รีวิว Lenovo Yoga 3 Pro นิยามของความสวย บาง และเบา

Print Friendly

Lenovo Yoga 3 Pro

 

เมื่อเร็วๆ นี้ Lenovo มีแคมเปญระดับ Global ชื่อว่า YOUinspired โดยมีการเชิญเหล่าผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ ด้านอาหาร นักดนตรี ดีไซเนอร์ เทคโนโลยี ฯลฯ จำนวน 250 คน โดยมอบผลิตภัณฑ์จำนวน 1 อย่างให้ไปใช้งาน โดยอาจจะเป็นแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรือโน้ตบุ๊ก เพื่อมาแบ่งปันประสบการณ์ผ่านทาง Social media โดยติดแท็ก #YOUinspired (สามารถติดตามได้ผ่านเว็บไซต์ http://lenovoyouinspired.tumblr.com) ซึ่งผมก็ได้รับเกียรติให้เป็น 1 ใน 250 คนที่ได้รับผลิตภัณฑ์ของ Lenovo มาแชร์ประสบการณ์ด้วย และได้รับ Lenovo Yoga 3 Pro ที่เป็น Convertible laptop มาครับ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมาก และรุุ่นนี้ยังไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย

 

รูปร่างหน้าตาของ Lenovo Yoga 3 Pro

ในความเห็นส่วนตัวของผม Tablet PC ในอดีตที่เป็นแนว Convertible หรือหมุนหน้าจอแล้วพลิกกลับเพื่อเป็นแท็บเล็ตได้นั้น ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากมีความเทอะทะ ส่วนหนึ่งก็เพราะข้อจำกัดทางเทคโนโลยี แต่ภายหลังเมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนาขึ้น ประกอบกับมีแนวทางในการออกแบบใหม่ๆ ขึ้นมา ก็ทำให้พวก Convertible laptop นั้นดูบางและเบา น่าใช้งานมากขึ้น ซึ่ง Lenovo Yoga 3 Pro นั้นก็เช่นกันครับ

 

Lenovo Yoga 3 Pro

 

ตอนแกะกล่อง Lenovo Yoga 3 Pro ออกมาเห็นแว้บแรกนั้น รู้สึกว่ามันคือโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว โดยทั่วไป แต่พอหยิบตัวเครื่องขึ้นมา รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากเลยครับ ประการแรกคือ รู้สึกได้เลยว่าน้ำหนักของ Lenovo Yoga 3 Pro นั้นเบาอย่างไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็นโน้ตบุ๊กครับ … หยิบสเปกขึ้นมาอ่าน น้ำหนักแค่ 2.62 ปอนด์ หรือราวๆ 1.2 กิโลกรัมเท่านั้นเองครับ

 

Lenovo Yoga 3 Pro ตอน Tablet mode อาจจะหนากว่าแท็บเล็ตทั่วไปไปบ้าง

 

ที่น่าประทับใจอย่างที่สองก็คือ ความหนา … หรือจะเรียกว่าความบางของตัวเครื่องดี โดยเป็นโน้ตบุ๊กแบบที่เรียกว่า Clamshell laptop คือ เป็นโน้ตบุ๊กแบบปิดจอพับลมมาบนคีย์บอร์ด (ก็คือสไตล์ของโน้ตบุ๊กแบบดั้งเดิมนั่นแหละ) แต่มีความบางเฉียบแค่ 0.5 นิ้ว หรือแค่ 12.7 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง ลำพังความหนาของตัวเครื่องนี่ก็หนากว่าพอร์ต USB แค่นิดเดียวเท่านั้นเอง (ฉะนั้นทำใจได้เลยว่าไม่มีพวก CD/DVD-ROM แน่นอนครับ)

 

ด้านซ้ายของ Lenovo Yoga 3 Pro

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง Lenovo Yoga 3 Pro นั้นมีพอร์ตสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ (ที่เรียกว่าพอร์ตเพราะมันคล้ายกับพอร์ต USB มากทีเดียว) และมีพอร์ต USB 3.0, Micro HDMI และสล็อตสำหรับเสียบ SD card ด้วย โดยเป็นแบบ 4-in-1 รองรับทั้ง SD card, MMC card, SDXC และ SDHC ครับ

 

ด้านขวาของ Lenovo Yoga 3 Pro

 

ด้านขวาของตัวเครื่อง Lenovo Yoga 3 Pro มีพอร์ต USB 3.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., ปุ่มปรับระดับเสียง, ปุ่มล็อกการหมุนหน้าจอ (ใช้ตอนเป็นโหมดแท็บเล็ต), Novo button (หากกดปุ่มนี้ตอนเครื่องปิดอยู่ มันจะเปิดเครื่องขึ้นมา แล้วเข้าสู่ Lenovo OneKey Recovery ครับ หรือไม่ก็เข้าสู่บูตเมนู), ไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่ และปุ่ม Power ครับ

 

ลำโพง JBL ด้านใต้ตัวเครื่อง Lenovo Yoga 3 Pro

 

ด้านใต้ของตัวเครื่อง Lenovo Yoga 3 Pro จะมีลำโพงคู่อยู่ค่อนมาทางด้านหน้าของตัวเครื่องครับ … เห็นเหมือนเป็นลำโพงธรรมดา แต่จริงๆ เป็นลำโพง JBL เลยนะครับ

 

คีย์บอร์ดของ Lenovo Yoga 3 Pro พร้อม Backlight สวยๆ

 

คีย์บอร์ดนั้นเป็นแบบเกือบๆ จะ Full size มีไฟ Backlight ส่งข้างใต้ (เปิด-ปิดได้) ตัวเครื่องเป็นผิวคล้ายๆ ยาง มีการทำเป็นจุดๆ ไว้เหมือนจะกันลื่น แต่จริงๆ คือ เพื่อใช้ประโยชน์ตอนเป็น Stand mode ครับ (เดี๋ยวจะพูดถึงในภายหลัง)

 

บานพับของ Lenovo Yoga 3 Pro เป็นแบบสายนาฬิกาครับ

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Lenovo Yoga 3 Pro ก็คือ บานพับ หรือที่ฝรั่งเขาเรียกว่า Hinge เพราะโดยปกติแล้ว โน้ตบุ๊กจะออกแบบตัวยึดบานพับออกมาเป็นแบบสองหรือสามจุดเท่านั้น แต่สำหรับ Lenovo Yoga 3 Pro นี่ มีบานพับด้วยกัน 6 จุดเลย และออกแบบมาในแนวที่เรียกว่า Watchband hinge หรือ บานพับสไตล์สายนาฬิกา ครับ … ไม่เพียงแค่ทำให้มันดูสวยเท่านั้น แต่มันยังทำให้มีความทนทานด้วย เพราะ Lenovo Yoga 3 Pro นี่เป็น Convertible laptop ในแบบที่ให้พับหน้าจอไปด้านหลัง 360 องศา เพื่อใช้งานในแบบแท็บเล็ตได้ครับ

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Lenovo Yoga 3 Pro

Lenovo Yoga 3 Pro มีวางจำหน่ายหลายโมเดล และอาจจะมีสเปกแตกต่างกันออกไปตามแต่ละประเทศที่วางจำหน่าย แต่หลักๆ แล้ว ก็ดูจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ รุ่นที่มี SSD 256GB และรุ่นที่มี SSD 512GB ครับ ส่วนสเปกอื่นๆ จะเหมือนๆ กัน … อ้อ! อีกจุดที่แตกต่างคือ ระบบปฏิบัติการครับ โดยจะมีให้เลือกทั้ง Windows 8 และ Windows 8.1 Pro

 

DESCRIPTION LENOVO® YOGA 3 PRO
Processor
Intel® Core™ M processor 5Y70 1.10GHz (เร่งความเร็วได้ถึง 1.60GHz)
Operating System
มาพร้อมกับ Windows 8.1 (มีรุ่นที่มาพร้อม Windows 8.1 Pro ด้วย)
Graphics
Intel® HD Graphics 5300
Memory
8GB DDR3L
Display
13.3″ QHD+ (3200 x 1800) touchscreen
Dimensions (W x D x H)
13″ x 9″ x 0.5″
Weight
2.62 lbs
Webcam
720p
Storage SSD 256GB/512GB
Audio
Integrated JBL® stereo speakers with Waves Audio certification
Battery
4 Cells 44.8 Watts/Hr สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 7.2 ชั่วโมง
Connectors
  • Bluetooth® 4.0, 802.11 A/C WiFi, GIGA LAN
  • 2 x USB 3.0, 1 x DC-in with USB 2.0 function, 4-in-1 card reader (SD, MMC, SDXC, SDHC), Micro-HDMI out, Audio Combo Jack

 

จุดเด่นของสเปกมีหลายจุดครับ อย่างแล้วเลยก็คือ Lenovo Yoga 3 Pro นับว่าเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นแรกที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลรุ่นล่าสุดของ Intel คือ Core M Processor กันเลย โดยในตระกูล Core M นี้จะเน้นใช้กับพวก Ultrabook เป็นหลัก เน้นว่าต้องเกิดความร้อนในระหว่างการใช้งานที่น้อย เพื่อทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมระบายความร้อน ซึ่งช่วยอย่างมากในเรื่องของการลดน้ำหนักและความหนาของตัวเครื่อง ในขณะที่ยังมีประสิทธิภาพที่ดีพอสมควรสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย

นอกจากนี้ก็ยังมาพร้อมหน้าจอแสดงผลความละเอียด qHD 3200×1800 พิกเซล เหมือนกับ Lenovo Yoga 2 Pro ด้วย พร้อมกับ SSD ให้เลือกระหว่างรุ่น 256GB และ 512GB (ตัวที่ผมได้มาเป็นรุ่น 256GB) และมี WiFi ที่รองรับมาตรฐาน 802.11ac แล้ว

ในด้านประสิทธิภาพ ก็ขอทดสอบด้วยโปรแกรม PCMark Vantage Basic Edition ครับ ซึ่งได้ผลการทดสอบตามด้านล่างนี่

 

PCMark 8 Result

 

ข้อสังเกตสองข้อก็คือ หน่วยประมวลผลค่อนข้างใหม่เอามากๆ ซะจน PCMark 8 Home Edition ยังไม่รู้จักเลย (เหอๆ) และคะแนนที่ได้สูงไม่มาก ซึ่งเป็นผลจากการที่เลือกใช้ Core M ที่ประสิทธิภาพด้อยกว่า Core i แบบเดิมๆ เพื่อให้แลกมาด้วยหน่วยประมวลผลที่ไม่ต้องการระบบระบายความร้อนจริงจังมากนัก … ซึ่งเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Lenovo Yoga 2 Pro แล้วก็ต้องบอกว่าคะแนนที่ได้ ด้อยอยู่กว่าอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะครับ

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน Lenovo Yoga 3 Pro

ย้อนกลับไปซัก 4-5 ปีก่อน ผมเคยเป็นคนที่พกพาโน้ตบุ๊กไปไหนมาไหนตลอด แต่หลังจากพวกสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตครองเมือง ผมก็พบว่าการแบกโน้ตบุ๊กไปไหนมาไหนมันไม่สะดวกเอาเสียเลย ไม่ว่าจะเพราะว่าตัวเครื่องมันก็หนาเอาเรื่อง น้ำหนักเครื่อง 1.8-2.4 กิโลกรัม ที่แม้ว่าจะถือว่าเบาลงไปเยอะแล้วเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กในยุคแรกๆ แต่เมื่อเทียบกับแท็บเล็ตมันก็คนละเรื่องกันเลยทีเดียว

 

Lenovo Yoga 3 Pro บางเบา พร้อมพกพาไปทุกที่จริงๆ

 

แต่ Lenovo Yoga 3 Pro นั้น ด้วยน้ำหนักแค่ 1.2 กิโลกรัม ถือว่าเบาเอาเรื่องมากๆ ครับ แม้ว่าจะยังเทียบไม่ได้กับพวกแท็บเล็ตในปัจจุบัน แต่หากเทียบกับโน้ตบุ๊กที่ผมเคยแบกมาก่อนหน้า ก็ถือว่าน้ำหนักเบาลงอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว และด้วยขนาดหน้าจอแสดงผล 13 นิ้วก็ทำให้ไม่ต้องหาเป้ใบใหญ่มาใส่ และสะพายแล้วรู้สึกได้เลยว่าไม่หนักจนหลังแอ่นแน่นอน

ระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 พร้อมกับ SSD ความจุ 256GB ทำให้ใช้เวลาไม่ถึง 6 วินาทีในการบูตเครื่องจนเข้าถึงหน้าจอ Login และหากใครเคยชิน (หรือจะเรียกว่าเคยตัวดี) กับการที่ไม่ต้อง Shutdown เครื่อง แต่แค่ปิดหน้าจอลงเมื่อตอนเลิกใช้งาน Lenovo Yoga 3 Pro ก็ทำได้ประมาณนั้นเลย และในขณะที่ Standby อยู่ ก็แทบไม่ได้ใช้แบตเตอรี่ไปซักเท่าไหร่เลยด้วยนะครับ

 

ความละเอียดหน้าจอสูง แต่ก็ยังใช้งาน Desktop ได้ตามปกติ ไม่ได้เห็นไอคอนเล็กกระจิ๋วแต่อย่างใด

 

ด้วยความที่เป็นระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 เต็มรูปแบบ ก็เลยทำให้สามารถลงพวกโปรแกรมต่างๆ ได้ตามสไตล์เครื่อง PC เลย เท่าที่ลองดูโดยพื้นฐาน แม้ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงระดับ qHD ก็จริงอยู่ แต่ในการใช้งานก็ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากคอมพิวเตอร์หน้าจอความละเอียดระดับปกติครับ ทั้งนี้เพราะตัวระบบปฏิบัติการ Windows มันให้ปรับขยายขนาดขององค์ประกอบต่างๆ ในตัวระบบปฏิบัติการให้ใหญ่ขึ้นมาเพื่อให้เหมาะสมกับความละเอียดหน้าจอได้ … แน่นอนว่าอาจจะมีบางจุดที่รู้สึกแปลกๆ ไปบ้าง เช่น หน้าจอติดตั้งโปรแกรม ที่ตัวอักษรอาจจะดูหนา ดูแปลกๆ ไป

แต่บางโปรแกรมที่ออกแบบ User Interface มาแบบตายตัวเลย ก็จะมีปัญหากับการแสดงผลบนหน้าจอความละเอียดสูงๆ แบบนี้ เช่นพวก Remote desktop ที่ปลายทางมีการกำหนดไว้ให้ปรับความละเอียดการแสดงผลของหน้าจอให้เท่ากับหน้าจอแสดงผลของเครื่องที่ล็อกอินเข้ามา หรือ Adobe Photoshop ที่มี User Interface แบบตายตัว เลยทำให้พวกไอคอนต่างๆ และเมนูต่างๆ เล็กกระจิ๋วไปหมดเลย

 

Photoshop on Lenovo Yoga 3 Pro

 

แต่หน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงมันก็มีประโยชน์ในตัวของมันนะครับ เช่น ในการใช้งาน Photoshop นี่ ผมก็สามารถเปิดไฟล์ภาพขนาดใหญ่ระดับ 4-5 ล้านพิกเซลแบบเต็ม 100% มาดู พร้อมเห็นพวกกล่องเครื่องมือของโปรแกรมตกแต่งภาพได้สบายๆ เลย … หรือหากใครต้องการทำงานตัดต่อวิดีโอแบบ Full HD 1080p ก็จะได้ประโยชน์เช่นกัน แต่ว่าด้วยประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ ต้องขอบอกว่า Lenovo Yoga 3 Pro นี่เอาไว้ตัดต่อวิดีโอแบบ Home video ไว้อวดเพื่อน เอาไว้ทำวิดีโอรีวิวสำหรับบล็อกเกอร์ได้ แต่หากจะทำเป็นอาชีพ เป็นการเป็นงานจริงจัง ผมว่าสเปกแรงไม่พอครับ

 

Lenovo Yoga 3 Pro Tablet mode

 

น้ำหนักตัวเครื่องประมาณ 1.2 กิโลกรัม หากมองว่านี่คือแท็บเล็ตขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว มันก็เป็นอะไรที่น้ำหนักเหมาะสมกับขนาดตัวดีอยู่ แต่ในการใช้ในฐานะแท็บเล็ต ผมรู้สึกว่าหน้าจอแอบใหญ่ไปนิดนึง แต่ถ้ามองในแง่การเสพข้อมูลเช่น การอ่านอีบุ๊ก อ่านไฟล์เอกสาร PDF หรือการท่องเว็บแบบชิลๆ ในโหมดแท็บเล็ต … ผมลองนึกถึงการต่อออกจะแสดงผลแบบไร้สายด้วยเทคโนโลยี Wireless Display (WiDi) ของ Intel แล้วถือ Lenovo Yoga 3 Pro นี่นำเสนองานไป มันก็ดูดีไม่เลวเลยนะ

สิ่งที่ผมกังวลอย่างนึงเวลาใช้งานพวก Hybrid หรือ Convertible ก็คือ ความร้อนของตัวเครื่องในระหว่างการใช้งานครับ เพราะว่าเมื่อเกิดความร้อนขึ้น มันก็ทำให้ไม่สะดวกใจที่จะถือใช้ในฐานะของแท็บเล็ตซักเท่าไหร่ แต่ผมพบว่าการเลือกใช้ Intel Core M นั้น ถือว่าเป็นทางเลือกที่โอเคอยู่ครับ เพราะในการใช้งานแบบทั่วๆ ไป เช่น ท่องเว็บ ทำงานเอกสาร และแม้แต่เล่นเกมบ้าง ก็ไม่ทำให้เกิดความร้อนขึ้นมาแบบจริงจัง อาจจะรู้สึกได้ว่าอุ่นๆ อยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับร้อนจนระคายมือ ฉะนั้นก็วางใจได้ว่าเวลาที่ปรับไปใช้ในโหมดแท็บเล็ตแล้ว ก็จะไม่รู้สึกว่าร้อนมืออะไรมากนัก อารมณ์จะคล้ายๆ สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเวลาเล่นเกม 3D หนักๆ แล้วเครื่องอุ่นๆ หน่อยนั่นแหละครับ

 

Lenovo Yoga 3 Pro Laptop mode

 

การที่หน้าจอของ Lenovo Yoga 3 Pro สามารถหมุนหน้าจอได้ 360 องศาได้ เลยทำให้มีโหมดการใช้งานหลายแบบ ได้แก่ Laptop กับ Tablet ที่ผมพูดถึงไปก่อนหน้าแล้ว และ Tent กับ Stand ครับ … ในโหมด Laptop และ Tablet นั้นเรารู้ประโยชน์ในการใช้งานดีอยู่แล้ว แต่ Tent กับ Stand ล่ะ?!?

 

Lenovo Yoga 3 Pro Stand mode

 

Stand mode นี่เหมาะสำหรับทำเป็นเครื่องแนว Terminal หรือ Kiosk เอาไว้รันโปรแกรม ไว้ให้ผู้ใช้งานมาแตะหน้าจอเพื่อเลือกรับชมข้อมูล อะไรประมาณนี้ … ดีไซน์ของคีย์บอร์ดของ Lenovo Yoga 3 Pro ออกแบบมาอยู่ต่ำกว่าระดับของพื้นผิวรอบๆ เพื่อให้เวลาเราวางคว่ำลงแล้ว ปุ่มคีย์บอร์ดจะไม่ถูกกด (แต่ถึงจะถูกกด Lenovo ก็ออกแบบมาให้เมื่ออยู่ในโหมดนี้ การกดปุ่มบนคีย์บอร์ดจะไม่สั่งงานใดๆ) วัสดุที่นำมาใช้ทำพื้นผิวก็เป็นแนวยาง เพื่อไม่ให้เกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย และเวลาวางลงกับพื้นโต๊ะอะไรแบบนี้ ก็จะไม่ลื่นจนเกินไป

 

Lenovo Yoga 3 Pro Tent mode

 

Tent mode จริงๆ ก็คล้ายๆ กับ Stand mode อ่ะครับ เพียงแต่ใน Stand mode มันเน้นการวางบนพื้นเรียบจำพวกพื้นโต๊ะ แต่เมื่ออยู่ในรูปร่างนี้ มันก็จะเหมาะกับการใช้งานในลักษณะ “แขวน” มากกว่า เช่น เวลานั่งชันเข่าใช้งาน ก็อยู่ในโหมด Tent นี่แล้วเอา Lenovo Yoga 3 Pro ในโหมดนี้มาวางพาดได้เลย

 

Tent mode เหมาะกับการใช้ปรับเข้ากับท่วงท่าการใช้งานแบบชิลๆ ดี

 

ขอบรอบๆ ตัวของ Lenovo Yoga 3 Pro ในส่วนที่จะถูกนำไปใช้งานใน Tent mode นั้น ถูกออกแบบมาให้มียางหุ้มครับ ฉะนั้นก็วางใจได้ว่าจะไม่เกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายๆ แน่ หากไม่เจอสถานการณ์มีคนจับตัวเครื่องลากไปกับพื้นผิวอ่ะนะ

 

ขอบของ Lenovo Yoga 3 Pro เป็นยาง เอาไว้สำหรับวางใน Tent mode โดยเฉพาะ

 

หน้าจอความละเอียดสูงระดับ QHD ของ Lenovo Yoga 3 Pro นี่ บอกตรงๆ ว่าหมดห่วงเรื่องการนำเสนอพวกไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงๆ ครับ ขนาดเอามาดูซีรี่ส์เกาหลีบนเว็บที่ความคมชัดระดับ HD 720p นี่ ภาพยังออกมาดูสวยกว่าดูบนจอ LCD TV 32″ ความละเอียด HD 720p เลยครับ และแม้ตัวเครื่องจากบางเฉียบ แต่ลำโพงที่ใช้น่ะ JBL นะครับ เสียงจากลำโพงนั้นให้ลักษณะที่โปร่งฟังสบาย ช่วงเสียงเบสลึกอิ่ม ย่านกลางจะออก Flat ทำให้รู้สึกนวลหู ย่านสูงเปิดและใส มีเวทีเสียงที่กว้างเอื้อให้แสดงรายละเอียดและองค์ประกอบของไฟล์เสียงออกมาได้ดีมาก รวมถึงการออกแบบตำแหน่งการวางลำโพงที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีทั้งในการใช้งานแบบ Laptop และ Tablet ต้องยอมรับเลยว่าการใช้งาน Multimedia ดูหนังฟังเพลงบน Yoga 3 Pro นี้ถือว่าได้แหล่มเลยทีเดียว

เปลี่ยนมาทดสอบด้วยหูฟัง เสียงที่ได้นั้นน่าประทับใจมาก เนื้อเสียงอิ่มหนา ช่วงเสียงต่ำที่ลึกและใหญ่ ในขณะเดียวกันก็ให้เสียงในย่านอื่นๆ ได้ดีและสมดุลดีมาก มีมิติเสียงที่ดี ระบบการขยายเสียงก็ทำได้ดีโดยให้โทนเสียงที่คงที่ไม่ว่าจะเปิดระดับเสียงที่เท่าไร แม้เร่งจุดสุดก็ไม่มีรู้สึกแข็งกระด้าง เบลอ หรือแตกพร่าแต่อย่างใด

ในด้านความอึดของแบตเตอรี่ แม้ว่าทาง Lenovo จะระบุไว้ในสเปกและฟีเจอร์ว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาว 7.2 ชั่วโมงก็ตาม แต่จากการทดลองใช้งานจริง ท่องเว็บ ตกแต่งภาพ นำเสนองาน ใช้งานด้าน Social media ต่างๆ ทำงานเอกสาร และเขียนบล็อก ผมพบว่าระยะเวลาใช้งานแบบชัวร์ๆ ในโหมด Balanced จะอยู่ได้ราวๆ 5-6 ชั่วโมงโดยประมาณครับ หากใช้งานต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ปล่อยให้หน้าจอเปิดตลอดเวลา

 

บทสรุปการรีวิว Lenovo Yoga 3 Pro

ก่อนที่ผมจะได้ Lenovo Yoga 3 Pro ตัวนี้มา ผมได้อ่านรีวิวจากเว็บต่างประเทศหลายแห่ง ซึ่งออกไปในทางเดียวกันเลยก็คือ จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบที่สวยงาม มีน้ำหนักที่เบา มีขนาดที่บาง และบานพับแบบ Watchband ถือเป็นไอเดียที่ดีมาก ซึ่งโดยส่วนตัวผม ผมเคยเจอโน้ตบุ๊กหลายๆ ยี่ห้อ หลายๆ รุ่น ที่บานพับเป็นพลาสติก ไม่ทนทานเท่าไหร่ เปิดๆ ปิดๆ กรอบพลาสติกก็เริ่มแตก แต่กรณีของ Lenovo Yoga 3 Pro ผมคิดว่าวางใจหายห่วงได้เลย

แต่ทุกรีวิวที่ได้อ่าน ก็พูดไปในแนวทางเดียวกันอีกเช่นกันว่า เพราะต้องการให้บางและเบา และสามารถใช้งานในฐานะแท็บเล็ตได้ดีกว่ารุ่นที่ผ่านๆ มา จึงต้องยอมตัดประสิทธิภาพออก โดยเปลี่ยนจาก Core i ที่ประสิทธิภาพดีกว่า มาเป็น Core M ที่ได้เปรียบในแง่การระบายความร้อนมากกว่า และต้องยอมเสียเรื่องแบตเตอรี่ไปอีกด้วย ดังนั้น หากไปเทียบกับ Lenovo Yoga 2 Pro แล้ว ในสองด้านนี้ก็อาจจะสู้ไม่ได้เลยล่ะ … อย่างไรก็ดี ผมกลับมองว่ามันกลายเป็นเทรนด์ไปแล้ว กับการที่จะมีโน้ตบุ๊กที่ดีไซน์เน้นความสวยงามและการพกพามาเป็นหลักก่อน เพราะแม้ประสิทธิภาพจะด้อยลงไปและแบตเตอรี่อึดน้อยลง แต่มันก็เพียงพอสำหรับการทำงานต่างๆ ได้สบายๆ ส่วนในกรณีที่จะต้องทำงานหนักหน่วงจริงๆ ก็อาจจะพิจารณาทำงานนั้นกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือหากต้องการพกพาไปไหนมาไหน ก็ต้องยอมแลกกับความหนาและหนักที่เพิ่มเข้ามา

ต้องไม่ลืมว่า Lenovo Yoga 3 Pro เป็นโน้ตบุ๊กในกลุ่มตลาด Consumer ครับ ซึ่งผมมองว่าศักยภาพของมัน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในภาพกว้างได้แน่ๆ … โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว สำหรับผู้ที่ถนัดพีซีแต่เริ่มไปเมียงๆ มองๆ เครื่อง MacBook Air เพราะดีไซน์และความบางเบา ก็อาจจะหันกลับมาพิจารณา Lenovo Yoga 3 Pro นี่ก็ได้ เพีียงแต่สนนราคาก็อาจจะใกล้เคียงกับ MacBook Air ที่สเปกพอๆ กันด้วยเช่นกันนะ (ขณะนี้ยังไม่มี Lenovo Yoga 3 Pro วางจำหน่ายในประเทศไทย ราคาจึงเป็นเพียงแค่การคาดเดา โดยพิจารณาจากราคาในต่างประเทศครับ)

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. kidnice says:

    อยากให้มี Review Gaming Test ด้วยจังเลย อยากรู้ว่า Core M มันทำได้ถึงระดับไหนกัน ^^

    • kafaak says:

      ไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับการเล่นเกมครับ ประเด็นไม่ใช่ Core M แต่ประเด็นคือกราฟิกการ์ดครับ HD5300 พอเล่น Street Fighter IV ในคุณภาพกราฟิกกลางๆ ได้พอกระตุก (ลอง Benchmark แล้ว ถ้าจำไม่ผิดได้เกรด D มั้ง) คือ เล่นเอาขำๆ ได้ แต่เล่นจริงจัง แพ้ชัวร์ ยกเว้นจะยอมตัดใจเรื่องคุณภาพกราฟิก ลดรายละเอียดลงต่ำสุดๆ ก็อาจจะไหว แต่กราฟิกไม่สวย ความสนุกหายหมด

Leave a Reply

%d bloggers like this: