ดูมาแล้ว – รักหมดแก้ว หนังรักน้ำดีที่ไม่น่าพลาดของปีนี้

Print Friendly

20141222_175815

 

สารภาพบาปกันตรงๆ เลย ผมเป็นคนไทยที่ดูหนังไทยน้อยมาก ถ้าผมจะดูหนังไทยซักเรื่อง ผมจะเลือกแนวหนังผีหรือไม่ก็หนังรัก ทำไมน่ะเหรอ?!? ก็เพราะคนไทยเขียนบทของหนังแนวๆ นี้ได้ดีกว่าแนวอื่นๆ ยังไงล่ะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกเรื่องจะทำให้ผมรู้สึกว่า “เฮ้ย! เรื่องนี้ดีว่ะ” ได้นะครับ จนถึงบัดนี้ผมแทบจะนับเรื่องได้เลยว่าหนังไทยแนวหนังรักเนี่ย มีกี่เรื่องที่ผมชอบ และเมื่อวานนี้ผมก็ต้องเพิ่มเรื่อง “รักหมดแก้ว” ที่ผมได้รับเชิญไปดูรอบสื่อมวลชนเข้าไปในรายชื่อหนังไทยที่ผมชื่นชอบอีกเรื่องครับ … ที่แหวกแนวอีกนิดหน่อยเกี่ยวกับเรื่อง “รักหมดแก้ว” นี้ก็คือ เรื่องนี้ไม่ใช่แนวหนังรักโรแมนติกซักเท่าไหร่ด้วยน่ะสิ

 

เอาแบบสั้นๆ แบบไม่สปอยล์หนังเลยก็คือ เรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักของ บั๊กโจ้ (ปอนด์ ณปรัชญ์) กับ ไฟเลี้ยว (น้ำหวาน พิไลพร) ที่เลิกกัน แล้วก็ต้องมาเจอะกันอีกรอบหลังจากไม่ได้เจอหน้ากันมานานเพราะดันถูกจับข้อหาเมาแล้วขับ และถูกขังที่โรงพักเดียวกัน (ฮา) แต่เรื่องราวที่เป็นเนื้อหาจริงๆ ของหนังเรื่องนี้ อยู่ที่การเล่าเรื่องราวว่าชีวิตรักของบั๊กโจ้และไฟเลี้ยวว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้บั๊กโจ๋หนุ่มตี๋ผู้มองชีวิตแค่ในปัจจุบัน เน้นชิลล์เน้นเฮฮา กับไฟเลี้ยวสาวอินดี้ผู้ไม่อยากมีชีวิตผูกพันกับสิ่งที่เรียกว่าความรัก ได้มาเจอะเจอกัน และอะไรคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องถึงจุดแตกหักกัน … แนวทางของเรื่องทำให้ผมรู้สึกคล้ายๆ กับดูซีรี่ส์เรื่อง How I Met Your Mother อยู่นิดๆ นะ

รักหมดแก้ว แตกต่างจากพวกหนังไทยแนวรักโรแมนติกที่ผมเคยดูมาทั้งหมด เรื่องนี้ผมมองไม่เห็นความโรแมนติกตรงไหนเลยครับ เกือบทุกซีนถ้าไม่ใช่อยู่ในร้านเหล้าของบั๊กโจ้ ก็บ้านเจ๊อุ๊ (มาช่า วัฒนพานิช) หรือไม่ก็ตามงานปาร์ตี้ต่างๆ ดื่มทั้งเหล้า เมาทั้งเบียร์เกือบทั้งเรื่อง แต่เนื้อเรื่องมันก็ดูไม่โอเวอร์จนเกินไป ไม่ต้องบุพเพสันนิวาสเหมือนหนังรักโรแมนติกหลายๆ เรื่อง ที่ต้องให้พระเอกนางเอกมาเจอะเจอกันบ่อยๆ จนกลายเป็นความรัก …ในแต่ละซีนของ รักหมดแก้ว นั้น มีการฉาบเอาไว้ด้วยปรัชญาในการดำเนินชีวิตให้ได้คิดตาม ดูแล้วเลยรู้สึกว่าได้แง่คิดอะไรไปไม่น้อยทีเดียว

อย่างไรก็ดี สำหรับคนที่คาดหวังความสมบูรณ์แบบของหนัง อาจจะมองว่า รักหมดแก้ว ยังไม่สมบูรณ์มากนัก เพราะแม้จะมีตัวละครในเรื่องอยู่หลายตัว ทั้ง บั๊กโจ้, ไฟเลี้ยว, เจ๊อุ๊, แมน (อ๊อฟ ปองศักดิ์), เจ็ต (สงกรานต์ The Voice), พี่โบ้ (ปองกูล สืบเชื้อ), พี่นุ (เอ็ม บุดด้าเบลส) และ ญาญ่า (แอน โพลิติก) แต่ตัวละครอื่นๆ จะมาแนวตัวประกอบของตัวหลักทั้งสาม ได้แก่ บั๊กโจ้, ไฟเลี้ยว และเจ๊อุ๊ ซะมากกว่า … แต่สำหรับผม ผมก็มองว่าหากมองว่าโลกคือละคร เมื่อเราพูดถึงชีวิตของใครถึงสามคนพร้อมๆ กัน คนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องนั้นอาจจะมีบทบาทแค่ตัวประกอบเรื่องที่โฉบเฉี่ยวเข้ามาในชีวิตของทั้งสามเท่านั้นเอง

อีกจุดหนึ่งที่ผู้ชมจะติง รักหมดแก้ว เรื่องความไม่เหมาะสมได้ก็คือการที่ทั้งเรื่องดำเนินไปมีแต่ฉากดื่มเหล้าเมาเบียร์สูบบุหรี่กันนี่แหละครับ … มันจะดูไม่เหมาะสมกับเยาวชนอยู่ซักเท่าไหร่ แม้ว่าจะมีฉากที่ให้เห็นกันชัดๆ อยู่ว่าคนที่ดื่มเหล้าหัวราน้ำซะขนาดนั้นมีสภาพเป็นอย่างไร เมาอ้วกแตกอ้วกแตนขนาดไหนก็ตาม

ทว่า เมื่อพิจารณาจากแง่คิดที่ได้จากหนังเรื่อง รักหมดแก้ว นี้ และแนวทางในการทำหนังรักโดยไม่จำเป็นต้องโรแมนติกซักเท่าไหร่ มันก็ทำให้ผมจัดให้เรื่องนี้เป็นหนังไทยที่ผมชอบอีกเรื่องนึงละครับ ส่วนใครที่อยากจะดูเรื่องนี้ รักหมดแก้ว จะเข้าฉายจริงวันที่ 25 ธันวาคม 2557 ครับผม … ดูแล้วผมว่าไม่เสียดายค่าตั๋วอ่ะ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: