Dell XPS 13 รุ่นปี 2015

Print Friendly

Dell XPS 13 2015

Dell XPS 13 รุ่นปี 2015 หรือจะเรียกสั้นๆ ว่า Dell XPS 13 (2015) เป็นโน้ตบุ๊กที่มีการกล่าวขวัญถึงกันเยอะมากในสื่อต่างประเทศเมื่อตอนเปิดตัวในงาน CES2015 เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา และภายในสัปดาห์เดียว เจ้านี่ก็ถูกส่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาเปิดตัวให้เห็นในประเทศไทย แต่ตอนนั้นยังเป็นแค่ Engineering demo unit เท่านั้น และล่าสุด Dell XPS 13 (2015) ตัวนี้ก็มาถึงมือผมแล้ว เป็นตัวเต็มจริงจัง … หยิบขึ้นมาดูแล้ว รู้สึกได้เลยว่า ทำไมสื่อต่างประเทศเขากล่าวขวัญถึงได้ขนาดนั้น … คือหยิบขึ้นมาตอนแรก นึกว่าเป็นหน้าจอ 11 นิ้วครับ ก็แปลกใจอยู่ว่าทำไมตั้งชื่อรุ่นว่า XPS 13

เมื่อสองปีก่อน Dell ออกตัว XPS 13 รุ่นแรกออกมา ซึ่งก็เป็นโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 13 นิ้วที่ใหญ่กว่า MacBook Air 11″ แค่นิดหน่อยเท่านั้น แต่งวดนี้ผ่านไปสองปี เทคโนโลยีก็เปลี่ยนไปเยอะครับ Dell XPS 13 (2015) ก็เลยพร้อมกับหน้าจอแสดงผลที่ Dell ขนานนามให้ว่าเป็น Infinity Display ด้วยความที่ขอบหน้าจอหนาแค่ 5.2 มิลลิเมตรเท่านั้น ทำให้ขนาดของตัวเครื่องลดลงมาได้อีกมากโขเลยครับ จนขนาดตัวเครื่องนี่แทบจะพอๆ กับ MacBook Air 11″ แล้ว เมื่อวางเทียบกันดู จะเห็นว่าขนาดแทบไม่ได้ใหญ่กว่ากันเลยครับ

 

เทียบ Dell XPS 13 กับ MacBook Air 11"

 

แต่ถ้าเอาเรื่องความหนามาเทียบ Dell XPS 13 (2015) ก็ยังดูหนากว่า MacBook Air 11″ อยู่นิดหน่อยนะครับ ไม่ว่าจะเทียบด้านไหนก็ตาม … แต่สัมผัสของตัวเครื่อง ที่ใช้อลูมิเนียมมาทำเป็นผิวตัวเครื่องทั้งด้านบนและด้านล่าง ทำให้ Dell XPS 13 (2015) ดูหรูหราไฮโซขึ้นมาทีเดียวล่ะครับ เพียงแต่แทนที่ Dell XPS 13 (2015) นั้น ในส่วนของตัวเครื่องด้านในจะไม่ใช่อลูมิเนียมครับ แต่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์

 

เทียบกับ MacBook Air 11" แล้ว Dell XPS 13 หนากว่านิดหน่อย

เทียบกับ MacBook Air 11" แล้ว Dell XPS 13 หนากว่านิดหน่อย

 

อีกเรื่องนึงที่เมื่อสองปีก่อน Dell XPS 13 มีหน้าจอแสดงผลที่ความละเอียดอยู่ในระดับแค่พอประมาณ คือ 1366×768 พิกเซลเท่านั้น พอมาเป็นปี 2015 นี่  Dell กำลังจะบอกว่า Notebook ระดับไฮเอนด์แล้ว ขั้นต่ำๆ หน้าจอก็คงต้องเป็น QHD แล้วล่ะครับ ฉะนั้น Dell XPS 13 (2015) เลยจัดเต็มหน้าจอแสดงผล 3840×1800 พิกเซลมาให้เลยทีเดียวครับ สวยงามมากเลยล่ะ แต่หากเป็นรุ่น Entry level ของโมเดลนี้ จะได้หน้าจอแสดงผลแบบ Full HD 1920×1080 พิกเซลแทน (แต่รุ่น Entry level เหมือนจะไม่มีจำหน่ายในประเทศไทยนะครับ)

 

Dell XPS 13 แบบเต็มๆ

 

ตัวเครื่องมีขนาดเล็กลงพอสมควร พวกคีย์บอร์ดก็เลยดูเล็กลงตาม แต่ว่าก็ยังเป็นแบบ 6 แถว ให้ปุ่มกดแบบเต็มๆ ปุ่ม Function Key ไม่ต้องไปเบียดพื้นที่กับพวกปุ่มตัวเลข ถือว่า Dell สามารถทำเรื่องดีไซน์ได้ค่อนข้างดีทีเดียวครับ ตัว TouchPad นั้นเป็นแบบที่สามารถคลิกได้ด้วยการกดลงไป คล้ายๆ กับ TouchPad ของ MacBook มีขนาดใหญ่ระดับนึง

 

กล้องเว็บแคมของ Dell XPS 13 (2015) มาอยู่ตรงมุมด้านล่างของหน้าจอแทน

 

และด้วยความที่ขอบหน้าจอมีขนาดเล็กมากทั้งด้านบนและด้านข้าง กล้องเว็บจึงโดนระเห็ดออกมาอยู่มุมด้านซ้ายของหน้าจอแทน … คือ ก็เข้าใจนะว่ามันอยู่ตรงกลางไม่ได้ เพราะติดโลโก้ Dell … แต่พอกล้อมาอยู่ตรงมุมด้านซ้ายแถมอยู่ด้านล่างด้วย ภาพที่ได้เลยรู้สึกเป็นมุมเงยแบบเอียงๆ ไปหน่อยครับ มันก็ไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงหรอกนะ แต่ว่าหลายๆ คนอาจจะรู้สึกแปลกๆ ไป

 

Dell XPS 13 ด้านซ้าย

 

ด้านซ้ายของ Dell XPS 13 (2015) ก็จะมีช่องเสียบปลั๊กไฟ, Mini display port, พอร์ต USB 3.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มมง และปุ่มเช็คระดับแบตเตอรี่พร้อมไฟ LED บอกปริมาณแบตเตอรี่คงเหลือ และมีลำโพงสเตริโออยู่ข้างนี้

 

Dell XPS 13 ด้านขวา

 

ด้านขวาก็จะมีช่องใส่ตัวล็อกเครื่อง (ในกรณีเอาเครื่องออกไปโชว์ตามงาน), พอร์ต USB 3.0, สล็อต SD card และลำโพงสเตริโออีกข้าง

 

Dell XPS 13 ด้านล่าง

ฝาปิดด้านใต้ของ Dell XPS 13 มีพวกข้อมูลต่างๆ

 

ด้านล่างของตัวเครื่อง Dell XPS 13 (2015) มีแผ่นยางกันลื่นเวลาเอาไปวางบนพื้นผิวต่างๆ และถูกยกให้สูงอีกนิดหน่อย เพราะมันมีช่องระบายความร้อนอยู่ด้วย และตรงกลางตรงโลโก้ XPS มันเหมือนจะเปิดได้ ตอนแรกนึกว่าแกะเปิดออกมาแล้วจะเจออะไรดีๆ แต่ปรากฏว่ามันเป็นที่เก็บพวก Service code, Serial number และข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับตัวเครื่องครับ

มิติของตัวเครื่องแบบเต็มๆ คือ (กว้าง x ลึก) 304 มม. x 200 มม. ส่วนความหนาจะอยู่ที่ระหว่าง 9 มม. – 15 มม. โดยน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.26 กิโลกรัม … ถามว่านี่คือ Ultrabook ที่บางและเบาที่สุดไหม ก็คงต้องบอกว่าเจอที่บางและเบากว่านี้มาแล้ว … ฉะนั้นคงต้องบอกว่าจุดขายของ Dell XPS 13 (2015) คือ ความเป็นโน้ตบุ๊กขนาด 13 นิ้ว แต่ตัวเครื่องไซส์แค่โน้ตบุ๊กจอ 11 นิ้วละครับ และหน้าจอแสดงผลที่สวยมากๆ เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ที่ผ่านตามา

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน Dell XPS 13 (2015)

Dell XPS 13 (2015) มีให้เลือกหลายสเปก แต่ในประเทศไทยได้ยินว่านำเข้ามาแค่ไม่กี่รุ่น หรือเผลอๆ จะแค่รุ่นเดียว?!? สนนราคายังไม่ระบุ แต่ดูจากเว็บไซต์ที่บอกว่าอยู่ที่ $1,899 สำหรับรุ่นที่ผมได้มารีวิวแล้ว เข้าใจว่าขั้นต่ำๆ น่าจะอยู่ที่ห้าหมื่นปลายๆ เผลอๆ หกหมื่นต้นๆ ด้วยซ้ำไปครับ … ฉะนั้นบอกได้เลยว่าโน้ตบุ๊กตัวนี้มันเหมาะสำหรับระดับนักบริหารจริงๆ ครับ

 

Display 13.3-inch 3,200×1,800 touchscreen
CPU Upto 3.0GHz Intel Core i7-5500U
RAM 8GB DDR3 SDRAM 1600MHz
Graphics 3839MB (shared) Intel HD Graphics 5500
Storage 512GB SSD
Ports 2xUSB3.0, Mini display, 3.5mm Audio jack
Networking 802.11ac wireless, Bluetooth 4.0
Operating system Windows 8.1 (64-bit)

 

ผมลองจับมารัน PCMark 8 Free Edition ได้คะแนนอยู่ที่ 2176 คะแนน ไม่สูงมากนัก แต่ก็ถือว่าสบายๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป ตลอดไปจนถึงการเล่นเกมในระดับนึง … เกมอย่าง Street Fighter IV ในคุณภาพกราฟิกที่ปรับลดทอนบางส่วนลงไปบ้างเนี่ย ชิปเซ็ต Intel HD Graphics 5500 พอรับมือไหวอยู่ครับ แต่หากจะซื้อมาเล่นเกมน่ะ สนนราคาระดับนี้ ไปซื้อโน้ตบุ๊กที่ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์โดยเฉพาะจะดีกว่าครับ ใหญ่และหนักกว่า แต่จอใหญ่เต็มตา สเปกจัดเต็มกว่านี้

 

พอตั้งให้ฟ้อนต์และอะไรต่อมิอะไรใหญ่สุด การแสดงผลบางส่วนก็เพี้ยนไป (ความผิด Microsoft เลย)

 

หน้าจอแสดงผลระดับ QHD นั้น ย่อมมีผลกระทบต่อการใช้งานบางส่วนครับ อันนี้ไม่ใช่ความผิดของผู้ทำฮาร์ดแวร์ แต่อยู่ที่ Microsoft ที่ทำระบบปฏิบัติการ Windows มาให้รองรับโปรแกรมย้อนอดีตมากเกินไป โปรแกรมหลายๆ ตัว ทำมาตั้งแต่สมัยยุคที่หน้าจอแสดงผลระดับ HD 1366×768 พิกเซลคือเทพ มันก็เลยไม่สามารถปรับ User Interface เข้ากับหน้าจอแสดงผลระดับ QHD 3840×1800 พิกเซลได้ แต่ระบบปฏิบัติการ Windows ก็มีตัวเลือกให้เราปรับขยายพวกฟ้อนต์และ Interface ต่างๆ ให้ใหญ่โตขึ้น แต่แลกมาด้วยภาพแตกๆ หน่อย และบางกรณีการแสดงผลแอบเพี้ยนเล็กๆ ได้ครับ … ไม่ได้เป็นกับแค่ Dell XPS 13 (2015) หรอกนะ แต่เป็นกับทุกแบรนด์ที่ใช้จอ QHD นั่นแหละ

 

Dell XPS 13 (2015) พิมพ์มันมือมากๆ

 

ปุ่มบน Keyboard วาง Layout มาได้ดีมากทีเดียวครับ ผมพิมพ์แล้วแบบว่าเพลินมากๆ แต่ในทางกลับกัน ผมพบว่า TouchPad เวลาใช้งานแตะสองนิ้วแล้วเลื่อน เพื่อ Scroll หน้าจอ มันกลับไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร คือ มันเหมือนจะกระโดดๆ ไปเลย … ตอนแรกเข้าใจว่าต้องไปปรับการตั้งค่าอะไรไหม แต่ผมก็หาตัวเลือกปรับแต่งไม่เจอ และเมื่อไปลองอ่านรีวิวของสื่อต่างประเทศดู ก็พบว่าเขาก็มีปัญหาคล้ายๆ กันอ่ะครับ ตรงนี้จริงๆ สำคัญมากนะครับ เพราะแม้ว่าจะมีหน้าจอสัมผัสก็ตาม ในหลายๆ กรณี แม้แต่การท่องเว็บ ผมก็พบว่าการใช้ Gesture บน TouchPad เพื่อ Scroll หน้าจอได้ลื่นๆ เนียนๆ มันอำนวยความสะดวกในการใช้งานมากกว่า

 

Dell XPS 13 (2015) ขนาดเครื่องเล็ก น้ำหนักไม่มาก วางบันตักนั่งไขว่ห้าง ใช้งานชิลๆ

 

ตัวเครื่องขนาดไม่ใหญ่มาก น้ำหนักก็เบา ใช้งานในท่วงท่าต่างๆ สบายมากทีเดียว นั่งไขว่ห้างพิงเก้าอี้ พิมพ์งาน เขียนบล็อก ชิลสุดๆ ขอบอกครับ (ขอบคุณไทยแวร์ที่เอื้อเฟื้อสถานที่และอินเทอร์เน็ตให้ใช้ แถมยังมีขนมให้ทานอีก … ในภาพ) … ในแง่ของการเชื่อมต่อ รองรับ USB 3.0 ให้มาสองพอร์ต ตามมาตรฐานพวก Ultrabook แต่ที่ดีกว่าพวก Ultrabook ที่เน้นบางเฉียบตรงที่ไม่ต้องไปพึ่งพา Micro HDMI adapter ที่หายากกว่า แต่ใช้ Mini display adapter ที่หาซื้อได้ง่ายตาม iStudio เลย จะแปลงเพื่อต่อเข้า Projector หรือต่อออกจอ LCD/LED TV ก็สะดวกกว่าเยอะ

 

Dell XPS 13

 

พก Dell XPS 13 (2015) ไปทำงานนอกสถานที่ ไปนั่งร้านกาแฟหรือร้านแม็คโดนัลด์พลาง ทำงานไปพลาง ดูไฮโซดี ได้จอใหญ่เต็มตา ไม่กินเนื้อที่บนโต๊ะมากด้วย แต่สิ่งนึงที่ผมอยาก Feedback ให้กับ Dell มากที่สุดคือ หน้าจอแสดงผลที่กางได้แม้จะมาก แต่มันไม่สุด … ผมอาจจะรู้สึกอยู่คนเดียวหรือเปล่า แต่ผมอยากให้โน้ตบุ๊กมันกางหน้าจะได้ 180 องศาครับ เพราะการที่สามารถกางได้มากขึ้น ก็ทำให้ใช้งานในท่วงท่าต่างๆ ได้มากขึ้น และเวลาประชุมงานแบบรอบโต๊ะ หากสามารถกาง 180 องศาได้ ผู้เข้าประชุมก็แค่ลุกขึ้นยืนล้อมวงรอบเครื่อง ก็จะสามารถเห็นข้อมูลต่างๆ ได้พร้อมๆ กัน โดยไม่ต้องมาออกันด้านหลังคนใช้ Dell XPS 13 (2015)

 

ดูคลิป 4K บน Dell XPS 13 (2015)

 

ท้ายที่สุด แม้สนนราคาของ Dell XPS 13 (2015) รุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยจะแรงเอาเรื่อง เพราะมีแต่รุ่นไฮเอนด์สุดๆ มาจำหน่าย มันจึงน่าจะเหมาะกับการเป็นโน้ตบุ๊กเพื่อใช้ทำงานหาเงินมากกว่า แต่มันก็ต้องมีบ้างที่เราจะเอามาใช้เพื่อความบันเทิงล่ะน่า ซึ่งตรงนี้หน้าจอแสดงผลระดับ QHD ของ Dell XPS 13 (2015) รุ่นที่ผมได้มารีวิว เอามาเล่นวิดีโอ 4K ดู คมกริ๊บเลยครับพี่น้องครับ และลำโพงก็น่าประทับใจมากให้เสียงที่ค่อนข้างดัง มีเวทีเสียงกว้าง คมชัด ใส ให้มิติเสียงที่ดี ให้โทนเสียงที่นวล เป็นมิตรต่อการฟัง มีช่วงเสียงต่ำที่บางไปหน่อย ทำให้รู้สึกว่าเสียงกลางสูงเด่นออกมาเกินไปนิดหน่อย ทำให้ขาดบาลานซ์ไปบ้าง

ทดสอบฟังด้วยหูฟัง Apple EarPods พบว่าเสียงกลางต่ำค่อนข้างบวมไปหน่อยพลอยทำให้ได้ยินเบสเบลอไปด้วย ยังดีที่แสดงรายละเอียดออกมาแยกพื้นที่กันได้ดี ทำให้ช่วงเสียงสูงออกมาชัดเจนดี ถ้าฟังด้วยระดับเสียงที่เบาๆ อารมณ์แบบเปิดคลอขณะนั่งพิมพ์รายงาน ก็ยังให้ความรู้สึกเพลินๆ ได้อยู่

แน่นอนว่าเพราะ Dell XPS 13 (2015) ตัวที่ผมได้มารีวิวใช้ชิป Core-i7 เวลาใช้ไปซักพักมันก็รู้สึกได้เลยครับว่ามันร้อน แต่น่าประทับใจว่ามันไม่ร้อนมากเหมือนอีกหลายๆ ยี่ห้อหลายๆ รุ่นอ่ะครับ วางบนตักทำโน่นทำนี่เป็นชั่วโมง ยังไม่รู้สึกว่าร้อนจนน่ารำคาญ … มันทำให้ผมนึกถึง Intel Core M เลยทีเดียว ความร้อนที่ผมรู้สึกได้มันมากกว่าระดับนั้นนิดหน่อยเอง … แบตเตอรี่ที่ให้มาเป็นแบบ 4-cell 52Whr ครับ ผมลองนำมาใช้งานเขียนบล็อก ท่องเว็บ ใช้งาน Social media ต่อเน็ตผ่าน WiFi นอกสถานที่ ลองประเมินดูแล้ว น่าจะใช้งานต่อเนื่องได้ราวๆ 6 ชั่วโมงครับ

 

Adapter ของ Dell XPS 13 (2015)

 

อ้อ! เกือบลืม ตัว Adapter ของ Dell XPS 13 (2015) นี่มีขนาดเล็กทีเดียวล่ะ ก็สมควรอยู่ เพราะขนาดตัวเครื่องเล็กซะขนาดนี้ จะให้พก Adapter ใหญ่ๆ ก็ใช่ที่จริงไหมครับ เป็น Adapter แบบ 45 วัตต์ครับ แต่เวลาชาร์จแบตเตอรี่ รู้สึกได้เลยว่า Adapter แอบร้อนอยู่พอสมควร ร้อนกว่าตัวเครื่อง Dell XPS 13 (2015) ตอนใช้งานซะอีก (ซะงั้น)

 

บทสรุปการรีวิว Dell XPS 13 (2015)

ทั้งดีไซน์และสเปกของ Dell XPS 13 (2015) นี่ ทำออกมาได้ดีมาก มันเหมาะกับการเป็น Working notebook สำหรับผู้บริหารจริงๆ ถ้าพูดถึงสเปกที่ผมได้มารีวิวนะครับ คือ ผู้บริหารเอาไปใช้ มันดูดีมีฐานะอ่ะ ว่างั้นเถอะ Infinity display ของ Dell นี่โดดเด้นมาก เพราะเราจะคุ้นเคยกับโน้ตบุ๊กที่ขอบจอหนาๆ หน่อยครับ (อย่างน้อยๆ ก็ 15 มม. อ่ะ แต่ Dell XPS 13 นี่แค่ 5.2 มม. เอง)

ความเห็นส่วนตัวของผมคือ เจ้านี่น่าจะขายดีในกลุ่มผู้ใช้งานอายุน้อยๆ ด้วย เพราะดีไซน์ก็สวย วัสดุก็ดี ขนาดก็พกพาสะดวกมากๆ แต่กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มนี้จะไม่ซื้อก็เพราะสนนราคาค่าตัวแถวๆ หกหมื่นบาท สำหรับรุ่นที่ผมได้มารีวิวนี่แหละ … Dell ควรจะพิจารณานำเขารุ่น Entry level ที่ซื้อหามาเป็นเจ้าของได้ง่ายกว่า เพราะราคาเริ่มต้นของ Dell XPS 13 (2015) นี่อยู่ที่ $799 (ประมาณ 26,000 บาท) เท่านั้นเอง เพียงแต่จะได้ Core i3, RAM 4GB, SSD 128GB และจอ Full HD 1920×1080 พิกเซล แต่นั่นมันก็เพียงพอสำหรับการใช้งานต่างๆ แล้วอ่ะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

7 Responses

  1. Apinan Wongsawat says:

    ตัวนี้เข้าไทยเมื่อไหร่ครับ

  2. Apinan Wongsawat says:

    ขอบคุณมากครับ ขอสอบถามอีกนิดนึงครับว่า Dell Shop อยู่ที่ไหนครับ หาในเน็ตไม่เจอ XD

  3. Apinan Wongsawat says:

    ขอบคุณครับ 🙂

Leave a Reply

%d bloggers like this: