รีวิว OPPO N3 สมาร์ทโฟนที่มีกล้องดิจิตอลที่พร้อมถ่ายทุกสถานการณ์

OPPO N3

หลังจากค่อนข้างประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมาอยู่ไม่น้อย ประกอบกับลูกเล่นที่สมาร์ทโฟนอื่นๆ เขาไม่มี และเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่ชอบถ่ายเซลฟี่และอยากได้กล้องหน้าความละเอียดสูงๆ เป็นอย่างดี ภาคต่อของ OPPO N1 ก็มาแล้วครับ OPPO N3 งวดนี้ มาพร้อมกับการปรับเปลี่ยนเพิ่มฟีเจอร์เข้าไปหลายอย่าง มีการปรับสเปกด้วย ผมได้ไปร่วมงานเปิดตัวที่ประเทศสิงคโปร์มา เรียกว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจทีเดียว โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพด้วย และเมื่อทาง OPPO ได้ส่ง OPPO N3 มาให้ผมลองใช้งานแล้ว ก็ต้องมาดูกันครับว่าเป็นยังไง

 

รูปร่างหน้าตาของ OPPO N3

สไตล์ของ OPPO N3 นั้น ยังให้ความรู้สึกคล้ายๆ กับ OPPO N1 อยู่ครับ เพียงแต่ว่ามันจะดูโค้งมนน้อยลง มีความเหลี่ยมมากขึ้น และให้สัมผัสของโลหะด้วยบางส่วน เพราะดีไซน์เฟรมรอบตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียมพ่นสีขาว คล้ายๆ กับของ Samsung Galaxy Note 4 ครับ

 

OPPO N3 ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ OPPO N3 เป็นหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล (403ppi) ยังคงมีปุ่มกด Menu, Home และ Back อยู่ และปกติตรงส่วนกล้องจะหันไปด้านหลัง และหันส่วนลำโพงกับเซ็นเซอร์วัดแสงมาที่ด้านหน้า

 

OPPO N3 ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ OPPO N3 ก็จะเห็นตัวกล้องดิจิตอลความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มี Dual-LED Flash และใต้เลนส์กล้องจะมีรูไมโครโฟนเล็กๆ ไว้สำหรับเวลาอัดวิดีโอ ตามมาด้วยโลโก้ OPPO สีเงินวาว และ Touch Access ที่เป็นปุ่มสแกนลายนิ้วมือครับ

 

ด้านล่างของตัวเครื่อง ไฟแจ้งเตือนแบบ Skyline 2.0 และมีลำโพงกับรูไมโครโฟนแอบอยู่ตรงนี้

 

เนื่องจาก OPPO N3 มีกล้องแบบหมุนได้อยู่ด้านบน ด้านบนจึงไม่ได้มีอะไรอย่างอื่นอยู่ ส่วนด้านล่าง จะมีดีไซน์โค้งๆ พร้อมไฟ LED แสดงสถานะและการแจ้งเตือนแบบเดียวกับของ OPPO Find 7/7a แต่อันนี้ OPPO เรียกว่าเป็น Skyline 2.0 และมีการซ่อนรูไมโครโฟนที่ใช้ในการสนทนาโทรศัพท์ และอัดเสียงเวลาถ่ายคลิปวิดีโอ เพื่อให้ได้เสียงแบบสเตริโอ และมีลำโพงของตัวเครื่องอยู่ตรงนี้

 

OPPO N3 ด้านซ้าย

 

ด้านซ้ายของ OPPO N3 มีถาดใส่ Micro SIM Card และ MicroSD card กับปุ่ม Power และเยื้องไปทางด้านล่างของตัวเครื่อง จะมีพอร์ต Micro USB เอาไว้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่และเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์

 

ถาดใส่ Micro SIM และ MicroSD/Nano SIM

 

แต่ถาดใส่ Micro SIM card กับ MicroSD card นั้น มีลูกเล่นนิดหน่อยครับ คือ หากเราเลือกที่จะไม่ใส่ MicroSD card แล้ว เราจะสามารถใช้ OPPO N3 แบบสองซิมได้ โดยเป็น Micro SIM + Nano SIM ครับ (คือ เอาช่องใส่ MicroSD card มาใส่ Nano SIM ได้)

 

OPPO N3 ด้านขวา

 

ด้านขวาของ OPPO N3 เป็นปุ่มปรับระดับเสียง และมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

 

OPPO N3 ใช้ เลนส์ Schneider Kreuznach กันเลยทีเดียว

 

จุดขายของ OPPO N3 นี่ก็ยังชัดเจนครับ คือ กล้องดิจิตอลแบบหมุนได้ ที่สามารถใช้เป็นทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังได้เลย หรือก็คือ มีกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซลมาด้วยเลยนั่นเอง งวดนี้ OPPO N3 ใช้เลนส์ชไนเดอร์ (Schneider Kreuznach) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเลนส์ชื่อดังของโลกรายหนึ่งมาเป็นเลนส์ของตัวกล้อง OPPO N3 ด้วย ผมเลยค่อนข้างคาดหวังเอาไว้เยอะเลยครับ เรื่องคุณภาพของภาพถ่าย

 

กล้องหมุนได้ จุดเด่นของ N Series ของ OPPO เขาล่ะ

 

และกล้องนี้ก็หมุนด้วยมอเตอร์ครับ สามารถสั่งเลื่อนได้ตามใจ หรือเวลาถ่ายภาพพาโนราม่ากล้องก็จะสามารถหมุนอัตโนมัติช่วยให้ถ่ายได้สะดวก … กระจกครอบเลนส์กล้อง เป็น Corning Gorilla Glass 3 ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนได้สูงครับ … แต่ผมยังรู้สึกว่าดีไซน์ของส่วนหมุนของกล้องมันแปลกๆ เพราะทำออกมาเป็น Faux leather ซะงั้น ทำให้พื้นผิวมันดูขัดๆ กับดีไซน์ส่วนอื่นๆ ของตัวเครื่องอ่ะครับ

 

สเปกและประสิทธิภาพของ OPPO N3

ตัว OPPO N3 ก็นับว่าเป็นรุ่นเรือธงตัวนึงของ OPPO ครับ ดังนั้นสเปกก็ให้มาแบบค่อนข้างจัดเต็มอยู่ทีเดียว แม้ว่าอาจจะไม่ใช่ชิปเซ็ตตัวใหม่ล่าสุด (ซึ่งผมคาดหวังว่าจะเป็น Snapdragon 810 ที่เป็นหน่วยประมวลผลแบบ 64-bit มากกว่า เพราะขนาด OPPO R5 ที่เปิดตัวพร้อมกัน ก็ยังเป็นชิป 64-bit เลย) โดยตัวนี้ใช้ CPU ตัวเดียวกับ Find 7a ครับ … สเปกก็ตามนี้เลย

  • CPU: Qualcomm MSM8974AA Snapdragon 801 Quad-core Krait 400 2.3GHz
  • GPU: Adreno 330
  • Display: IPS LCD 5.5″ 1920×1080 พิกเซล (403ppi)
  • RAM: 2GB
  • Internal storage: 32GB
  • External storage: รองรับสูงสุด 128GB แต่หากใส่ 2 ซิมจะใส่ MicroSD card ไม่ได้
  • Operating System: ColorOS 2.0.1i (Android 4.4.4 KitKat)
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: Micro SIM + Nano SIM
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/1700/1900/2100MHz
    • 4G: 700/800/900/1700/1800/2100/2600MHz (Cat.4)
    • WiFi: 802.11a/b/g/n/ac Dual-band
    • Bluetooth: 4.0
    • Infrared port: ไม่มี
    • NFC: มี
  • Camera: 16 ล้านพิกเซล พร้อม Dual-LED Flash ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.3″ ขนาดพิกเซล 1.34 ไมครอน
  • Battery: 3,000mAh
  • Dimensions: 161.2 มม. x 77 มม. x 9.9 มม.
  • Weight:  192 กรัม
  • Others: VOOC Fast charging, กล้องหมุนได้ 206 องศาด้วยมอเตอร์ พร้อมเลนส์ Schneider Kreuznach
  • Price: 19,990 บาท

แม้ว่าสนนราคาจะพอๆ กับ OPPO Find 7 แต่ว่าสเปกของ CPU นั้นเท่ากับ Find 7a นั่นก็เป็นเพราะต้นทุนมันไม่ได้อยู่ที่หน่วยประมวลผลครับ แต่ไปอยู่ที่ความสามารถด้านกล้องมากกว่า ทั้งกล้องหมุนได้ด้วยมอเตอร์ และเลนส์ Schneider Kreuznach นั่นแหละครับ … แต่ถ้าถามความเห็นผมนะครับ สเปกระดับ Snapdragon 801 ตัวที่ให้มานี่ก็เพียงพอสำหรับใช้งานต่างๆ แล้วละครับ ผมมองว่าการทุ่มงบไปที่ฮาร์ดแวร์กล้อง เป็นทางเลือกที่ถูกแล้วสำหรับ OPPO N3 นี่

สำหรับเรื่องประสิทธิภาพนั้น ผมเลือกใช้โปรแกรม Benchmark ต่างๆ มาวัดดังนี้

  • AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป (เช่น การตกแต่งภาพ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป การเข้ารหัสข้อมูล และความลื่นไหลของพวกอนิเมชั่นต่างๆ ของ User Interface)
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • PCMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในการใช้งานโดยทั่วๆ ไป (เช่น การท่องเว็บ การค้นหาข้อมูล การเล่นไฟล์วิดีโอ การตกแต่งภาพ)
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลที่ได้ก็ตามตารางด้านล่างเลยครับ

 

Benchmarks Scores
AnTuTu Mobile Benchmark Overall: 41932
UX: Multitask 6600, Runtime: 2312
CPU (Multi-thread): CPU integer 3411, CPU float-point 3778
CPU (Single-thread): CPU Integer 2530, CPU float-point 2324
RAM: RAM Operation 1988, RAM Speed 1914
GPU: 2D graphics 1715
GPU: 3D graphics [1920×1080] 12310
IO: Storage I/O 2385, Database I/O 665
MobileXPRT 2013 Performance Test: 172
User Experience Tests: 96
3DMark Ice Storm: 9276
Ice Storm Extreme: 5440
Ice Storm Ultimate: 8161
PCMark for Android Work performance: 3389
Web browsing: 4104
Video playback: 3841
Writing: 2478
Photo editing: 3376
Vellamo Mobile Web Benchmark HTML: Google Chrome 3661, Internet Browser 2671
Multicore: 1814
Metal: 1488
Geekbench 3 Overall: Single-Core Score 925 Multi-Core Score 277
Integer: Single-Core Score 965, Multi-Core Score 3049
Floating Point: Single-Core Score 824, Multi-Core Score 3065
Memory: Single-Core Score 1051, Multi-Core Score 1647

 

บอกตรงๆ ว่า เพราะความที่ OPPO N3 เป็นสมาร์ทโฟนที่ออกมาช่วยปลายปีที่ผ่านมา เลยทำให้ผมคาดหวังคะแนนผลการทดสอบเอาไว้สูงกว่านี้นะครับ แต่เอาเข้าจริงๆ คะแนนที่ได้ก็ไม่ได้สูงอย่างที่คาด แต่ก็ไม่ได้ผิดหวังอะไรมาก เพราะสนนราคา 19,900 บาทก็จัดอยู่ในช่วงราคาที่ถูกกว่าพวกระดับไฮเอนด์ของแบรนด์อื่นๆ แล้ว … และตอนที่ผมไปงานเปิดตัวที่สิงคโปร์มา ตอนทราบราคา ลองคำนวณกลับมาเป็นเงินไทย ก็ยังคิดเลยว่าเผลอๆ จะ 21,900 บาทหรือเปล่า การที่จัดมาราคา 19,900 บาท กับสเปกตามนี้ ก็เรียกว่าสมน้ำสมเนื้อดีอยู่

คะแนนที่ได้ อย่างที่บอก ไม่ได้สูงตามที่คาดหวัง เพราะนึกว่าจะใส่สเปกมาสูงกกว่านี้ (เนื่องจากออกมาช่วงปลายปี) แต่สเปกที่ OPPO N3 จัดมาให้ Snapdargon 801 Quad-core 2.3GHz นี่ก็จัดอยู่ในระดับที่แรงเอาเรื่องอยู่ครับ คะแนนที่ได้ก็เรียกว่าจะใช้ท่องเน็ต เล่น Social media ดูคลิปเพื่อความบันเทิง หรือแม้แต่เล่นเกม ก็สบายๆ ล่ะ

 

ประสบการณ์การใช้งาน OPPO N3

เทียบกับตัวเครื่อง OPPO N1 แล้ว รู้สึกได้เลยว่า OPPO N3 มีขนาดเล็กลงพอสมควร ไม่น่าแปลกใจ เพราะขนาดหน้าจอลดลงมาเหลือ 5.5 นิ้ว จากเดิม 6 นิ้ว เข้าใจว่าคงได้ Feedback จาก OPPO N1 และ OPPO N1 Mini (ซึ่งจริงๆ มันไม่มินิเท่าไหร่หรอกนะ) มาน่ะครับ หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ก็ดูจะเป็นขนาดมาตรฐานสำหรับสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ในปัจจุบันไปแล้ว

 

OPPO N3

 

ความที่ผมเป็นคนมือค่อนข้างใหญ่ (ระดับที่ใข้ Samsung Galaxy Note 4 พิมพ์มือเดียวได้ โดยไม่ต้องเปิด One-hand Operation) จึงรู้สึกว่า OPPO N3 นี่เหมาะมืออย่างยิ่งครับ แต่สำหรับคนอื่นๆ ถือว่าใหญ่เอาการครับ ลองให้แฟนหยิบๆ ถือๆ ดู ชัดเจนมาก ใช้งานมือเดียวนี่หมดสิทธิ์ครับ (ฮา) และแม้ว่าสไตล์ของการดีไซน์จะเป็นแนวที่ผมไม่ชอบเท่าไหร่ คือ มีเฟรมขอบด้านข้างเป็นโลหะ ที่ผมไม่ชอบก็เพราะเวลาจับแล้วมันจะรู้สึกแข็งๆ ไม่สบายมือ (เช่น iPhone 5/5s ที่สุดท้ายผมก็ต้องหาเคสมาใส่ จะได้รู้สึกสบายมือขึ้น) แต่ OPPO N3 นี่กลับไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบนั้นแต่อย่างใด

 

เวลาใส่ OPPO N3 ลงในกระเป๋า ต้องระวังกล้องหมุน

 

จุดที่ออกจะเป็นห่วงคือกล้องหมุนได้ของตัวเครื่อง ซึ่งหลายๆ คนก็มองว่าจุดที่หมุนได้ คือจุดอ่อนของตัวฮาร์ดแวร์ เพราะจะบอบบาง ผมก็เห็นด้วยครับ รู้สึกได้เลยว่าเวลาจะหยิบจะฉวยใส่กระเป๋ากางเกงเนี่ย ต้องระวังหน่อย เพราะโอกาสที่ตอบหยิบตอนใส่แล้วจะไปโดนให้กล้องหมุนก็มีอยู่ไม่น้อยทีเดียวครับ … แต่จากการสอบถามมา ทราบว่าตัวกล้องแม้จะมีระบบหมุนอัตโนมัติ หรือสั่งงานผ่านทางหน้าจอแสดงผลได้ แต่หากใครจะหมุนด้วยมือตัวเองก็ย่อมทำได้เช่นกัน แต่อย่าไปหมุนฝืนผิดทางล่ะ เวลาหมุนก็ทะนุถนอมหน่อย

 

ปุ่ม Power ของ OPPO N3 แอบเบาไปหน่อย กดง่ายไปนิด

 

อีกจุดนึงที่น่าแปลกใจก็คือ ปุ่ม Power ของ OPPO N3 ครับ ที่เบาไปหน่อย หมายถึง กดเบาๆ ก็ติดแล้วอ่ะ ทำให้ในหลายๆ อิริยาบถของผม เช่น เวลาถือใช้งานสองมือแน่นๆ แล้วจับตัวเครื่องสูงไปหน่อย มันจะเผลอไปกดปุ่ม Power ค้าง กลายเป็นเปิดตัวเลือกจะปิดเครื่องหรือรีสตาร์ทเครื่องซะทุกที หรือเวลาที่จะวางตัวเครื่องไว้บนพื้นผิว เพื่อกะว่าจะให้มือนิ่งๆ ถ่ายภาพได้สะดวกๆ ก็ดันเผลอไปกดปุ่ม Power ซะงั้น

แต่นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว การใช้งาน OPPO N3 ก็ดูจะปกติดีครับ ไม่มีปัญหาอะไร

 

ColorOS 2.0.1i

 

ซอฟต์แวร์เป็น ColorOS 2.0.1i ตัวใหม่ล่าสุด มีพื้นฐานมาจาก Android 4.4.4 KitKat ฉะนั้นมั่นใจได้ว่ารองรับ App ใหม่ล่าสุดได้สบายๆ และดูจากที่ OPPO N3 ออกมาหลังจาก Android 5.0 Lolipop แล้ว ก็น่าจะอัพเกรดไปได้ล่ะน่า เพียงแต่ด้วยความที่ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8974AA Snapdragon 801 ที่เป็น CPU 32-bit ก็อาจจะไม่สามารถใช้ศักยภาพของ Android 5.0 Lolipop ได้เต็มที่ละมั้ง

 

Home screen ของ OPPO N3Notifications และ QuickSettings ของ OPPO N3

 

แต่โดยความเห็นส่วนตัว หลังจากที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android มาก็หลายปี ผมชอบสไตล์ของ User Interface แบบที่ไม่ต้องแบ่งเป็น Home screen, App tray น่ะครับ ซึ่ง ColorOS เวอร์ชันสองเป็นต้นมา ก็ตัด App tray ออกไปแล้ว เหลือแต่ Home screen อย่างเดียว สไตล์คล้ายๆ ระบบปฏิบัติการ iOS เพียงแต่สามารถใส่ Widget ได้ ประมาณนั้น

 

Security Center ที่ช่วยบริหารจัดการเครื่อง OPPO N3App permission management กำหนดสิทธิการเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ของ AppData monitor ให้กำหนดปริมาณการใช้งาน และปิดการใช้งานดาต้าเมื่อจะใช้เกินกำหนด

 

เช่นเคย ColorOS ของ OPPO N3 นั้น ไม่ได้เน้นการมีพวก App เสริมแถมมาให้มากมาย หรือต้องมีบริการโน่นนี่นั่นเยอะแยะ แต่จะเน้นไปที่ Utility ต่างๆ ใน Security Center แทน เช่น การควบคุมปริมาณข้อมูล, การกำหนดสิทธิการเข้าถึงของ App, Guest mode ฯลฯ ซึ่งถ้าใช้ให้คล่องก็จะมีประโยชน์อย่างมาก เช่น

  • ในกรณีของคนที่ไม่ได้ใช้เน็ตมือถือแบบไม่จำกัด ฟังก์ชั่นการควบคุมปริมาณข้อมูลของ OPPO N3 นี่ช่วยเตือนการใช้งานเสมอ ว่ากำลังใช้เยอะกว่าที่ควรจะเป็น และช่วยตัดการใช้งานเน็ตมือถือเมื่อมีการใช้งานในปริมาณที่มากเกินไปในแต่ละวัน หรือเวลาที่ต่อเน็ต WiFi อยู่ แล้วสัญญาณเกิดขาดหายไป มันก็จะเตือนว่าไม่ได้ต่อเน็ตผ่าน WiFi แล้วนะ จะไปต่อเน็ตผ่านมือถือแทนไหม อะไรแบบนี้
  • ปกติแล้ว เวลาติดตั้ง App มันจะมีการขอสิทธิในการเข้าถึงฟังก์ชั่นหรือข้อมูลบางอย่างของสมาร์ทโฟน แต่ ColorOS ของ OPPO N3 นั้นเพิ่มความสามารถให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปเลือกเปิดปิดสิทธิในการเข้าถึงฟังก์ชั่นหรือข้อมูลเป็นราย App ได้อีก
  • ในกรณีที่เราจะให้คนอื่นยืมเครื่อง หรือให้ลูกหลานเอาเครื่องไปเล่น เราก็สามารถเปิด Guest mode ซึ่งให้เราสามารถซ่อนข้อมูลหรือ App ที่เราไม่ต้องการให้คนที่ยืมเครื่องเราไปเห็นได้ด้วย

 

TouchAccess ปุ่มกดพร้อมเป็นตัวสแกนลายนิ้วมือของ OPPO N3

 

อีกฟังก์ชั่นนึงที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นเทรนด์ของสมาร์ทโฟนแบบไฮเอนด์ไปแล้ว นั่นก็คือ TouchAccess หรือพูดง่ายๆ ก็คือ สแกนลายนิ้วมือ แทนการใส่รหัสผ่านนั่นแหละครับ และเท่าที่ลองใช้ดู มันคือสไตล์เดียวกับ iPhone เลย คือ ไม่ต้องลากนิ้วผ่านตัวสแกนลายนิ้วมือครับ แค่วางอยู่ด้านบนเฉยๆ ก็เรียบร้อยแล้ว

 

การสแกนลายนิ้วมือใช้ปลดล็อกหน้าจอ กับถอดรหัส Appตั้งจำลายนิ้วมือได้สูงสุด 5 นิ้วเลย

 

สามารถจดจำลายนิ้วมือได้สูงสุด 5 นิ้ว จะเป็นของเราคนเดียว หรือจะให้คุณพ่อคุณแม่ หรือแฟน มาร่วมแจมด้วยก็ได้ครับ การตั้งค่าก็ไม่ยาก แค่วางบนนิ้ว 6 ทีเอง … จะว่าไปแล้ว ทำได้เร็วกว่า iPhone ซะอีกนะเออ เหอๆ จนบางทีผมก็งงๆ ว่า มันจำได้แม่นและเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ

ทว่าลายนิ้วมือเอาไว้ใช้แค่ 2 ฟังก์ชั่นนะครับ คือ ปลดล็อกหน้าจอ และปลดล็อกการเข้ารหัส App ครับ

 

OPPO N3 และ O-Click 2.0

 

อุปกรณ์เสริมสำหรับ OPPO N3 ก็คือ O-Click 2.0 ครับ พัฒนามาจากเวอร์ชันเก่าในหลายๆ ด้านเลย ทั้งเรื่องฟังก์ชั่นและแม้แต่การใส่แบตเตอรี่ครับ คือ เวอร์ชันแรกผมจำได้ซึ้งเลย แกะออกมาใส่แบตเตอรี่ยากมาก แต่เวอร์ชันสอง แค่ดันตัว O-Click นิดเดียวก็เปิดฝาออกมาได้แล้วล่ะ จากนั้นก็แค่เปิด App ชื่อ O-Click แล้วก็เริ่มเชื่อมต่อครับ ไม่ยากเลย

 

ใช้ O-Click 2.0 ควบคุมกล้อง และการเล่นไฟล์มัลติมีเดียได้

 

ตัว O-Click มีรูเล็กๆ เอาไว้สำหรับร้อยพวงกุญแจได้สะดวกตอนจะพกพา ก่อนหน้านี้เวอร์ชันแรก ใช้ได้แค่สั่งงานชัตเตอร์ง่ายๆ หรือเล่นและหยุดเพลง แต่ว่า O-Click 2.0 นี่สามารถสั่งงานการหมุนกล้องของ OPPO N3 ได้ และควบคุมการเล่นเพลงได้หลากหลายกว่า เพราะขอบเงินกลมๆ ที่เห็นในรูปนี่ เป็นปุ่มควบคุม 4 ทิศทางครับ และไฟ LED บนตัว O-Click 2.0 นี้ ก็ทำหน้าที่เป็นการแจ้งเตือนได้ด้วย (เปิดการใช้งานใน O-Clik app)

 

OPPO N3 รองรับ USB On-The-Go ด้วย

 

เผื่อใครอยากทราบ … OPPO N3 รองรับการใช้งานร่วมกับ USB On-The-Go (USB OTG) นะครับ หายห่วงได้ … อยากจะดูหนัง ไม่ต้องใส่ MicroSD card หรอก เสียบ Flash drive เอาเลย … เดี๋ยวนี้มีบางยี่ห้อมีหัว Micro USB ให้ในตัวด้วย ไม่ต้องพึ่งสายต่อ

แบตเตอรี่ของ OPPO N3 นั้นความเห็นส่วนตัวของผมคือ มันกลางๆ ครับ แม้ว่าจะสเปกคล้ายๆ กับ OPPO Find 7a แต่ผมว่าแบตเตอรี่อึดน้อยกว่าหน่อย น่าจะเป็นเพราะต้องใช้มอเตอร์หมุนกล้องนี่แหละครับ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงไม่ได้ใส่หน้าจอความละเอียด 2K แบบ Find 7 มาให้ ส่วนนึงเพราะมันจะเพิ่มต้นทุน อีกส่วนก็จะเพิ่มสิ่งที่จะมาสูบแบตเตอรี่โดยไม่จำเป็นนั่นเอง (โดยความเห็นส่วนตัว หน้าจอระดับ Full HD ก็คมกริ๊บดีอยู่แล้ว)

 

ลองเอา OPPO N3 มาดูหนังฟังเพลง เล่นเกมกันบ้าง

หน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD ให้ภาพคมกริ๊บเลยครับ หมดห่วงเรื่องคุณภาพของภาพ และสเปกของฮาร์ดแวร์ก็แรงพอที่จะเล่นไฟล์วิดีโอ 4K ได้สบายๆ เลยครับ

 

ดูคลิป 4K บน OPPO N3

 

ในกรณีของการฟังเพลง อย่างที่บอก O-Click 2.0 ที่แถมมา อำนวยความสะดวกในการควบคุมเพลงในกรณีวางเครื่องไว้บนโต๊ะ บนชั้นวาง อะไรแบบนี้ และ OPPO N3 นี่ก็ใช้ MAXX Audio เช่นเดียวกัน ฉะนั้นหากปรับ Profile ของเสียงใหม่เหมาะสมกับกิจกรรมที่จะทำ เช่น การฟังเพลง หรือ การดูภาพยนตร์ ก็จะให้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้นด้วย

ลำโพงของ OPPO N3 ให้เสียงที่ฟังดูหนา นวล มีน้ำหนักดี แสดงรายละเอียดเสียงออกมาได้ดี ไม่แย่งกันออกจากลำโพงให้อึดอัด แม้จะฟังดูขาดความใสไปบ้าง แต่โดยรวมถือว่าฟังเพลินดีเลยทีเดียว และการออกแบบให้มีขอบเฟรมขึ้นมาบังลำโพงไว้ ช่วยป้องกันปัญหามือไปอุดลำโพงเวลาถือใช้งาน ทำให้เสียงไม่อู้อี้มากอีกด้วย

ทดสอบฟังด้วยหูฟัง พบว่ารายละเอียดเสียงอยู่ในพื้นที่ของตัวเองดีทำให้มีมิติเสียงที่ดี เสียงกลางฟังดูกลมนวลกำลังดี แสดงเสียงสูงและต่ำได้ดีระดับหนึ่งเพียงพอที่จะให้ความสุนทรีย์ตามบทบาทของมันได้ดี โดยรวมย่านเสียงมีความกลมกลืนลงตัวพอดีกัน ระบบขยายเสียงก็ทำได้ดี ให้คุณลักษณะเสียงที่คงเดิมแม้เร่งระดับเสียงจนสุด

สรุปแล้ว ในแง่ของการใช้งานด้านความบันเทิง OPPO N3 ไม่น่าทำให้ผิดหวังเลย

 

เกม Asphalt 8: Airborne บน OPPO N3

 

 

ลองเอามาเล่นเกมดู ปรากฏว่า เกมบางเกมนั้นไม่รองรับ OPPO N3 ครับ เช่น Modern Combat 5: Blackout เป็นต้น ผมจึงต้องทดสอบกับเกม Asphalt 8: Airborne แทน แต่จริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะเกมไหน ก็ไม่น่าห่วงครับ เพราะสเปกมันแรงพออยู่แล้ว ที่เหลือก็แค่รออัพเดตซอฟต์แวร์ให้มันรองรับครับ (ซึ่งตรงนี้ผม Feedback ไปทาง OPPO แล้ว) และอย่างที่บอกไปก่อนนหน้านี้ ขอบเฟรมที่ช่วยบังลำโพงไว้ มันทำให้เล่นเกมได้สะดวก โดยที่มือไม่ไปอุดลำโพงจนเสียงอู้อี้มากด้วย

เกมที่เล่นก็ลื่นไหลดีครับ และผมก็ว่ายังรองรับเกมเวอร์ชันใหม่ๆ ไปได้อีกพักใหญ่ๆ เลย เพราะจนถึงเดี๋ยวนี้ เกมบนระบบปฏิบัติการ Android ก็ยังไม่ได้มีเกมไหนที่กินสเปกแบบสุดขีดมากมายนัก แน่นอนว่าเกมกราฟิกสวยๆ มีเยอะแยะ แต่กราฟิกแบบโหดสุดๆ ยังไม่มีใครทำออกมาอ่ะนะครับ

 

OPPO N3 กับการถ่ายรูปและวิดีโอ

OPPO N3 มีพัฒนาการทั้งในด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ไปในทางที่ดีซะมากครับ ด้านซอฟต์แวร์ เราก็ได้เห็นโหมดการถ่ายภาพที่หลากหลายขึ้น โดยมีการปรับ User Interface ซะใหม่ ให้รองรับการเลือกโหมดต่างๆ และไม่ใช่ใส่โหมดต่างๆ เข้ามาให้หมดจนงงไหมด แต่เป็นการให้เลือกติดตั้งตามใจชอบ ซึ่งก็มีโหมดอย่าง Expert (ให้ปรับตั้งค่าการถ่ายภาพได้ตามสะดวก), Auto panorama ใช้มอเตอร์หมุนกล้องถ่ายพาโนรามาโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องหมุนตัวให้เมื่อย, Super Macro ทำ Digital zoom แบบสุดๆ เพื่อถ่ายภาพแบบ Closed-up สุดๆ, Ultra HD ถ่ายภาพต่อเนื่อง เอาข้อมูลมาประมวลผล สร้างภาพความละเอียดสูงมากๆ ได้, RAW ถ่ายภาพในโหมด RAW ไม่บีบอัดข้อมูลใดๆ ใช้สำหรับถ่ายภาพเพื่อตกแต่งด้วยซอฟต์แวร์ และโหมดอื่นๆ อีกมากมาย

 

User Interface กล้องของ OPPO N3

 

แต่ที่ขาดหายไปคือ โหมด Slow shutter ครับ น่าแปลกใจมาก ลองสอบถามไปทาง OPPO ได้ความว่า ตัวเซ็นเซอร์ไม่รองรับ … แหม่ ถ้ามีโหมดนี้ด้วยนะ อยากบอกว่า OPPO N3 นี่แทบจะเป็นกล้องสมาร์ทโฟนที่เพียบพร้อมมากๆ ตัวนึงเลยล่ะ

มาดูที่คุณภาพของภาพบ้างดีกว่าครับ … งานนี้ต้องบอกว่า เลนส์ดีได้เปรียบจริงๆ คุณภาพของภาพจากกล้อง OPPO N3 นี่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ ครับ ทั้งถ่ายภาพตามปกติ หรือถ่ายภาพย้อนแสง และแม้ว่าจะใช้โหมดออโต้ (Normal mode) ก็ตาม ภาพที่ได้ก็ยังคุณภาพดีเลย

 

ภาพโดย OPPO N3

ภาพโดย OPPO N3

 

ภาพโดย OPPO N3

 

ภาพโดย OPPO N3

 

แต่ในกรณีของการถ่ายภาพในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายอีกหน่อย เช่น ในคอนเสิร์ต ที่มีทั้งร้องและเต้นเร็วๆ ประกอบกับการยิงแสงสีต่างๆ ตลอดงาน การเลือกถ่ายในโหมด Expert เพื่อให้สามารถปรับค่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ISO, White balance หรือ EV (Exposure Value) ก็จะช่วยให้ได้ภาพสวยๆ ได้ไม่ยากเช่นกันครับ

 

ภาพโดย OPPO N3

 

ภาพโดย OPPO N3

 

แต่จุดขายสำคัญอยู่ที่ โหมด Auto panorama ครับ สามารถใช้ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน แต่การใช้งานผมแนะนำว่า ก่อนเริ่มถ่าย ควรจะทำ AE/AF Lock ให้เรียบร้อยก่อน โดยการแตะไปที่จุดที่เราต้องการโฟกัสและวัดแสงบนหน้าจอ แล้วแตะค้างเอาไว้ จากนั้นค่อยเริ่มถ่ายครับ … จากนั้นกล้องก็จะแพนภาพไปเรื่อยๆ โดยอัตโนมัติ แค่ถือกล้องไว้นิ่งๆ ก็พอแล้ว ทำให้ถ่ายภาพพาโนรามาได้ง่ายสุดๆ ครับ

 

ภาพโดย OPPO N3

ภาพโดย OPPO N3

 

การที่สามารถล็อก AE/AF (Auto Exposure/Auto Focus) ได้ ทำให้ภาพที่ได้ มีโฟกัสคงที่ และมีความสว่างของภาพที่คงที่ตลอดการถ่ายพาโนรามา ฉะนั้นหมดห่วงแม้จะต้องไปถ่ายภาพในสภาพแวดล้อมที่มีทั้งแสงและเงามืด แล้วภาพที่ต่อจะดูไม่กลืน ฉะนั้นไม่ว่าจะถ่ายกลางแจ้ง หรือถ่ายบรรยากาศคอนเสิร์ต ก็สบายครับ (แต่ถ้าแสงในภาพมีการสว่างและมืดสลับไปมารวดเร็ว โหมด Auto Panorama นี่จะไม่ยอมถ่ายต่อนะ)

 

ภาพโดย OPPO N3

 

การถ่ายในแนวตั้ง เห็นเขาเรียกว่า พาโนรามิก เนี่ย ปกติจะถ่ายยาก เพราะต้องเอนตัวถ่ายวุ่นวาย แถมเผลอๆ จะเจออาการปวดหลังซะอีกด้วยซ้ำ … ใช้โหมด Auto Panorama นี่ ถ่ายภาพพาโนรามิก สบายๆ เลยครับ ยืนเฉยๆ ถือกล้องให้นิ่งๆ เดี๋ยว OPPO N3 จัดการให้เสร็จอ่ะ ประมาณนั้น

 

ภาพโดย OPPO N3

 

โดยส่วนตัว ผมพบว่า OPPO N3 นั้นสามารถถ่ายภาพได้ดีในแทบจะทุกสภาพแสง รวมถึงที่ที่แสงน้อยๆ อย่างริมถนนยามค่ำคืนหรือเช้ามืด ที่มีแค่ไฟส่องสว่างตามถนนเท่านั้น แต่หากเจอสภาพแสงน้อยมากๆ เลยละก็ลำบากอยู่เหมือนกันนะเออ แต่ถึงกระนั้น ก็ยังทำได้ค่อนข้างโอเคอยู่ครับ

 

ภาพโดย OPPO N3

 

การถ่ายวิดีโอนี่ผมก็แอบแปลกใจ เพราะ OPPO N3 ถ่ายได้แค่ 1080p เท่านั้นเอง ตอนแรกนึกว่าจะถ่ายระดับ 4K ได้ ทั้งๆ ที่ตัวฮาร์ดแวร์ก็พร้อมจะรองรับ แอบเสียดายอยู่เหมือนกัน เพราะหากเลนส์ดีขนาดนี้ ถ่ายวิดีโอ 4K ด้วยล่ะก็ คงแจ่มน่าดู … ผมมีตัวอย่างมาให้ดูด้วย ลองไปถ่ายวิดีโอในคอนเสิร์ตมาครับ ออกตัวก่อนว่าอย่าเพิ่งตกใจกับเสียงที่แตกพร่า นั่นเพราะผมอยู่ใกล้กับลำโพงมาก ทำให้เสียงที่เข้ามาดูไม่สม่ำเสมอ แต่หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามีบางจังหวะที่เราจะได้ยินเสียงของศิลปิน และบรรดาแฟนๆ ที่กรี๊ดอยู่ ที่เสียงออกมาปกติครับ

 

 

บทสรุปการรีวิว OPPO N3

น่าสนใจมาก โดยเฉพาะเมื่อสนนราคาค่าตัวเปิดตัวออกมาแค่ 19,990 บาท ทั้งๆ ที่ตอนแรกผมก็ลุ้นๆ อยู่ว่าจะออกมาราคาเกินสองหมื่นไหม ตัวนี้สเปกไม่ได้ระดับสุดๆ เหมือนพวก Flagship ตัวอื่นๆ (รวมถึงตัว OPPO Find 7 เองด้วย) แต่ว่าแลกมาด้วยฮาร์ดแวร์อื่นๆ ที่ได้ประโยชน์ในการใช้งานมากกว่า ซึ่งก็คือ กล้องหมุนด้วยมอเตอร์ และเลนส์ Schneider Kreuznach เพราะยังไงซะ CPU/GPU แรงกว่านี้อีกนิด ก็ไม่ได้มีผลอะไรมากกับการใช้งานแบบเห็นได้ชัด แต่ก็แอบเสียดายว่าน่าจะใช้ CPU แบบ 64-bit มากกว่าแบบ 32-bit นะ … แต่สอบถามไปทาง OPPO แล้ว มีแผนจะอัพเดตเป็น Android 5.0 นะครับ ฉะนั้นน่าจะพอวางใจได้

ถ้าให้ฟันธงจุดขายของ OPPO N3 นี่ คงเป็นเรื่องกล้องจริงๆ ครับ กล้องเด่นมาก เด่นที่สุดแล้ว เหมาะสำหรับพกพาไปถ่ายรูปมากๆ ใครชอบถ่ายรูป ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์แทบทุกแนวแล้ว และเผื่อใครชอบความบันเทิง OPPO N3 นี่ก็มีลำโพง มีหูฟังที่คุณภาพดีทีเดียวครับ

 

เช็คราคาล่าสุด สนับสนุนโดย Priceza.com

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

41 Responses

  1. คุณไก่ says:

    ระหว่าง n3 กับfind 7 ตัวไหนน่าใช้กว่ากัน ในมุมมองของคุณkafaakเท่าที่ได้สัมผัสมา แบบว่าลังเลอ่ะเป็นนางวันทอง 😀

    • kafaak says:

      ถ้าชอบกล้อง ไป N3
      ถ้าเน้นประหยัด ไม่แพงมาก แต่กล้องก็ยังโอเค ไป Find 7a
      ผมไม่ค่อยแนะนำใครไป Find 7 นะ (แม้จะใช้เอง) เพราะ Find 7a ได้พอๆ กัน แต่ประหยัดกว่าหลายพัน

  2. Skyline 2.0 มีสีเดียวเหมือน find7/7a ปะครับ fail นิดหน่อย น่าจะมีหลายสี

    • kafaak says:

      น่าเสียดาย สีเดียวครับ

      • แล้วมันต่างจาก Skyline ใน find 7a ยังไงหว่า

        • kafaak says:

          คหสต. ผมก็แยกไม่ออก 555
          ยกเว้นเรื่องที่มันทำเฟรมออกมาให้บังลำโพง เพื่อไม่ให้มือไปบัง เวลาถือดูคลิปหรือเล่นเกม

  3. Korn Cool says:

    O Click นี่ถ่านก้อนนึง อยู่ได้นานไหมครับ

    • kafaak says:

      ไม่ได้มีโอกาสได้ใช้นานมาก เลยไม่แน่ใจ แต่ก็น่าจะเป็นหลักหลายเดือนอ่ะครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน

  4. เวลาคุยโทรศัพท์เสียงเบาเหมือน N1mini มั๊ยครับ

    • kafaak says:

      ผมจำไม่ได้แล้วว่า N1 Mini เบาแค่ไหน แต่ผมว่าพอๆ กะ Find 7

  5. niisa' says:

    ได้ตัว Opposition N3 มา เมื่อ 26 ม.ค.58 ที่แล้วค่ะ ไม่ทราบว่าใครเจอปัญหาแบบนี้บ้างมั้ยค่ะ แบบเล่นๆ อยุ่เครื่องค้างแล้วก้อรีสตาร์ทเครื่องเองอ่ะค่ะ เป็นบ่อยมาก!! ทั้งๆ ที่แอ๊บก้อมีไม่ถึง 10 แอ๊บเลย เป็นเพราะสาเหตุอะไรค่ะ ใครพอจะทราบหรือเป็นบ้างหรือป่าว??

  6. OO BKK says:

    Find 7a จะมีปัญหาเรื่อง พื้นที่เก็บ app รึเปล่าครับ เพราะเท่าที่อ่านรีวิวบางที่บอกว่าสัดส่วนพื้นที่สำหรับติดตั้งแอพ ที่แบ่งไว้เพียง 3 GB จะทำให้การทำงานสะดุดมั๊ยครับ? ขอบคุณครับ

    • kafaak says:

      จากที่ลองใช้ ไม่สะดุดครับ เพราะ App มันจะเก็บเฉพาะไฟล์หลักไว้ที่ส่วนติดตั้ง App แล้วพวกข้อมูลอื่นๆ จะเก็บไว้ในส่วนที่เป็น Data storage น่ะครับ
      แน่นอนว่ามันไม่ดีเท่ากับ iOS ที่ไม่แยกพาร์ติชั่นเลย แต่ 3GB ก็เรียกว่าเหลือๆ สำหรับใครหลายๆ คน

      • oo bkk says:

        ขอบคุณครับ

      • OO BKK says:

        ขอบคุณครับ

        แล้วถ้าเทียบกัน R5, N1mini และ Find 7a น่าจะเล่นรุ่นไหนดีครับ หลักๆ เน้นกล้อง (slow shutter mode เน้น 5555) แล้วก้อ social ครับ

        ขอบคุณครับ

        • kafaak says:

          ถ้าเน้น Slow shutter จงไป Find 7a
          N3 ไม่มี Slow shutter เพราะข้อจำกัดด้านเซ็นเซอร์ (OPPO ทางจีนเขาว่ามาแบบนั้น)

  7. kung indy says:

    ถ้าเปรียบเทียบในภาพรวม ด้านความคุ้มค่า(ความคงทนไรงี้)ระหว่างn3 กับ find7a ล่ะคะ

    • kafaak says:

      ผมก็คงแนะนำ Find 7a ครับ เพราะราคาประหยัดกว่า สเปกพอกัน ยกเว้นคิดว่าจะได้ถ่ายพาโนราม่าเยอะๆ ถึงจะใช้ N3 คุ้มกว่า

  8. kung indy says:

    ขอบคุณมากเลยค่ะ…ตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ

  9. kung indy says:

    เสียดายอยู่นิ๊ดเดียวตรงที่…ใส่ได้แค่ซิมเดียวเองอ่ะ

    • kafaak says:

      อ่ะ จะใส่ไปสองซิมทำไม เหอๆ

      • OO bkk says:

        รบกวนอีกนิดครับ ถ้าเทียบกล้องระหว่าง Find 7a กับ iPhone 6 เนี่ยมองว่ายังไงครับ ขอบคุณครับ

        • kafaak says:

          อันนี้แล้วแต่ใครเป็นติ่งใคร
          แต่สำหรับผม ผมว่า Find 7a ไม่แพ้ iPhone 6 แล้ว และเมื่อเทียบราคา ผมว่าคุ้มกว่าเยอะครับ

  10. Pop jindapa says:

    เวลาเล่นN3 กับโปรแกรม line หรือtango กล้องมันไม่หมุนเองอะคะ. เราต้องทำไง ปรับเองหรอค่ะ

    • kafaak says:

      ครับ ต้องปรับเอง เพราะโปรแกรมจะมองกล้องเป็นกล้องหลังครับ

  11. 0992167330 says:

    oppo r 5 เครื่องค้างบ่อยมากค่ะ รีสตาร์ทเองวันหนึ่ง3-4 รอบ

  12. Kea says:

    N3 เล่นไลน์อยู่ดีๆ หน้าจอก็ค้างกดตรงไหนก็ไม่ได้ ปิดเครื่องก็ไม่ได้ สรุปทำไรไม่ได้เลยจะทำยังไงดีค่ะช่วยแนะนำหน่อยค่ะ

    • kafaak says:

      ปกติแล้ว หากกดปุ่ม Power ค้างไว้นานๆ (มากๆ หลายสิบวิ) มันควรจะปิดเครื่องให้ครับ แล้วลองเปิดเครื่องใหม่ดู

  13. Kea says:

    ใช้ได้แล้วค่ะ กดปุ่ม Power ค้างไว้นานมากๆๆๆๆๆๆ กว่าจะปิดให้ค่ะ มันเป็นอะไรค่ะ แล้วเป๋นบ่อยไหมค่ะคนอื่นๆ

    • kafaak says:

      เป็นกันหลายยี่ห้อครับ มีโอกาสเกิดขึ้นได้บ้าง แต่ไม่บ่อยนะครับ … ไม่ควรเป็นบ่อย

  14. Surapat says:

    ได้ Find 7a มาประมาณ 2 สัปดาห์ ครับ ใช้ Line อยู่ดีๆ ก้อ app ปิดไปเลยครับ เหมือน deactivate account ไปครับ ต้องเข้าไปใหม่ น่าจะเป็นที่ app ป่าวครับ

    เริ่อง storage use ของเครื่อง มันแสดงว่า แบบนี้ครับ

    3.81GB of system occupied เครื่องบอกว่ามันคือ storage for mobile OS
    Storage for App installation 2.95GB (2.11GB used) เครื่องบอกว่ามันคือ Reserved space for installing application
    Storage use 6.61GB เครื่องบอกว่ามันคือ Total storage occupied by each file type แล้วแบ่งเป็น
    Pictures, videos (1.72GB)
    Audio (music, ringtones, podcasts, etc.) 283MB
    Other 4.61GB

    ที่สงสัยคือ 4.61GB จะเข้าไปดูยังไงครับ เพราะว่ามันดูเยอะมากๆ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ลงอะไรมากเลยนะครับ

    เรื่องสุดท้ายคือ app แต่งรูป snapchat มันมี feature เดียวที่ทำงานได้ไม่เท่ากับตอนที่ใช้จากเครื่อง Samsung S3 หรือ iPod Touch gen ล่าสุด แบบนี้มันน่าจะเป็นที่ app รึเปล่าครับ เพราะว่าลองเอารูปเดียวกันไป edit แล้วมันไม่ได้ผลเหมือนตอนที่ edit ที่ Samsung S3 หรือ iPod Touch น่ะครับ แต่เป็นแค่ feature เดียวเท่านั้นครับ แปลกมากๆ

    • kafaak says:

      ในส่วนของ 4.61GB ถ้าลำพังใช้แค่เครื่องมือที่มีมาให้ คงไปหามันไม่เจอ ผมแนะนำไปดาวน์โหลด Disk Usage & Storage Analyzer มาติดตั้งครับ เจ๋งมาก

      ส่วนเรื่อง snapchat นี่ no comment เพราะผมไม่ได้เล่น app ตัวนี้ เลยไม่ทราบครับ

  15. thed19 says:

    ืn3 ช้าตแบตไว้เต็ม ปิดทุกอย่าง ทั้งเน็ต จีพีเอส แอพ หลับไป 8 ชั่วโมง เปิดมาแบตเหลือ 85 ผิดปกติไหมคับ

    • kafaak says:

      ผมมองว่าไม่ผิดปกตินะครับ Android มันมีอะไรแอบรันอยู่เสมอ การที่แบตเตอรี่ลดลงไปชั่วโมงละ 2% ถือเป็นเรื่องปกติครับ

  16. yui says:

    อยากทราบว่าถ้าฝาหลังที่ไม่สามารถเปิดได้ แล้วถ้าแบตมีปัญหาจะเปลี่ยยงัยคับ ต้องเข้าศูนย์อย่างเดียวหรือคับ

  17. nit says:

    n3 ทัช ไม่ได้จุดนึง ทำไงดี …. จุดอื่นได้หมด ..บอกทีค่ะ

    • kafaak says:

      กรณีนี้น่าจะต้องเอาเข้าศูนย์นะครับ ถ้ามีบางจุดบนหน้าจอทัชไม่ได้ ปัญหาน่าจะอยู่ที่ฮาร์ดแวร์แล้ว

  18. ThreePlus says:

    รอมสำหรับลง app แบ่งไว้กี่จิกครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: