รีวิวกล้องวงจรปิดพร้อมโทรศัพท์ในตัว Assist Guard – Mobile Phone Network Camera (MPNC)

Assist Guard - Mobile Phone Network Camera

 

ได้รับความเอื้อเฟื้อจากบริษัท แอสซิส เทคโนโลยี จำกัด มาได้จังหวะพอดีครับ ขณะที่กำลังเขียนบทความตอนนี้อยู่ ปีใหม่ก็กำลังใกล้เข้ามาแล้ว มันก็ต้องมีแผนเที่ยวบ้างอะไรบ้าง แต่เวลาที่ไปเที่ยวแล้วมันก็อดเป็นห่วงที่บ้านไม่ได้ใช่ไหมล่ะครับ เพื่อให้สบายใจหลายๆ คนก็อาจจะอยากหากล้องวงจรปิดมาติดตั้ง เพื่อจะได้คอยตรวจตราภายในบ้านได้เวลาไม่อยู่บ้าน … เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดก็พัฒนากันไปเยอะแล้ว เอาเข้าจริงๆ มันก็ใช้ทำโน่นทำนี่ได้มากกว่าแค่เป็นกล้องวงจรปิดเฉยๆ ซึ่ง กล้อง Assist Guard รุ่น MPNC ที่ได้มารีวิวนี้ สนนราคาค่าตัว 5,990 บาท (ราคาปกติ 7,990 บาท) ก็มีอะไรน่าสนใจเยอะจริงๆ ครับ

 

Assist Guard รุ่น MPNC ให้อะไรมาบ้าง?

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าให้เราลืมรูปร่างหน้าตาของกล้องวงจรปิดแบบที่เราคุ้นเคยไปนะครับ Assist Guard รุ่น MPNC นี้เป็นแบบโดม (Dome) ครับ และเป็นแบบตั้งโต๊ะซะด้วยสิ แกะกล่องออกมา จะเห็นว่าอุปกรณ์ที่ให้มาครบเครื่องทีเดียว คือ มีตัวเครื่อง Mobile Phone Network Camera (MPNC), เสาอากาศสำหรับรับสัญญาณ WiFi, อะแดปเตอร์สำหรับจ่ายไฟให้กับตัวกล้อง, 3C Card, รีโมทคอนโทรล และอุปกรณ์แม็กเนติกสำหรับระบบสัญญาณเตือนภัย

 

อุปกรณ์ที่มากับกล่องกล้อง Assist Guard MPNC

ปุ่มกดต่างๆ บนตัวกล้อง Assist Guard MPNC

ตัวกล้อง MPNC นี่เป็นแบบตั้งโต๊ะที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายๆ กับ IP Phone ที่มีกล้องสำหรับใช้โทรศัพท์แบบ Video conference ซะมากกว่าด้วยครับ มีหน้าจอแสดงผลขนาด 3.5 นิ้ว ชนิด TFT LCD และปุ่มกดคล้ายๆ กับโทรศัพท์ บวกกับปุ่มลูกศร 4 ทิศทาง และมีไฟแสดงสถานะทั้งการเชื่อมต่อเครือข่าย, ระบบเตือนภัย, การบันทึกวิดีโอ และสถานะของเสียงแจ้งเตือน

 

Assist Guard - MPNC - Diagram

 

ขนาดของตัวกล้อง MPNC นั้นค่อนข้างกะทัดรัดครับ ด้านหน้ากว้าง 99.92 มม. ด้านลึก 166.79 มม. และสูง 161.05 มม. ด้วยขนาดเพียงเท่านี้ การจะติดตั้งจะค่อนข้างสะดวกครับ เพราะไม่กินเนื้อที่มาก จะวางบนโต๊ะหรือชั้นวางก็น่าจะสบายๆ

 

กล้องแบบ Dome หมุนได้สี่ทิศทาง พร้อมโหมดอินฟราเรดถ่ายเวลากลางคืน

 

ตัวกล้อง MPNC เป็นแบบโดม สามารถหมุนในแกนนอนได้รอบทิศทาง คือ 355 องศา เพียงแต่ว่าจะไม่ใช่หมุนวนเป็นวงกลมได้นะครับ แต่จะเป็นหมุนซ้ายเเกือบ 180 องศาแล้วหยุด กับหมุนขวาอีกเกือบ 180 องศาแล้วหยุด พูดง่ายๆ คือ พอหมุนจนตัวกล้องหันไปด้านหลังแล้วมันจะหยุด ต้องหมุนกลับไปอีกทิศทางแทน ส่วนมุมก้มมุมเงย จะได้ประมาณ 90 องศา แต่เมื่อรวมกับการหมุนในแกนนอนได้ 355 องศาแบบนี้แล้ว ก็เรียกว่าแทบจะครอบคลุมทุกจุดได้แล้วล่ะ

 

กล้อง Assist Guard MPNC ด้านหลัง

 

ด้านหลังของกล้อง MPNC ก็จะมีพวกพอร์ตและสล็อตต่างๆ อยู่ ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต RJ-45 สำหรับเสียบสายแลน, พอร์ต USB 2.0, สล็อตใส่ 3C card, สล็อตใส่ MicroSD card, ขั้วสำหรับต่อเสาอากาศรับสัญญาณ WiFi และช่องเสียบอะแด็ปเตอร์

 

กล้อง Assist Guard MPNC ด้านข้าง มีลำโพงและรูไมโครโฟน

กล้อง Assist Guard MPNC ด้านหน้า ข้างใต้มีรูไมโครโฟนด้วย

 

ส่วนด้านข้างทั้งสองข้างจะมีลำโพงของตัวเครื่อง ไว้ส่งสัญญาณเตือนภัยหรือใช้ตอนโทรศัพท์ครับ และมีรูไมโครโฟนเล็กๆ สำหรับใช้รับเสียงภายนอก แล้วก็ตอนโทรศัพท์ด้วย

 

รีโมทกล้อง Assist Guard MPNC

 

อุปกรณ์แม็กเนติกที่ให้มา เป็นอุปกรณ์จำพวกเซ็นเซอร์กันขโมยครับ เป็นเซ็นเซอร์แม่เหล็ก เอาไว้ติดกับบริเวณประตูหรือหน้าต่าง ซึ่งจะส่งสัญญาณไปยังกล้อง MPNC ให้ส่งเสียงเตือนภัยเวลาที่ประตูหรือหน้าต่างถูกเปิดออก … ส่วนรีโมทคอนโทรล ก็คล้ายๆ กับรีโมทคอนโทรลรถยนต์ครับ มีปุ่มสามปุ่มคือ A, B และ C ไว้ทำหน้าที่ต่างๆ กันไป (เดี๋ยวค่อยพูดถึงตอนรีวิว)

 

ลองติดตั้งใช้งาน Assist Guard รุ่น MPNC … มันเป็นมากกว่ากล้องวงจรปิด

ในโบรชัวร์ของ Assist Guard บอกว่า ติดตั้งใช้งานง่าย แค่ 1 นาทีก็เรียบร้อย … ผมมองว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ หากมีทุกอย่างพร้อมนะครับ เพราะแค่เสียบปลั๊ก และเสียบสายแลน ก็พร้อมใช้งานแล้ว ไม่ต้องตั้งค่าอะไรอีก (เว้นแต่ระบบเครือข่ายภายในบ้านมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย เช่น ตั้งกำหนด IP Address เอง หรือมีการทำ MAC Address Filtering เอาไว้) แต่หากต้องการความสะดวกสบายในการติดตั้งจริงๆ แนะนำว่าให้เชื่อมต่อกับเครือข่ายผ่าน Wireless LAN ซึ่งกล้อง MPNC นี่มี Built-in มาให้เลย

 

หน้าจอการตั้งค่าเครือข่ายของ Assist Guard MPNC

 

การตั้งค่าไม่ยากครับ เพราะเมนูเป็นภาษาไทยอยู่แล้ว แค่เข้าเมนูแล้วก็เลือกการเชื่อมต่อเครือข่ายเป็น “แลนไร้สาย” จากนั้นก็ไปเลือก SSID (ชื่อของเครือข่ายไร้สาย) แล้วก็กรอกรหัสผ่าน ก็เรียบร้อย … ตัวกล้อง MPNC รองรับการเข้ารหัสแบบ WPA2 สบายๆ

ในแง่การใช้งานกล้อง MPNC โดยพื้นฐานแล้ว หลักๆ คือการ Monitor หรือการเฝ้าระวัง เป็นหลักครับ คือ เน้นการดูภาพที่ได้จากกล้องผ่านทางสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต (ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android) หรือผ่านทางโปรแกรมเบราวเซอร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ (ใช้ได้กับ Internet Explorer เท่านั้น และต้องติดตั้ง Plugin ก่อน)

แต่หากเราใส่ MicroSD card ไว้ในตัวกล้อง MPNC (รองรับสูงสุด 32GB) ละก็ เราจะสามารถตั้งอัดวิดีโอไว้ได้ครับ ซึ่งเลือกได้ตั้งแต่การกดตั้งอัดด้วยตัวเอง (แบบ Manual แต่ทางทีมแปลภาษาคงแปลผิด ไปเป็น “คู่มือ” ซะงั้น), การตั้งอัดเมื่อตรวจพบการเคลื่อนไหว หรือตั้งอัดแบบกำหนดเวลา … ซึ่งผมมองว่าการตั้งให้อัดวิดีโอเมื่อตรวจพบการเคลื่อนไหว หรือการตั้งอัดเมื่อถึงเวลาที่กำหนด จะเหมาะสำหรับการใช้งานเมื่อรักษาความปลอดภัยมากกว่าครับ

 

กล้อง MPNC ในฐานะกล้องวงจรปิด

ตัวกล้อง MPNC มีความสามารถในการตรวจจับการเคลื่อนไหวด้วย ซึ่งหากเปิดใช้งานแล้ว มีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นก็จะส่งเสียงดังซึ่งค่อนข้างดังเอาเรื่องอยู่ครับ … เมื่อเปิดใช้งานในเมนูตั้งค่าแล้ว ก็ไปกดปุ่ม # บนแป้นค้างไว้ รอจนไฟ LED บอกสถานะการตรวจจับการเคลื่อนไหวกระพริบ ก็หมายความว่าพร้อมใช้งาน หากตรวจพบการเคลื่อนไหว ก็จะมีไอคอนรูปคนเดินกระพริบบนหน้าจอแสดงผลแบบรูปด้านล่าง

 

Assist Guard MPNC ตรวจจับพบการเคลื่อนไหว

 

ทีนี้การเตือนก็อยู่ที่ว่าเราตั้งเอาไว้แบบไหนครับ ซึ่งเราเลือกได้ว่าจะให้ส่งสัญญาณเตือนภัย เสียงค่อนข้างดังทีเดียว และเลือกได้ว่าจะให้ส่งเสียงนานกี่นาที (สูงสุดคือ 3 นาที) ซึ่งเมื่อสัญญาณเตือนดังแล้ว เราก็เลือกจะปิดได้ด้วยการกดปุ่ม # บนแป้นค้างไว้ หรือจะกดปุ่ม C บนรีโมทก็ได้ … นอกจากนี้ เราก็ยังสามารถเลือกให้กล้อง MPNC ทำการส่งอีเมล์แจ้งเตือนมา หรือโทรมายังสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่ติดตั้ง App 2cu เอาไว้ โดยให้ระบุอีเมล์ หรือ หมายเลขที่เราได้มาตอนติดตั้ง App นั่นแหละครับ

 

ปุ่มกดส่วนใหญ่จะไว้ใช้ตอนโทรศัพท์ แต่ก็ใช้ตอนตั้งค่าด้วยเช่นกัน

 

หากเราใส่ MicroSD card เข้าไปในตัวเครื่อง เราจะสามารถตั้งกล้อง MPNC นี่ให้อัดวิดีโอได้ครับ โดยเลือกได้ว่าจะเป็นการอัดแบบ Manual คือเมื่อกดอัดก็ค่อยเริ่ม และกดหยุดเอาเอง หรือจะให้ตั้งแบบ “เตือนภัย” ซึ่งจะเริ่มบันทึกเมื่อระบบจับการเคลื่อนไหวตรวจพบการเคลื่อนไหว และเริ่มเตือนภัย (ซึ่งอาจจะส่งเสียงหรือไม่ก็ได้) แล้วตั้งไว้เลยว่าจะตั้งให้อัดวิดีโอนานแค่ไหนระหว่าง 1-3 นาที และสุดท้ายคือตั้งให้อัดวิดีโอไว้ตามช่วงเวลาที่กำหนดครับ

 

อัดวิดีโอไว้ แล้วมาดูย้อนหลังได้ ตามสไตล์กล้องวงจรปิด

ดูวิดีโอย้อนหลังจากกล้อง Assist Guard MPNC

 

และเราสามารถดูภาพที่บันทึกไว้ย้อนหลังได้ ทั้งจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตผ่านทาง App 2cu ที่ติดตั้งครับ ค้นหาภาพจากวันและเวลาที่เราตั้งอัดไว้ แล้วก็เล่นได้เลยครับ

 

มีโหมดอินฟราเรด จึงถ่ายภาพตอนกลางคืนได้ด้วย

 

แน่นอนว่ากล้อง MPNC ถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยตัวกล้องจะปรับเข้าสู่โหมดถ่ายภาพกลางคืนด้วยแสงอินฟราเรดโดยอัตโนมัติเมื่อแสงสว่างน้อย ทำให้ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่เห็นภาพหรือวิดีโอที่บันทึกเอาไว้

 

ดูภาพจากกล้องผ่านเบราวเซอร์ (ที่ภาพเล็ก เพราะผมดูบนจอคอมฯ ความละเอียด QHD)

 

อีกช่องทางนึงที่จะดูภาพจากกล้องได้ก็คือ ผ่านทางเบราวเซอร์ ซึ่งต้องเป็น Internet Explorer เท่านั้น และต้องติดตั้งปลั๊กอินด้วย โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ www.2cu.co แล้วเลือกว่าจะใช้ For IE ครับ แต่แบบนี้มันมีข้อจำกัดตรงที่หากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเป็นแบบความละเอียดหน้าจอสูงๆ แบบที่ผมใช้ Lenovo Yoga 3 Pro ซึ่งความละเอียดหน้าจอระดับ QHD จะเห็นว่าภาพจากกล้องจะเป็นแบบ VGA (640×480 พิกเซล) ภาพที่ได้จะดูค่อนข้างเล็กไปหน่อยครับ

อีกแนวทางการใช้งานกล้อง MPNC นั้น ด้วยความที่ตัวกล้องเป็นแบบโดม ครอบคลุมมุมมองในแกนนอน 355 องศา และมุมก้มเงยครอบคลุม 90 องศา สามารถสั่งการให้ปรับเลื่อนไปมาได้ผ่านทางสมาร์ทโฟนจากระยะไกล แถมมีไมโครโฟนที่รับเสียงรอบข้างได้ด้วย มันจึงเอาไปใช้เป็นกล้องสำหรับสอดส่งดูแลในห้องเด็กเล็กได้ด้วยนะครับ สำหรับพ่อแม่หัวทันสมัยทั้งหลาย

 

รีโมทคอนโทรล และ แม็กเนติกเซ็นเซอร์ ที่มาพร้อมกับกล้อง Assist Guard MPNC

 

ตัวกล้อง Assist Guard MPNC นั้นสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมอย่างรีโมทคอนโทรลและแม็กเนติกเซ็นเซอร์ (มีมาให้พร้อมกับกล้อง MPNC มาอย่างละชุด) เพื่อใช้เสริมความสามารถในฐานะกล้องวงจรปิดครับ … รีโมทคอนโทรลสามารถใช้เปิดปิดการเตือนภัยและเปิดปิดเสียงสัญญาณเตือนภัยได้โดยไม่ต้องมากดปุ่มที่ตัวกล้อง ส่วนแม็กเนติกเซ็นเซอร์ เอาไว้สำหรับติดกับประตูหรือหน้าตาตามสะดวก เวลาที่ใครมาเปิดประตูหรือหน้าต่าง (หลังจากเปิดโหมดเตือนภัย) ตัวแม็กเนติกเซ็นเซอร์ก็จะทำการส่งสัญญาณไปที่กล้อง MPNC เพื่อให้ร้องเตือนภัย และมีการแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนได้ (หากตั้งค่าไว้ให้เตือน) และยังส่งอีเมล์มาให้เราได้อีก

 

ตั้งค่าเพื่อให้รู้จักรีโมทคอนโทรลและแม็กเนติกเซ็นเซอร์ต่างๆการแจ้งเตือนจากกล้อง MPNC มาที่สมาร์ทโฟน

 

อีเมล์ที่ได้จากกล้อง Assist Guard MPNC นั้นจะมีภาพ Snapshot ที่ได้จากกล้อง ณ จังหวะที่สัญญาณเตือนภัยทำงานครับ ไม่ว่าจะตั้งไว้ว่าให้เตือนภัยเมื่อตรวจพบการเคลื่อนไหว หรือเตือนภัยเมื่อแม็กเนติกเซ็นเซอร์ส่งสัญญาเตือนก็ตามแต่

 

Assist Guard - MPNC Alarm Email

การตั้งค่าไม่ยุ่งยากครับ แต่ต้องทำผ่าน App 2cu บนสมาร์ทโฟนนะครับ … และทาง Assist Guard ที่เป็นผู้นำเข้ามาจำหน่ายนั้นก็มีการจัดเตรียมคู่มือการติดตั้งและการตั้งค่ามาไว้ให้แล้ว แค่ทำตามคู่มือก็โอเคแล้วครับ … แน่นอนว่าหากต้องการ ก็สามารถไปซื้อรีโมทคอนโทรลและแม็กเนติกเซ็นเซอร์มาเพิ่มได้ รีโมทคอนโทรลที่เพิ่มขึ้นมา ก็จะช่วยให้คนในบ้านสามารถควบคุมการเปิดปิดระบบเตือนภัยได้หลายคนขึ้น และแม็กเนติกเซ็นเซอร์ก็มีเพิ่มไว้เพื่อติดตามประตูหน้าต่างต่างๆ ได้เพิ่ม ซึ่งจากตัว App จะเห็นได้ว่ารองรับรีโมทคอนโทรลทั้งหมด 8 ตัว และแม็กเนติกเซ็นเซอร์ก็รองรับหลายจุด และแต่ละจุดก็รองรับ 8 ตัว ฉะนั้น เพียงพอต่อทุกจดภายในบ้านแน่นอน

ข้อจำกัดข้อเดียวของกล้อง Assist Guard MPNC ที่ผมเจอก็คือ ไม่มีแบตเตอรี่สำรองภายในตัว ดังนั้นเมื่อไฟดับ ก็จะตัดการทำงานไปเลยครับ … แต่ก็แก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยการหา UPS หรือ แบตเตอรี่สำรอง (แบบที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นแหละ) มาให้มันซักตัวก็พอแล้ว เพราะ Assist Guard MPNC นี่กินไฟแค่ 2 วัตต์เท่านั้นเอง ฉะนั้นมี UPS แบบ 500VA ให้มันใช้ซักตัวเนี่ย เหลือเฟือเลยครับ

 

กล้อง MPNC ในฐานะ IP Phone สำหรับทำ Video call

ปุ่มกดบนตัวกล้อง MPNC หลักๆ จะใช้ตอนที่จะโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตครับ … ใช่ครับ กล้อง MPNC ตัวนี้สามารถใช้งานเป็น IP Phone ได้ด้วยในตัว โดยสามารถโทรหาสมาร์ทโฟนได้ด้วย (ต้องดาวน์โหลด App ชื่อ 2cu มาจาก Apple App Store หรือ Google Play Store มาติดตั้งก่อน) … ปุ่มหมายเลขก็เอาไว้กดเบอร์สำหรับโทรออก (เมื่อติดตั้ง App 2cu แล้วทำการลงทะเบียน ก็จะได้หมายเลขเฉพาะสำหรับใช้โทรหากันมา) ส่วนปุ่มลูกศร ก็จะเอาไว้ใช้ในการหมุนกล้อง แล้วก็จะมีปุ่มโทรออก กับวางสายด้วย

 

Video call ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตด้วยกล้อง Assist Guard MPNC

 

การทำ Video call ทำได้ไม่ยากครับ ติดตั้ง App 2cu แล้ว สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแต่ละเครื่องจะได้เบอร์โทรของตัวเองมา (ลงทะเบียนด้วยอีเมล์ หรือเบอร์โทรศัพท์ก็ได้) เวลาจะโทรออกด้วยกล้อง MPNC ก็แค่กดเบอร์ที่ได้มาก็แค่นั้น แต่ว่าสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต จะต้องเปิดใช้งานการแจ้งเตือนของ App 2cu ด้วยนะครับ ซึ่งฟังก์ชั่นนี้ผมพบว่าจะสะดวกมากสำหรับคนทั่วไปที่ไม่คุ้นกับพวกสมาร์ทโฟน แต่อยากจะทำ Video call หาลูกหลาน เพราะผู้ใช้งานก็แค่กดปุ่มโทรเท่านั้นเอง เหมือนการใช้โทรศัพท์แบบกดปุ่มตามปกติเลย

อีกแนวทางการใช้งานนึงที่สามารถใช้กล้อง MPNC นี้ได้ก็น่าจะเป็นสำหรับพวกออฟฟิศหรือสำนักงานต่างๆ ที่จะใช้กล้อง MPNC นี่ไว้สำหรับการประชุมทางไกลแบบเห็นหน้าค่าตากันและในขณะเดียวกันก็ได้ใช้งานเป็นกล้องวงจรปิดไปด้วยในตัว เรียกว่า 2-in-1 ไปเลย

 

การใช้งานนอกสถานที่ผ่าน 3G เพื่อกลับมาดูภาพผ่านกล้อง MPNC

จุดสำคัญที่ต้องทดสอบจริงๆ ก็คือ การใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เชื่อมต่อผ่าน 3G เพื่อกลับเข้ามาดูภาพจากกล้อง MPNC นี่ครับ ว่าสามารถทำได้ดีแค่ไหน ต้องออกตัวก่อนเลยว่าตัวเซ็นเซอร์ของกล้องความละเอียด 3 แสนพิกเซล หรือก็คือ 640×480 พิกเซล หรือความละเอียดระดับ VGA นั่นเอง ก็ประมาณความละเอียดของทีวีอนาล็อก (ที่เขาเรียกว่า SD = Standard Definition) ครับ ฉะนั้นจึงกินแบนด์วิธไม่มากเท่าไหร่ และหากผู้ใช้งานพบว่าอินเทอร์เน็ตมือถือค่ายที่ใช้อยู่เกินวิ่งอืดๆ ขึ้นมา ก็สามารถเลือกจาก App ได้ว่าจะเปิดดูภาพแค่คุณภาพระดับ Low Definition 320×240 พิกเซลแทน ก็จะช่วยได้อีกเยอะ

 

ภาพจากกล้อง Assist Guard ดูแบบ SD ผ่านเครือข่าย 3G

 

แต่จากที่ผมลองใช้เองดู ก็พบว่าไม่มีปัญหาอะไรกับการใช้งานนะครับ อาจจะเป็นเพราะที่บ้านเป็นเคเบิ้ลอินเทอร์เน็ต ความเร็วอัพโหลด 3Mbps และบนสมาร์ทโฟนผมก็ใช้ 3G แบบที่ยังไม่ติด FUP ด้วยน่ะ ความเร็วเลยได้แบบเต็มๆ หน่อย … ซึ่งการควบคุมกล้องให้แพนภาพขึ้นลงซ้ายขวาจากตัว App ผ่านการเชื่อมต่อแบบ 3G ก็สบายๆ ครับ … แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของการให้บริการของผู้บริการ ณ พื้นที่นั้นๆ ด้วยนะครับ โดยส่วนตัวผม ผมมองว่าไม่ได้มีค่ายไหนดีกว่าค่ายไหนในทุกๆ พื้นที่น่ะ

 

บทสรุปการรีวิวกล้อง Assist Guard MPNC

บอกตรงๆ นะครับ สำหรับผู้ใช้งานในบ้านทั่วไปแบบผม ผมมองว่าความจำเป็นในการติดตั้งกล้องวงจรปิดนั้นอาจจะไม่สูงเท่ากับพวกออฟฟิศสำนักงานทั้งหลาย ดังนั้นหากจะซื้อกล้องวงจรปิดมาใช้งานทั้งที ก็ต้องให้มันมากความสามารถมากกว่าแค่จะเป็นกล้องวงจรปิดเฉยๆ หรือบางทีก็เอาไว้ใช้เพื่อการอย่างอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวกับการเป็นกล้องวงจรปิดกันขโมยเลย เช่น เอาไว้ทำ Video call หรือเอาไว้เพื่อคอยเฝ้าระวังเด็กเล็ก อะไรแบบนี้

กล้อง Assist Guard MPNC ก็เลยเป็นตัวเลือกนึงที่ดีมากทีเดียวครับ ใช้เป็นกล้องวงจรปิดกันขโมย ก็สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหว ส่งเสียงเตือนภัย ส่งข้อความเตือนภัยมาที่สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้ (iOS และ Android) สามารถเข้าดูภาพจากกล้องได้ผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต หรือแม้แต่จากโปรแกรมเบราวเซอร์ (Internet Explorer) สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์แม็กเนติกเพื่อเชื่อมต่อกับระบบกันขโมย และยังใช้ทำหน้าที่อื่นๆ ไปพร้อมๆ กันได้อีก สนนราคาพิเศษตอนนี้จากบริษัท แอสซิส เทคโนโลยี จำกัด ตอนนี้คือ 5,990 บาท ผมว่าโอเคทีเดียวเลยล่ะ

ตอนที่ผมทดสอบนี่ ผมไม่ใช่แค่ใช้เพื่อเข้ามาสอดส่องดูแลภายในบ้านตอนที่อยู่นอกบ้านเท่านั้นนะครับ ผมยังใช้คุณสมบัติ Video call เพื่อใช้งานกล้อง Assist Guard MPNC นี่เป็นเหมือน Intercom ภายในบ้าน และใช้โทรกันแบบเห็นหน้าฟรีๆ เวลาอยู่นอกบ้านด้วย (สมาร์ทโฟนผมใช้เน็ต Unlimited อยู่แล้ว) … บางคนอาจจะคิดว่าเรื่องแบบนี้ใช้โปรแกรมบนสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ก็ได้ แต่ต้องไม่ลืมนะครับ ผู้หลักผู้ใหญ่เราในบ้าน (ท่าน สว. สูงวัย) ทั้งหลาย อาจจะไม่คุ้นกับการใช้โปรแกรมบนอุปกรณ์พวกนี้ แต่กล้อง Assist Guard MPNC นี่ใช้งานไม่แตกต่างจากพวกโทรศัพท์กดปุ่มเลยครับ

 

ขอขอบคุณ บริษัท แอสซิส เทคโนโลยี จำกัด ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์มาทดสอบนะครับ … ท่านผู้อ่านท่านใดสนใจข้อมูลเพิ่มเติม คลิก http://www.assist.co.th/product_detail_mpnc.html เลย (แต่ในลิงก์นี้จะบอกว่ากล้องมีมุมก้มเงย 85 องศา แต่ในโบรชัวร์ภาษาอังกฤษจะบอกว่า 90 องศา ผมเลยยึดข้อมูลจากโบรชัวร์ภาษาอังกฤษนะครับ)

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: