รีวิว Sony Xperia Z3

Print Friendly

Sony Xperia Z3

Sony Xperia Z3 นี่ถือว่าเป็นรุ่นเรือธงแบบใหญ่สุดของ Sony ในปีนี้ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงในด้านการออกแบบไปไม่น้อย โดยปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนบางด้านที่รุ่นก่อนหน้ามี เช่น เทคโนโลยีที่ใช้ในหน้าจอแสดงผลที่เมื่อก่อนใช้แค่ TFT LCD ในขณะที่คู่แข่งรายอื่นๆ เขาใช้หน้าจอแสดงผลที่มีเทคโนโลยีดีกว่า หรือ คุณภาพของลำโพงของตัวเครื่องซึ่ง Sony ไมค่อยได้เน้นเท่าไหร่นักในรุ่น Z1 และ Z2 … คำถามจึงอยู่ที่ว่า หลังจากปรับแก้ไขจุดอ่อนไปแล้ว และสนนราคา 23,990 บาทนี้ ทาง Sony ทำ Xperia Z3 ออกมาได้ดีแค่ไหน เรากำลังจะไปหาคำตอบกันครับ

 

รูปร่างหน้าตาของ Sony Xperia Z3

ในการออกแบบสมาร์ทโฟนนั้น ผู้ผลิต Android smartphone หลายๆ ค่าย เริ่มหันมาใช้วัสดุจำพวกโลหะ อย่างอลูมิเนียม หรือ แม็กนีเซียมอัลลอย มาเป็นวัสดุทำตัวเครื่องกันเยอะแล้ว และ Sony ก็เป็นค่ายหนึ่งในนั้น ดีไซน์ของ Sony Xperia Z3 นับได้ว่าสวยหรู มีสไตล์ตามแนวของ Sony ครับ มีการผสมผสานระหว่างขอบตัวเครื่องที่เป็นโลหะ กับด้านหลังที่ใช้กระจก ทำให้ดูหรูหราไปอีกแบบ … อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนทำดีไซน์ออกมาแนวนี้ (เพียงแต่ค่ายอื่นๆ เขาเปลี่ยนแนวไปต่อแล้ว)

 

Sony Xperia Z3 ด้านหน้า

 

ด้านหน้าของ Sony Xperia Z3 นั้นเป็นหน้าจอแสดงผลขนาด 5.2 นิ้ว แบบ IPS LCD ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล ให้ความหนาแน่นของพิกเซลที่ 423ppi พร้อมกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 2.2 ล้านพิกเซล ไม่มีปุ่มกดด้านหน้า เพราะ Sony ดำเนินรอยตามแนวทางของ Google คือใช้ Soft key กันหมดแล้ว นอกจากนี้ก็มีลำโพงโทรศัพท์และไมโครโฟนที่ออกแบบมาเหมือนๆ กัน เพราาะมันทำหน้าที่เป็นลำโพงสเตริโอคู่หน้าด้วยในตัวนั่นเอง … อ้อ! มีไฟ LED แสดงสถานะอยู่ตรงมุมบนด้านซ้ายของหน้าจอด้วยนะครับ

 

Sony Xperia Z3 ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ Sony Xperia Z3 มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 20.7 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.3″ พร้อม LED Flash และแน่นอน อย่างที่ผมบอก ด้านหลังเป็นกระจกครับ ดูเรียบหรูดีทีเดียว

 

Sony Xperia Z3 ด้านบน

 

ด้านบนของ Sony Xperia Z3 ก็มีแค่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และรูไมโครโฟน ส่วนด้านล่างของตัวเครื่องก็จะเรียบง่ายไม่มีอะไรครับ

 

Sony Xperia Z3 ด้านซ้าย

 

ด้านซ้ายของ Sony Xperia Z3 เป็นพอร์ต Micro USB 2.0 อยู่ในฝาปิดมิดชิด และมีพอร์ตสำหรับต่อเข้ากับอุปกรณ์ Docking ด้วย และก็มีช่องสำหรับร้อยสายคล้องมืออีก

 

Sony Xperia Z3 ด้านขวา

 

ด้านขวาของ Sony Xperia Z3 ก็จะมีสล็อตสำหรับเสียบ MicroSD card กับ Nano SIM, ปุ่ม Power กลมๆ เล็กๆ อยู่ตรงกลางๆ, มีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มชัตเตอร์สำหรับถ่ายภาพ

ในภาพรวม ถือว่า Sony ทำออกมาได้ดีทีเดียว ตัวเครื่องดีไซน์เรียบหรู แล้วก็ทำออกมาได้ค่อนข้างบางดีครับ ด้วยความที่เลือกขนาดหน้าจอ 5.2 นิ้ว พอๆ กับ Samsung Galaxy S5 ซึ่งไม่ใหญ่จนเกินไป และไม่เล็กจนเกินเหตุ สำหรับคนที่มือไม่ใหญ่มาก ผมว่าขนาดของ Sony Xperia Z3 นี่น่าจะเหมาะมือดีมากๆ ทีเดียวครับ ตัวขอบโลหะนั้น Sony ทำออกมาให้เรียบและมน จับแล้วไม่รู้สึกว่ามันไม่สบายมือแต่อย่างใด เป็นสไตล์ที่ผมชอบมากๆ

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Sony Xperia Z3

ในฐานะที่เป็นเรือธง Sony Xperia Z3 จึงมีสนนราคาค่อนข้างสูงทีเดีววคือ 23,990 บาท ซึ่งแม้ว่าจะไม่ถือว่าแพงมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับพรีเมี่ยมอย่าง iPhone 6 แต่มองในแง่ของ Android smartphone แล้ว ถือว่าจัดอยู่ในระดับต้นๆ ของไฮเอนด์เลยทีเดียว คำถามก็คือ เมื่อต้องควักกระเป๋าจ่ายขนาดนี้แล้ว เราได้อะไรกลับมาบ้าง

  • CPU: Qualcomm MSM8974AC Snapdragon 801 Quad-core 2.5GHz Krait 400
  • GPU: Adreno 330
  • Display: IPS LCD 5.2″ 1920×1080 พิกเซล (423ppi)
  • RAM: 3GB
  • Internal storage: 16GB
  • External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 128GB
  • Operating System: Android 4.4.4 KitKat
  • Connectivity
    • ชนิดของซิม: Nano SIM
    • 2G: 850/900/1800/1900MHz
    • 3G: 850/900/1700/1900/2100MHz
    • 4G: 700/850/900/1800/2100/2600MHz (Cat.4)
    • WiFi: 802.11a/b/g/n/ac Dual-band
    • Bluetooth: 4.0 A2DP, LE, apt-X
    • Infrared port: ไม่มี
    • NFC: มี
  • Camera
    • ด้านหน้า: 2.2 แสนพิกเซล
    • ด้านหลัง: 20.7 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.3″
  • Battery: 3,100mAh
  • Dimensions: 146 มม. x 72 มม. x 7.3 มม.
  • Weight:  152 กรัม
  • Others: –
  • Price: 23,990 บาท

สเปกในภาพรวม ก็ถือว่าให้มาค่อนข้างแรงดี หลายๆ อย่างก็อยู่ในเกณฑ์ของ Android smartphone ระดับไฮเอนด์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นความละเอียดหน้าจอ Full HD หรือ หน่วยประมวลผล Snapdragon 801 Quad-core ก็ตาม นอกจากนี้ก็ยังรองรับการเชื่อมต่อ WiFi ครบทุกมาตรฐานที่น่าจะมีใช้กับตามบ้าน รวมถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมือถือทั้ง 2G, 3G และ 4G ด้วย

ในแง่ของประสิทธิภาพของตัว Sony Xperia Z3 นั้น ผมเลือกใช้โปรแกรม Benchmark ต่างๆ มาวัดดังนี้

  • AnTuTu Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในภาพรวม
  • MobileXPRT 2013 เพื่อประเมินประสบการณ์ในการใช้งานทั่วๆ ไป (เช่น การตกแต่งภาพ การตรวจจับใบหน้าคนในรูป การเข้ารหัสข้อมูล และความลื่นไหลของพวกอนิเมชั่นต่างๆ ของ User Interface)
  • 3DMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D
  • PCMark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพในการใช้งานโดยทั่วๆ ไป (เช่น การท่องเว็บ การค้นหาข้อมูล การเล่นไฟล์วิดีโอ การตกแต่งภาพ)
  • Vellamo Mobile Web Benchmark สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของการทำงานด้านเว็บ
  • Geekbench สำหรับการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น Single-core และ Multi-core

ผลที่ได้ก็ตามตารางด้านล่างเลยครับ

 

Benchmarks Scores
AnTuTu Mobile Benchmark Overall: 40864
UX: Multitask 6142, Runtime: 2446
CPU (Multi-thread): CPU integer 3069, CPU float-point 3295
CPU (Single-thread): CPU Integer 2807, CPU float-point 2509
RAM: RAM Operation 1586, RAM Speed 2007
GPU: 2D graphics 1650
GPU: 3D graphics [1920×1080] 12949
IO: Storage I/O 1759, Database I/O 645
MobileXPRT 2013 Performance Test: 214
User Experience Tests: 92
3DMark Ice Storm: Maxed Out!
Ice Storm Extreme: Maxed Out!
Ice Storm Ultimate: 16832
PCMark for Android Work performance: 3626
Web browsing: 3340
Video playback: 3748
Writing: 3483
Photo editing: 3967
Vellamo Mobile Web Benchmark HTML: Google Chrome 3084Multicore: 1757Metal: 1590
Geekbench 3 Overall: Single-Core Score 955ม Multi-Core Score 2618
Integer: Single-Core Score 994, Multi-Core Score 2860
Floating Point: Single-Core Score 822, Multi-Core Score 2881
Memory: Single-Core Score 1147, Multi-Core Score 1611

 

คะแนนที่ได้ค่อนข้างสูงทีเดียว ดังนั้นการใช้งานในฐานะฐานะโทรศัพท์ ในฐานะสมาร์ทโฟน หรือแม้แต่ในฐานะเครื่องเกมพกพา ผมว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรเลยครับ

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน Sony Xperia Z3

ประการแรกเลย Sony Xperia Z3 นี่ใช้ Nano SIM แล้วครับ ฉะนั้นค่อนข้างเป็นไปได้สูงว่าผู้ใช้งานจะต้องไปเปลี่ยน SIM card ซะก่อนถึงจะใช้ได้ ยกเว้นว่าจะย้ายค่ายจาก iPhone 5 (หรือใหม่กว่า) มาครับ … หลังๆ เราเริ่มเห็นพวก Android smartphone หลายๆ ตัว หันมาใช้ Nano SIM กันมากขึ้นแล้ว ผมก็รู้สึกว่า OK นะ เพราะมันจะได้สะดวกเวลาสลับ SIM card ไปมากับ iPhone

 

ถาดใส่ Nano SIM card ของ Sony Xperia Z3

 

อย่างไรก็ดี ถาดใส่ซิมนั้นแกะยากไปหน่อยครับ คนเล็บสั้นกุดแบบผมนี่หมดสิทธิ์ถอดออกมาเลย ต้องหาอะไรไปเขี่ยมันออกมาถึงจะถอดออกมาได้

ด้วยความที่ Sony Xperia Z3 ทั้งบางและค่อนข้างเบา มีขนาดหน้าจอที่ไม่ใหญ่มาก การพกพาไม่ว่าจะใส่กระเป๋ากางเกง กระเป๋าเสื้อ หรือกระเป๋าถือ ก็ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร เพียงแต่ด้วยความที่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังต่างก็เป็นกระจก ก็เลยทำให้ต้องระมัดระวังในการพกพาเป็นพิเศษ … ที่สำคัญ พยายามอย่าตกพื้นเด็ดขาด เสี่ยงแต่ไม่น้อย … จะให้ดีติดฟิล์มกันรอยทั้งด้านหน้าด้านหลังไปเลยจะดีที่สุด

บางคนคิดว่าใส่เคสเลยน่าจะปลอดภัยกว่า แต่ผมว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้การที่ Sony พยายามทำให้บาง เบา และเป็นกระจกหน้าหลังเพื่อให้ดูสวยงามหรูหรา มันหมดไปในบัดดล

 

Home screen ของ Sony Xperia Z3Notifications ของ Sony Xperia Z3QuickSetting ของ Sony Xperia Z3

 

User Interface ของ Sony Xperia Z3 นั้นผมมองแล้วรู้สึกว่าไอคอนจะดูใหญ่ๆ กว่าของของค่ายอื่นๆ เขาครับ ทำให้รู้สึกว่าแตะอะไรก็สะดวกกว่าอีกนิดนึง แต่ทว่าผมรู้สึกว่า Sony ออกแบบในส่วนของ Notifications และ QuickSettings ให้ใช้งานได้ไม่สะดวกเท่าไหร่ เพราะแยกออกเป็น Notifications กับ Quick Settings ให้ต้องไปแตะวุ่นวายอีกสองตลบ ทั้งๆ ที่หากออกแบบให้ใช้ได้ในหน้าเดียวเลย สะดวกกับผู้ใช้กว่าแท้ๆ

 

Notifications ของ Sony Xperia Z3QuickSetting ของ Sony Xperia Z3

 

กระแสเรื่องการใช้สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมอย่างพวก Wearable device เพื่อใช้บันทึกกิจกรรมต่างๆ ด้านสุขภาพมาแรง และ Sony เองก็ไม่ตกเทรนด์นั้นครับ มี App อย่าง Lifelog มาให้ใช้ด้วย ซึ่งความสามารถก็ไม่น้อยหน้าใครครับ จริงๆ อาจต้องบอกว่าทำมากกว่าคู่แข่งซะอีก โดยสมชื่อ App Lifelog เลยครับ เพราะเก็บทุกอย่างในชีวิตจริงๆ จริงๆ ทั้งการเผาผลาญแคลอรี่ การเดิน การวิ่ง การนอน การขี่จักรยาน หรือแม้แต่การเดินทางบนรถ และมี User Interface ที่สวยงาม ใช้งานทีเดียว

 

Lifelog ของ Sony Xperia Z3แสดงรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ ได้ค่อนข้างละเอียดยิบ

 

พวก App ที่ Sony เตรียมมาไว้ให้ในเครื่อง ดูจะเน้นไปที่ความบันเทิงเป็นหลักซะมากครับ สังเกตได้จากทั้ง Sony Select ที่เปิดมาก็ขึ้นหน้ารายชื่อเกมก่อนเพื่อนเลย (แต่จริงๆ ใน Sony Select นี่มี App ทุกแนวนะ) หรือ Xperia Lounge ที่เป็นแหล่งรวมคลิปวิดีโอต่างๆ ที่เป็น Exclusive สำหรับผู้ใช้ Sony Xperia โดยเฉพาะ

 

Sony SelectXperia Lounge

 

ที่รู้สึกเสียดายก็เห็นจะเป็น Navigon by Garmin ครับ ตอนแรกนึกว่าจะมีโปรแกรมแผนที่นำทางมาให้ (และชื่อของ Garmin ก็น่าเชื่อถือดีด้วย) แต่ปรากฏว่าพอกดเข้าไป มันมีแต่แผนที่ต่างประเทศทั้งนั้นเลย ไม่มีทวีปเอเชียเลย (แน่นอน ไม่มีประเทศไทย) … ซึ่งก็ยังเป็นจุดอ่อนของสมาร์ทโฟนจาก Sony ที่มีพวก App น่าสนใจ แต่พอผู้ใช้งานจะใช้ กลับไม่มีให้ใช้ในประเทศไทย … บริการ Video Unlimited นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างครับ เปิดปุ๊บ ฟ้องทันที ไม่มีให้บริการ … ซึ่งนี่ทำให้สิ่งที่น่าจะเป็นจุดขายของสมาร์ทโฟนจากค่าย Sony กลายเป็นสิ่งที่กลายเป็นจุดอ่อนไปในทันที (คือหากไม่มีให้บริการ ก็น่าจะไม่ Bundle app มาให้)

 

Navigon by Garmin : Xperia EditionVideo Unlimited ไม่มีให้บริการในไทย

 

แต่สำหรับเกมเมอร์ที่มีเครื่อง PlayStation 4 อยู่นั้น สามารถดาวน์โหลด App ชื่อ PS4 Remote Play มาแล้วเชื่อมต่อกับเครื่องเล่น PS4 ต่อจอย PS4 แบบไร้สาย แล้วก็ทำการ Streaming ภาพเกมที่เล่นจาก PlayStation 4 ได้เลย ทำให้เล่นเกมได้ทุกจุดในบ้านมากกว่า ไม่ต้องจำกัดว่าต้องอยู่ใกล้กับเครื่องเล่น PS4 แต่อย่างใด ก็ถือว่าเป็นจุดขายนึงที่โอเคอยู่ แต่ก็ถือว่าเป็นประโยชน์สำหรับคนกลุ่มเล็กมากๆ

 

 

อย่างไรก็ดี ในภาพรวมของการใช้งาน การตอบสนองของหน้าจอสัมผัส ความลื่นไหลของอนิเมชั่นต่างๆ ของ User Interface ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี และแน่นอนว่าด้วยสเปกของฮาร์ดแวร์แล้ว การใช้งานในฐานะสมาร์ทโฟนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเว็บ การใช้งาน Social media ไม่ว่าจะเป็น Facebook, LINE, Whatsapp หรือ Twitter ก็สบายๆ แน่นอนครับ … และหากเนื้อที่เก็บข้อมูล 16GB ไม่มากสะใจพอ ก็สามารถเพิ่มได้ด้วย MicroSD card สูงสุดถึง 128GB เลยทีเดียว สามารถเก็บเพลงฟังได้เป็นพันๆ เพลง นอกจากนี้ก็ยังรองรับ USB On-the-Go (USB OTG) อีก สามารถตัวกับพวก Flash drive เพื่อเปิดไฟล์เอกสาร หรือไฟล์มัลติมีเดียจากสื่อบันทึกข้อมูลเหล่านี้ได้ หรือหากใครอยากจะต่อพวก Keyboard หรือ Mouse ก็สามารถทำได้เช่นกัน

 

บอดี้ของ Sony Xperia Z3 ออกแบบมาให้กันน้ำได้

 

จุดขายหลักสุดๆ ของ Sony Xperia Z3 นี่คือ การที่ถูกออกแบบมาให้กันน้ำครับ ฉะนั้นในการใช้งานทั่วไป ก็วางใจได้ในเรื่องการใช้งานอยู่ดีๆ แล้วฝนตกเปียกปอน หรืออุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ตกน้ำตกท่า (ระดับความลึกไม่เกิน 1 เมตรนะครับ) หรือบางคนอาจจะอยากลุยๆ หน่อย เอาไปถ่ายรูปหรือวิดีโอใต้น้ำเลย (แต่ต้องระวังน้ำเข้านะครับ เพราะแม้สเปกจะระบุว่ากันน้ำ แต่หากสภาพเครื่องไม่สมบูรณ์เช่นเคยตกหล่นมา หรือปิดฝาปิดไม่สนิท ก็มีโอกาสน้ำเข้าสร้างความเสียหายได้นะครับ

 

ประสบการณ์ด้านความบันเทิงกับ Sony Xperia Z3

ในแง่ความสามารถในการเล่นไฟล์วิดีโอนั้น ด้วยสเปกของฮาร์ดแวร์แล้ว การเล่นไฟล์วิดีโอระดับ 4K สามารถทำได้สบายๆ เลยครับ และแต่เดิมที่ Sony มักจะกั๊กสเปกของหน้าจอแสดงผลให้เป็นแค่ TFT LCD ธรรมดาๆ โดยเน้นไปที่การใช้ Bravia Engine เพื่อเพิ่มคุณภาพของภาพ ซึ่งทำให้เมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้ว คู่แข่งได้เปรียบเรื่องเทคโนโลยีของหน้าจอแสดงผลอยู่ … งวดนี้ Sony Xperia Z3 ก็หันมาใช้หน้าจอแสดงผลชนิด IPS LCD เหมือนกับ Sony Xperia Z3 แล้ว ซึ่งให้ประสบการณ์ในการรับชมไฟล์วิดีโอที่ดีขึ้นมากจริงๆ

 

Sony Xperia Z3 ดูคลิปวิดีโอ 4K สบายๆ แถมรองรับ USB OTG

 

ในด้านคุณภาพเสียงนั้น จากประสบการณ์ในการรีวิวสมาร์ทโฟนของ Sony ในอดีตของผมนั้น Sony จะเป็นแบรนด์ที่เน้นการฟังด้วยหูฟังเป็นหลัก ลำโพงของตัวเครื่องจะไม่ได้โดดเด่นอะไร ทำให้คู่แข่งได้เปรียบไปเยอะ แต่กับ Sony Xperia Z3 แล้ว จุดอ่อนนั้นได้รับการแก้ไขแล้วครับ เพราะให้ลำโพงมาเป็นสเตริโอคู่หน้าเลย ซึ่งแสดงผลเสียงได้น่าประทับใจ มีเวทีเสียงที่กว้าง รายละเอียดถูกแสดงออกมาได้ดี ให้มิติที่ดี มีเนื้อเสียงหนา อิ่ม ย่านสูงอาจฟังดูจำกัดไปบ้างแต่ก็ไม่ได้รู้สึกขาดหรือทึบเกินไปแต่อย่างใด เหมือนกับว่า Character จะเน้นไปทางอิ่มหนาและหนักแน่นมากกว่าโทนเสียงแนวโปร่งใส

ลองทดสอบด้วยหูฟัง เสียงที่ได้มีลักษณะเดียวกับลำโพง คืออิ่มหนาและหนักแน่น ย่านเสียงอยู่ในพื้นที่ของตัวเองดีให้ความเคลียร์ ไม่ทับกัน เสียงกลางและต่ำชัดและหนักแน่นดี แต่เสียงสูงจะถูกจำกัด ไม่ใสพริ้งพรายเท่าที่ควร ฟังชั่น ClearAudio ก็ให้ลักษณะเสียงที่ต่างออกไป ฟังดูรู้สึกเหมือนกับใสขึ้น โปร่งขึ้น แต่จริงๆ ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น แค่เป็นวิธีการปรับย่านเสียง (EQ) ให้ต่างออกไป ตรงนี้นานาจิตตัง แต่ผมไม่ได้ประทับใจเท่าไหร่

 

เล่นเกม Modern Combat 5: Blackout บน Sony Xperia Z3

 

สำหรับการเล่นเกม ณ ปัจจุบันผมมองว่าระบบปฏิบัติการ Android ยังไม่มีเกมอะไรที่ใช้กราฟิกจัดจ้านต้องกินสเปกฮาร์ดแวร์แบบเต็มเหนี่ยวสุดๆ … เกมที่ผมว่ากราฟิกสวยงามมากๆ อย่าง Modern Combat 5: Blackout เองก็มีการปรับแต่งให้เล่นได้บนฮาร์ดแวร์ระดับกลางๆ แล้ว แต่หากได้ฮาร์ดแวร์สเปกดีๆ ก็จะได้เห็นกราฟิกและเอฟเฟ็กต์ต่างๆ ครบถ้วนล่ะนะ ซึ่ง Sony Xperia Z3 นี่ก็มาพร้อมกับชิปเซ็ตที่ค่อนข้างไฮเอนด์และสามารถเล่นเกม Modern Combat 5: Blackout นี่ได้แบบสบายๆ เลยล่ะครับ หน้าจอขนาด 4.6 นิ้ว อาจจะไม่ใหญ่เต็มตามาก แต่ลำโพงสเตริโอคู่ด้านหน้านี่ให้อารมณ์ในการเล่นเกมแบบไม่ได้ใส่หูฟังได้ดีกว่าพวก Android smartphone ยี่ห้ออื่นเยอะจริงๆ

 

การถ่ายรูปและวิดีโอด้วย Sony Xperia Z3

ณ ตอนนี้ก็ต้องบอกว่า Sony ทำ Camera app ออกมาได้ค่อนข้างดีแล้วครับ มีลูกเล่นต่างๆ ไม่น้อยหน้าคู่แข่งแล้ว และแม้ว่าจะไม่ถึงกับมี User Interface ที่ดูเรียบง่าย ใช้งานง่ายๆ แต่ก็ไม่ถึงกับรกจนนึกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร … โดยภาพรวมแล้ว แม้จะเป็นมือใหม่หัดใช้ หากอ่านคำอธิบายการใช้งานโหมดต่างๆ ซักหน่อย ก็เรียนรู้วิธีการใช้งานได้ไม่ยากครับ และ Sony ก็ให้เราเพิ่มศักยภาพของ Camera app ได้ด้วยการดาวน์โหลด App มาเพิ่มโหมดการถ่ายภาพ เช่น การถ่ายภาพแบบปรับโฟกัสภายหลังได้ เป็นต้น

 

User Interface ของ Camera app ของ Sony Xperia Z3

ตัวเลือกโหมดต่างๆ มีคำอธิบายพอสมควร ให้รู้ว่าโหมดไหนทำอะไร

 

การที่ Sony Xperia Z3 มีปุ่มชัตเตอร์มาให้ด้วย ก็ช่วยให้การถ่ายภาพทำได้สะดวกขึ้นในแบบนึงนะครับ เพราะบางคนเขาจะถนัดการกดปุ่มจริงๆ มากกว่า … หรือกรณีที่เราไปเที่ยวแล้วอยากฝากนักท่องเที่ยวหรือคนท้องถิ่นช่วยถ่ายให้ การมีปุ่มชัตเตอร์ชัดเจน ก็ช่วยให้เราสื่อสาร สอนเขาช่วยถ่ายรูปให้สะดวกกว่านะ

แต่จากที่ผมลองใช้ ผมพบว่า Sony มาแนวแปลกนิดๆ ตรงที่เมื่อใช้การแตะหน้าจอเพื่อปรับโฟกัสของภาพแล้ว พอตอนกดชัตเตอร์ มันจะปรับโฟกัสอีกรอบซะงั้น จริงๆ มันก็คงเพราะว่าเพื่อให้มั่นใจว่าก่อนถ่ายจะได้โฟกัสที่แน่นอนชัวร์ๆ แต่มันก็ทำให้เสียจังหวะในการถ่ายภาพไปเล็กน้อยครับ ซึ่งตรงนี้ผมมองว่า Sony ควรให้ผู้ใช้งานตัดสินใจปรับโฟกัส ณ จุดที่แตะบนหน้าจออีกรอบ เมื่อกดปุ่มชัตเตอร์บนหน้าจอค้างไว้มากกว่า (แบบว่ากดค้างไว้ก็จะปรับโฟกัสอีกรอบแล้วถ่ายเลย) หรือใช้ปุ่มชัตเตอร์บนตัวเครื่องแบบกล้องทั่วๆ ไป ที่กดปุ่มชัตเตอร์ลงไปครึ่งทางเพื่อปรับโฟกัสแล้วกดต่อจนสุดเพื่อถ่ายภาพ

อย่างไรก็ดี ด้วยความที่ใช้ G lens และเป็นเซ็นเซอร์ของ Sony ความละเอียดของเซ็นเซอร์ภาพก็ 20.7 ล้านพิกเซล ผมก็เลยค่อนข้างคาดหวังกับคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้อยู่ไม่น้อยทีเดียว แต่แล้วก็ต้องผิดคาดครับ เพราะเมื่อทดลองถ่ายภาพจริงๆ ผมกลับพบว่าภาพที่ได้จากกล้องด้านหลังของ Sony Xperia Z3 นั้น แม้จะไม่ถึงกับแย่ แต่หากพิจารณาจากสนนราคา 23,990 บาท และความที่เป็นหนึ่งในเรือธงของ Sony แล้ว มันไม่สมตัวซักเท่าไหร่

 

ภาพโดย Sony Xperia Z3

ภาพโดย Sony Xperia Z3

ภาพโดย Sony Xperia Z3

ภาพโดย Sony Xperia Z3

 

ในแง่ของการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย Sony Xperia Z3 นี่หากใช้ให้คุ้นมือหน่อยก็จะถ่ายได้ไม่ยากเท่าไหร่ครับ ภาพที่ได้คุณภาพออกมาโอเคอยู่ เพียงแต่ผมสังเกตว่าภาพจะติดโทนม่วงนิดๆ นะ

 

ภาพโดย Sony Xperia Z3

 

การถ่ายวิดีโอของ Sony Xperia Z3 นั้น ด้วยเซ็นเซอร์ภาพความละเอียดสูง และหน่วยประมวลผลที่แรงเอาเรื่อง ก็เลยสามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K เลย แต่มีข้อสังเกตว่าพอเปิดโหมดถ่ายวิดีโอ 4K ขึ้นมา มันมีข้อความเตือนเด้งขึ้นมาก่อนเลยว่าถ้าเกิดถ่ายวิดีโออยู่แล้วความร้อนของตัวเครื่องขึ้นสูง App ก็จะทำการปิดตัวเองลง แต่วิดีโอจะถูกบันทึกไว้ไม่หายไปไหน … เลยทำให้แอบกังวลนิดๆ ว่า ใช้นานๆ มันจะเครื่องร้อนได้ขนาดนั้นเลยเหรอ?!? แต่ผมลองใช้ถ่ายวิดีโอ 4K ไปราวๆ 15 นาที ก็ไม่พบว่าเครื่องร้อนจนถึงขนาด App ปิดตัวเองแต่อย่างใดนะครับ

คุณภาพของวิดีโอที่ได้นั้น ขนาดที่ความละเอียดระดับ 4K แล้ว ผมก็ยังรู้สึกว่ามันยังขาดๆ อยู่ครับ ไม่ถึงกับคมชัดมากสุดๆ อันนี้อาจจะเพราะข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ในส่วนของเลนส์และเซ็นเซอร์กล้องละครับ … ใครที่เคยดูวิดีโอ 4K มาก่อน จากพวกร้านเครื่องไฟฟ้าที่เปิดวิดีโอให้ดูบนจอโทรทัศน์ระดับ 4K อย่าเอามาเปรียบเทียบกันนะครับ เพราะวิดีโอแบบนั้นมันถูกถ่ายด้วยกล้องราคาต่างกันเยอะ … จุดที่ผมว่า Camera app ของ Sony Xperia Z3 ด้อยกว่าคู่แข่งหลายๆ ราย ก็น่าจะเป็นเรื่องการที่ไม่สามารถปรับโฟกัสแบบ Tap focus ได้ ต้องไปพึ่ง Auto focus น่ะครับ

 

บทสรุปการรีวิว Sony Xperia Z3

Sony Xperia Z3 ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่สเปกค่อนข้างดีทีเดียวครับ เพียงแต่ว่าด้วยสนนราคาค่าตัว 23,990 บาทนั้นถือว่าแอบแรงเอาเรื่องอยู่ ซึ่งแม้ว่าสเปกที่ได้จะค่อนข้างดี แต่จุดอ่อนที่สำคัญของ Sony Xperia Z3 ก็เห็นจะเป็นเรื่องของกล้องถ่ายภาพ ที่แม้ว่าจะสเปกสูง ใช้เลนส์ค่อนข้างดีทีเดียว แต่คุณภาพของภาพที่ได้นั้น กลับทำได้ไม่สมราคาของฮาร์ดแวร์ซักเท่าไหร่ อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักสำหรับคนที่อยากได้สมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพสวยๆ ครับ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: