รีวิว Samsung Galaxy Note Edge ฝาแฝดจอโค้งของ Note 4

Samsung Galaxy Note Edge

ตอนที่ Samsung เขาเปิดตัว Galaxy Note รุ่นใหม่เมื่อปีที่แล้ว เขาเปิดตัวสองรุ่นครับ คือ Note 4 กับ Note Edge เพียงแต่ Note Edge เพิ่งจะได้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้เอง และในที่สุดผมก็ได้มันมาลองเล่นอยู่ในมือแล้ว มาดูกันดีกว่าว่าเจ้านี่มีดีอะไรบ้าง ขอบจอโค้งจะเป็นแค่เอกลักษณ์ที่เอาไว้ทำให้ว้าวเฉยๆ หรือเปล่า แล้วเทียบกับ Galaxy Note 4 แล้ว แตกต่างกันตรงไหน

 

รูปร่างหน้าตาของ Samsung Galaxy Note Edge

ในภาพรวมแล้ว ดีไซน์ของ Samsung Galaxy Note Edge ก็จะคล้ายๆ กับ Samsung Galaxy Note 4 ครับ ความแตกต่างที่ชัดเจนก็จะเป็นเรื่องหน้าจอแสดงผลที่เพิ่มขอบจอโค้งเข้ามา ทำให้อะไรบางอย่างเปลี่ยนไปเล็กน้อยครับ

 

Samsung Galaxy Note Edge ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ Samsung Galaxy Note Edge เป็นหน้าจอ QHD Super AMOLED 5.6″ ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล (524ppi) โดดเด่นด้วยขอบจอโค้งด้านนึง มีปุ่ม Home ที่เป็นเครื่องสแกนลายนิ้วมือด้วยในตัว และมีปุ่มสองปุ่มคือ Recent apps กับ Back ตามสไตล์สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android รุ่นใหม่ๆ นอกจากนี้ก็มีลำโพงโทรศัพท์ มี Proximity sensor และ Ambient light sensor และกล้องด้านหน้าความละเอียด 3.7 ล้านพิกเซล f/1.9 เลนส์มุมกว้าง เหมือนกับ Galaxy Note 4

 

Samsung Galaxy Note Edge ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ Samsung Galaxy Note Edge ก็จะคล้ายๆ กับ Galaxy Note 4 ดีไซน์แบบ Faux leather ทำลวดลายและผิวสัมผัสคล้ายแผ่นหนัง … จริงๆ ต้องเรียกว่าเหมือนกันเลยดีกว่าครับ มีกล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซลพร้อม Flash และก็มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ เซ็นเซอร์วัดความเข้มของ UV และก็ลำโพงด้านหลัง

 

Samsung Galaxy Note Edge ด้านบน

 

ด้านบนของ Samsung Galaxy Note Edge นั้นมีความแตกต่างให้เห็นแล้ว เพราะขอบจอด้านนึงเป็นแบบโค้ง ปุ่ม Power ก็เลยต้องย้ายขึ้นมาด้านบน และแม้ว่าจะมีพอร์ตอินฟราเรดเหมือนเดิม แต่ตำแหน่งก็ย้ายมาอยู่ใกล้ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. แทน แต่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และรูไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียงวิดีโอยังอยู่ที่เดิม … และถ้าสังเกตดีๆ ร่องเล็กๆ สำหรับแกะฝาหลังก็มาย้ายจากด้านข้างมาด้านบนนี่

 

Samsung Galaxy Note Edge ด้านล่าง

 

ด้านล่างของ Samsung Galaxy Note Edge อันนี้เหมือน Galaxy Note 4 เลย มีช่องใส่ S Pen มีพอร์ต Micro USB 2.0 และรูไมโครโฟน 2 จุด ใช้สำหรับสนทนาโทรศัพท์ บันทึกเสียงเวลาถ่ายวิดีโอ หรือแม้แต่ตอนอยู่ในโหมดอัดเสียง

 

Samsung Galaxy Note Edge ด้านซ้าย

 

ด้านซ้ายของ Samsung Galaxy Note Edge ยังเหมือน Galaxy Note 4 คือมีปุ่ม Volume อย่างเดียว

 

Samsung Galaxy Note Edge ด้านขวา

 

ด้านขวาของ Samsung Galaxy Note Edge นั้นคือความแตกต่างจริงๆ ด้วยขอบจอโค้ง ซึ่งส่งผลให้ตัวเครื่อง Galaxy Note Edge ดูอวบอ้วนกว่า Galaxy Note 4 นิดหน่อย และเป็นที่มาว่าทำไมขนาดหน้าจอเล็กลงนิดหน่อย (เหลือ 5.6 นิ้ว) แต่มีความละเอียดในการแสดงผลมากขึ้น (กลายเป็น 2560 x 1600 พิกเซล)

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy Note Edge

ตัว Samsung Galaxy Note Edge นั้นแตกต่างไปจาก Galaxy Note 4 ในแง่ของสเปกด้านในครับ เพราะไม่ได้ใช้ชิป Exynos ของ Samsung เอง แต่ไปใช้ Snapdragon 805 Quad-core ครับ  แต่ในแง่สเปกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นความจุ หรือ เรื่องของกล้อง ไม่แตกต่างกัน

  • CPU: Qualcomm Snapdragon 805 Quad-core 2.7GHz Krait 450
  • GPU: Adreno 420
  • Display: QHD Super AMOLED 5.6″ 2560 x 1600 (1440 + 160) พิกเซล (524ppi)
  • RAM: 3GB
  • Internal storage: 32GB
  • External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 128GB
  • Operating System: Android 4.4.4 KitKat
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: Micro SIM
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/1900/2100MHz
    • 4G: 800/850/900/1800/1900/2100/2600MHz
    • WiFi: 802.11a/b/g/n/ac Dual-band
    • Bluetooth: 4.0
    • Infrared port: มี
    • NFC: มี
  • Camera:
    • กล้องหน้า 3.7 ล้านพิกเซล f/1.9 เลนส์กว้าง 90 องศา
    • กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
  • Battery: 3,000mAh
  • Dimensions: 151.3 มม. x 82.4 มม. x 8.3 มม.
  • Weight:  174 กรัม
  • Others: เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ, เซ็นเซอร์วัดความเข้มของ UV, ตัวสแกนลายนิ้วมือ, ขอบจอโค้ง, ไมโครโฟนสามจุดสำหรับบันทึกเสียง
  • Price: 28,900 บาท

ค่อนข้างชัดเจนเลยว่า สนนราคาค่าตัวที่พุ่งมาอยู่ที่ระดับ 28,900 บาทนี่คือ “ค่าเทคโนโลยี” หน้าจอแสดงผลแบบ YOUM ของ Samsung ที่ทำให้สามารถดัดหน้าจอเป็นแบบโค้งได้นั่นแหละครับ

สำหรับเรื่องประสิทธิภาพนั้น ผมเลือกใช้โปรแกรม Benchmark ต่างๆ มาวัดดังนี้

  • AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป (เช่น การตกแต่งภาพ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป การเข้ารหัสข้อมูล และความลื่นไหลของพวกอนิเมชั่นต่างๆ ของ User Interface)
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • PCMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในการใช้งานโดยทั่วๆ ไป (เช่น การท่องเว็บ การค้นหาข้อมูล การเล่นไฟล์วิดีโอ การตกแต่งภาพ)
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลที่ได้ก็ตามตารางด้านล่างเลยครับ

 

Benchmarks Scores
AnTuTu Mobile Benchmark Overall: 48149
UX: Multitask 7508, Runtime: 2326
CPU (Multi-thread): CPU integer 3467, CPU float-point 3573
CPU (Single-thread): CPU Integer 2980, CPU float-point 2720
RAM: RAM Operation 1865, RAM Speed 2607
GPU: 2D graphics 1648
GPU: 3D graphics [2560×1532] 16241
IO: Storage I/O 2559, Database I/O 655
MobileXPRT 2013 Performance Test: 215
User Experience Tests: N/A
3DMark Ice Storm: Maxed Out!
Ice Storm Extreme: Maxed Out!
Ice Storm Ultimate: 19471
PCMark for Android Work performance: 3977
Web browsing: 4409
Video playback: 4366
Writing: 3554
Photo editing: 3656
Vellamo Mobile Web Benchmark HTML: Browser 3415 Google Chrome 2927
Multicore: 1923
Metal: 1767
Geekbench 3 Overall: Single-Core Score 627, Multi-Core Score 1814
Integer: Single-Core Score 514, Multi-Core Score 1818
Floating Point: Single-Core Score 491, Multi-Core Score 1890
Memory: Single-Core Score 1125, Multi-Core Score 1658

 

จะว่าไงดีล่ะ คะแนนที่ได้ก็ต้องเรียกว่าเป็นไปตามคาดล่ะสำหรับสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ซะขนาดนี้ คะแนนไม่น่าจะแพ้ให้กับสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android รายใดในท้องตลอดตอนนี้เลยล่ะครับ อย่างน้อยก็จนกว่าพวกไฮเอนด์ของปี 2015 จะออกมาวางจำหน่ายกันนั่นแหละ

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน Samsung Galaxy Note Edge

ดูจากสเปกส่วนใหญ่แล้ว ผมมองว่าประสบการณ์ในการใช้งาน Galaxy Note Edge นั้นไม่น่าจะแตกต่างจาก Galaxy Note 4 มาก … แต่ในฐานะที่เป็นคนใช้ Galaxy Note 4 ที่ผมอยากรู้ที่สุดก็คือ ความแตกต่างของประสบการณ์ในการใช้งานเมื่อเทียบกับ Galaxy Note 4 (และรวมถึงพวกสมาร์ทโฟนที่ไม่ใช่หน้าจอโค้ง) นี่แหละ

 

Samsung Galaxy Note 4 (ซ้าย) กับ Galaxy Note Edge (ขวา)

 

อันดับแรกเลย หน้าจอที่โค้ง แม้จะไม่ทำให้รู้สึกว่าจับแล้วไม่กระชับแต่อย่างใด แต่หน้าจอขอบโค้งด้านนึงก็ทำให้รู้สึกว่าจับแล้วมันคมๆ นิดนึง … ความแตกต่างอยู่ตรงนี้ … สำหรับคนถนัดขวา จะไม่รู้สึกแปลกอะไรมากนัก แต่สำหรับคนถนัดซ้ายจะรู้สึกถึง “ความคม” นี้มากกว่า

 

Samsung Galaxy Note Edge ในมือ

 

หากไม่นับ edge display แล้ว User Interface ของ Galaxy Note Edge ส่วนใหญ่ก็จะเหมือนกับ Galaxy Note 4 ครับ และตามสไตล์ใหม่ของ Samsung เราจะสังเกตได้เลยว่าไม่ค่อยมี App อะไรยัดเยียดมาให้แล้ว อยากได้อะไรเพิ่มเติมไปหาเอาใน Google Play และก็ไม่ควรลืม Samsung Apps เพราะจะมีพวก App ฟรี หรือ App ลดราคาให้เลือก เป็นสิทธิพิเศษของลูกค้า Samsung เขา

 

Homescreen ของ Samsung Galaxy Note EdgeApp tray ของ Samsung Galaxy Note EdgeNotifications & QuickSettings ของ Samsung Galaxy Note Edge

 

ที่เพิ่มเข้ามาก็ edge display นี่แหละครับ เป็นหน้าจอความกว้างไม่มาก ดูฟังก์ชั่นการทำงานแล้ว น่าจะมาในสามเป้าหมายหลักๆ คือ

  • เป็นหน้าจอแสดงการแจ้งเตือนต่างๆ แบบมีพื้นที่เป็นของตัวเองเลย แบบนี้จะได้ไม่ไปรบกวนหน้าจอหลัก (หลายๆ คนคงรู้สึกรำคาญ เวลาทำโน่นทำนี่อยู่ แล้วข้อความแจ้งเตือนมันเด้ง)
  • เป็นหน้าจอแสดงผล สำหรับแสดงข้อมูลแบบง่ายๆ เช่น ข้อมูลหุ้น, ข้อมูลฟีดข่าว อะไรพวกนี้
  • เป็นหน้าจอแสดงพวก Shortcut ต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ได้สะดวก

นอกจากนี้ก็จะเห้นว่า Samsung มีความพยายามลองไอเดียแปลกๆ อย่างการใส่ฟังก์ชั่นไม้บรรทัดเข้ามาใน edge display ด้วย เป็นอะไรที่หลายๆ คนอาจจะรู้สึกว่า มีไปเพื่ออะไร (เพราะคงไม่มีใครเอา Galaxy Note Edge ไปใช้ตีเส้นแน่ๆ) แต่สำหรับผม และบางคน ที่อาจจะเคยเจอกับเหตุการณ์ ต้องวัดอะไรบางอย่างแล้วดันหาไม้บรรทัดไม่ได้ ฟีเจอร์นี้อาจมีประโยชน์ในเวลาที่คาดไม่ถึง (ฮา)

 

ไม้บรรทัด หนึ่งใน Tools ของ Edge display

 

มีคนบ่นว่า มันคือไม้บรรทัดราคาแพงมาก … แต่น้องชายของผมบอกเอาไว้ว่า มันคือไม้บรรทัดที่ใช้โทรศัพท์ ท่องเว็บ และเล่น Social media ได้เลยนะ (จริงของมัน)

 

เลือกว่าจะให้ Panel ไหนมาแสดงบน edge display บ้าง และปรับแต่ง Panel บางตัวได้ดาวน์โหลด Panel เพิ่มได้

 

พวก Widget การแสดงผลสำหรับ edge display นี่ Samsung เรียกว่า Panel ซึ่งมีการปล่อย SDK (หมายถึงชุดพัฒนาโปรแกรมสำหรับโปรแกรมเมอร์ไปใช้เขียน App) ให้ใครที่สนใจอยากสร้าง Panel มาใช้งานบน edge display ก็ทำได้ … ฉะนั้นหากเราคิดว่า Panel ไหนไม่เวิร์กสำหรับเรา เราก็เลือกไม่แสดงซะ แต่อันไหนเวิร์กก็ให้แสดงออกมา และหากอยากได้ Panel เพิ่มเติม ก็ไปดาวน์โหลดมาได้

จากการที่ได้ลองใช้งานมากพักใหญ่ๆ รู้สึกได้ว่าประโยชน์ของขอบจอโค้งที่ชัดเจนที่สุดสำหรับผมก็คือ การใช้แสดงพวก Shortcut ในการเข้าถึง App ต่างๆ ครับ แล้วก็พอดาวน์โหลด Panel ชื่อ EdgeTaskManager มา ก็ใช้ edge display แสดงรายชื่อ App ที่เปิดอยู่ แทนการกดปุ่ม Recent apps ได้ด้วย

ณ ตอนที่เขียนบล็อกนี้อยู่ ตัวเลือกของ Panel ยังไม่มาก คงต้องรอนักพัฒนาทำออกมาให้มากกว่านี้ และที่สำคัญคือ Samsung เองก็ต้องช่วยคิด ช่วยทำออกมาเยอะๆ รอไว้ก่อน เพื่อให้คนเห็นประโยชน์จากขอบจอโค้งนี้ แล้วหันมาใช้กันเยอะๆ แล้วนักพัฒนาจะมาต่อยอดอีกที

 

App ของ Samsung จะใช้ประโยชน์จาก edge display

 

App บางตัว (ณ ตอนที่เขียนรีวิวนี้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็น App ของ Samsung) จะมีโอกาสได้ใช้ประโยชน์จากขอบจอโค้ง edge display นี่ด้วย โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นการโยกเอาพวกกล่องเครื่องมือของ App หรือ Tools ต่างๆ ไปไว้ตรงส่วนที่เป็นขอบจอโค้ง เพื่อให้ผู้ใช้งานได้เห็นข้อมูลแบบเต็มๆ บนหน้าจอหลัก

 

ภาพโดย Samsung Galaxy Note Edge

 

และไม่ต้องห่วงนะครับ S Pen ของ Galaxy Note Edge นั้น ทำงานได้ดีไม่แพ้ Galaxy Note 4 เลย และแม้จะมีขอบจอโค้ง ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันใช้งาน S Pen ยากขึ้นแต่อย่างใด ก็ยังเอามาขีดๆ เขียนๆ จดโน้ต วาดรูปเล่นได้สบายๆ ครับ และ Samsung ก็เตรียมพวก App ที่จะใช้คู่กับ S Pen ไว้ให้ดาวน์โหลดฟรีๆ แล้ว เช่น SketchBook for Galaxy ที่ผมเอามาวาดรูปโคนันนี่แหละ (ฮา)

 

การใช้งาน Samsung Galaxy Edge ด้านมัลติมีเดียและการเล่นเกม

ในแง่ของสเปก ระดับไฮเอนด์ขนาดนี้ ต่อให้เป็นไฟล์วิดีโอ 4K ก็สามารถดูได้สบายๆ อยู่แล้วครับ ฉะนั้นผมเลยเลือกทดสอบด้วยการดูวิดีโอ 4K มันซะเลย ซึ่งหน้าจอแสดงผล QHD Super AMOLED ก็ให้สีสันที่สวยงามจริงๆ แหล่มมากๆ … แต่การมีขอบจอโค้งนี่ทำให้ต้องพูดถึงประสบการณ์ในการรับชมวิดีโอนิดหน่อยครับ

 

 

edge display จะเอาไว้แสดงพวกตัวควบคุมวิดีโอ

 

ตรงขอบจอโค้งนี่ Samsung เขาเอาไว้วางพวกเมนูสำหรับควบคุมการเล่นไฟล์วิดีโอครับ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงเวลาของวิดีโอที่ดูอยู่ การปรับแต่งต่างๆ มันเลยไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่พวกตัวควบคุมเหล่านี้จะเข้ามาบดบังสายตาเวลาเราดูวิดีโอ อันนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี

 

เวลาดูคลิปปกติ จะเห็นแถบดำด้านบน

 

แต่เวลาที่เราไม่ได้ใช้งาน มันจะซ่อนตัวโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้เราเห็นเป็นแถบสีดำๆ ตรงด้านบนของหน้าจอ ซึ่งถามว่าจริงๆ แล้ว ภาพวิดีโอมันหายไปไหม มันก็ไม่หายไปไหน แสดงผลแบบเต็มๆ QHD อยู่ แต่สำหรับคนที่เวลาดูวิดีโอแบบ 21:9 บนจอ 16:9 แล้วรำคาญแถบดำบนล่าง มันจะให้อารมณ์ความรู้สึกแบบนั้นอ่ะครับ

ในส่วนเรื่องของคุณภาพเสียงนั้น ลำโพงให้โทนเสียงที่ฟังดูใหญ่ หนา อิ่ม และยังคงความชัดเจน ปลายเสียงกลางมีความใส ไม่คมแข็งหรือกระด้าง สามารถแสดงน้ำหนักเสียง (Dynamic) ได้ค่อนข้างดีสำหรับลำโพงไซส์นี้ อย่างไรก็ตามเสียงที่ฟังดูใหญ่ก็มีข้อเสียคือถ้าเร่งระดับเสียงดังมากๆ รายละเอียดจะแย่งกันออกจากลำโพงขนาดเล็ก ทำให้ฟังดูกระจุกและเบลอได้ เพราะฉะนั้นการตั้งระดับเสียงที่พอดีจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพเสียงที่ได้ด้วย สิ่งเดียวที่รู้สึกไม่คุ้นเคยคือการที่ตำแหน่งลำโพงอยู่เยื้องไปทางขวา (ถ้าหันหน้าจอเข้าหาผู้ใช้งาน) แล้วทำให้รู้สึกแปลกเพราะเสียงเบี้ยวไปทางขวาในขณะที่ตามองจอตรงกลาง

ทดสอบฟังด้วย Apple EarPods ผ่านทางช่องหูฟังของ Galaxy Note Edge มิติเสียงดี ช่วงเสียงต่ำฟังดูหนักแน่น เสียงกลางฟังดูนวลตามแบบ Samsung มีเสียงสูงที่ใสไม่แหลม ย่านเสียงแบ่งพื้นที่กันได้ดี ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในการฟังแม้เป็นเพลงที่มีรายละเอียดเสียงเยอะแถมรับรู้รายละเอียดยิบย่อยได้ดีขึ้น ระบบขยายเสียงก็ทำได้ดีให้คุณลักษณะเสียงที่คงที่แม้เร่งระดับเสียงจนสุด

 

เกม Modern Combat 5: Blackout บน Samsung Galaxy Note Edge

 

 

ทีนี้ลองเอามาเล่นเกมดูบ้าง ด้วยสเปกของ Galaxy Note Edge แล้ว หายห่วงเรื่องการเล่นเกม ลื่นไหล กราฟิกสวย อันนี้แน่นอน ลองเล่น Modern Combat 5: Blackout นี่รู้สึกได้เลย แต่แถบดำบนหน้าจอก็ยังแอบเห็นอะไรที่ อืมมมม มันสะกิดสายตายังไงชอบกลอยู่ แต่ผมก็ลองว่าหาก Samsung สามารถกล่อมให้นักพัฒนาเกมทำเกมออกมาใช้ประโยชน์จากพื้นที่เสริมตรงนี้ได้ ก็อาจจะกลายเป็นจุดขายก็ได้ เพียงแต่การกล่อมมันน่าจะยาก เพราะมันเท่ากับทำเพื่อสมาร์ทโฟนแค่รุ่นเดียวเท่านั้นเอง ซึ่งอาจจะไม่คุ้ม

 

การถ่ายรูปและวิดีโอด้วย Samsung Galaxy Note Edge

การถ่ายรูปก็เป็นอีกเรื่องนึงที่ผมอยากลองประสบการณ์ในการใช้งาน Galaxy Note Edge มาก เพราะ App กล้องก็เป็นอีกตัวที่เจอ User Interface ใหม่ หลังมีขอบจอโค้งครับ อยากรู้ว่าจะใช้งานเป็นยังไง เพราะพวกปุ่มต่างๆ มันจะไม่มาเกะกะบนหน้าจอแล้ว แต่จะไปอยู่ตรงขอบจอโค้งแทน

 

User Interface กล้อง ต้องใช้ความคุ้นเคยพอสมควร ถ่ายมือเดียวก็ไม่ถนัด

 

ในแนวคิด มันดูดีมาก เพราะเราจะได้เห็นภาพที่จะถ่ายกันแบบเต็มๆ ไม่มีอะไรมาบดบัง แต่ในการนำไปใช้จริงผมพบว่า ต้องทำความคุ้นเคยกับตำแหน่งปุ่มใหม่อยู่พอสมควร และขอบจอโค้งก็ทำให้กดปุ่มชัตเตอร์ยากกว่าที่คิด และที่สำคัญที่สุดคือ ใช้ถ่ายรูปมือเดียวยากมาก มีโอกาสตกหล่นสูง เวลาจะถ่ายรูป ขอแนะนำให้ใช้สองมือเท่านั้น

ส่วนในแง่ของความสามารถด้านซอฟต์แวร์ … อะไรที่ Samsung Galaxy Note 4 ทำได้ เจ้านี่ทำได้เช่นกัน คุณสมบัติมาครบ โหมดถ่ายรูปแบบต่างๆ ไม่พอใจดาวน์โหลดเพิ่มได้ มี Real-time HDR ถ่ายรูปย้อนแสง ถ่ายรูปแบบ High dynamic range ไม่ต้องลุ้น (โหมดนี้ผมชอบสุดๆ) และแน่นอน ภาพคมชัดแจ่มแจ๋ว สมราคาสมาร์ทโฟนไฮเอนด์กับกล้อง 16 ล้านพิกเซล

 

ภาพโดย Samsung Galaxy Note Edge

ภาพโดย Samsung Galaxy Note Edge

ภาพโดย Samsung Galaxy Note Edge

ภาพโดย Samsung Galaxy Note Edge

 

กล้องหน้า 3.7 ล้านพิกเซล เลนส์ F1.9 แบบมุมกว้าง ก็ถ่ายได้ภาพที่สวยงาม สีสันดีจริงๆ แต่การกดปุ่มชัตเตอร์ทำได้ยากที่สุดแล้วครับ ฉะนั้นต้องไปใช้ฟีเจอร์เอานิ้วไปบังตรงเซ็นเซอร์ที่อยู่ใกล้ๆ กับกล้องดิจิตอลด้านหลังแทน คลำยากหน่อย แต่ถ้าใช้คุ้นแล้วก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร

และแน่นอน ด้วยสเปกระดับนี้ การถ่ายวิดีโอก็สามารถทำได้ที่ระดับ UHD ครับ (ชาวบ้านบางคนเรียก 4K … ผมเองก็ชอบเรียก 4K อิอิ) คุณภาพที่ได้ เรียกว่าโอเคทีเดียว และด้วยความที่ Galaxy Note Edge ก็มีไมโครโฟน 3 จุด ถ้าเราถือตัวเครื่องไว้ดีๆ ตอนถ่ายวิดีโอ เราจะสามารถบันทึกเสียงได้ในคุณภาพที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียวล่ะ

 

บทสรุปการรีวิว Samsung Galaxy Note Edge

คนที่ชอบความว้าว โดดเด่นกว่าคนอื่น Galaxy Note Edge มีจุดขายที่ขอบจอโค้ง ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ อำนวยความสะดวกในหลายๆ ด้านได้จริง แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ จุดที่ผมลองใช้ดูแล้ว มันก็ยังไม่สะดวกเท่าไหร่ จำเป็นต้องใช้ความเคยชินพอสมควร … ต้องมองไปในอนาคตถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ แบบเดียวกับที่มีใน Galaxy S6 edge (เช่น การแจ้งเตือนแบบเป็นสีๆ เพื่อให้สังเกตง่าย) ก็น่าจะได้ประโยชน์มากขึ้น

ในแง่ของความสามารถ ไม่แพ้ Galaxy Note 4 แน่นอน … งวดนี้ไม่ใช่เพราะ Samsung เพิ่มลูกเล่นขอบจอโค้งมาเลยตัดความสามารถลงเพื่อรักษาต้นทุน แต่ Samsung เลือกใส่มาให้ครบๆ โดยยอมให้สนนราคาแพงขึ้นอีก(พอสมควร)แทน … อย่างไรก็ดี สิ่งที่เพิ่มมา ณ ตอนนี้ (Android 4.4.4) ผมยังมองว่า ยังไม่เพียงพอกับสนนราคาค่าตัวที่แพงขึ้นหลายพันบาทนัก

 

เช็คราคาล่าสุด สนับสนุนโดย Priceza.com

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: