รีวิวหูฟัง Fischer รุ่น Yuppie Orange

Yuppie Orange

อันนี้จะเรียก Sponsored review ดีไหมเนี่ย (ฮา) เรื่องของเรื่องคือ ทาง PR เขาส่งของขวัญปีใหม่มาให้ชิ้นนึงครับ เป็นหูฟังจากแบรนด์ใหม่ในวงการหูฟังนาม Fischer Audio รุ่น Yuppie Orange แต่ไหนๆ ก็ส่งมาแล้ว ก็ถือโอกาสแกะใช้แล้วรีวิวด้วยไปเลยดีกว่า กับเจ้าหูฟังแบบ In-ear ที่สีสันสดจี๊ด สนนราคาค่าตัว 890 บาท ไม่แพงจนเกินไปตัวนี้ … แต่ขอสรุปตรงนี้ก่อนว่า แม้จะเป็นของที่เขาให้มา แต่การรีวิวก็จะตรงไปตรงมา ไม่เกรงใจกันนะครับ เพราะผมเชื่อเสมอว่าการชี้ให้เห็นถึงข้อดีข้อด้อยของผลิตภัณฑ์ จะเป็นประโยชน์ต่อแบรนด์ในระยะยาวมากกว่า (ฮา)

 

รูปร่างหน้าตาของ Yuppie Orange

จริงๆ ผมควรจะเรียกว่ารุ่น Yuppie เฉยๆ มากกว่า เพราะรุ่นนี้มันมีหลายสี แล้วเวลาแปะชื่อรุ่นมันก็จะเป็น Yuppie ตามด้วยสีสันต่างๆ ครับ … พอดีผมได้สีส้มมาไง … หน้าตาของหูฟัง ก็ประมาณหูฟัง In-ear ทั่วๆ ไปนั่นแหละครับ ไม่ได้มีดีไซน์อะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ นอกจากสีสันที่ส้มสะท้อนแสงจริงๆ น่าจะถูกใจวัยรุ่นน่ะครับ ตัวแพ็กเกจมาพร้อมกับยางเปลี่ยน 4 ขนาด เลือกเปลี่ยนตามขนาดรูหู เลือกให้เหมาะสม เวลาใส่แล้วจะได้รู้สึกสบายและได้คุณภาพเสียงแบบเต็มๆ หน่อย

 

หูฟัง Yuppie Orange

 

ตัว Yuppie Orange นี่ออกแบบมาให้เป็นหูฟังสำหรับพวกสมาร์ทโฟน มีไมโครโฟนมาให้ในตัวด้วย ไม่ต้องห่วงเรื่องจะใช้งานได้แค่เฉพาะ iPhone หรือ Android เพราะไม่ได้มีชุดรีโมทคอนโทรลมาให้ครับ … การควบคุมการเล่นเพลง ยังต้องทำผ่านตัวสมาร์ทโฟนอยู่

 

หูฟัง Yuppie Orange

 

ความยาวของสายเคเบิ้ลของ Yuppie Orange อยู่ที่ 1.2 เมตร ถือว่าพอเหมาะพอดี ไม่สั้นจะเกินไป และไม่ยาวจนล้น ต้องมานั่งหาที่เก็บสายเวลาจะใช้งาน … ใส่สมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงระหว่างใช้งาน ก็ไม่ทำให้การเคลื่อนไหวในท่วงท่าต่างๆ ต้องสะดุด อันนี้ถือว่าดี … ตัวไมโครโฟนเลือกที่จะให้ติดอยู่ตรงหูฟังข้างซ้าย ซึ่งผมเห็นด้วยนะ ไมโครโฟนอยู่ใกล้ๆ ปากหน่อยก็จะดีครับ

 

คุณภาพเสียงหูฟัง Yuppie Orange

พอเป็นหูฟัง ก็ทดสอบโหดหน่อย (ฮา) ทดสอบด้วยการฟังด้วยไฟล์เสียง 24bit 96kHz ไฟล์ตรวจสอบย่านเสียง และไฟล์เพลงทั่วไป พบว่าน้องส้มของเรานี้แสดงภาพรวมมีมวลเสียงไม่ใหญ่นัก ให้ความรู้สึกบาลานซ์ได้ดี  แม้จะไม่ได้เน้นช่วงเบสให้ออกมาเด่นหรือลึกมากนัก แต่ก็แสดงผลรายละเอียดเสียงเบสออกมาได้ชัดเจนดี แบ่งพื้นที่ช่วงเสียงต่ำสูงได้ชัดเจนดีซึ่งช่วยเรื่องมิติเสียง ข้อติก็คือด้วยความที่เน้นช่วงกลางสูงเป็นหลักทำให้รู้สึกว่าเสียงที่ได้ค่อนข้างแห้งไปนิด ปลายเสียงสูงกระด้างไปหน่อย และแสดง Dynamic ความหนักเบาของเสียงออกมาไม่ค่อยได้เท่าไรนัก น่าจะเป็นหูฟังที่เหมาะสำหรับคนเมืองที่หาความเพลิดเพลินระหว่างเดินทางไปมาในที่ๆมีเสียงจอแจ

 

หูฟัง Yuppie Orange

 

พูดง่ายๆ Yuppie Orange นี่ไม่ได้มีความโดดเด่นในด้านไหนเลย แต่ความไม่โดดเด่นนี่แหละ มันก็เลยกลายเป็นจุดเด่นของหูฟังตัวนี้ไป เพราะด้วยความที่ไม่ไปปรับแต่งให้โดดเด่นด้านไหน สำหรับบางคนที่ชอบฟังเพลงแบบไม่เน้นการปรับเสียงย่านใดย่านหนึ่งมากไปน่าจะชอบ (เพียงแต่ Yuppie Orange นี่ก็ไม่ได้ไม่ปรับอะไรนะครับ แต่จะเน้นไปที่ช่วงกลางสูง เข้าใจว่าเพื่อความชัดเจนของเสียง)

 

บทสรุปหูฟัง Yuppie Orange

ผมมองว่าเป็นหูฟังชิลๆ สำหรับคนเมือง อย่างที่บอกไปในหัวข้อคุณภาพเสียงนั่นแหละ อารมณ์เสียบสมาร์ทโฟนฟังเพลงระหว่างเดินทางบนรถเมล์ บนรถไฟฟ้า หรือเดินบนสกายวอร์ค ซึ่งมีเสียงภายนอกรบกวนค่อนข้างมาก เลยต้องเน้นความชัดของเสียงเป็นหลัก มากกว่าย่านต่ำ เบสตึบๆ สำหรับคนที่มีสมาร์ทโฟนคู่ใจพร้อมหูฟัง(ที่แถมมา)ที่คุณภาพดีอยู่แล้ว Yuppie Orange อาจจะยังไม่ใช่คำตอบ แต่หากหูฟังหายหรือพัง แล้วไม่อยากซื้อใหม่เพราะแพงไป สนนราคา 890 บาทของ Yuppie Orange นี่ก็ไม่แพงมากไป และผมว่าคุณภาพเสียงก็ดีพอที่จะใช้ทดแทนได้ล่ะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: