รีวิว QNAP TS-251 NAS ขนาดพอเพียงสำหรับบ้านและออฟฟิศ

Print Friendly

QNAP T-251

ย้อนกลับไปซักหลายปีก่อน เวลาพูดถึง NAS หรือ Network Attached Storage หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูลบนเครือข่าย แล้ว ผมก็พยายามนึกถึงความจำในการใช้งานสำหรับผู้ใช้ตามบ้านครับ เพราะสมัยนั้นพวกข้อมูลต่างๆ ไม่ได้ใหญ่โตมากมาย และอุปกรณ์ภายในบ้านที่จะต้องแชร์ข้อมูลกันก็ยังมีไม่มาก … กลับมาที่ปัจจุบัน ในยุคสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตครองเมือง อุปกรณ์พวกนี้เหมาะกับการใช้งานเพื่อความบันเทิงส่วนตัว แต่น่าเสียดายที่ความจุมีไม่มาก รุ่นที่ความจุสูงๆ ตอนนี้ราคาก็ยังสูงตามความจุอยู่ และความต้องการในการแชร์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์กันมากขึ้น ความจำเป็นในการที่จะมี NAS ใช้ในบ้านก็มีสูงมากขึ้นเช่นกันครับ และ QNAP TS-251 นี่ก็เป็น NAS ที่มากด้วยคุณสมบัติ ที่เหมาะสำหรับทั้งใช้งานภายในบ้าน และในออฟฟิศด้วยเลย

 

รูปร่างหน้าตาของ QNAP TS-251

ขนาดของ QNAP TS-251 ไม่ใหญ่ไม่โตมาก สามารถวางเข้าได้กับพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านหรือออฟฟิศ โดยไม่ทำให้สิ้นเปลืองเนื้อที่หรือเกะกะแต่อย่างใด … ตัว QNAP TS-251 ดูตามรหัสแล้ว เป็น Turbo NAS ซีรี่ส์ 51 แบบ 2 Bay หรือก็คือใส่ฮาร์ดดิสก์ได้ 2 ลูกครับ โดย ณ ขณะนี้ ก็รองรับความจุสูงสุดคือ 12TB โดยการใส่ฮาร์ดดิสก์ขนาดความจุ 6TB เข้าไป 2 ลูกด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าผมเลือกใช้ Western Digital รุ่น Red หรือ WD Red 6TB ครับ

 

QNAP T-251 Explained

แม้ QNAP TS-251 จะเป็น NAS แต่ผมก็อยากให้มองมันในกึ่งๆ การเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดย่อยๆ เครื่องนึงครับ ด้านหน้ามีไฟแสดงสถานะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของเครือข่าย, การทำงานของ USB และการทำงานของฮาร์ดดิสก์ นอกจากนี้ก็ยังมีตัวรับสัญญาณอินฟราเรดสำหรับการใช้รีโมทคอนโทรล มีปุ่ม Power มีปุ่มทำสำเนาข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ลง QNAP TS-251 และมีพอร์ต USB 3.0 … ถาดใส่ฮาร์ดดิสก์สองชุด เป็นแบบ Hot Swap สามารถถอดเปลี่ยนตัวใหม่ได้โดยไม่ต้องปิดเครื่อง

ส่วนด้านหลังก็เป็นพัดลมขนาดใหญ่สำหรับระบายอากาศ, มีช่องสำหรับใส่ตัวล็อกแบบ Kensington, มีพอร์ตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น HDMI/Gigabi LAN x 2x/USB 2.0 x 2 และพอร์ต USB 3.0 อีกพอร์ตนึง, มีช่องเสียบอะแด็ปเตอร์ และปุ่มสำหรับรีเซ็ตการตั้งค่ารหัสผ่านและการตั้งค่าเครือข่าย

 

สเปกของ QNAP TS-251

อย่างที่บอกครับ QNAP TS-251 นี่ก็คือคอมพิวเตอร์เครื่องนึงเราดีๆ นี่เอง เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้หน่วยประมวลผลเป็น Intel Celeron Dual-core แบบ 64-bit โดยมีให้เลือก 2 รุ่นหลักๆ คือรุ่น TS-251 ธรรมดาๆ กับ TS-251-4G … อย่างหลังนี่ไม่ใช่มันรองรับการใส่ซิมการ์ดเพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 4G แต่อย่างใดนะครับ แต่หมายถึงมาพร้อมกับหน่วยความจำ 4GB (เป็น 2GB x 2) น่ะครับ … โดยรุ่นที่ผมได้มารีวิวนี่เป็นรุ่น TS-251-4G ซึ่งทำให้รองรับฟีเจอร์ต่างๆ ของรุ่นนี้ได้ครบถ้วนกว่า

 

CPU Intel® Celeron® 2.41GHz dual-core processor (burst up to 2.58GHz)
DRAM
TS-251-4G: 4GB DDR3L RAM (2GB x 2)
TS-251: 1GB DDR3L RAM
Total memory slots: 2 (expandable up to 8GB)
Flash Memory 512MB DOM (Disk-on-a-module)
Hard Disk Drive 2 x 3.5” or 2.5” SATA 6Gb/s, SATA 3Gb/s hard drive or SSD
Hard Disk Tray 2 x Hot-swappable tray
LAN Port 2 x Gigabit RJ-45 Ethernet port
LED Indicators Status, LAN, USB, HDD 1, HDD 2
USB 2 x USB 3.0 port (Front: 1, Rear: 1)
2 x USB 2.0 port (Rear: 2)
Support USB printer, pen drive, and USB UPS etc.
HDMI 1
Buttons Power/Status, USB One-Touch-Backup, reset
Alarm Buzzer System warning
IR Receiver MCE-compatible
Form Factor Tower
Dimensions 168.5(H) x 102(W) x 225(D) mm
6.63(H) x 4.02(W) x 8.86(D) inch
Weight Net: 1.28 kg (2.82 lbs) / Gross: 2.32 kg (5.11 lbs)
Power Consumption (W) HDD standby: 10.28W
S3 sleep: 0.47W
In operation: 19.22W
(with 2 x 1TB HDD installed)
Temperature 0-40˚C
Humidity 5~95% RH non-condensing, wet bulb: 27˚C
Power Supply External Power Adapter, 60W, 100-240V
Secure Design Kensington security slot for theft prevention
Fan 1 x quiet cooling fan (7 cm, 12V DC)

 

ประสบการณ์ในการทดลองใช้งาน QNAP TS-251

อย่างที่ผมบอกนะครับ เพื่อให้ได้ประสบการณ์ในการใช้งานแบบเต็มๆ ผมจึงเลือกใช้ฮาร์ดดิสก์ WD Red ความจุ 6TB สองลูก และทาง QNAP ก็ส่งรุ่น TS-251-4G มาให้ (เพราะอะไร เดี๋ยวพูดถึงในภายหลังนะครับ) เหตุผลที่เลือกใช้ WD Red ก็เพราะว่าเป็นฮาร์ดดิสก์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในสภาพแวดล้อมของอุปกรณ์จำพวก NAS ที่ต้องเปิดใช้งาน มีการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ไม่มีการปิดเครื่องน่ะครับ แต่สำหรับการใช้งานทั่วไปก็ไม่ต้องจัดเต็ม 6TB แบบผมก็ได้ครับ อาจจะเลือกหา 1-2TB มาแทนก็ได้ครับ

 

WD Red 6TB คู่ใจสำหรับอุปกรณ์ NAS อย่าง QNAP TS-251 ตัวนี้

 

สำหรับรุ่นที่วางจำหน่ายในเมืองไทย ทาง QNAP แจ้งกับผมว่ามีการทำตลาดเฉพาะโมเดล TS-251 เท่านั้น ส่วนใครต้องการใช้หน่วยความจำเยอะๆ ก็สามารถหาซื้อหน่วยความจำมาใส่เพิ่มได้ครับ ทาง QNAP เขาก็มีคู่มือในการอัพเกรดหน่วยความจำไว้ให้แล้ว ซึ่งจากที่ผมอ่านดู ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากการอัพเกรดหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปซักเท่าไหร่ เพียงแต่หน่วยความจำจะเป็นโมดูลแบบโน้ตบุ๊กครับ โดยเราสามารถอัพเกรดได้สูงสุด 8GB เลย (แต่ทาง QNAP แนะนำว่าเวลาอัพเกรด ควรใช้หน่วยความจำแบบเดียวกันทั้งสองสล็อตเลย)

 

TS-251 RAM Installation

 

การติดตั้ง QNAP TS-251 นั้นไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลยครับ แค่เสียบปลั๊ก และต่อเข้ากับสาย LAN เท่านั้น หากเป็นไปได้ ก็ต่อกับสาย LAN 2 เส้นเลย เพื่อเป็นการเพิ่มแบนด์วิธด้วย ขอให้การเชื่อมต่อนั้นเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้นะครับ การติดตั้งจะสะดวกมากๆ จากนั้นตรงด้านข้างของตัวเครื่อง เราจะเห็นสติ๊กเกอร์ มี QR Code อยู่ ก็ให้เราสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตมาสแกน QR Code นี้ มันก็จะเปิดเว็บไซต์ขึ้นมา ซึ่งให้เราเริ่มการใช้งานได้ด้วยการทำ Cloud installation ครับ … ใช่ครับ ไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์เลยในการตั้งค่าเพื่อเริ่มใช้งาน

 

เริ่มต้นติดตั้ง QNAP TS-251 ไม่ยาก แค่สแกน QR Code แล้วก็ทำ Cloud Installation ได้เลย

 

หรือหากยังไงก็จะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ช่วยในการตั้งค่าให้ได้ ก็สามารถไปดาวน์โหลดโปรแกรม Qfinder มาติดตั้ง ซึ่งโปรแกรมนี้จะช่วยให้เราค้นหา QNAP TS-251 ที่ติดตั้งไว้ แล้วล็อกอินเพื่อตั้งค่าได้ไม่ยาก แม้ว่าเราจะไม่รู้ว่า IP Address คืออะไร เพราะโปรแกรมจะช่วยค้นหาให้เรียบร้อยเลย

 

QFinder for Windows

 

หลักๆ แล้ว เราสามารถใช้งาน QNAP TS-251 ได้โดยไม่ต้องต่อจอแสดงผลภายนอกเลย … แนวคิดของ NAS โดยหลักแล้วก็คือ การเชื่อมต่อกับเครือข่าย แล้วก็บริหารจัดการผ่านทางเว็บเบราวเซอร์เป็นหลัก QNAP TS-251 นี่ก็เช่นกันครับ แต่ในกรณีที่ใช้งานตามบ้าน หากต้องการ ก็สามารถต่อกับจอ LCD/LED ผ่านทางพอร์ต HDMI ก็ได้ครับ เพื่อใช้งานในฐานะ Media server และควบคุมแบบง่ายๆ ผ่านรีโมทคอนโทรลแบบอินฟราเรด หรือจะติดตั้ง App Qremote ก็ได้ … เพียงแต่ในสภาพแวดล้อมในบ้านผม ที่เป็น Wireless ซะส่วนใหญ่ เลยไม่สะดวกที่จะต่อออกจอ LED TV ที่มีครับ จึงไม่ได้ทำการทดสอบในส่วนนี้

 

QNAP Login

 

มีคำถามมาว่า มีความจำเป็นไหมที่จะต้องจ่ายเงินหลักหมื่นเพื่อซื้อ QNAP TS-251 มาใช้ เพราะด้วยสนนราคาพอๆ กัน มันก็มีตัวเลือก NAS ยี่ห้อ/รุ่น อื่นๆ ให้เลือกใช้ ที่มาพร้อมกับฮาร์ดดิสก์ ในขณะที่ QNAP TS-251 นี่ยังต้องหาฮาร์ดดิสก์มาใส่อีก ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอย่างน้อยๆ ก็ 5-6 พันบาท (ในกรณีหาฮาร์ดดิสก์ขนาด 1TB มาใส่สองลูก) หรืออย่างกรณีของผม ใส่ WD Red 6TB เข้าไปสองลูก ก็ลูกละหมื่นเศษๆ แล้ว

 

หน้าจอ Dashboard ของ QNAP TS-251

 

ผมมองว่า การที่เราเลือกจ่ายด้วยงบประมาณที่สูงขึ้น ก็เพื่อความสามารถในการใช้งานที่เพิ่มขึ้นครับ โดย QNAP TS-251 นี่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ QTS 4.1 ซึ่งมาพร้อมกับความสามารถพื้นฐานที่หลากหลายมาก และสามารถไปดาวน์โหลด App มาเพิ่ม เพื่อเพิ่มความสามารถเข้าไปได้อีก แต่โดยพื้นฐานแล้ว ตัวระบบปฏิบัติการ QTS 4.1 ก็ให้ฟังก์ชั่นการทำงานมาครบเครื่องอยู่ เช่น มี File Station ไว้สำหรับจัดการไฟล์ต่างๆ ที่บันทึกได้ และสามารถแชร์ไฟล์ให้กับเพื่อนๆ ได้ด้วย โดยทำเป็น Direct link มายังไฟล์ใน NAS เลย (จำเป็นต้องมีบริการ Dynamic DNS ซึ่งทาง QNAP ก็มี MyQNAPCloud ให้ใช้ครับ แค่ลงทะเบียนเฉยๆ ไม่ต้องปรับตั้งค่าให้วุ่นวายเลย)

 

File Station ของ QNAP TS-251 ใช้บริหารจัดการไฟล์ได้ไม่ต่างจาก Windows Explorer

 

แน่นอนว่าการใช้งาน NAS แบบพื้นฐานนั้น ก็คือการใช้ในฐานะเนื้อที่เก็บข้อมูล … เก็บไฟล์ทั้งหมดไว้ที่ส่วนกลาง จะได้เข้าถึงไฟล์เดียวกันได้จากอุปกรณ์ทุกตัวที่มีได้ … แต่ก็อีกนั่นแหละ นี่คือฟังก์ชั่นพื้นฐานของ NAS อยู่แล้ว … ซึ่งการที่ QNAP TS-251 มีพอร์ต Gigabit LAN มาให้ถึง 2 พอร์ต ก็ต้องบอกว่ามีแบนด์วิธมากเพียงพอสำหรับการใช้งานพร้อมๆ กันในกลุ่มผู้ใช้งานระดับย่อมๆ ที่อาจจะใช้งานพร้อมๆ กัน หลายๆ แบบ เช่น กำลังถ่ายโอนไฟล์ขนาดใหญ่ ไปพร้อมๆ กับ การรับชมวิดีโอความละเอียด 1080p ไปพร้อมๆ กัน เป็นต้น

 

ถ่ายโอนไฟล์จากเครื่อง MacBook Pro ไปที่ QNAP TS-251 ง่ายๆ เหมือนการก็อบปี้ไฟล์ใส่พวก Flash drive นั่นแหละ

 

ในฐานะ Multimedia server ภายในบ้านนั้น QNAP TS-251 มาพร้อมกับความสามารถของ Video Station ที่ให้เราสามารถทำ Streaming ไฟล์วิดีโอไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ได้สบายๆ อยู่แล้ว … โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกอุปกรณ์พกพาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เพราะตัว QNAP TS-251 นั้นมีความสามารถในการแปลงไฟล์แบบ On-the-fly ได้ ซึ่งทำให้เราสามารถรับชมวิดีโอได้ด้วยความละเอียดที่เหมาะสมกับความละเอียดของหน้าจอแสดงผล และประหยัดแบนด์วิธไปด้วย

 

QNAP TS-251 รองรับการแปลงไฟล์แบบ On-the-fly ด้วย

 

นอกจากนี้ QNAP TS-251 ก็สามารถใช้เวลาว่างในระหว่างที่ไม่ได้มีการประมวลผลอะไรเพื่อทำการแปลงไฟล์วิดีโอที่มีมาเป็นความละเอียดต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้เลือกรับชมได้ตามความต้องการ โดยเลือกเป็นแบบอัตโนมัติชนิดที่เรียกว่า ไม่ว่าไฟล์วิดีโออะไรจะอยู่ในนั้น ก็จับแปลงมันซะให้หมดได้เลย (แต่ก็ต้องเผื่อใจไว้ด้วยนะครับ เพราะการแปลงไฟล์เก็บไว้ล่วงหน้าแบบนี้ ก็เท่ากับมีจำนวนไฟล์มากขึ้น ต้องใช้เนื้อที่ในการเก็บข้อมูลมากขึ้นด้วย)

 

มี Android TV Box ต่อกับทีวี ก็ใช้ดูวิดีโอผ่าน QNAP TS-251 ได้ แม้จะไม่รองรับ DLNA

 

ในการเชื่อมต่อเพื่อความบันเทิง นอกจากจะต่อออกมาตรงๆ ผ่านทางพอร์ต HDMI แล้ว ก็สามารถเชื่อมต่อผ่านเทคโนโลยี DLNA ไปยังพวกโทรทัศน์ที่รองรับเทคโนโลยีดังกล่าว หรือผ่านทาง AirPlay ไปยังอุปกรณ์อย่าง Apple TV ที่ต่อกับโทรทัศน์อยู่ก็ได้ หรือบางบ้านอาจจะมีกล่อง Android TV ก็สามารถดาวน์โหลด App Qvideo มาติดตั้ง แล้วใช้งานได้เลยเช่นกัน และความสามารถก็ไม่ได้มีแค่นั้นนะครับ แต่ยังสามารถใช้เป็น iTunes Server เพื่อเป็นเซิร์ฟเวอร์กลางสำหรับให้อุปกรณ์ของ App เข้ามา Streaming เพลงไปฟังได้สบายๆ

Photo Station ทำให้ QNAP TS-251 กลายเป็นเนื้อที่เก็บข้อมูลสำหรับภาพถ่ายต่างๆ ได้เป็นอย่างดี มีความสามารถในการบริหารจัดการภาพถ่ายทั้งหมดที่มี และหากมีการติดแท็กพิกัดที่ถ่ายภาพไว้ เราก็สามารถดูได้ด้วยว่าภาพเหล่านี้ถูกถ่ายไว้ที่ไหน โดยตัว Photo Station จะแสดงสถานที่บน Google Maps เลย … นอกจากนี้ หากต้องการตกแต่งภาพ ก็สามารถทำได้ผ่านเว็บเบราวเซอร์เลยครับ โดยใช้บริการของ Pixlr ซึ่งมีเครื่องมือตกแต่งภาพต่างๆ ให้เราเลือกใช้ได้ไม่แพ้พวกโปรแกรมตกแต่งภาพบนเครื่องคอมพิวเตอร์เลย

 

Photo Station บริหารจัดการไฟล์รูปได้สะดวก

ตกแต่งภาพได้ด้วย Pixlr โปรแกรมตกแต่งภาพแบบออนไลน์

 

ในแง่การใช้งานสำหรับเชิงธุรกิจ แม้ว่า QNAP TS-251 จะไม่ได้มีศักยภาพระดับรองรับองค์กรขนาดใหญ่ แต่ผมก็มองว่าธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง หรือที่เรียกกันว่า SMEs เนี่ย น่าจะใช้ประโยชน์จาก QNAP TS-251 ได้ครับ โดยใช้เป็นพวกเซิร์ฟเวอร์ต่างๆ เช่น ไฟล์เซิร์ฟเวอร์สำหรับเก็บข้อมูล ซึ่งหากใช่ร่วมกับ App อย่าง Qsync แล้ว ก็สามารถใช้ QNAP TS-251 นี่เป็นเหมือน Private Cloud Storage ได้เลย ตัวโปรแกรมจะทำการ Sync พวกไฟล์ต่างๆ ที่กำหนดไว้ ไปยัง QNAP TS-251 โดยอัตโนมัติ และนอกจากนี้ก็ยังเอามาใช้เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือ อีเมล์เซิร์ฟเวอร์ได้ด้วย โดยมีแพ็กเกจให้เลือกดาวน์โหลดไปใช้จาก App Center ครับ

 

ดาวน์โหลด App มาจาก App Center เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับ QNAP TS-251

 

แทนที่ออฟฟิศขนาดเล็กๆ จะต้องวุ่นวายกับการเสียเงินซื้อเซิร์ฟเวอร์แบบจริงจัง NAS มากฟังก์ชั่นอย่าง QNAP TS-251 นี่สามารถทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์ต่างๆ ได้มากมายสำหรับธุรกิจขนาดย่อมๆ เช่น เป็นทั้งไฟล์เซิร์ฟเวอร์และเมล์เซิร์ฟเวอร์ไปในตัว เป็นต้น ซึ่งการติดตั้งใช้งานและบริหารจัดการก็ทำได้ไม่ยากเลยครับ

 

QNAP TS-251 มีความสามารถในการทำ Virtualization ด้วย แต่ว่าต้องมีหน่วยความจำอย่างน้อย 2GB

 

อีกฟีเจอร์นึงที่ QNAP TS-251 ทำได้และผมมองว่าผู้ใช้งานทั้งระดับทั่วไปและระดับธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ก็คือการทำ Virtualization หรือ การจำลองเพื่อสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องไว้ใน QNAP TS-251 แล้วให้อุปกรณ์อื่นๆ เชื่อมต่อเข้ามาใช้งานผ่านทางเบราวเซอร์ได้โดยรองรับทั้งแบบ Java และ HTML5 ซึ่งการที่รองรับการเชื่อมต่อเข้า Virtualization แบบ HTML5 ได้ก็หมายความว่าอุปกรณ์อย่างพวกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตก็จะสามารถเชื่อมต่อเข้ามาได้เช่นกัน

 

เปิด Virtualization ก็กินหน่วยความจำและ CPU ไม่น้อยทีเดียว

 

การทำ Virtualization นอกจากจะทำให้เราสามารถใช้งานโปรแกรมบนระบบปฏิบัติการต่างๆ (เช่น Windows) ได้บนอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตแล้ว ก็ยังทำให้เราสามารถเข้าใช้พวกข้อมูลต่างๆ ภายในเครือข่ายในบ้านหรือออฟฟิศของเราได้ เหมือนกับเราอยู่ในบ้านหรือออฟฟิศของเราเลย ซึ่งจากที่ผมทดลองใช้ดู แม้ว่าการใช้งานจะไม่ได้รวดเร็วลื่นปรื๊ด แต่ก็เพียงพอสำหรับการทำงานทั่วๆ ไปอยู่ครับ ทั้งนี้เป็นอานิสงส์จากการที่ QNAP TS-251 นี่มีหน่วยประมวลผลเป็นระดับ Intel Celeron 64-bit Dual-core … อย่างไรก็ดี การทำ Virtualization นั้น ตามสเปกเขาบอกว่าควรมีหน่วยความจำอย่างน้อย 2GB ขึ้นไป แต่จากการใช้งานของผม หากต้องการรันระบบปฏิบัติการ Windows ใน Virtualization ละก็ ควรมีซัก 4GB ขึ้นไปนะครับ

ในกรณีที่ทำ Virtualization นั้น เราสามารถเลือกที่จะยก LAN 1 พอร์ตให้กับ Virtualization ได้เลยครับ เพื่อให้เครื่องใน Virtualization ได้มีแบนด์วิธเต็มๆ ในการใช้งานเลย (แต่ก็แลกกับการเสียแบนด์วิธสำหรับใช้งานไป 1 พอร์ต)

 

Dashboard ของ QNAP TS-251

 

ในการบริหารจัดการ QNAP TS-251 นั้น ตัวระบบปฏิบัติการ QTS 4.1 ก็มีเครื่องมือช่วยเยอะแยะครับ เริ่มตั้งแต่ Dashboard ที่ให้เราได้เห็นสถานะโดยรวมของตัว QNAP TS-251 ได้แทบทุกอย่างในแว้บเดียว นอกจากนี้ แม้ตัว QNAP TS-251 จะสามารถเลือกทำ RAID 1 หรือ Mirror เพื่อเป็นการสำรองข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ลูกหนึ่งไปยังฮาร์ดดิสก์อีกลูกได้อยู่แล้ว แต่การมีทั้งต้นฉบับและแบ็กอัพอยู่ที่เดียวกัน ในแง่ของการสำรองข้อมูลยังอาจถือว่าไม่ปลอดภัย ทาง QNAP จึงให้มี Backup Station ไว้ให้เซ็ตเพื่อสำรองข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ หรือ บริการ Cloud storage อื่นๆ ได้สะดวก หรือแม้แต่การสำรองข้อมูลไปยังสื่อบันทึกข้อมูลภายนอกแบบง่ายๆ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลได้รับการสำรองเอาไว้ดีเสมอ

 

ฟีเจอร์การแบ็กอัพข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ตัวอื่น

 

ใครที่มีเนื้อที่บน Dropbox หรือ Google Drive เยอะๆ ละก็ ไปดาวน์โหลดโปรแกรมเสริมมาจาก App Center เพื่อให้สามารถ Sync ข้อมูลจาก QNAP TS-251 ไปยังบริการ Cloud storage เหล่านี้ได้ง่ายๆ ด้วย

 

Qmanager บริหารจัดการ QNAP TS-251 ได้ง่ายๆ จากสมาร์ทโฟน

 

และแน่นอน เมื่อติดตั้ง QNAP TS-251 ได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์แล้ว การบริหารจัดการ การติดตามดูสถานะของ QNAP TS-251 ก็ควรทำได้ง่ายๆ ผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตด้วย ซึ่งก็ดาวน์โหลด Qmanager มาติดตั้งได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Android และ iOS เลยครับ … เพียงแต่การบริหารจัดการผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตด้วย Qmanager นั้นจะมีข้อจำกัดว่าทำได้แค่เรื่องการเปิดปิดฟังก์ชั่น กำหนดสิทธิ์การใช้งาน การเช็คสถานะของการดาวน์โหลดบน Download Station ครับ

ที่รู้สึกเสียดาย ก็น่าจะเป็นเรื่องของ User Interface ที่ทาง QNAP ยังทำมาเป็น Desktop Site อยู่ ถ้าทำออกมาเป็น Mobile Site ด้วย ผมว่าจะช่วยให้การบริหารจัดการ QNAP TS-251 (และรุ่นอื่นๆ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ QTS) จะได้ใช้งานได้สะดวกๆ น่ะครับ

 

บทสรุปของการรีวิว QNAP TS-251

คำตอบของคำถามที่มีคนถามผมว่า ทำไมต้องซื้อ NAS แพงๆ มาโดยที่ไม่มีฮาร์ดดิสก์มาให้ ก็คงได้คำตอบแล้วว่าทำไม QNAP TS-251 ถึงได้น่าสนใจครับ จริงๆ ตอนนี้สนนราคาก็ไม่แพงเท่าไหร่แล้วนะ รุ่น TS-251 (หน่วยความจำ 1GB) อยู่ที่ 13,900 บาท เรียกว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถหามาใช้ได้สบายๆ แล้ว หากหามาใช้พร้อม WD Red ความจุ 2TB ซัก 2 ลูก ก็คงจะอยู่ในงบประมาณราวๆ สองหมื่นต้นๆ ละครับ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ก็อาจจะเลือกการใช้งานในแบบ RAID 0 เพื่อให้ได้ความจุแบบเต็มๆ และประสิทธิภาพในการทำงานของฮาร์ดดิสก์ที่สูงขึ้น แต่ก็ต้องคิดเผื่อเรื่องการสำรองข้อมูลด้วยนะครับ ส่วนผู้ใช้งานเชิงธุรกิจ อาจจะเลือกลงทุนฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ๆ มาทำ RAID 1 เพื่อให้มั่นใจว่าแม้ฮาร์ดดิสก์ลูกนึงจะมีปัญหา ข้อมูลก็ยังจะอยู่รอดได้ในฮาร์ดดิสก์อีกลูก

สำหรับผม ผมมองว่า QNAP TS-251 เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปที่เป็น Power User เพราะมีความสามารถรอบตัวอยู่ไม่น้อย น่าจะตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานต่างๆ ได้สบายๆ หรือออฟฟิศขนาดเล็ก ที่มีผู้ใช้งานไม่มาก แต่ต้องการเซิร์ฟเวอร์ขนาดย่อมๆ ที่มีความสามารถครบ หรืออาจจะใช้ในองค์กรที่ขนาดใหญ่ขึ้น ในฐานะเซิร์ฟเวอร์ย่อยๆ ประจำแผนกหรือฝ่ายครับ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

16 Responses

  1. Nithat says:

    รุ่นนี้ เมื่อเทียบกับ รุ่นTS-251Cที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน คุณคงเดชคิดเห็นอย่างไรครับ ถ้านำมาใช้งานในบ้าน ทำmedia server เก็บรูป เก็บหนังทั่วๆไป
    (ผมกำลังตัดสินใจไม่ถูกระหว่างรุ่นนี้ กับ 251c และ 231)

    • kafaak says:

      ตัว TS-251C จะเป็นรุ่นเบากว่าครับ คือ ลดสเปกลงมาหน่อย แต่ก็ยังเพียงพอสำหรับการใช้งาน (พอร์ต Gitabit LAN หายไปพอร์ตนึง USB 3.0 หายไปพอร์ตนึง ไรงี้) ที่เหลือ ไม่แตกต่างจาก TS-251 เลยครับ ในการใช้เพื่อทำ Media server เอาไว้เก็บรูป เก็บหนัง แล้วเน้น Streaming มาดูบนคอมฯ โดยใช้คอมฯ เป็นตัวถอดรหัสหนัง ผมว่า TS-231 ก็เพียงพอ แต่หากต้องการ Streaming หนังมา โดยให้ตัว Turbo NAS เป็นตัวถอดรหัสเอง (เช่น เปิดผ่านโปรแกรมของ QNAP, ต่อ Turbo NAS เข้ากับทีวี เพื่อใช้เป็น Home media player เลย) แบบนี้ TS-251 หรือ TS-251C ดีกว่าครับ

  2. Nithat says:

    ขอบคุณมากครับ
    สงสัยจะต้องไปทาง251Cซะแล้ว กำลังมีแถมลำโพงอยู่พอดีครับ 🙂

  3. Pawat.d says:

    ืถ้าเกิดว่าใช้ๆ ไปหลายๆปีแล้วตัว nas เสีย เราสามารถนำ hdd ไปใส่ nas ตัวอื่นได้มั๊ยครับ โดยที่ข้อมูลไม่หาย

    • @kafaak says:

      ถ้าภายในยี่ห้อเดียวกัน และระบบปฏิบัติการเดียวกัน โดยเมื่อเปลี่ยน NAS แล้ว ไม่ได้มีการเปลี่ยน Configuration ของ Volume (เช่น เคยทำ RAID1 ไว้ เวลาเปลี่ยนไปเครื่องใหม่ก็ใส่เป็น RAID1) ก็สามารถทำได้ครับ ข้อมูลไม่หาย แต่ทางที่ดีที่สุดจริงๆ แล้ว หากข้อมูลสำคัญมาก ควรจะมีการสำรองข้อมูลอีกชุดเก็บไว้ด้วยนะครับ เพื่อลดความเสี่ยง

  4. surasit says:

    ทำ mail server ได้แล้วทำ web server ได้ด้วยไหมครับ

    • @kafaak says:

      ได้ครับ แต่เหมาะสำหรับใช้ส่วนตัวมากกว่าจะเอาไปทำเว็บเซิร์ฟเวอร์ใช้จริงจังนะครับ

  5. Wew says:

    สนใจจะใช้อยู่เหมือนกันค่ะ แต่สอบถามนิดนึงนะคะ ถ้าไม่ได้ต่ออินเทอร์เนต จะสามารถใช้แบบ ฮาร์ดดิสธรรมดาได้มั้ยคะ

    • @kafaak says:

      รุ่นนี้ยังไม่ได้ครับ ต้องเป็น TS-251A ที่กำลังจะมา มันจะมีคุณสมบัติ USB Quick Access ให้ต่อกับ NAS ผ่าน USB ได้ครับ

      • Wew says:

        รบกวนถามอีกนิดค่ะ รุ่น TS-431 มีคุณสมบัติ USB Quick Access ให้ต่อกับ NAS ผ่าน usb มั้ยคะ

        • Wew says:

          ถ้าไม่ใช้ LAN ใช้ Wifi แทนได้มั้ยคะ

          • @kafaak says:

            กรณีใช้ WiFi ต้องหา WiFi dongle ที่รองรับมาเสียบครับ ซึ่งจากที่ผมเคยลอง ประสิทธิภาพของมันจะดีไม่ดี อยู่ที่การวางเครือข่ายภายในบ้านเลย ไม่จำเป็นอย่าดีกว่าครับ

        • @kafaak says:

          คุณสมบัติ USB QuickAccess จะมากับรุ่นใหม่ของปี 2016 ครับ ฉะนั้น TS-431 ไม่มีครับ

  6. ขอบคุณมากครับได้ความรู้ใหม่เพรียบเลย ถ้าว่างๆอยากให้ทำรีวิว video station 5 ให้ทีนะครับ ยังใช้งานไม่เป็น ขอบคุณร่วงหน้าครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: