รีวิว Doogee DG280 Leo น้องใหม่สีสันสวยงาม

Doogee DG280 Leo

สมาร์ทโฟนตลาดระดับล่างก็ยังเป็นสมรภูมิที่หลายๆ แบรนด์พยายามช่วงชิงความเป็นเจ้าผู้ครองตลาดอยู่ครับ ส่วนหนึ่งก็เพราะลูกค้าส่วนนี้เยอะมาก และหลายๆ คนก็ยังไม่ได้หันมาใช้สมาร์ทโฟน ก็ยังพอจะมีที่ให้แทรกตัวเข้ามาได้อยู่บ้าง และปีนี้แบรนด์ Doogee ก็จะเริ่มทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว และเมื่อเร็วๆ นี้ก็เพิ่งส่ง Doogee DG280 Leo ที่เป็นรุ่นราคาประหยัด 2,490 บาท เพื่อมาช่วงชิงส่วนแบ่งผู้ใช้งานกัน โดยสู้ด้วยราคา กับดีไซน์สีสันสวยสด และแนวคิดใหม่ ฝาหลังที่ทำหน้าที่คล้ายๆ กับเคสไปในตัวนี่แหละครับ

 

รูปร่างหน้าตาของ Doogee DG280 Leo

ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนพยายามทำสมาร์ทโฟนให้มีสีสันสวยสด แต่ส่วนใหญ่มักจะแป้กครับ (จำ iPhone 5c ได้ไหม) ไม่รู้ว่าทำไม อาจจะเพราะคนที่ซื้อสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์เขาชอบให้ดูหรูหราสมราคาไว้ก่อน (แล้วค่อยไปหาเคสสีสดสวย ลายน่ารักๆ ใส่ทีหลัง) แต่ไม่ใช่ว่าสมาร์ทโฟนสีสันสวยสดจะขายไม่ออกนะ ผู้ใช้งานในตลาดระดับล่างอาจจะชอบมากกว่าก็ได้ Doogee คงจะคิดแบบนั้น เลยจัด Doogee DG280 Leo มาแบบ 5 สี เป็นขบวนการเรนเจอร์เลยทีเดียว (แล้วก็สีสันตามขบวนการเรนเจอร์จริงๆ นะ ฟ้า เขียว เหลือง ชมพู ดำ)

 

Doogee DG280 Leo ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ Doogee DG280 Leo เป็นหน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 4.5 นิ้ว ความละเอียด 854×480 พิกเซล ให้ความหนาแน่นของพิกเซลที่ 217.7ppi มีปุ่มกดตามมาตรฐาน Android ในอดีต คือ Menu, Home และ Back พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล พร้อม Proximity sensor ด้วย

 

Doogee DG280 Leo ด้านหลัง

Doogee DG280 Leo Anti Slide

ด้านหลังของ Doogee DG280 Leo นี่มีอะไรมากกว่าที่คิดแฮะ เอาแบบมาตรฐานก่อน มันก็มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash และด้านล่างลงมาก็จะมีลำโพงของตัวเครื่องอยู่ … แต่จุดเด่นมันคือดีไซน์ที่เขาเรียกว่า Wet-like ไม่รู้ทำไมเรียกแบบนั้น ที่เว็บของ Doogee ในต่างประเทศเขาบอกว่าออกแบบมาให้ระบายความร้อนได้ดี และกันลื่นด้วย … ไอ้เรื่องระบายความร้อนได้ดี ไม่แน่ใจครับ เพราะไม่เห็นมีอะไรเป็นพิเศษ แต่ที่ว่ากันลื่นนี่พอเชื่อได้ เพราะสัมผัสแล้วมันรู้สึกได้ครับ

 

Doogee DG280 Leo ด้านบน

 

ด้านบนของ Doogee DG280 Leo ไม่ได้มีอะไรมาก ก็มีแค่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

 

Doogee DG280 Leo ด้านล่าง

 

ด้านล่างของ Doogee DG280 Leo มีรูไมโครโฟน ทำหน้าที่เป็นไมค์อัดเสียงเวลาถ่ายคลิปวิดีโอด้วย และมีพอร์ต Micro USB อีกพอร์ตนึงไว้ตอนชาร์จแบตเตอรี่และเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์

 

Doogee DG280 Leo ด้านซ้าย

 

ด้านซ้ายของ Doogee DG280 Leo มีปุ่ม Power

 

Doogee DG280 Leo ด้านขวา

 

ด้านขวาของ Doogee DG280 Leo ก็มีแค่ปุ่ม Volume ปรับระดับเสียงครับ

 

Doogee DG280 Leo แกะฝาหลังออก

ฝาหลังเป็นวัสดุคล้ายกับเคสซิลิโคนเลย

 

จุดขายอีกจุดนึงของ Doogee DG280 นี่ก็น่าจะเป็นตรงที่ฝาหลังเป็นวัสดุประมาณยางซิลิโคนคล้ายๆ เคสมือถือที่เราซื้อมาใส่กันนี่แหละครับ นอกจากผิวสัมผัสมันจะกันลื่นให้เราได้แล้ว มันดูจะช่วยซับแรงกระแทกได้นิดหน่อยด้วย เวลาตกพื้นบ้างเล็กๆ น้อยๆ คล้ายๆ กับการใส่เคสอ่ะครับ ซึ่งตอนแกะออกมา ก็รู้สึกเหมือนกับการแกะเคสมือถือเลย

แต่ของแบบนี้ ไว้ต้องพิสูจน์นะครับ หึหึ (หัวเราะอย่างชั่วร้าย)

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Doogee DG280 Leo

ด้วยราคาค่าตัว 2,490 บาท ผมก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับสเปกมากมายครับ แต่ปรากฏว่า Doogee จัดมาให้มากกว่าที่คิดนะ ทั้งได้หน่วยประมวลผลแบบ Quad-core และได้จอแสดงผลแบบ IPS LCD อีก หน้าจอก็ 4.5 นิ้ว เรียกว่าสเปกไม่เลวทีเดียวสำหรับราคา … มาดูรายละเอียดกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

  • CPU: MediaTek MTK6582 Cortex-A7 Quad-core 1.3GHz
  • GPU: Mali-400MP2 500MHz (Dual-core)
  • Display: IPS LCD 4.5″ 854×480 พิกเซล (217.7ppi)
  • RAM: 1GB
  • Internal storage: 8GB
  • External storage: รองรับสูงสุด 32GB
  • Operating System: Android 4.4.2 KitKat
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: Mini SIM + Micro SIM (รองรับ 2 ซิม)
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/1900/2100MHz
    • 4G: ไม่รองรับ
    • WiFi: 802.11b/g/n
    • Bluetooth: 4.0
    • Infrared port: ไม่มี
    • NFC: ไม่มี
  • Camera:
    • กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
  • Battery: 1,800mAh
  • Dimensions: 133.5 มม. x 68.3 มม. x 8.8 มม.
  • Weight:  109 กรัม
  • Others: —
  • Price: 2,490 บาท

เรียกว่าสเปกให้มาจัดเต็มทีเดียวสำหรับสนนราคา 2,490 บาทนี่ ถือว่าเป็นสเปกที่คุ้มค่าตัวนึงเลยล่ะครับ แน่นอน สเปกไม่ได้แรงมากหากพิจารณาเทียบกับสมาร์ทโฟนราคาระดับเกือบหมื่นหรือหมื่นกว่าอะไรแบบนั้น แต่นี่เรามาถึงยุคที่สมาร์ทโฟนราคาไม่ถึงสามพันบาทได้ Quad-core กันแล้วเรอะ (หากไม่นับพวกสมาร์ทโฟนที่พวกค่ายมือถือมาทำตลาดเองนะครับ) ย้อนกลับไปซัก 5 ปีก่อนนี่ สเปกน้อยกว่านี้ยังนับว่าเป็นไฮเอนด์เลย (ฮา)

สำหรับเรื่องประสิทธิภาพนั้น ผมเลือกใช้โปรแกรม Benchmark ต่างๆ มาวัดดังนี้

  • AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป (เช่น การตกแต่งภาพ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป การเข้ารหัสข้อมูล และความลื่นไหลของพวกอนิเมชั่นต่างๆ ของ User Interface)
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • PCMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในการใช้งานโดยทั่วๆ ไป (เช่น การท่องเว็บ การค้นหาข้อมูล การเล่นไฟล์วิดีโอ การตกแต่งภาพ)
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลที่ได้ก็ตามตารางด้านล่างเลยครับ

 

Benchmarks Scores
AnTuTu Mobile Benchmark Overall: 18616
UX: Multitask 2813, Runtime: 1118
CPU (Multi-thread): CPU integer 1661, CPU float-point 1493
CPU (Single-thread): CPU Integer 1178, CPU float-point 981
RAM: RAM Operation 1141, RAM Speed 1708
GPU: 2D graphics 1420
GPU: 3D graphics [854×480] 3621
IO: Storage I/O 857, Database I/O 625
MobileXPRT 2013 Performance Test: 119
User Experience Tests: 98
3DMark Ice Storm: 3244
Ice Storm Extreme: 2129
Ice Storm Ultimate: 2875
PCMark for Android Work performance: 2144
Web browsing: 2294
Video playback: 3298
Writing: 1462
Photo editing: 1910
Vellamo Mobile Web Benchmark HTML: Internet Browser 1546
Multicore: 1191
Metal: 751
Geekbench 3 Overall: Single-Core Score 353 Multi-Core Score 1178
Integer: Single-Core Score 445, Multi-Core Score 1561
Floating Point: Single-Core Score 336, Multi-Core Score 1195
Memory: Single-Core Score 207, Multi-Core Score 380

 

คะแนนที่ได้จากผลการทดสอบ ก็ชี้ให้เห็นว่าสเปกแค่ธรรมดาๆ ครับ พื้นๆ ไม่ได้แรงอะไรมากมาย พอใช้งานระดับพื้นฐานได้แบบสบายๆ แต่ในการเล่นเกมก็แค่ในระดับหนึ่งเท่านั้น เช่น หากเล่นเกม 3D กราฟิกพื้นฐานก็อาจจะไม่มีอะไร แต่หากไปเล่นเกมกราฟิกจัดๆ อย่างพวก Asphalt 8: Airborne หรือ Modern Combat 5: Blackout ก็อาจจะต้องยอมตัดใจจากรายละเอียดกราฟิกไปพอสมควร

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน Doogee DG280 Leo

Doogee DG280 Leo นี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนพวก Android smartphone ที่ผมเคยใช้เคยรีวิวเลย อาจจะเพราะดีไซน์ที่เน้นสีสันสดๆ ขนาดที่กะทัดรัดมือ และน้ำหนักที่เบาเอามากๆ เมื่อเทียบกับพวกสมาร์ทโฟนสนนราคาประมาณนี้ ถือว่า Doogee ทำได้ดีทีเดียว อย่างไรก็ดี มองแง่นึง ฝาหลังแบบยางซิลิโคนก็ดูจะเป็นจุดเด่นในแง่ความสวย ในแง่ของความสะดวกในการถอดเข้าถอดออก แต่อย่าไปถอดออกมาแล้วบิดหรือพับมันนะครับ เพราะจากที่ลอง มันไม่คืนรูปกลับมา 100% ซึ่งนั่นจะทำให้มันเกิดอาการเผยอนิดๆ เสี่ยงต่อฝุ่นและน้ำเข้าไปได้ง่ายๆ

 

Doogee DG280 Leo

Doogee DG280 Leo มีติดฟิล์มกันรอยมาให้แล้ว ก็แค่ลอกสติ๊กเกอร์ออก

 

หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ที่ใช้กับ Doogee DG280 Leo นั้น บอกตรงๆ ว่าทำให้ดูคุ้มค่ามากขึ้น เพราะปกติสมาร์ทโฟนสนนราคาระดับนี้ ใช้จอ TFT LCD ธรรมดาๆ เวลาดูหน้าจอมันจะรู้สึกได้ว่ามันเงาๆ วิ้งๆ ชอบกล เป็นเพราะมุมมองแคบ และในบางมุมสีสันจะเพี้ยนมากเป็นพิเศษ แต่กับจอ IPS LCD ของ Doogee DG280 Leo นี่ไม่มีอาการนั้น … ในฐานะสมาร์ทโฟนที่ไม่ใช่รุ่นยอดนิยมในตลาด ปกติจะหาฟิล์มกันรอยยากมาก ส่วนใหญ่ก็ต้องไปหาร้านที่สามารถตัดฟิล์มให้เข้ากับหน้าจอได้ แต่ Doogee เขาจะแถมฟิล์มกันรอยมาให้เลย เราซื้อมา แกะออกจากกล่องปุ๊บ ก็แกะสติ๊กเกอร์ออก พร้อมใช้เลย

 

Home screen ของ Doogee DG280 LeoApp tray ของ Doogee DG280 LeoQuickSettings ของ Doogee DG280 Leo

 

User Interface ของ Doogee DG280 Leo นั้นหากไม่มองเรื่องไอคอนต่างๆ ที่เลือกธีมมาได้แบบว่า เข้ากับดีไซน์ของตัวเครื่องอย่างมาก มันก็คือ User Interface พื้นฐานของสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่ใช้ชิปเซ็ต MediaTek เลยล่ะครับ เพียงแต่ Doogee เขาเพิ่มลูกเล่นที่ปกติจะมีแต่ในสมาร์ทโฟนระดับกลางๆ ไปจนถึงไฮเอนด์มาให้ เช่น Gesture motion ที่ให้เราสามารถปิดเสียงโทรเข้าด้วยการคว่ำเครื่องโทรศัพท์ลง หรือเวลาเอาเครื่องยกขึ้นมาแนบหูแล้วก็จะปิด Speaker, Power saving mode โหมดช่วยประหยัดพลังงาน, พวก Gesture ต่างๆ เพื่อใช้เปิด App บางตัว (วาดรูปตัว e เพื่อเปิดเบราวเซอร์ เป็นต้น)

แต่อย่าคิดมากนะครับ ลองเล่นขำๆ ได้ เพราะเอาเข้าจริงตอนลองใช้งาน บางฟังก์ชั่นยังตอบสนองไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อาจจะเพราะหน่วยประมวลผลไม่ได้ความเร็วสูงมากนัก … หากซื้อมาใช้งานก็แนะนำว่าลองเล่นดูแล้วก็ดูว่าฟังก์ชั่นไหนใช้แล้วแม่นยำบ้าง และอำนวยความสะดวกเราแค่ไหน ก็เปิดใช้อันนั้นไป อันอื่นก็ปิดครับ … ข้อดีคือ Doogee เขาปิดฟังก์ชั่นต่างๆ พวกนี้เอาไว้ก่อน อยากใช้ค่อยไปเปิด ซึ่งผมว่า OK

 

Google Keyboard บน Doogee DG28 0 Leo

 

Keyboard ที่มากับเครื่องก็มี Google keyboard และ Go Keyboard ซึ่งผมมองว่า Google keyboard นี่คุ้นกว่าเยอะ ตรงนี้มีข้อสังเกตนิดนึง คือ Doogee ไม่ได้ไปตั้งค่า Default ของ Keyboard เอาไว้นะครับ ฉะนั้นปกติแล้ว Google keyboard จะพิจารณาจากภาษาของเมนูว่าเราตั้งเป็นภาษาอะไร หากเป็นภาษาไทย ตัว Keyboard ก็จะมีทั้งไทยและอังกฤษให้เลือก แต่หากเลือกเป็นเมนูภาษาอังกฤษไว้ Keyboard จะมีแต่ภาษาอังกฤษ เราต้องไปเพิ่มภาษาไทยเขาไปเองนะครับ

 

Power Display = แสดงอำนาจ ... เจริญล่ะ

 

แต่เมนูภาษาไทย … แปลได้ซับนรกเอาเรื่องในหลายๆ จุด เช่นในโหมดประหยัดพลังงาน จะมีตัวเลือกนึงที่ภาษาอังกฤษเขียนว่า Power Display (ซึ่งจริงๆ คือการแสดงเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่บน Notification bar) มันดันแปลเป็นภาษาไทยว่า แสดงอำนาจ (Power = อำนาจ และ Display = แสดง) … เจริญล่ะ … ข่าวดีคือ ไม่ได้แปลผิดเยอะมากครับ ส่วนใหญ่พออ่านเข้าใจ แต่ไอ้ที่ซับนรกก็นรกจริงจัง

 

Animation ไม่ลื่นมาก แต่จะเอาอะไรกับราคา 2,490 บาท

 

แน่นอน สเปกไม่ได้สูง ฉะนั้นใครซื้อไปอย่าบ่นว่าอนิเมชั่นมันหน่วง เปิด App แล้วไม่โผล่ปุบปับทันใจ … อยากได้อะไรแบบนั้น ไปซื้อพวกไฮเอนด์โลดครับพี่น้อง … พวก App พิเศษที่จะแถมมาให้ก็ไม่ต้อไปคิดถึงมันมาก จริงๆ ผมว่าดีแล้วที่ Doogee ไม่ยัดเยียด App มาให้ เพราะตัวเครื่องมี Internal storage มาให้แค่ 8GB เท่านั้น แถมเหลือที่ให้ใช้จริงไม่เต็ม 8GB หรอกนะ เพราะมันต้องเอาไปเก็บตัวระบบปฏิบัติการกับ App ที่ติดตั้งมาให้ตั้งแต่ต้นส่วนนึง ฉะนั้น อยากได้อะไร ดาวน์โหลดเอาทีหลังดีกว่า

เพียงแต่พวกที่ซื้อมากะใช้งานพื้นฐาน แต่ไม่ค่อยคล่องในเรื่องการใช้งานสมาร์ทโฟนหรือพวก App ต่างๆ ก็อาจจะมึนๆ กับที่ต้องดาวน์โหลด App เองได้ แต่ตรงนั้นน่าจะมีลูกหลานคอยช่วยล่ะน่า … แต่ถ้า Doogee จะพิจารณาถึงเรื่องนี้ พวก App อย่าง Facebook หรือ LINE ที่มั่นใจได้ว่าคนไทยอย่างน้อย มากกว่า 50% ใช้แน่นอน ก็ติดตั้งมาให้แต่ต้นเลยก็น่าจะโอเค

 

AppLock ของ Doogee DG280 LeoAppLock ของ Doogee DG280 LeoAppLock ของ Doogee DG280 Leo

 

ในภาพรวม เท่าที่ลอง ก็ตอบโจทย์ทุกการใช้งานพื้นฐานครับ จะเอามาท่องเว็บ ใช้งาน Social media (Twitter, Facebook, LINE) ตลอดจนการรับส่งอีเมล์ สามารถทำได้สบายๆ … อ้อ! อีกคุณสมบัตินึงที่เพิ่งเห็นว่าสมาร์ทโฟนระดับราคาแบบนี้เขาทำกันก็คือ AppLock ครับ (ภาษาไทยคือ ล็อคซอฟต์แวร์ … ไม่ซับนรก) เอาไว้ล็อกการใช้งาน App ครับ เราล็อกตัวไหน เวลาจะเปิดใช้งาน มันจะให้เราใส่รหัสผ่านที่กำหนดไว้ ไม่งั้นก็ใช้ไม่ได้ เหมาะสำหรับเวลาเอาให้ลูกๆ หลานๆ ไปใช้เล่น จะได้ไม่ซนไปกดเปิด App อะไรที่เราไม่ต้องการให้เปิด … ข้อควรระวังคือพอตั้งรหัสแล้วล็อก App แล้ว ต้องกด Back เพื่อออกจากโปรแกรม AppLock นี่ด้วยนะครับ หากไม่ออกมาจากโปรแกรม แม้มันจะล็อค App ที่ต้องการ เราก็แค่เปิดโปรแกรม AppLock นี่ขึ้นมา มันก็จะค้างที่หน้าตั้งค่าเลย ไม่ถามรหัสผ่านซะงั้น -_-”

อ้อ! แม้จะสนนราคาแค่ 2,490 บาท แต่ Doogee DG280 Leo นี่ รองรับการใช้งาน USB On-the-Go ด้วยนะครับ เสียบสาย USB OTG แล้ว เสียบ Flash drive ได้เลย หรือผมมี Flash drive แบบที่มีหัว Micro USB ผมก็เสียบปุ๊บ ใช้งานได้เลย

 

การใช้งาน Doogee DG280 Leo ในด้านความบันเทิง

หน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว แบบ IPS LCD ช่วยได้เยอะเวลาที่จะใช้เพื่อความบันเทิงอย่างดูคลิปวิดีโอ แม้ความละเอียดหน้าจอจะไม่สูงมาก แค่ 854×480 พิกเซล แต่ก็พอตอบโจทย์ความต้องการด้านบันเทิงได้อยู่ และเมื่อพิจารณาสนนราคาค่าตัว 2,490 บาทแล้ว ก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียวครับ … ยิ่งรองรับ USB On-the-Go ด้วย ทำให้ไม่ต้องวุ่นวายกับการถอดเปลี่ยน MicroSD card เลย แค่ก็อปปี้ไฟล์หนังมาใส่ Flash drive จากนั้นก็ต่อผ่านสาย USB OTG เพื่อดูได้เลยครับ

 

ดูหนัง 1080p บน Doogee DG280 Leo

 

อย่างไรก็ดี คุณภาพเสียงของลำโพงนั้น ตามราคาค่าตัวเลย เสียงที่ได้จากลำโพงมีมวลที่ค่อนข้างเล็ก รายละเอียดแสดงออกมาไม่ชัดนัก โดยปรับแต่งมาเน้นเฉพาะช่วงย่านเสียงคนร้องซึ่งก็ถือว่าทำช่วงปลายเสียงสูงได้ใสดี ไม่กระด้าง แต่เสียงองค์ประกอบดนตรีที่เหลือจะปนๆ กันจนฟังไม่รู้เรื่องหากเป็นเพลงที่มีรายละเอียดเยอะ จุดสังเกตคือตำแหน่งวางลำโพงที่หากวางเครื่องหงายแล้ว สูญเสียโทนเสียง เนื้อเสียงไปมากกว่าครึ่งเลยทีเดียว

แต่พอทดสอบฟังด้วยหูฟัง Apple EarPods เสียงที่ได้นั้นมีความบาลานซ์ที่ดีเลยทีเดียว เสียงสูงชัดใส เสียงกลางนวล เสียงต่ำที่แม้ไม่ลึกมากแต่ก็มีเพียงพอให้รู้สึกถึงความหนักหน่วงของอารมณ์เพลง อย่างไรก็ตามย่านเสียงยังแยกพื้นที่กันไม่เด็ดขาดนักทำให้มิติเสียงโดยรวมออกแบนไปเสียหน่อย ระบบขยายเสียงทำได้ดี โทนเสียงค่อนข้างคงที่เมื่อเร่ง/ลดระดับเสียง แต่ตอนเร่งดังสุดก็มีอาการเสียงกระจายนิดหน่อย แต่ไม่กระทบความรู้สึกในการฟังเท่าไรนัก

ฉะนั้น จะดูหนังฟังเพลงบน Doogee DG280 Leo ละก็ ผ่านหูฟังน่าจะดีกว่าผ่านลำโพงของตัวเครื่องครับ

 

เล่นเกม Asphalt 8: Airborne บน Doogee DG280 Leo

 

ลองเล่นเกม Asphalt 8: Airborne ดู น่าประทับใจมาก คือ ได้กราฟิกค่อนข้างสวยทีเดียว เมื่อมองว่านี่เป็นแค่สมาร์ทโฟนราคา 2,490 บาท และไม่ใช่เพราะฝืนปรับกราฟิกให้สวยด้วยนะ คือ เกมเล่นได้ลื่นไหล มีการตอบสนองการควบคุมตัวรถที่ค่อนข้างดีมากทีเดียวครับ ฉะนั้น ใครที่ซื้อสมาร์ทโฟนราคาประหยัดตัวนี้มา แล้วกะว่าจะเอามาเล่นเกม ก็ไม่น่าจะมีปัญหา ยกเว้นจะเน้นไปเล่นเกมออนไลน์บางเกมที่แม้จะเป็นกราฟิก 2D แต่พอตัวละครออกมาเยอะๆ มันดันกระตุก อันนี้ผมเจอมาแล้ว ขนาดเล่นด้วย Galaxy Note 4 ยังกระตุก ผมว่ากรณีแบบนี้ Doogee DG280 Leo ก็ไม่น่าเหลือ เหอๆ

 

กล้องและวิดีโอของ Doogee DG280 Leo

บอกตรงๆ ผมไม่อยากคาดหวังกับ Doogee DG280 Leo มากในเรื่องการถ่ายภาพและวิดีโอ เพราะจากประสบการณ์ สมาร์ทโฟนสนนราคาประมาณนี้จะไม่ใส่ใจเรื่องนี้มากเท่าไหร่ ให้กล้องดิจิตอลมาแค่แบบ พอจะใช้ถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอได้ ให้ในสเปกมันเขียนได้ว่ามี … แม้จะเป็นกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล หรือะไรก็ตามแต่ … เปิดโปรแกรมกล้องมาปุ๊บ เห็น User Interface ที่คุ้นตา พวกสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่ใช้ชิป MediaTek จะมี User Interface ประมาณนี้ … เป็นซอฟต์แวร์ที่ลูกเล่นให้มาครบ ทั้งโหมด Beauty, Panorama ฯลฯ

 

User Interface กล้องของ Doogee DG280 Leo

 

ที่รู้สึกว่าดีคือ Doogee DG280 Leo นี่ให้กล้องแบบออโต้โฟกัสมา แม้สนนราคาค่าตัวจะค่อนข้างถูก (ปกติยี่ห้ออื่นให้กล้อง 5 ล้านพิกเซลมา แต่จะเป็นแบบ Fixed focus) และสามารถทำ Tap-to-focus ได้ด้วย โดยการแตะจุดที่ต้องการบนหน้าจอ ยังปรับวัดแสงให้อีก … เฮ้ย! เริ่มรู้สึกดีสำหรับเรื่องซอฟต์แวร์กล้อง แล้วคุณภาพของภาพถ่ายล่ะ?!?

 

ภาพโดย Doogee DG280 Leo

ภาพโดย Doogee DG280 Leo

ภาพโดย Doogee DG280 Leo

ภาพโดย Doogee DG280 Leo

ภาพโดย Doogee DG280 Leo

 

คุณภาพของภาพถ่าย ต้องบอกก่อนว่าด้วยสนนราคาแบบนี้ อย่าไปคิดว่าจะถ่ายภาพตอนแสงน้อยๆ ตอนกลางคืนได้สะดวกๆ แต่ถ่ายภาพตอนเช้า ตอนกลางวัน ก็โอเคอยู่ครับ คุณภาพไม่ได้ชัดสุดยอด แต่ถ้าพิจารณาจากสนนราคาค่าตัว 2,490 บาทแล้ว ถือว่าในกลุ่มสมาร์ทโฟนราคาประมาณนี้ Doogee DG280 Leo ก็ทำได้ดีไม่เลวทีเดียวครับ ไม่น้อยหน้าใคร ต้องบอกแบบนี้

วิดีโอถ่ายได้แบบ 720p ครับ คุณภาพพอประมาณกับราคาค่าตัว เท่าที่ลองใช้ดู การปรับโฟกัสกับการปรับชดเชยแสงทำได้ไม่เร็วมาก และไม่เหมาะกับการนำไปใช้ถ่ายวิดีโอในร่มซักเท่าไหร่ แต่ถ่ายกลางแจ้งก็พอไหวนะครับ

 

บทสรุปการรีวิว Doogee DG280 LEo

เป็นสมาร์ทโฟนสนนราคาค่าตัว 2,490 บาทที่คุ้มค่าดีครับ ซื้อมาก็ทำอะไรได้หลายๆ อย่าง ใช้งานพื้นฐานตามสมัยนิยม (เช่นเน็ต คุย LINE โพสต์ Facebook) สบายๆ และเผื่อใครอยากเล่นเกมบ้าง สเปกของฮาร์ดแวร์ก็รองรับได้สบายๆ ครับ และมีกล้องดิจิตอลที่คุณภาพอยู่ในเกณฑ์พอใช้ เอาไว้ถ่ายรูปอวดเพื่อนๆ เวลาไปเที่ยวแล้วโพสต์บน Social media หรือส่ง LINE ได้สบายๆ อยู่

จากที่ทาง Doogee Thailand เขาบอกมา เรื่องการรับประกันก็ไม่ต้องห่วง มีการรับประกันซ่อมภายใน 7 วัน ในกรณีเสียปกติครับ เพียงแต่การขายอาจจะเป็นแนวใหม่ คือ เน้นการขายแบบออนไลน์เป็นหลัก สงสัยอะไรก็ไปดูที่ Facebook Page ของเขาที่ https://www.facebook.com/doogeethailand หน้าร้านยังไม่มี ศูนย์ซ่อมอยู่แถวๆ คลองสาน ถ้าจำไม่ผิด แต่ในอนาคตทาง Doogee Thailand จะมีการจับมือเป็นพันธมิตรกับร้านค้า เพื่อให้เป็นจุดรับส่งเครื่องซ่อมด้วย

อย่างไรก็ดี Doogee Thailand บอกชัดเจนว่า ในกรณีที่ไม่ได้ซื้อเครื่องกับทาง Doogee Thailand ละก็ จะไม่รับซ่อมนะครับ … พูดง่ายๆ เครื่องหิ้วต้องรับผิดชอบตัวเอง (ฮา)

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. DG 280 กล้องauto focusไหมจ๊ะ อ่านหลายที่ เขาบอกว่ามันไม่โฟกัส

    • kafaak says:

      มีครับ ตัวนี้นอกจาก auto focus แล้ว ยังแตะเลือกจุดโฟกัสได้ด้วย (เพียงแต่ช้าเอาเรื่อง)

Leave a Reply

%d bloggers like this: