รีวิว Mycestro เมาส์ไร้สายแบบใหม่ … เมื่อเมาส์ไม่จำเป็นต้องใช้ในแนวราบ

ใช้ Mycestro ในการทำงาน

 

โรคที่มนุษย์เงินเดือนกลัวกันคือ Office Syndrome ครับ หรือแปลเป็นไทยคือ โรคอันเกิดจากการทำงานออฟฟิศ และโรคนึงที่เป็นกันเยอะ ทรมานกันไม่น้อยก็คือ CTS หรือ Carpal Tunnel Syndrome (โรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ) ซึ่งสาเหตุหลักๆ ในออฟฟิศก็มาจากการวางข้อมือผิดรูปแบบ อันเป็นผลมาจากการพิมพ์คีย์บอร์ดหรือใช้งานเมาส์นี่แหละครับ จึงเป็นเหตุที่ทำให้มีการออกแบบพวกคีย์บอร์ดหรือเมาส์ที่ถูกหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) มาเยอะมาก … ทว่าคีย์บอร์ดเราจะไม่ได้เห็นอะไรแปลกๆ ซักเท่าไหร่ ด้วยข้อจำกัดว่ามันต้องมีปุ่มกดตามจำนวนตัวอักษร การออกแบบเลยทำได้ค่อนข้างจำกัด แต่กรณีของเมาส์ เราจะได้เห็นดีไซน์อะไรแปลกๆ เยอะมากครับ

 

เมาส์ Ergonomics ในแบบต่างๆ

ภาพจาก: TechPin.com

 

เผอิญว่าปี 2013 มีโครงการ Kickstarter ที่น่าสนใจตัวนึง ชื่อ Mycestro ที่เขาให้ชื่อว่าเป็น The Next Generation 3D Mouse ที่แม้ว่าผมจะไปกด Backup ไม่ทัน แต่ก็ยังทันช่วง Pre-order ของเขา เลยสามารถจัดมาได้ในราคา $89 (ประมาณ 2,900 บาท) เท่านั้น และที่กว่าจะได้มารีวิวก็เพราะความผิดพลาดของทั้งฝั่งผมที่ดันลืมว่ามีของชิ้นนี้ต้องมาส่งในปีที่แล้ว กับทางฝั่งโน้นที่คนดูแลเขาไม่อยู่แล้ว เลยไม่มีใครตาม Shipment ของผม (ฮา) แต่เมื่อส่งอีเมล์ไปทวง เขาก็รีบจัดส่งมาให้เลยนะ

 

Genius Ring Mouse

 

ตัว Mycestro นี่เป็นเมาส์ในรูปแบบใหม่ ที่หลังๆ เริ่มได้เห็นกันเยอะขึ้น คือ เป็นแบบ Wearable ใช้สวมกับนิ้วครับ … เมาส์สไตล์นี้เริ่มมีขายกันในต่างประเทศแล้ว แต่ในประเทศไทยเราไม่ค่อยจะได้เห็นกันเท่าไหร่ … อย่างแบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์ที่เราคุ้นเคยอย่าง Genius เขาก็มีทำออกมาเหมือนกัน โดยใช้ชื่อว่า Ring Mouse (Ring Style Air Mouse) ครับ

 

รู้จัก Mycestro ทั้งหน้าตาและการทำงาน

คิดซะว่ามันคือแหวนขนาดเขื่องๆ อันนึงอ่ะครับ Mycestro นี่มาสไตล์นั้นเลย เทียบกับ Ring Mouse ของ Genius แต่ความแตกต่างคือ มันดูยาวกว่าหน่อย แล้วก็ไม่ได้มีปุ่มสำหรับกดเลื่อนเคอร์เซอร์ของเมาส์ เพราะ Mycestro จะใช้ Gyroscope ในการตรวจจับตำแหน่งของ Mycestro ในแบบสามมิติ แล้วแปลงผลมาเป็นการเคลื่อนไหวของเคอร์เซอร์เมาส์แทน

 

แหวนของ Mycestro

 

ตัวแหวนจะเป็นโลหะแบบที่ดัดงงได้ หุ้มด้วยซิลิโคน เพื่อให้ปรับโค้งเข้ากับนิ้วของทุกคนได้ … Mycestro มีให้เลือก 2 โมเดล คือ สำหรับคนถนัดซ้ายและสำหรับคนถนัดขวาครับ ตัวที่ผมรีวิว แน่นอน เป็นโมเดลสำหรับคนถนัดขวา จะเห็นว่าปุ่มกดจะอยู่ด้านขวาครับ มีสามปุ่ม ทำความเข้าใจได้ง่ายๆ เลย เพราะมันก็คือปุ่มของเมาส์สามปุ่ม ซ้าย กลาง และ ขวา นั่นเอง (ปุ่มกลางของเมาส์ก็เทียบเท่ากับตอนที่เราใช้เมาส์ที่มี Scroll wheel แล้วเรากดลงไปนั่นแหละ)

 

ปุ่มกดแทนปุ่มเมาส์ ซ้าย กลาง ขวา และที่ว่างด้านบนเป็น Touch area ทำหน้าที่เหมือน Scroll wheel

 

ส่วนด้านบนของปุ่มสามปุ่มเห็นเป็นพื้นที่ว่างๆ แต่จริงๆ เป็น Touch area นะครับ เทียบเท่ากับ Scroll wheel ของเมาส์นั่นเอง … ก็เรียบว่าครบเครื่องสำหรับการเป็นเมาส์จริงๆ

 

พอร์ต Micro USB 2.0 ด้านหลัง เอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่และเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์

 

เมื่อความสะดวกในการใช้งาน Mycestro จึงมาพร้อมกับแบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำได้ โดยชาร์จผ่าน Micro USB 2.0 ครับ มีพอร์ตอยู่ตรงด้านท้ายของตัวอุปกรณ์ พอร์ตนี้นอกจากเอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่แล้ว ก็ยังเอาไว้เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์เวลาจะอัพเดตเฟิร์มแวร์หรือปรับตั้งค่าต่างๆ สำหรับ Mycestro ครับ

 

Bluetooth 4.0 USB Dongle

 

 

แต่ในการใช้งาน Mycestro นั้น การเชื่อมต่อจะเป็นแบบไร้สายผ่าน Bluetooth 4.0 ครับ แต่ว่าเราไม่สามารถ Pair ตัว Mycestro กับคอมพิวเตอร์ของเราได้โดยตรงนะ เราต้องเสียบ Bluetooth 4.0 Dongle ที่มีมาให้กับพอร์ต USB ของเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยครับ มันก็อำนวยความสะดวกได้ดีทีเดียวนะ เพราะ Mycestro กับ Dongle นี่จะถูก Pair เอาไว้ให้พร้อมใช้งานอยู่แล้ว และคอมพิวเตอร์ก็มองเจ้านี่เป็นเมาส์ จึงไม่ต้องติดตั้งไดรเวอร์อะไรเพิ่มเติมเลย

พอเสียบปุ๊บ พร้อมใช้งาน ไฟ LED สีเขียวกะพริบถี่ๆ แสดงว่าเริ่มใช้ได้เลยครับ การขยับนิ้วจะเป็นการเคลื่อนเคอร์เซอร์บนหน้าจอ โดยซอฟต์แวร์จะตรวจจับว่าหากค่อยๆ ขยับนิ้วก็จะค่อยๆ ขยับเคอร์เซอร์ แต่ถ้าขยับนิ้วไวๆ เคอร์เซอร์ก็จะวิ่งไปไกล

 

ลองใช้ Mycestro ในสถานการณ์จริงดู

หลายคนอาจจะรู้สึกว่า Mycestro น่าจะใช้ยาก เพราะมันไม่เหมือนกับเมาส์ในแบบที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นเมาส์แบบเป็นตัวๆ หรือ TouchPad แต่ผมบอกได้เลยว่า แรกๆ จะมึนๆ นิดหน่อยครับ เพราะอาจจะยังไม่เข้าใจหลักการ แต่จริงๆ แล้ว Mycestro ไม่ได้แตกต่างอะไรจาก TouchPad เลยครับ หลักการคล้ายๆ กัน เพียงแต่แทนที่จะเอานิ้วไปแตะบน TouchPad ก็กลายเป็นขยับกลางอากาศแทน

 

ต้องเอานิ้วแตะปุ่มแบบนี้ก่อน จึงใช้ Mycestro สั่งเลื่อนเคอร์เซอร์ได้

 

Mycestro จะเคลื่อนเคอร์เซอร์ให้เฉพาะเมื่อตอนที่เราเอานิ้วแตะที่ปุ่มหรือ Touch area ค้างไว้แล้วขยับนิ้วที่สวม Mycestro อยู่เท่านั้น ฉะนั้นหมดห่วงว่าระหว่างใช้งาน เกิดขยับมือไปทำอย่างอื่น หรือกำลังพิมพ์งานอยู่ เคอร์เซอร์เมาส์จะวิ่งป่วนครับ บอกตรงๆ บล็อกที่ผมพิมพ์อยู่ตอนนี้ผมก็กำลังใช้ Mycestro อยู่นี่แหละ ไม่ได้ใช้ TouchPad หรือเมาส์ใดๆ เลย

ผมใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ในการทำตัวเองให้เคยชินกับแนวทางของ Mycestro ครับ ไม่ถือว่านานมาก แต่ว่าระยะเวลาในการปรับตัวของแต่ละคนก็อาจจะแตกต่างกันออกไปล่ะนะ … ในการใช้งาน ผมก็สามารถใช้ Mycestro ในการควบคุมเคอร์เซอร์ให้วิ่งไปมาบนหน้าจอ จะคลิกโน่นคลิกนี่ ลากหน้าต่างไปมาได้ไม่แตกต่างไปจากการใช้เมาส์หรือ TouchPad ครับ เพียงแต่ในงานที่ค่อนข้างละเอียด ผมว่ามันยังสู้ TouchPad หรือเมาส์ไม่ได้ (เช่นการทำ Selection เพื่อ Crop ภาพ อะไรแบบนี้)

 

ใช้ Mycestro ควบคุมการเปลี่ยนสไลด์

 

ประโยชน์ของ Mycestro จริงๆ น่าจะเป็นตอนใช้งานแทนเมาส์สำหรับงานทั่วๆ ไปมากกว่าครับ คือ ท่องเว็บ ทำงานเอกสาร ดูหนังฟังเพลง อะไรแบบนี้ เพราะเป็นงานที่ไม่ต้องการความละเอียดในการควบคุมเคอร์เซอร์มาก และ Mycestro ก็ตอบโจทย์พื้นฐานได้ดี เช่น ท่องเว็บนี่ก็ใช้การ Scroll ด้วยการปาดนิ้วบน Touch area ของ Mycestro ได้ สะดวกดีกว่าการใช้ TouchPad ซะอีก

และอีกงานนึงที่ Mycestro จะได้ประโยชน์มากสุดๆ ก็คือ การนำเสนองาน หรือ ที่ฝรั่งเรียก Presentation ครับ เพราะเจ้านี่มันคือ Mouse ไง ฉะนั้นก็สามารถใช้ควบคุมการเปิดสไลด์ได้สบายๆ ครับ เหมือนใช้ Remote Presenter เลย แต่นี่เป็นแบบสวมใส่ เลยดูเป็นอิสระและสะดวกมากกว่าการที่จะต้องถือตัว Remote Presenter เพียงแต่ว่า Mycestro นี่ไม่มี Laser Pointer มาให้ในตัว … แต่ก็ไม่มีปัญหาหรอกนะ เพราะว่าโปรแกรมนำเสนองานอย่างพวก Microsoft PowerPoint นี่ก็มีฟังก์ชั่น Laser Pointer มาให้ใช้

 

 

อื่นๆ เนี่ย ดูที่ผมทำวิดีโอรีวิวไว้ดีกว่าครับ … น่าจะเห็นภาพกว่า

 

บทสรุปการรีวิว Mycestro

ก็เป็นเรื่องปกติที่อะไรที่ออกแบบมาถูกหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) เนี่ยมันจะต้องมีราคาแอบแรงนิดนึง … สำหรับ Mycestro แล้ว ผมต้องบอกว่ามันเหนือกว่าพวก Ring Mouse หรือ Air Mouse ที่แบรนด์อื่นๆ เขาทำ เพราะจากที่ผมลองดูจากสเปกอย่างของ Genius เนี่ย มันออกแบบมาสำหรับเป็น Remote Presenter มากกว่า คือ เน้นคลิกเปลี่ยนสไลด์มากกว่า ไม่ได้เผื่อสำหรับเลื่อนเคอร์เซอร์ซักเท่าไหร่ แต่ที่แบรนด์อื่นดูจะเหนือกว่าก็ตรงที่มี Laser Pointer มาด้วยนี่แหละ (แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย)

นั่นเลยสนนราคา Mycestro นี่เรียกว่าแพงเอาเรื่อง สมกับที่เขาบอกว่าเป็น Next generation เลยครับ เพราะใช้เทคโนโลยีด้านเซ็นเซอร์ที่ไฮโซกว่า Ring Mouse หรือ Air Mouse ยี่ห้ออื่น ราคาเลยพุ่งไปอยู่ที่ $149 ทีเดียว (ราคา $89 ที่ผมได้มาเป็นตอน Pre-order สมัยมันยังไม่ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการครับ) หรือเกือบ 5,000 บาททีเดียว!! และนี่แหละ ปัจจัยที่จะทำให้คนตัดสินใจไม่ซื้อ

 

Wireless Finger Mouse แบบที่มีขายบน Aliexpress.com

 

ก็แหม ดูอย่าง 3D Optical Finger Mouse ตัวนี้สิครับ ในเว็บไซต์ Aliexpress.com ขายอยู่ $2.59 เอง แต่เป็นแบบมีสายนะครับ ไม่ใช่ไร้สาย หรือยอมจ่ายแพงขึ้นมาอีกนิด เป็น $17.95 ก็จะได้เป็น 2.4GHz Wireless Smart Portable Mini Mouse Thumb Cursor Controller Finger Ring Mouse (ชื่อยาวยังฟะ) และใช้เทคโนโลยีเก่าสุดๆ เลย นั่นก็คือ แสงอินฟราเรด เหมือนกับเมาส์ปกติเลย เพียงแต่เวลาจะใช้ก็ต้องวางมือในตำแหน่งตามรูปเลยครับ ใช้มือเราเองนี่แหละเป็นเหมือนเมาส์ ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่

ฉะนั้น ก็อยู่ที่ว่าต้องการจะใช้งานแบบไหน หากจะเน้นที่การเป็น Remote Presenter เฉยๆ พวก Ring Mouse ของ Genius ก็น่าจะตอบโจทย์ และเพียงพอแล้ว ในราคาที่ไม่แพงมาก (ประมาณ $42.72) แต่หากต้องการแค่แบบเป็นเมาส์ที่พกพาสะดวก อาจจะลองดูของที่ขายบน Aliexpress.com มันก็ถูกลงไปอีกเยอะ แต่หากต้องการใช้ทั้งสองกรณีให้ดีๆ ก็ต้องยอมจ่ายแพงระดับ $149 ใช้ Mycestro นี่แหละครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: