รีวิว Doogee DG900 Turbo 2 จอสวย IGZO Full HD ในราคาไม่ถึงแปดพัน

Doogee DG900 Turbe 2

ปีนี้แบรนด์นึงที่น่าจะลงหลักปักฐานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ คือแบรนด์ Doogee ครับ (จากงานบล็อกเกอร์ล่าสุดที่ผมไปร่วมมา เราสรุปกันว่าแบรนด์นี้จะอ่านว่า ดู-กี หุหุ) หลังจากที่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว และผมเองก็เคยรีวิวไปบางรุ่นแล้ว ซึ่งล่าสุด ได้ตัวระดับท็อปๆ ที่จะนำเข้ามาจำหน่าย คือ Doogee DG900 Turbo 2 ครับ แต่แม้จะเรียกว่าตัวท็อป สนนราคาค่าตัวก็อยู่ในระดับสบายกระเป๋า คือ 7,990 บาทเท่านั้นเอง เรียกว่าตั้งราคามากะเจาะกลุ่มตลาดระดับล่างที่พอมีเงินซื้อพวกสมาร์ทโฟนสเปกแรงๆ พอไหวอยู่นั่นเอง

เผื่อท่านผู้อ่านไม่คุ้นกับแบรนด์ Doogee นี้ บอกได้ก่อนเลยว่านี่เป็นแบรนด์จีนอีกแบรนด์นึง แต่ที่ฮาคือ แบรนด์นี้ในประเทศจีนไม่ค่อยมีคนรู้จัก เพราะเขาเน้นทำส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งผมพบว่าในประเทศแถบยุโรปนี่ แบรนด์นี้ขายกันอย่างเป็นตัวเป็นตนมากครับ แบรนด์นี้ค่อนข้างใหม่ครับ และเน้นขายบนช่องทางออนไลน์เป็นหลัก (คล้ายๆ Xiaomi) เลยไม่น่าแปลกใจที่เราจะไม่ค่อยได้เห็นวางจำหน่ายตามร้านซักเท่าไหร่

เมื่อไม่มีวางจำหน่ายหน้าร้านซักเท่าไหร่ ก็เป็นหน้าที่ของบล็อกเกอร์อย่างเราๆ นี่แหละ ที่จะต้องมารีวิวเล่าประสบการณ์ในการใช้งานให้ได้อ่านกันนะครับ

 

รูปร่างหน้าตาของ Doogee DG900 Turbo 2

เทียบกับปีก่อนแล้ว ดีไซน์ของ Doogee ดูเริ่มจะมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีหลายๆ รุ่นที่ดีไซน์ไปละม้ายคล้ายคลึงกับแบรนด์ใหญ่ๆ ซะมาก (ไม่อยากเรียกว่าลอกแบบมา แต่ขอใช้คำว่า ทำมาซะคล้ายแทนแล้วกัน … ฮา) ก็ไม่ได้หมายความว่า Doogee DG900 Turbo 2 นี่ไม่มีกลิ่นอายของแบรนด์อื่นนะครับ ตอนที่ผมเห็นเจ้านี่ครั้งแรก ผมนึกถึง Xiaomi MI3 หรือไม่ก็ Nokia Lumia ซักรุ่นอ่ะ แต่ในภาพรวมก็ไม่ได้เหมือนซะทีเดียว มันแค่ได้กลิ่นอาย

 

Doogee DG900 Turbo 2 ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ Doogee DG900 Turbo 2 เป็นหน้าจอแบบ IGZO ของ Sharp (ตัวเดียวกับที่เคยมีข่าวว่า Apple จะใช้กับ iPhone) ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล หน้าจอเป็น Corning Gorilla Glass 3 มีปุ่มแบบสัมผัส 3 ปุ่ม ลำโพงโทรศัพท์ และกล้องดิจิตอลด้านหน้าจัดเต็ม 8 ล้านพิกเซล

 

Doogee DG900 Turbo 2 ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ Doogee DG900 Turbo 2 เป็นดีไซน์กระจกครับ ตอนแกะเครื่องจากกล่องมาจะมีพลาสติกปิดเอาไว้ โดยมีการทำลายพริ้นต์บอกว่าปุ่มอะไรไว้ทำอะไรบ้าง ใส่ SIM card และ MicroSD card แบบไหนยังไง มีกล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียด 18 ล้านพิกเซล (ตามสเปกเขียนว่า 18 ล้านพิกเซล แต่ว่าจริงๆ แล้วเซ็นเซอร์มัน 13 ล้านพิกเซล แต่ซอฟต์แวร์อัพเป็น 18 ล้านพิกเซล) พร้อม LED Flash

ที่น่าสนใจตรงนี้คือ ด้านหลังเขาเขียนว่าเป็น Touch area ที่เอาไว้ใช้เป็นปุ่มชัตเตอร์เวลาจะถ่ายเซลฟี่ แต่ทาง Doogee Thailand เขาบอกว่าพอใช้งานจริงแล้วผู้ผลิตพบว่ามีปัญหาการใช้งานเพี้ยนเมื่อมีการใช้งานเครื่องนานๆ จนเกิดความร้อนบ้าง ดังนั้นเมื่ออัพเดตซอฟต์แวร์ใหม่ ฟังก์ชั่นนี้จึงโดนตัดออกไปครับ … ไม่เป็นไร ไม่ได้ส่งผลต่อการใช้งานทั่วไป

 

Doogee DG900 Turbo 2 ด้านบน

 

ด้านบนของ Doogee DG900 Turbo 2 จะมีแค่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

 

Doogee DG900 Turbo 2 ด้านล่าง

 

ด้านล่างของ Doogee DG900 Turbo มีแค่พอร์ต Micro USB และรูไมโครโฟน ที่เอาไว้ใช้ตอนสนทนาโทรศัพท์และอัดเสียงตอนบันทึกวิดีโอ

 

Doogee DG900 Turbo 2 ด้านซ้าย

 

ด้านซ้ายของ Doogee DG900 Turbo 2 มีปุ่ม Power และ Volume

 

Doogee DG900 Turbo 2 ด้านขวา

 

ด้านขวาของ Doogee DG900 Turbo 2 เป็นสล็อตใส่ SIM card และ MicroSD card ครับ … ตัวนี้ก็ตามเทรนด์ที่ดูจะมาแรงในช่วงนี้ คือ การรองรับ 2 ซิม โดยให้ผู้ใช้งานเลือกระหว่างการใส่ 2 ซิม กับการใส่คู่กับ MicroSD card ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้ลดขนาดของสมาร์ทโฟนลงได้อีกนิดน่ะครับ

ในภาพรวมแล้ว อย่างที่ผมบอก หากพิจารณาแต่ด้านหน้า มันจะได้กลิ่นอายของ Xiaomi MI3 และ Nokia Lumia ครับ แต่เมื่อพิจารณาด้านหลังร่วมด้วยแล้ว ผมว่ามันก็เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองดีอยู่ ตัว Doogee DG900 Turbo 2 ที่วางจำหน่ายในไทย ในกล่องจะมาพร้อมกับติดฟิล์มกันรอยมาให้แล้ว แค่แกะพลาสติกออกปุ๊บ พร้อมใช้เลย ไม่ต้องวุ่นวายไปหาฟิล์มกันรอยอีก แต่ที่เจ๋งกว่านั้นคือ Doogee Thailand ใจป้ำ แถมกระจกกันรอยด้านหน้าและด้านหลังมาให้เลย ฉะนั้นประหยัดไปอีกหลายตังค์ครับ (และจริงๆ สำหรับแบรนด์หน้าใหม่แบบนี้ การหากระจกกันรอยใช้แทบเป็นไปไม่ได้)

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Doogee DG900 Turbo 2

อย่างที่บอก สนนราคาของ Doogee DG900 Turbo 2 นี่อยู่ที่แถวๆ 7,990 บาท เรียกว่าราคาอยู่ในช่วงปลายๆ ของสมาร์ทโฟนในตลาดระดับล่างครับ แต่ตามสไตล์ของสสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนก็คือ จัดสเปกแบบไฮโซพอสมควรมาให้ ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจหาก Doogee DG900 Turbo 2 นี่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลแบบ Octa-core

  • CPU: MediaTek MTK6592 Octa-core 1.7GHz Cortex-A7 32-bit
  • GPU: Mali 450 (ทำงานที่ความเร็ว 700MHz)
  • Display: Sharp IGZO 5 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล (441ppi)
  • RAM: 2GB
  • Internal storage: 16GB
  • External storage: รองรับสูงสุด 64GB
  • Operating System: Android 4.4.2 Jelly Bean
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: 2 ซิม เป็น Micro SIM card + Nano SIM card (หากใช้ Nano SIM จะใส่ MicroSD card ไม่ได้)
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 900/2100MHz
    • 4G: ไม่รองรับ
    • WiFi: 802.11b/g/n
    • Bluetooth: 4.0
    • Infrared port: ไม่มี
    • NFC: ไม่มี
  • Camera:
    • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
    • กล้องหลัง 18 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash (เซ็นเซอร์ 13 ล้านพิกเซล ซอฟต์แวร์อัพเป็น 18 ล้านพิกเซล)
  • Battery: 2,500mAh
  • Dimensions: 153 มม. x 76 มม. x 6.9 มม.
  • Weight:  134.4 กรัม
  • Others: —
  • Price: 7,990 บาท

สเปกที่ได้ถือว่าไม่เลวเลย และชิป MTK6952 ที่เลือกมาใช้นั้น ทาง MediaTek คุยเอาไว้ว่ามันคือ True Octa-core คือ ทำงานแปดหัวพร้อมๆ กันจริงๆ ซึ่งผิดกับอีกหลายๆ แบรนด์ที่เป็น Octa-core แต่จะทำงานแค่คราวละสี่หัว เพื่อประหยัดแบตเตอรี่ … ทั้งขนาด และ น้ำหนัก ถือว่า Doogee ทำการบ้านเรื่องการดีไซน์มาได้ค่อนข้างดี และจุดขายหลักๆ ของสมาร์ทโฟนตัวนี้ค่อนข้างชัดเจนเลยว่าคือหน้าจอแสดงผล IGZO ของ Sharp นี่แหละครับ

 

MTK6952

 

อย่างไรก็ดี หลังจากพิจารณาหน่วยประมวลผล MTK6952 แล้ว ก็ยิ่งชัดเจนว่าสเปกกล้องนั้น เซ็นเซอร์คือ 13 ล้านพิกเซล แต่อัพเกรดด้วยซอฟต์แวร์มาเป็น 18 ล้านพิกเซลครับ เพราะตัวชิปเซ็ตรองรับการประมวลผลภาพสูงสุดที่ 16 ล้านพิกเซล

สำหรับเรื่องประสิทธิภาพนั้น ผมเลือกใช้โปรแกรม Benchmark ต่างๆ มาวัดดังนี้

  • AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป (เช่น การตกแต่งภาพ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป การเข้ารหัสข้อมูล และความลื่นไหลของพวกอนิเมชั่นต่างๆ ของ User Interface)
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • PCMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในการใช้งานโดยทั่วๆ ไป (เช่น การท่องเว็บ การค้นหาข้อมูล การเล่นไฟล์วิดีโอ การตกแต่งภาพ)
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลที่ได้ก็ตามตารางด้านล่างเลยครับ

 

Benchmarks Scores
AnTuTu Mobile Benchmark Overall: 30042
UX: Multitask 3933, Runtime: 1504
CPU (Multi-thread): CPU integer 4018, CPU float-point 3128
CPU (Single-thread): CPU Integer 1609, CPU float-point 1342
RAM: RAM Operation 2935, RAM Speed 1776
GPU: 2D graphics 1481
GPU: 3D graphics [1920×1080] 16151
IO: Storage I/O 1536, Database I/O 630
MobileXPRT 2013 Performance Test: 164
User Experience Tests: 89
3DMark Ice Storm: 5708
Ice Storm Extreme: 3982
Ice Storm Ultimate: 6217
PCMark for Android Work performance: 2533
Web browsing: 2538
Video playback: 3007
Writing: 1923
Photo editing: 2803
Vellamo Mobile Web Benchmark HTML: Internet Browser 2094
Multicore: 1470
Metal: 993
Geekbench 3 Overall: Single-Core Score 434 Multi-Core Score 2461
Integer: Single-Core Score 566, Multi-Core Score 3249
Floating Point: Single-Core Score 404, Multi-Core Score 2696
Memory: Single-Core Score 234, Multi-Core Score 416

 

คะแนนที่ได้ เรียกว่าทำไว้ค่อนข้างโอเคเลยนะครับสำหรับสมาร์ทโฟนสนนราคาแค่ 7,990 บาทนี่ เรียกว่าหากไม่สนใจเรื่องชื่อแบรนด์แล้วละก็ ประสิทธิภาพต่อราคาที่จ่ายเนี่ย Doogee DG900 Turbo 2 คุ้มค่ากับพวกแบรนด์ใหญ่ๆ หลายๆ รุ่นเลยทีเดียวล่ะครับ

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน Doogee DG900 Turbo 2

ถ้าปิดแบรนด์เอาไว้ ไม่บอกว่าเป็นแบรนด์ไหน ดีไซน์และสัมผัสของ Doogee DG900 Turbo 2 นี่รู้สึกดีมากเลยครับ ขอบตัวเครื่องที่โค้งมน จับแล้วไม่รู้สึกสากๆ มือ มันให้ความรู้สึกดีจริงๆ ดีไซน์ถือว่าทำออกมาได้หรูหราด้วย จากการที่ใช้กระจกด้านหน้าและด้านหลัง และแม้ว่ามันหมายความว่าเราต้องระวังมากขึ้นอีก แต่ทาง Doogee Thailand ก็ให้กระจกกันรอยทั้งหน้าหลังมาแล้ว … ถ้าจะมีอะไรให้ผมรู้สึกขัดใจก็น่าจะเป็นกระจกด้านหน้าที่นูนออกมาจากตัวเครื่องพอสมควร มันรู้สึกไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ (แม้จะมีกระจกกันรอยด้านหน้ามาให้ก็เหอะ)

ขนาดของตัวเครื่อง ความหนา และน้ำหนัก ของ Doogee DG900 Turbo 2 นั้น อาจจะใหญ่ หนา และหนักกว่าแบรนด์ใหญ่ๆ อยู่นิดหน่อย แต่เมื่อเทียบกับสนนราคาที่ต่างกันอยู่พอสมควร ก็ถือว่าชดเชยกันได้ และอย่างที่บอก Doogee ทำได้ดีทีเดียวล่ะ

 

Home screen ของ Doogee DG900 Turbo 2App tray ของ Doogee DG900 Turbo 2QuickSettings ของ Doogee DG900 Turbo 2

 

ตัว ROM ที่ Doogee ใช้ รู้สึกได้ชัดเจน พื้นฐานมาจาก ROM มาตรฐานของสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิป MediaTek ครับ ดูเรียบๆ ง่ายๆ ไม่ได้มีอะไรที่เป็นลูกเล่นโดดเด่นครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตัดเอาฟังก์ชั่น Touch area ด้านหลังของตัวเครื่องออกไป … ตรงนี้เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เพราะสมาร์ทโฟนที่สนนราคาไม่แพงแบบนี้ ก็มักจะไม่ได้มีลูกเล่นอะไรมาแถมให้อยู่แล้วครับ

สำหรับผู้ใช้งานที่พอมีพื้นฐานด้านการใช้งานสมาร์ทโฟนบ้าง ผมก็ขอแนะนำให้ดาวน์โหลดพวก Launcher อย่าง ADW Launcher, Go Launcher หรืออะไรทำนองนี้ มาเปลี่ยนรูปร่างหน้าตา User Interface ของ Doogee DG900 Turbo 2 ให้โดนใจเอาเองจะดีกว่า

 

มี Flash Player เวลาใช้เบราวเซอร์ที่มากับตัวเครื่องจะเปิดเว็บที่ใช้ Flash ได้

 

สำหรับคนที่ยังอยากให้สมาร์ทโฟนสามารถเปิดเว็บ Flash ได้นั้น Doogee DG900 Turbo 2 นี่มี Flash Player ติดตั้งมาให้ แต่ก็ต้องใช้กับเบราวเซอร์ที่มากับตัวเครื่องนะครับ ใครจะไปดาวน์โหลด Google Chrome หรือ Mozilla Firefox หรือ Opera มานี่ ใช้ Flash Player ไม่ได้นะครับ แต่ก็อีกนั่นแหละ มันไม่ใช่ลูกเล่นสำคัญอะไรมาก เพราะเดี๋ยวนี้เว็บไซต์ส่วนใหญ่เปลี่ยนมาใช้ HTML5 กันหมดแล้ว ขนาดเว็บไซต์บางแห่งที่ผมเห็นว่ายังคงแสดงโฆษณาเป็น Flash อยู่เวลาเปิดด้วยเบราวเซอร์บนคอมพิวเตอร์ พอมาเปิดบน Doogee DG900 Turbo 2 นี่ ถ้าโฆษณานั้นไม่กลายเป็นรูปภาพธรรมดาไป ก็ถูกเปลี่ยนไปเป็นโฆษณาอื่นที่เหมาะสมกับการแสดงบนสมาร์ทโฟนแทนแล้วล่ะ

 

Animation ตอนกดปุ่ม Home ดูหน่วงๆ

 

ผมยังรู้สึกว่าอนิเมชั่นของ Doogee DG900 Turbo 2 นี่ยังแอบมีหน่วงๆ อยู่ โดยเฉพาะเวลากดปุ่ม Home หรือเวลาเรียกเปิด App ครับ มันแอบหน่วงไปพอสมควร ชนิดรู้สึกได้เลยล่ะ แม้ว่าสมาร์ทโฟนสนนราคาระดับนี้ในหลายๆ แบรนด์ก็มีอาการคล้ายๆ กัน แต่ด้วยสเปกของฮาร์ดแวร์ และผลการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวมแล้ว Doogee DG900 Turbo 2 ควรจะทำได้ดีกว่านี้

แต่แม้จะมีอาการหน่วงอยู่บ้าง ประสบการณ์ในการใช้งานด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเว็บ การใช้ Social media ก็ไม่ได้กระทบอะไรมากมายแบบเห็นได้ชัดนะครับ การตอบสนองต่อการสัมผัสหน้าจอถือว่ายังทำได้ดีอยู่

แต่ Doogee DG900 Turbo 2 นี่จะเหมาะกับลูกค้าของ AIS มากกว่าค่ายอื่นนะ เพราะรองรับ 3G ย่าน 900/2100MHz … แน่นอนว่าประเทศไทยเรามี 3G 2100MHz ใช้กันสามค่ายแล้ว แต่ความครอบคลุมนั้นยังไม่ทั่วทั้งประเทศดี (อาจจะต้องรออีกซักปีล่ะมั้ง) ฉะนั้นหากต้องการชัวร์ AIS จึงเป็นค่ายมือถือที่เหมาะกับ Doogee DG900 Turbo 2 มากกว่า

 

ประสบการณ์ด้านมัลติมีเดียและเกม กับ Doogee DG900 Turbo 2

ความสามารถในการเล่นวิดีโอ Full HD 1080p เดี๋ยวนี้ แม้จะเป็นสมาร์ทโฟนสนนราคาหลักสามพันกว่าบาทก็สามารถทำได้แล้วล่ะครับ ฉะนั้น Doogee DG900 Turbo 2 ก็ย่อมทำได้สบายๆ แต่หน้าจอแสดงผล IGZO 1080p นี่ให้ความคมชัด สว่าง และสีสันที่สมจริง โอเคทีเดียวครับ ประกอบกับเทคโนโลยี ClearMotion ของ MediaTek ที่มากับชิป MTK6952 นี่ ก็ช่วยให้การแสดงผลวิดีโอทำได้ดีทีเดียวเลยล่ะครับ

 

ดูคลิป 1080p บน Doogee DG900 Turbo 2

 

ในขณะที่หน้าจอแสดงผล Doogee DG900 Turbu 2 ทำออกมาได้น่าประทับใจ กลับมาตกม้าตายเวลาที่เป็นเรื่องของคุณภาพเสียง (ซะงั้น) เพราะลำโพงของตัวเครื่องให้เสียงที่ค่อนข้างน่าอึดอัดใจ -_-” Character ฟังราวกับย้อนกลับไปสู่ยุค ’50s แต่ว่าแย่กว่านั้น แสดงรายละเอียดปนเปกันไปหมด แย่งกันออกจากลำโพง โทนเสียงขุ่นมัว แตกพร่า และตำแหน่งวางลำโพงที่ถูกปิดกั้นโดยพื้นผิวตอนวางเครื่องหงายขึ้น การฟังเสียงผ่านลำโพงของ Doogee Turbo2 นี้คงเป็นได้แค่เพื่อนกันเหงาเฉยๆ

ทดสอบฟังด้วยหูฟัง Apple Earpods ให้เสียงที่ฟังดูราบเรียบ ไม่ได้เน้นอะไรเป็นพิเศษ ไม่ค่อยมีช่วงเสียงต่ำออกมานัก เสียงสูงก็จะอั้นหน่อย ขาดความใสไป แต่ก็ให้รายละเอียดโดยรวมที่ชัดเจนดี ไม่มีอะไรให้รู้สึกไม่ดี นับว่าออกมาโอเคเกินคาดหลังจากได้ฟังลำโพง

สรุปก็คือ หากอยากได้ประสบการณ์ที่ดี(อยู่บ้าง)ในการรับชมวิดีโอ ควรใส่หูฟังครับ โดยเฉพาะหูฟังที่ดีๆ หน่อย (แต่ก็อีกนั่นแหละ สำหรับผู้ใช้งานที่ซื้อสมาร์ทโฟนราคา 7,990 บาท จะไปคาดหวังว่าจะซื้อหูฟังระดับราคาเป็นพันก็คงยากเช่นกันล่ะนะ) … Doogee ไม่น่ามาพลาดง่ายๆ แบบนี้จริงๆ

 

เกม Modern Combat 5: Blackout บน Doogee DG900 Turbo 2 ได้กราฟิกแบบเต็มเหนี่ยว

 

ตอนผมเข้าไปดูเว็บไซต์ของ MediaTek เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับชิปเซ็ต MTK6952 ผมสังเกตว่าทาง MediaTek เขาใช้เกม Modern Combat 5: Blackout มาใช้เวลาพูดถึงประสิทธิภาพในการประมวลผลเกมด้วย ซึ่งเมื่อได้ลองเล่นเองก็เลยไม่แปลกใจว่าทำไมเขาถึงเลือกครับ คือ ผมเข้าใจว่าเกมนี้ แม้สมาร์ทโฟนราคาไม่แพงมากก็สามารถเล่นได้ โดยยอมลดทอนคุณภาพของกราฟิกลงไปบ้าง แต่ Doogee DG900 Turbo 2 ที่ราคา 7,990 บาทนี่ สามารถเล่นเกม Modern Combat 5: Blackout ได้แบบกราฟิกเต็มเหนี่ยวเลย ในขณะที่ปกติสมาร์ทโฟนราคากลางๆ จะเล่นเกมนี้ด้วยกราฟิกเต็มๆ แบบลื่นๆ ยากครับ

อย่างไรก็ดี ผมพบว่าเวลาเล่นเกมกราฟิกหนัๆ แบบนี้ใช้พลังในการประมวลผลหนักเอาเรื่อง และ Doogee DG900 Turboe 2 ก็มีความหนาแค่ 6.9 มม. เท่านั้น ผลก็คือ พอเล่นไปได้พักเดียว … พักเดียวจริงๆ ครับ ไม่ถึง 2 นาที … เอาแล้ว เริ่มรู้สึกได้ว่าแถวๆ ด้านบนของตัวเครื่องเริ่มร้อนแล้วล่ะ ชัดเจนมาก

 

การถ่ายภาพและวิดีโอด้วย Doogee DG900 Turbo 2

ซอฟต์แวร์กล้องของ Doogee DG900 Turbo 2 ก็ไม่ได้มีอะไรที่จะทำให้โดดเด่นแตกต่างไปจากสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิป MediaTek ตัวอื่นๆ ครับ ตัวซอฟต์แวร์กล้องมีลูกเล่นพื้นฐานที่กล้องสมาร์ทโฟนพึงจะมี เช่น การใส่เอฟเฟ็กต์สี, โหมดถ่ายรูปแบบ Beauty, พาโนรามา, HDR อะไรแบบนี้

 

User Interface กล้องของ Doogee DG900 Turbo 2

 

โฟกัสของภาพปรับออกจะช้าไปหน่อย หากคิดว่านี่คือหน่วยประมวลผลระดับ Octa-core แล้ว … คือผมไม่ได้คาดหวังว่ามันจะต้องเร็วปรี๊ดขนาดพวก Flagship ของแบรนด์ใหญ่ๆ แต่ผมก็คิดว่ามันควรจะเร็วกว่านี้อีกนิดนะครับ … แต่อย่างที่บอก ลูกเล่นของกล้องในระดับพื้นฐานนั้นค่อนข้างครบเครื่อง ซึ่งรวมไปถึงความสามารถในการวัดแสงโดยแตะบนจุดที่ต้องการบนหน้าจอได้ เพียงแต่อาจจะไม่ได้ปรับได้ในระดับสุดๆ ไปเลย แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานอยู่นะ

คุณภาพของภาพถ่าย ต้องมองเป็นสองประเด็นครับ มองในแง่ของการชมบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือหน้าจอสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต โดยไม่ต้องซูมขยายจับผิดอะไร คุณภาพถือว่าโอเคครับ ฉะนั้นใครที่คิดว่าจะถ่ายรูปเพื่ออัดลงอัลบั้มหรือจะโชว์บน Social media ผมว่ากล้องของ Doogee DG900 Turbo 2 ก็เพียงพอสบายๆ ครับ ได้แสงสวยๆ องค์ประกอบภาพดีๆ ถ่ายภาพสวยๆ ด้วย Doogee DG900 Turbo 2 ไม่ใช่ปัญหา

 

ภาพโดย Doogee DG900 Turbo 2

ภาพโดย Doogee DG900 Turbo 2

ภาพโดย Doogee DG900 Turbo 2

ภาพโดย Doogee DG900 Turbo 2

 

แต่แน่นอนว่าด้วยสนนราคาตัวเครื่อง 7,990 บาท อย่าไปคิดว่ารายละเอียดของภาพจะชัดเจน ชัดแจ๋ว เอาไปใช้ทำงานกราฟิกที่ต้องการรายละเอียดภาพสูงๆ ได้นะครับ อันนั้นก็เวอร์ไป ผมพบว่าเมื่อถ่ายภาพระดับสิบกว่าล้านพิกเซล แล้วดูภาพความละเอียดเต็มๆ 100% บนคอมพิวเตอร์หน้าจอ QHD อย่าง Lenovo Yoga 3 Pro แล้ว จะเห็นได้เลยว่ารายละเอียดของภาพนั้นขาดหายไป อันน่าจะเป็นผลมาจากซอฟต์แวร์พยายามขยายภาพจาก 13 ล้านพิกเซลให้เป็น 18 ล้านพิกเซลส่วนนึง และความพยายามในการเกลี่ย Noise ออกด้วยอีกส่วน

 

ในหลายๆ ภาพ ส่วนรายละเอียดของภาพนั้นหายไป

 

กล้อง Doogee DG900 Turbo 2 ถ่ายวิดีโอได้ความละเอียดสูงสุด Full HD 1080p เลย และความคมชัดของภาพก็อยู่ในเกณฑ์ที่ผมว่าโอเคเลยล่ะครับ จะมีข้อจำกัดก็แค่ตรงที่ไม่สามารถวัดแสงเองได้ในขณะที่ถ่ายวิดีโออยู่ ต้องหวังพึ่ง Auto Exposure เอง ซึ่งทำงานไม่ค่อยเร็วเท่าไหร่ ฉะนั้นในกรณีที่แพนกล้องไปมาระหว่างจุดที่มืดและสว่าง ก็จะได้ภาพที่มืดและสว่างตัดกันโดยใช้เวลาพักหนึ่งเสมอ

 

บทสรุปการรีวิว Doogee DG900 Turbo 2

Doogee DG900 Turbo 2 มีจุดเด่นที่ผมว่าชัดเจนคือ ดีไซน์ที่ทำออกมาได้ดี ของแถมอย่างกระจกกันรอยหน้าหลังที่ช่วยประหยัดเงินให้กับคนซื้อได้หลายตังค์ และหน้าจอแสดงผล IGZO ความละเอียด Full HD 1080p กับหน่วยประมวลผลแบบ Octa-core ในราคา 7,990 บาท แต่ Doogee DG900 Turbo 2 ก็ไม่ใช่สมาร์ทโฟนที่สมบูรณ์แบบ มันยังมีข้อจำกัดในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพเสียงของลำโพง และกล้องดิจิตอลที่ซอฟต์แวร์ทำรายละเอียดของภาพหายไปบ้าง

แต่ด้วยข้อดีที่ได้ สนนราคาค่าตัวแค่ 7,990 บาท และข้อจำกัดบางอย่างไม่ใช่เรื่องร้ายแรงมาสำหรับการใช้งานทั่วไป (เช่น เรื่องกล้อง เพราะรายละเอียดที่ได้อยู่ ก็เพียงพอในการใช้งานพื้นฐานอย่าง แชะ แชร์ ชิม อยู่แล้ว) ก็เลยทำให้เราพอจะมองข้ามข้อจำกัดไปได้บ้าง (ยกเว้นว่าข้อจำกัดนั้นคือปัจจัยสำคัญอันมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของคุณจริงๆ)

 

ของฝากจาก Doogee Thailand

Doogee Thailand ฝากมาบอกว่าสำหรับสมาร์ทโฟน Doogee ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย จะรับประกันซ่อมเสร็จภายใน 7 วันเลย ถือว่าเป็นแบรนด์ที่กล้าหาญมากที่รับประกันแบบนี้ (เห็นว่าหากซ่อมเสร็จไม่ทัน เตรียมส่งเครื่องใหม่ให้ลูกค้าแทนเลย) แต่มีข้อยกเว้นว่าเครื่องหิ้วจะไม่รับซ่อมเลยนะครับ (ซึ่งต่างจากแบรนด์อื่นที่จะรับซ่อม แต่จะคิดค่าซ่อมแบบจัดเต็มมาก) เข้าใจว่าเพื่อเตรียมคิวไว้ให้เฉพาะลูกค้าของ Doogee Thailand เท่านั้น … อันนี้เห็นด้วย

ส่วนเรื่องการอัพเดต ROM ปกติพวกแบรนด์อื่นที่ใช้ชิป MediaTek จะต้องรอดูว่าทาง MediaTek เขาจะมี ROM เวอร์ชันใหม่มาอัพเดตให้ไหม แล้วแบรนด์จะทำ ROM อัพเดตมาให้ไหม … ผมเองก็ถามคำถามเรื่องความเป็นไปได้ในการอัพเดตเป็น Android เวอร์ชันใหม่ๆ กับทาง Doogee Thailand เช่นกัน ซึ่งทาง Doogee Thailand แจ้งว่าจะมีทีมที่พยายามทำ ROM เวอร์ชันของไทยออกมาอัพเดตให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้น่ครับ

เช็คราคาล่าสุด สนับสนุนโดย Priceza.com

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: