Vivo X5 สมาร์ทโฟนสวย บาง เบา ราคาก็เบาๆ

Vivo X5

แบรนด์ Vivo นี่พอเห็นปุ๊บ ก็รู้สึกได้เลยว่าเป็นแบรนด์ที่กะจะมาชนกับ OPPO แบบเต็มๆ ครับ ผมสังเกตจากการที่มีบางรุ่นที่ออกมาเหมือนจะพยายามชนกับ OPPO … เช่น Vivo X5 นี่เป็นต้น ที่ดีไซน์มีความคล้ายกับ OPPO R5 อยู่หลายส่วน แต่จงใจทำขนาดไม่เน้นบางมาก ปรับสเปกบางอยางลงมานิดหน่อย แต่เน้นว่ามีค่าตัว 12,990 บาท ที่สมน้ำสมเนื้อ คุ้มค่าตัวกว่า ผู้ใช้งานทั่วไป เข้าถึงได้มากกว่า

 

แกะกล่อง Vivo X5Max

จนถึงตอนนี้ผมเชื่อว่าผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยเริ่มโอเคกับแบรนด์จากทางจีนแล้ว หลังจากที่แบรนด์จีนใหญ่ๆ หลายรายแสดงให้เห็นว่า ศักยภาพของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากประเทศจีนก็สามารถทำดีไซน์สวยๆ ฮาร์ดแวร์เจ๋งๆ ในขณะที่ยังคงความคุ้มค่าในเรื่องของราคาเอาไว้ได้

 

Vivo X5 ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ Vivo X5 เป็นหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด 1280×720 พิกเซล (294ppi) มีปุ่มสามปุ่มแบบสัมผัส กล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และพวกเซ็นเซอร์อย่าง Proximity sensor และ Ambient light sensor

 

Vivo X5 ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ Vivo X5 ออกแบบมาแบบทูโทน สีขาวด้านบนและด้านล่าง และสีอลูมิเนียมเนื้อทรายตรงกลาง มีโลโก้ Vivo ด้วย พร้อมกล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลและ LED Flash แล้วก็มีลำโพงของตัวเครื่องอยู่

 

Vivo X5 ด้านบน

 

ด้านบนของ Vivo X5 มีแค่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. กับรูไมโครโฟนสำหรับอัดเสียงแบบสเตริโอเวลาบันทึกวิดีโอ

 

Vivo X5 ด้านล่าง

 

ด้านล่างของ Vivo X5 มีพอร์ต Micro USB 2.0 ไว้เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์และชาร์จแบตเตอรี่ มีรูไมโครโฟนสำหรับสนทนาโทรศัพท์หรืออัดเสียงแบบสเตริโอเวลาบันทึกวิดีโอ

 

Vivo X5 ด้านซ้าย

ถาดใส่ SIM card และ MicroSD card ของ Vivo X5

 

ด้านซ้ายของ Vivo X5 จะมีแค่สล็อตใส่ SIM Card กับ MicroSD card ครับ ตัวสล็อตจะเป็นแบบเทรนด์ใหม่ในปัจจุบันคือ รองรับ 2 ซิม แต่จะต้องเลือกว่าอยากใส่ 2 ซิมหรืออยากจะใส่ MicroSD card ด้วย เพราะสล็อตที่เป็น Nano SIM จะแชร์กับ MicroSD card ครับ

 

Vivo X5 ด้านขวา

 

ด้านขวาของ Vivo X5 ก็จะมีทั้งปุ่ม Power และปุ่ม Volume ครับ

ดีไซน์ของ Vivo X5 คือการผสมผสานระหว่างพลาสติกและโลหะ คือ ด้านหน้าจะเป็นพลาสติกและกระจก สวนด้านหลังก็จะมีบริเวณที่เป็นพลาสติกสีขาว กับฝาอลูมิเนียม และเฟรมของตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียม ซึ่งผมมองว่าการผสมผสานแบบนี้ มันดูสวยกว่าการเป็นอลูมิเนียมทั้งตัวนะ แต่เรื่องความสวยความงามนี่ เป็นอัตวิสัยของแต่ละคน หรือพูดง่ายๆ นานาจิตตังครับ

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Vivi X5

ด้วยสนนราคาค่าตัว 12,990 บาท และ Position ของแบรนด์ Vivo สเปกของฮาร์ดแวร์ที่ได้จากค่าตัวระดับนี้ ก็จะอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้มาแบบไฮเอนด์มากครับ

  • CPU: Qualcomm Snapdragon 615 Octa-core 1.5GHz 64-bit
  • GPU: Adreno 405
  • Display: IPS LCD 5″ 1280×720 พิกเซล (294ppi)
  • RAM: 2GB
  • Internal storage: 16GB
  • External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 128GB
  • Operating System: Funtouch OS 2.0 (พื้นฐานมาจาก Android 4.4.4 KitKat)
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: Mini SIM
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/2100MHz
    • 4G: 1800/2100/2600MHz
    • WiFi: 802.11a/b/g/n Dual-band
    • Bluetooth: 4.0
    • Infrared port: ไม่มี
    • NFC: ไม่มี
  • Camera:
    • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
  • Battery: 2,250mAh
  • Dimensions: 143.3 มม. x 71.1 มม. x 6.3 มม.
  • Weight:  141 กรัม
  • Others: ระบบเสียง Hi-Fi 2.0 ด้วยชิปเสียง DAC CS4398 ของ Circus Logic และแอมป์ MAX97220
  • Price: 12,990 บาท

ดูจากสเปกคร่าวๆ แล้ว ก็จะเห็นว่านอกจากเรื่องดีไซน์แล้ว ก็เป็นเรื่องของหน่วยประมวลผลที่เลือกแบบเดียวกันมาเลย พร้อมกับการเน้นจุดเด่นไปที่ระบบเสียง Hi-Fi ที่ใช้ชิปเสียงคุณภาพดี พร้อมแอมป์อีกต่างหาก โดยยอมลดสเปกในส่วนของความละเอียดหน้าจอแสดงผลลงมาหน่อย แต่ได้ราคาที่ซื้อหาเป็นเจ้าของได้ไม่ยากครับ

สำหรับเรื่องประสิทธิภาพนั้น ผมเลือกใช้โปรแกรม Benchmark ต่างๆ มาวัดดังนี้

  • AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป (เช่น การตกแต่งภาพ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป การเข้ารหัสข้อมูล และความลื่นไหลของพวกอนิเมชั่นต่างๆ ของ User Interface)
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • PCMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในการใช้งานโดยทั่วๆ ไป (เช่น การท่องเว็บ การค้นหาข้อมูล การเล่นไฟล์วิดีโอ การตกแต่งภาพ)
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลที่ได้ก็ตามตารางด้านล่างเลยครับ

 

Benchmarks Scores
AnTuTu Mobile Benchmark Overall: 31433
UX: Multitask 4206, Runtime: 1414
CPU (Multi-thread): CPU integer 3491, CPU float-point 3085
CPU (Single-thread): CPU Integer 1548, CPU float-point 1483
RAM: RAM Operation 2577, RAM Speed 2009
GPU: 2D graphics 1639
GPU: 3D graphics [1280×720] 7954
IO: Storage I/O 1422, Database I/O 605
MobileXPRT 2013 Performance Test: 155
User Experience Tests: 96
3DMark Ice Storm: Maxed: 9845
Ice Storm Extreme: 5706
Ice Storm Ultimate: 9111
PCMark for Android Work performance: 3425
Web browsing: 3130
Video playback: 3647
Writing: 4040
Photo editing: 2982
Vellamo Mobile Web Benchmark HTML: Google Chrome 2448
Multicore: 1137
Metal: 943
Geekbench 3 Overall: Single-Core Score 618 Multi-Core Score 1837
Integer: Single-Core Score 909, Multi-Core Score 2794
Floating Point: Single-Core Score 388, Multi-Core Score 1413
Memory: Single-Core Score 497, Multi-Core Score 773

 

ด้วยความที่เป็นหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ แบบ Octa-core (8-core) เลยทำให้คะแนนที่ได้ค่อนข้างสูงอยู่ทีเดียว คือ แม้จะไม่ได้เทียบชั้นกับพวกไฮเอนด์ที่สมัยนี้คะแนน Antutu เขาวิ่งไปแตะหลักสี่หมื่นกันแล้ว แต่สามหมื่นกว่านี่เมื่อเทียบกับพวกไฮเอนด์เมื่อซักสองปีก่อน มันคือคะแนนประมาณนี้เลยนะครับ หรือพูดง่ายๆ คือ Vivo X5 นี่ ราคา 12,990 บาท แต่ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่ากับพวกไฮเอนด์เมื่อก่อนเลยทีเดียว

 

ลองใช้งาน Vivo X5 กันดูบ้าง

เป็นครั้งแรกของผม กับเจ้า Funtouch OS นี่ แต่ก็รู้สึกได้ว่าตัวซอฟต์แวร์ออกแบบมาดี มีความลื่นไหลดี และเป็นสไตล์แบบที่ผมชอบ คือ ไม่ต้องแบ่งเป็น Home screen กับ App tray หรอก มีแค่ Home screen อย่างเดียว แล้ว App ที่ติดตั้ง ก็วาง Shortcut ไว้เหมือนกับระบบปฏิบัติการ iOS ของ Apple

 

Home screen ของ Vivo X5Control Center ของ Vivo X5 เห็นแล้วนึกถึง iOS8

 

ทว่าพอลองใช้ Funtouch OS แล้ว มันให้อารมณ์ความรู้สึกของ iOS มากกว่า Android ครับ ดูได้จากการที่แยก Notifications กับ Control Center (เอ๊ะ ชื่อคุ้นๆ เนอะ … ซึ่งจริงๆ ก็คือ QuickSettings ของระบบปฏิบัติการ Android นั่นแหละ) ออกจากกัน เอา Notifications ไปไว้ด้านบน และเอา Conrol Center ไปอยู่ด้านล่าง วิธีการเรียกใช้ เหมือนกับของระบบปฏิบัติการ iOS เป๊ะ

สำหรับคนที่คิดว่าสมาร์ทโฟนของจีนนี่คงมีของแถมมาเพียบ แต่ขอบอกก่อนเลยว่า พวก Bloatware (หรือพวก App ที่เราไม่ได้อยากได้ แต่ก็ยัดเยียดแถมมาให้) นั้น ไม่มีแอ้ม Vivo X5 ครับ ที่มีมาให้ ก็แค่พวก Google Apps อย่าง Google Maps, Google Chrome, YouTube อะไรพวกนี้ กับพวก Tools ต่างๆ เช่น App บันทึกเสียง, WPS Office เอาไว้เปิดอ่านและแก้ไขพวกไฟล์เอกสาร Word, Excel, PowerPoint และ PDF แล้วก็มีบริการ Vivo Cloud มาให้ ก็เท่านั้น

 

ใช้ Vivo X5 ในงานทั่วๆ ไปของพวกสมาร์ทโฟนสบายๆ ลื่นไหลดี

 

มองในแง่ของคนที่ชอบให้ซื้อปุ๊บ จบ มีครบทุกอย่าง อาจจะไม่ชอบเท่าไหร่ แต่จริงๆ แล้ว การมีพวก App พวกนี้น้อยๆ หน่อย ดีกว่านะครับ เพราะไม่หนักเครื่อง ไม่รกเครืองจนเกินความจำเป็น ก็แค่จะใช้อะไร ก็ดาวน์โหลดเพิ่มเอาครับ

เท่าที่ลองใช้มา Vivo X5 ก็ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ครบถ้วนดี จะท่องเว็บ จะลง App ใช้งาน จะอัพเดตสเตตัสบน Social media ต่างๆ ก็สบายๆ ใครที่ชอบทำ Video call ก็น่าจะถูกใจ เพราะกล้องดิจิตอลด้านหน้านี่ ความละเอียดสูงระดับ 5 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว (ปกติทำ Video call นี่ กล้องระดับ Full HD 1920×1080 พิกเซลก็ชัดแจ๋วแล้ว)

 

ข้อเสียคือ Keyboard ไม่มีภาษาไทย ต้องไปดาวน์โหลด Keyboard อื่นมาเปลี่ยนเอง

 

แต่ถ้าจะให้หาที่ติ ผมก็เจอตรง Keyboard ที่ทาง Vivo เตรียมมาให้เนี่ย มันไม่มีภาษาไทยครับ ขนาดจะดาวน์โหลดมาเพิ่มก็ไม่มีให้เลือก สุดท้ายผมก็ต้องไปหาดาวน์โหลด Keyboard ภาษาไทยมาจาก Google Play แทน … ถามว่าจริงๆ ผมเดือดร้อนไหม ผมก็ไม่เดือดร้อนหรอกนะ เพราะโดยส่วนตัว ผมชอบใช้ Google Keyboard อยู่แล้ว (จากการที่ต้องใช้งานหลายเครื่อง หลากยี่ห้อ การใช้ Keyboard ตัวเดียว มันจะสะดวกกว่า แต่ถ้าผมมองในแง่ของผู้ใช้งานทั่วไป การไม่มี Keyboard ภาษาไทยมาให้เลย มันไม่สะดวกเอามากๆ

 

Vivo X5 กับการใช้งานด้านมัลติมีเดีย

แม้ว่าสเปกจะค่อนข้างใหม่ แต่ก็ยังไม่ได้แรงขนาดจะเล่นไฟล์ระดับ 4K ได้ล่ะนะ อันนั้นคงต้องยกให้เป็นเอกสิทธิ์ของพวกไฮเอนด์ไปก่อน แต่เอาเข้าจริงๆ มันก็อาจจะเป็นอะไรที่เกินเหตุไป เพราะความละเอียดของหน้าจอแสดงผลของสมาร์ทโฟนระดับกลางๆ ก็ไม่ได้มากมายอะไร ยิ่ง Vivo X5 นี่เป็นแค่ HD 720p เท่านั้นเอง แต่หากจะดูคลิปความละเอียด 1080p ละก็ สเปกนี้เหลือเฟือเลยครับ

 

ดูคลิปวิดีโอ 1080p บน Vivo X5

 

เนื่องจากตัวนี้ Vivo เน้นจุดขายที่คุณภาพของระบบเสียงด้วย ผมมจึงให้น้องชายที่เป็นนักดนตรีลองทดสอบเสียงดู น้องชายของผมก็เขียนมาแบบนี้ครับ…

เสียงที่ได้จากลำโพงนั้นแม้จะมีเนื้อเสียงที่เล็ก แต่ก็ได้รับการปรับแต่งมาเหมาะสมดี แสดงรายละเอียดเสียงออกมาได้สมดุล เสียงสูงชัดเจนไม่ใสมากแต่ก็ไม่แหลมแทงหู เนื้อเสียงฟังดูแน่นมีน้ำหนักไม่พยายามหลอกช่วงต่ำจนเบลอ ถ้าเปิดระดับเสียงจนสุดจะมีอาการบีบอัด (Compressed) ออกมาบ้างแต่ไม่ถึงกับทำให้รู้สึกอึดอัด สรุปคือไม่ใช่ลำโพงมือถือที่ให้เสียงสุดยอด แต่ปรับแต่งมาให้ฟังดีเลยทีเดียวสำหรับสิ่งที่มันเป็น

ทดสอบฟังผ่านช่องหูฟัง เสียงที่ได้มีคุณภาพกลางๆ มิติเสียงแบน ภาพเสียงแคบฟังดูกระจุกไปหน่อย ย่านเสียงโดยรวมราบเรียบ (Flat) และยังมีความซ้อนทับกันอยู่ซึ่งส่งผลกับความ Clear ในการฟังเพลง เนื้อเสียงขาดน้ำหนักไปสักหน่อย ระบบขยายเสียงขับเสียงดังมาก และยิ่งดังก็ยิ่งเบลอยิ่งแตกพร่า อยากฟังเพลงผ่าน Vivo X5 แบบพอเพลินๆ คงต้องเปิดประมาณ 30% แฮะ

ถ้าจะให้สรุปในภาพรวม ก็คือ คุณภาพเสียงระดับพอประมาณ แต่หากพิจารณาเรื่องความดังฟังชัด น่าจะชนะแบรนด์อื่นๆ ขาด เพราะมีแอมป์มาให้นี่แหละ … สำหรับคนทั่วๆ ไป เช่นผม อาจจะรู้สึกชอบกับสไตล์ของระบบเสียงแบบนี้ แต่หากเป็นนักฟังจริงๆ อาจจะรู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์

 

เกม Modern Combat 5: Blackout บน Vivo X5 มีกระตุกบ้าง

 

ลองเอามาเล่นเกม Modern Combat 5: Blackout ดู พบว่ากราฟิกที่ได้ ได้มาแบบค่อนข้างเกือบจะสมบูรณ์ แต่ว่าตอนเล่นเกมเข้าจริงๆ พบว่ามีจังหวะที่เฟรมเรตตกจนรู้สึกได้ว่าเกมกระตุกอยู่ครับ การบังคับเป้าเล็งในเกมทำได้ลำยากอยู่ เพราะอาการกระตุกนี่แหละ แต่พอลองเปลี่ยนไปเป็นเกม Asphalt 8: Airborne แล้ว ก็ไม่พบอาการกระตุกแต่อย่างใดนะครับ

 

การถ่ายรูปและวิดีโอด้วย Vivo X5

ซอฟต์แวร์กล้องของ Vivo X5 ถือว่าทำออกมาได้ดีครับ ใช้งานไม่ยาก ดูเข้าใจง่าย และมีลูกเล่นพอสมควร แต่ก็ครบเครื่องสำหรับการใช้งานทั่วไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ (Bokeh), การถ่ายภาพในเวลากลางคืน (Night) และอื่นๆ อีกมากมาย

 

UI กล้องของ Vivo X5

เลือกโหมดถ่ายภาพของ Vivo X5

 

ด้านคุณภาพของภาพถ่ายนั้น แม้ว่าเจ้าตัวนี้ก็มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ซึ่งให้คุณภาพของภาพถ่ายที่ค่อนข้างโอเคทีเดียวครับ เรียกว่าเกินค่าตัวอยู่ ใช้ถ่ายรูปเวลาไปเที่ยวเนี่ย สบายๆ เลยครับ เกินพอ ลองดูตัวอย่างภาพถ่ายได้ครับ

 

ภาพโดย Vivo X5

ภาพโดย Vivo X5

ภาพโดย Vivo X5

ภาพโดย Vivo X5

ภาพโดย Vivo X5

ภาพโดย Vivo X50

ภาพโดย Vivo X5

 

กล้องหน้าก็ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ที่ให้ความละเอียดแบบตอบโจทย์สำหรับคนที่ชื่นชอบในการถ่ายภาพตัวเองหรือที่เรียกว่าเซลฟี่ (Selfie) ได้สบายๆ และยังมีโหมดถ่ายหน้าสวย หรือ Beauty mode มาให้ด้วย ลองถ่ายภาพดูแล้วจะรู้เลยว่า Beauty mode มันช่วยได้เยอะจริงๆ ครับ

 

ภาพโดย Vivo X5 กล้องหน้า บิวตี้ 40%ภาพโดย Vivo X5 กล้องหน้า บิวตี้ 80%ภาพโดย Vivo X5 กล้องหน้า บิวตี้เต็มพิกัด

 

ในการถ่ายวิดีโอ สามารถถ่ายได้ความละเอียด 1080p สบายๆ ครับ และได้คุณภาพค่อนข้างดีครับ แต่มีข้อจำกัดตรงที่ในระหว่างที่ถ่ายจะสามารถปรับได้แค่โฟกัสเท่านั้น ไม่สามารถปรับชดเชยแสงได้ ต้องอาศัยให้มันปรับแบบอัตโนมัติเท่านั้นน่ะครับ

 

บทสรุปการรีวิว Vivo X5

เทียบกับค่าตัว 12,990 บาทของ Vivo X5 แล้ว ก็ถือว่าสิ่งที่ได้มาค่อนข้างดีทีเดียวล่ะครับ แน่นอนว่าด้วยราคาค่าตัวระดับกลางๆ แล้ว ตัวสเปกจะไม่ได้มาแบบไฮเอนด์ แต่ก็ถือว่า Vivo เลือกใช้ชิปเซ็ตใหม่ๆ ดีอยู่ Qualcomm Snapdragon 615 เป็นชิปเซ็ต 64-bit ที่พร้อมรองรับระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop แน่นอน แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่ว่าทาง Vivo จะอัพเดต Funtouch OS เป็นเวอร์ชันใหม่ด้วยไหมนะครับ

แต่ที่แน่ๆ ในการใช้งานทั่วๆ ไปนั้น ถือว่าเพียงพอ และค่าตัวที่ไม่แพงก็ทำให้ใครๆ ก็สามารถหาซื้อเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก ซึ่งแตกต่างจาก OPPO R5 ที่เน้นดีไซน์บางเบา แต่ในขณะที่สเปกก็ไม่ได้สูงมาก (ก็พอๆ กับ Vivo X5 นี่แหละ) แต่ตั้งราคาไว้ซะเกือบไฮเอนด์ (ผมขอเรียกว่า ช่วงปลายๆ ของระดับกลางๆ ล่ะครับ) ดังนั้นเมื่อเทียบกันแล้ว Vivo X5 เลยดูคุ้มค่ากว่า

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: