ประสบการณ์ใช้ Microsoft Surface Pro 3 ในระยะยาว

Print Friendly

Microsoft Surface Pro 3

 

ตอน Microsoft ออก Surface RT มา (เป็นตระกูล Surface เครื่องแรก) ผมก็เป็นคนนึงล่ะที่ซื้อมาลองใช้ ตอนนั้นทุ่มทุนมาก หิ้วมาจากซานฟรานซิสโก (ให้เพื่อนเอามาให้) … และก็ยังช้ำใจจนถึงทุกวันนี้ (ฮา) เพราะมันทำอะไรได้ไม่ค่อยดั่งใจมากนักด้วยข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์และความที่เป็นระบบปฏิบัติการ Windows RT … แต่หลังจากที่ได้เห็น Microsoft Surface Pro รุ่นแรก ผมก็รู้สึกได้ว่า มันคือวิวัฒนาการเพื่อเอาตัวรอดในยุคที่เทรนด์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งแม้ว่ารุ่นแรกจะยังดูไม่น่าคบหาซักเท่าไหร่ แต่ว่าเมื่อผ่านไปจนถึงรุ่นที่สาม ก็น่าจะเหมาะสมกับการใช้งานแล้วล่ะ … และมันก็มีถึง Microsoft Surface Pro 3 ล่ะครับ

ผมได้โอกาสรีวิว Microsoft Surface Pro 3 ไปรอบนึงแล้ว แต่ได้มีโอกาสขอยืมจาก Microsoft มาอีกรอบ แต่คราวนี้เป้นระยะเวลานานประมาณเดือนนิดๆ เพื่อทำความรู้จักกับมันให้มากขึ้น จะได้เอามาเล่าเป็นประสบการณ์ในการใช้งานกันในตอนนี้นี่แหละครับ … สำหรับใครที่ขี้เกียจอ่าน ผมบอกได้ก่อนเลยว่า Microsoft Surface Pro 3 เป็นโน้ตบุ๊กที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเน้นการพกพาสะดวก ต้องการโน้ตบุ๊กอเนกประสงค์ที่สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลาย เพียงแต่เราต้องยอมควักกระเป๋าจ่ายกันซักนิดนึงก่อนอ่ะ

 

Microsoft Surface Pro 3 คือโน้ตบุ๊กที่พกพาง่ายและพร้อมใช้งานสุดๆ

ข้อจำกัดใหญ่สองประการของโน้ตบุ๊กทั่วๆ ไปก็คือ น้ำหนักมากพกพาไม่สะดวก และ ไม่พร้อมใช้งานในทันที กว่าจะบูตเครื่องขึ้นก็กินเวลานาน … แต่ Microsoft Surface Pro 3 ก็เข้ามาทำลายข้อจำกัดนี้ลง ด้วยความที่เป็นระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 และใช้สื่อบันทึกข้อมูลเป็น Solid State Drive (SSD) ก็ช่วยให้การบูตเครื่องเสร็จภายในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้นก็พร้อมใช้ ซึ่งถือว่าดีกว่าโน้ตบุ๊กทั่วไปมากแล้ว และการออกแบบก็ทำให้การพกพา Microsoft Surface Pro 3 นั้นสะดวกไม่แพ้กับการพกพาพวกแท็บเล็ต หรือพวกแฟ้มหนังสือเลย … ซึ่งตรงนี้การที่ Microsoft จงใจเลือกใช้อัตราส่วนการแสดงผลขอจอภาพเป็นแบบ 2:1  ก็ทำให้ขนาดของตัวเครื่องคุ้นมือมาก (มันคือขนาดประมาณกระดาษ A4 เลย)

 

ใช้เป็นได้ทั้งโน้ตบุ๊ก และ แท็บเล้ต พร้อม Surface Pen

 

แต่อย่างไรก็ดี จากประสบการณ์ที่ลองใช้มา ระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 ยังไม่ดีถึงขั้นที่จะใช้งานแล้วไม่ต้อง Shutdown เครื่องเลย แค่ Sleep ไว้เฉยๆ เพราะเมื่อผ่านไปหลายๆ วัน เครื่องก็จะรู้สึกว่ามันเริ่มหนืดๆ ครับ และต้องรีบูตตัวเองใหม่ เพื่อให้ทำงานได้เร็วเหมือนเดิม … ในแง่นี้ก็คงยังไม่ถึงขั้น Always-on เหมือนพวกสมาร์ทโฟนกับแท็บเล็ตซะทีเดียว แต่การที่สามารถบูตเครื่องได้ในระยะเวลาซักไม่ถึง 10 วินาทีมันก็เพียงพอสำหรับการใช้งานในทุกสถานการณ์อยู่แล้วล่ะครับ

 

Microsoft Surface Pro 3 ใช้ทำงานได้ทุกท่านจริงๆ แม้แต่ท่านี้

 

การออกแบบ Microsoft Surface Pro 3 ไม่ใช่แค่ให้บางเบาเพื่อพกสะดวกเท่านั้นนะ แต่ยังรวมไปถึงการออกแบบเพื่อให้สามารถใช้งานได้สะดวกทุกท่วงท่า ไม่แตกต่างจากการใช้โน้ตบุ๊กจริงๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการวางบนตัก (ซึ่ง Surface รุ่นก่อนๆ ทำได้ไม่ดีเท่าไหร่)​ หรือแม้แต่การวางบนโต๊ะ มันสอดคล้องกับการทำงานทุกอิริยาบถจริงๆ … การใช้งาน Microsoft Surface Pro 3 นั้นไม่ยุ่งยากเลย อาจจะเรียกว่าง่ายกว่าโน้ตบุ๊กทั่วไปด้วยซ้ำครับ

 

Surface Keyboard … ข้อดี และ ข้อจำกัด

สำหรับ Microsoft Surface Pro 3 งวดนี้มีให้เลือกแค่ Type cover เท่านั้น แต่นี่เป็นแป้นพิมพ์แบบที่มีปุ่มชัดเจนเลย และให้ความรู้สึกเหมือนกับคีย์บอร์ดจริงๆ มาก อย่างไรก็ดี บอกได้เลยว่าความรู้สึกยังเทียบไม่ได้กับการพิมพ์ด้วยคีย์บอร์ดจริงๆ ของโน้ตบุ๊กครับ ผมลองเปียบเทียบแล้วก็รู้สึกได้ว่ายังไม่สามารถพิมพ์เร็วได้เทียบเท่า แต่ก็ดีกว่าใช้ Virtual keyboard บนหน้าจอเยอะครับ

 

Type cover keyboard ของ Surface Pro 3 ทำมุมเล็กน้อย เหมือนคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊กจริงๆ

 

ดีไซน์ของ Type cover สำหรับ Surface Pro 3 นี่ทำมาสำหรับการให้ประสบการณ์ในการพิมพ์คล้ายๆ กับการใช้โน้ตบุ๊กเลยครับ เพราะตัวคีย์บอร์ดมันจะทำมุมองศาเล็กน้อย ทำให้รับเข้ากับมือเวลาพิมพ์ดี … ผมลองเทียบการพิมพ์ระหว่าง Type cover รุ่นแรก กับ Type cover รุ่น Surface Pro 3 รู้สึกได้เลยว่า Type cover ของ Surface Pro 3 มันพิมพ์ได้เร็วกว่าจริงๆ

 

Type cover เป็นฝาปิดตัวเครื่อง Surface Pro 3 ไปในตัว พกพาได้สะดวก

 

Type cover ทำหน้าที่เป็นทั้งคีย์บอร์ดและฝาปิดหน้าจอเครื่องในตัว ฉะนั้นก็พกพาไปพร้อมๆ กันได้สบายหายห่วงเลย ด้วยความบางและเบาของ Type cover ก็ทำให้ไม่รู้สึกว่าการพกไปด้วยเป็นภาระแต่อย่างใด ซึ่งผิดกับพวก Hybrid notebook รุ่นอื่นๆ ด้วย

 

วัสดุที่ใช้ทำ Type cover นั้นอาจจะลำบากเวลารักษาความสะอวด

 

อย่างไรก็ดี Type cover นี่ก็มีข้อจำกัดนะครับ ประการแรกเลยคือ เพื่อผิวของตัว Type cover ด้านนอกจะคล้ายๆ กับผ้าสักหลาด โอกาสที่จะเลอะเทอะเปรอะเปื้อนมันก็มีอยู่ การทำความสะอาดอาจจะยุ่งยากหน่อยล่ะครับ และมันก็ดูบอบบางหน่อย การพกพาไปใช้แบบสมบุกสมบันมันคงสู้พวกคีย์บอร์ดจริงๆ ไม่ได้หรอกนะครับ

ในกรณีที่อนาคต Microsoft ตีโจทย์แตกเรื่องการทำระบบปฏิบัติการให้รองรับการใช้งานในฐานะแท็บเล็ตได้ดีกว่านี้ (หมายถึง มีพวก App ที่เป็นประโยชน์ในการใช้คู่กับหน้าจอสัมผัส) ละก็ Type cover จะทำงานเข้ากับ Microsoft Surface Pro 3 ในฐานะแท็บเล็ตได้อย่างยอดเยี่ยมเลยล่ะครับ

 

ประสิทธิภาพของ Surface Pen

ตั้งแต่เมื่อยุคแรกที่ Microsoft เปิดตัว Tablet PC มา ก็มีการนำ Stylus มาใช้งานร่วมด้วยแล้ว จนถึงยุค Microsoft Surface ก็ยังมี Surface Pen เป็น Stylus มาให้ใช้อยู่ ซึ่งมีพัฒนาการต่อมาเรื่อยๆ ครับ … ข้อจำกัดของ Surface Pen ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ มันเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ครับ เพื่อจะได้ใช้งานคำสั่งบางอย่างได้ด้วยการกดปุ่ม ฉะนั้นมันจึงต้องใส่แบตเตอรี่ขนาด AAAA ด้วย

 

Surface Pen ใช้จดโน้ตก็ได้ ใช้วาดรูปก็ดี

 

การใช้งาน Surface Pen ค่อนข้างอเนกประสงค์ครับ จะใช้วาดรูปก็ได้ จะใช้เขียนหนังสือจดโน้ตก็ได้ หรือจะใช้แทนเมาส์ก็ย่อมได้เช่นกัน … ประกอบกับขนาดของตัวเครื่อง Microsoft Surface Pro 3 ที่ได้ขนาดของกระดาษ A4 ก็ทำให้รู้สึกว่ามันคือกระดาษจดเราดีๆ นี่เอง … แต่มันจะเกิดประโยชน์สุดๆ ก็อีตอนที่ใช้คู่กับ Microsoft Office OneNote น่ะครับ

อย่างไรก็ดี สำหรับคนอย่างผม ที่เน้นการวาดรูปในยามว่างเป็นหลัก แต่ไม่ค่อยได้จดโน้ตซักเท่าไหร่ (ไม่ใช่แนว) ก็จะไม่ค่อยได้ประโยชน์จาก Surface Pen อย่างเต็มที่มากนัก

 

พกพา Microsoft Surface Pro 3 ไปทำ Presentation

ในฐานะเป็นทั้งบล็อกเกอร์ เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลบ้างเป็นบางครั้ง และหาลำไพ่พิเศษด้วยการเป็นวิทยากรรับเชิญไปตามที่ต่างๆ ก็ต้องขอบอกว่า Microsoft Surface Pro 3 นี่เป็นโน้ตบุ๊กที่สามารถนำมาใช้ในการนำเสนองานต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเลยครับ … ไม่ว่าจะเป็นการประชุมในกลุ่มเล็กๆ ที่แค่เอา Microsoft Surface Pro 3 มากางราบ 180 องศากับพื้นโต๊ะก็มองเห็นโดยทั่วกันแล้ว ตลอดไปจนถึงการนำเสนอผ่านโปรเจ็คเตอร์ ซึ่งตรงนี้ Microsoft เลือกใช้ Mini Display Port เป็นพอร์ตเชื่อมต่อกับจอแสดงผล ทำให้ค่อนข้างสะดวกในการหาอุปกรณ์เสริมมาเพื่อใช้ต่อออก Projector เพราะมันเป็นพอร์ตแบบเดียวกับ MacBook หรือ MacBook Air เลยน่ะครับ (เหอๆ)

 

นำเสนองานในกลุ่มเล็กๆ ก็ใช้งานโหมดแท็บเล็ตก็พอ

 

แต่อีกสิ่งนึงที่หลายๆ คนอาจจะไม่ทันได้รู้ หรือลืมนึกถึงไปนั่นก็คือ ตามสเปกแล้ว Microsoft Surface 3 Pro นั้นสามารถเชื่อมต่อออกจอแสดงผลแบบไร้สายได้ด้วยนะครับ ซึ่งมันทำให้การนำเสนองานไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่ที่แค่การนั่งอยู่บนโต๊ะ หรือต้องมีพวกอุปกรณ์เสริมอย่าง Wireless presenter เข้ามาช่วย แต่แค่พก Microsoft Surface Pro 3 ก็เดินไปนำเสนองานไปได้สบายๆ แล้วครับ (และน้ำหนักมันก็ไม่ได้มากขนาดจะพกเดินไปนำเสนองานไม่ไหว)

 

การต่อจอแสดงผลแบบ Daisy Chain

ตัวหน่วยประมวลผลกราฟิกของ Microsoft Surface 3 Pro นั้นมีประสิทธิภาพพอที่จะรองรับการแสดงผลหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 3200×2000 พิกเซลได้สบายๆ แต่จริงๆ มันไม่ได้จบแต่เพียงเท่านี้นะครับ หากมีอุปกรณ์ต่อพ่วงที่เหมาะสม ได้แก่หน้าจอแสดงผลที่รองรับ Display Port Input และในขณะเดียวกันก็มี Display Port Output ด้วย ก็จะสามารถต่อหน้าจอแสดงผลแบบ Daisy Chain ได้สูงสุดถึง 3 หน้าจอเลย ซึ่ง Microsoft Surface Pro 3 แต่ละรุ่น ก็รองรับที่ความละเอียดในการแสดงผลที่แตกต่างกันออกไปแบบนี้ตารางด้านล่างครับ

 

Surface Pro 3 External Display Connectivity
Surface Pro 3 Model Display 1 Display 2 Display 3 Max. Resolution Display 1 Max. Resolution Display 2 Max. Resolution Display 3
i3-based eDP/DisplayPort DisplayPort DisplayPort 2560×1600@60 Hz 2560×1600@60 Hz
DVI DVI
VGA VGA 1920×1200@60 Hz
HDMI WiDi 4096×2304@24 Hz 1920×1080@60 Hz
i5/i7-based DisplayPort DisplayPort 3200×2000@60 Hz 3200×2000@60 Hz
DVI DVI 2560×1600@60 Hz
VGA VGA 1920×1200@60 Hz
HDMI WiDi 4096×2304@24 Hz 1920×1080@60 Hz

ที่มาของข้อมูล: Wikipedia.org

 

ความอึดของแบตเตอรี่

น้ำหนักแค่ 800 กรัมเศษๆ แน่นอนว่าแบตเตอรี่ก็ไม่ได้มากมายอะไรตามมาด้วย แต่ว่าด้วยความสามารถในการจัดการพลังงาน เลยทำให้แม้ว่าหน้าจอแสดงผลจะเป็นแบบความละเอียดสูง แถมใช้หน่วยประมวลผลแบบ Core i5/Core i7 แต่ถ้าใช้งานแบบพื้นฐานง่ายๆ เช่น ท่องเว็บ อะไรแบบนี้ แบตเตอรี่ก็อึดพอจะอยู่ได้เกือบๆ 9 ชั่วโมงตามที่ Microsoft เขาโม้ล่ะนะครับ แต่ว่าในความเป็นจริง การใช้งานมันจะสลับสับเปลี่ยนฟังก์ชั่นต่างๆ กันไป แบตเตอรี่มันก็จะไม่ได้อยู่อึดถึงขนาดนั้นหรอกครับ จากการทดสอบใช้งานจริงเป็นระยะเวลานานเดือนเศษๆ ผมพบว่าพฤติกรรมใช้ท่องเว็บ ทำงานเอกสาร เขียนบล็อก โดยต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน WiFi ตลอด และเปิดความสว่างของหน้าจอในระดับกลางๆ

 

แบตเตอรี่

 

บทสรุปจากเดือนเศษๆ

ตอนที่ Microsoft เปิดตัว Tablet PC ใหม่ๆ นั้น ผมเป็นคนนึงล่ะที่มองว่ามัน “ว้าว!” มันแปลกใหม่ แต่ทว่าด้วยข้อจำกัดทางเทคโนโลยี ผมรู้สึกได้ค่อนข้างชัดเจนเลยว่ามันจะไปไม่ค่อยรอดเท่าไหร่ และมันก็เป็นไปตามนั้น … แต่ผมรู้สึกแตกต่างออกไปตอนได้เห็น Microsoft Surface Pro รุ่นแรก เพราะผมมองว่าเทคโนโลยีมันเกือบพร้อมแล้ว และ Microsoft ก็มีสายป่านที่ยาวพอที่จะผลักดันให้มาถึงรุ่นที่สามได้ และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ครับ

หากเรื่องงบประมาณไม่ใช่ปัญหา แต่เรื่องความสะดวกในการพกพานี่สิประเด็นสำคัญ เมื่อได้ลองใช้งานแบบจริงจังเป็นระยะเวลาเดือนเศษๆ แบบนี้ ผมยิ่งยืนยันได้เลยว่า Microsoft Surface Pro 3 เป็นทางเลือกที่ดีมากๆ ตัวนึงเลยล่ะครับ

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

5 Responses

  1. โน says:

    รบกวนสอบถามปากกา การเขียน น้ำหนักอะไรต่างๆ ถ้าเทียบกับ S pen ของซัมซุงโน๊ต เป็นอย่างไรบ้างครับ แล้วนอกจาก one note แล้วมีแอฟอะไรรองรับปากกาบ้างครับ สามารถเขียนลงไปใน word excel หรือใช้ใน photoshop ได้ไหมครับ ถามเยอะจัง ขอบคุณนะครับ ^^

    • kafaak says:

      คิดซะว่าปากกาเหมือน Mouse ละกันครับ เรื่องน้ำหนัก ผมไม่ใช่นักวาดรูปโดยตรง ตอบยาก แต่เท่าที่ลองก็รับรู้ความแตกต่างของแรงกดได้ดีพอควร (ผมไม่ได้ลองกับโปรแกรมวัดรูปจริงจัง จึงไม่กล้าฟันธง) ใช้กับ app อื่นได้ อย่างที่บอก มองมันเป็น Mouse ไป ส่วน App วาดรูปจริงจังบน PC มีเยอะ

  2. Aum says:

    รบกวนสอบถามค่ะ ใช้โปรแกรมอะไรวาดรูปอ่ะคะ
    พอดีเพิ่งถอย i5 มา แต่เปิดใช้ครั้วงแรกก้แอบมีค้างซะแล้ว ใช้งานปกตินะคะ ท่องเวป กะ one note แล้วก็โหลดโปรแกรมทิ้งไว้ค่ะ ไม่ทราบว่าเกี่ยวไหม
    รบกวนด้วยนะคะ
    ขอบคุณค่ะ

    • kafaak says:

      Microsoft Fresh Paint ครับ ดาวน์โหลดจาก App Store ของ Windows ครับ ฟรี

  3. chai says:

    รูปที่วางsurfaceไว้บนเข่า หวาดเสียวมากครับ
    จริงๆถ้าเอามาใช้แบบนั้นมันเสี่ยงที่จะตกแตกมากเลยนะ
    เครื่องมันไม่ได้เบาขนาดนั้น แถมtype coverก็ใช้ว่าจะลอคแน่นหนา ถ้าจอร่วงไป ถึงหว้าcoverทัน ก็หลุด
    จากประสบการใช้งานจริงเกือบปี คิดว่าsurfaceไม่เหมาะกับการซื้อมาใช้ทำงานระยะยาวแน่นอนครับ
    ทำงานเก็บเงินได้มาาๆคิดว่าจะถอยโน้ตบุควินโดวส์ยี่ห้ออื่น หรือแมคบุคมาใช้ดีกว่า
    สำหรับผม ผมยกให้surface เป็น bad design ครับ
    บรึยยย

Leave a Reply

%d bloggers like this: