช้งานใช้ถ่ายในแนวนอนแล้ว Settings มันยังแสดงผลแบบแนวตั้งอยู่เลย

กล้องหลังและกล้องหน้าของ OPPO Mirror 3 ผมว่าคุณภาพที่ได้ใช้ได้ทีเดียวเลยล่ะครับ แต่ด้วยความที่เป็นสมาร์ทโฟนสนนราคาประหยัด ก็เลยทำให้ความเร็วในการโฟกัสภาพเลยไม่เร็วเท่าไหร่ แต่ชัตเตอร์ก็ไม่ได้ช้าอะไรมากนะครับ

 

ภาพโดย OPPO Mirror 3

ภาพโดย OPPO Mirror 3

ภาพโดย OPPO Mirror 3

ภาพโดย OPPO Mirror 3

ภาพโดย OPPO Mirror 3

 

ค่อนข้างประทับใจกับกล้องของ OPPO Mirror 3 มาก แม้จะเป็นรุ่นราคาประหยัด แต่ให้คุณภาพของวิดีโอที่ค่อนข้างโอเคทีเดียวล่ะ และด้วยซอฟต์แวร์กล้องของ OPPO ที่ให้เราปรับทั้งโฟกัสอัตโมัติ (AF) และการชดเชยแสงอัตโนมัติ (AE) ได้ด้วยการแตะที่หน้าจอ แถมยังสามารถล็อก AF/AE ได้อีก ทำให้พร้อมสำหรับการถ่ายรูปและวิดีโอในแทบทุกสถานการณ์

 

บทสรุปการรีวิว OPPO Mirror 3

ไม่ใช่สมาร์ทโฟนที่สเปกแรง แต่ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่คุ้มค่าต่อการหาซื้อมาใช้งาน ได้สมาร์ทโฟนที่พร้อมจะเล่นเน็ต 4G แรงๆ ได้ และมีกล้องดิจิตอลคุณภาพดี ใครงบประมาณน้อย แต่เน้นที่เน็ตเร็ว ถ่ายรูปสวยๆ ผมว่า OPPO Mirror 3 นี่น่าจะตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: