รีวิว Garmin Nuvi 55 พาเที่ยวไม่มีหลง ในราคาย่อมเยา

Garmin Nuvi 55

หยุดยาวช่วง 23-26 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมาเกิดอารมณ์คึก อยากขับรถไปเที่ยวไกลๆ ครับ เลยตัดสินใจมุ่งหน้าลงใต้ ขับรถยาวจากกรุงเทพมหานครมาที่จังหวัดระนองกันเลย ประจวบเหมาะกับที่ทาง Garmin เขาให้ยืม Garmin Nuvi 55 มาทำการทดสอบด้วย ก็ถือโอกาส Tie-in ไปซะเลย เพราะผมอยากเก็บแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนไว้ใช้เล่นอินเทอร์เน็ตมากกว่ามาเปลืองแบตเตอรี่ไปกับฟังก์ชั่น GPS น่ะ (ฮา) … เอ้า! ก็ผมเป็นแค่ไอทีต๊อกต๋อย ไม่มีรถยนต์เป็นของตัวเองนะครับ ยืมรถเขาขับ ฉะนั้นไม่มีหรอกครับ ไอ้ที่ชาร์จแบตเตอรี่ในรถ (หุหุ) และแน่นอนว่าเมื่อระยะทางระหว่างกรุงเทพกับระนองมันค่อนข้างไกล ผมก็ตั้งใจว่าจะขับรถไปเรื่อยๆ อยากแวะไหนก็แวะ การมี GPS Navigator ที่มี POI (Point of Interest) หรือ จุดน่าสนใจ เยอะๆ มันก็ดีใช่ไหมล่ะ ไหนจะเรื่องหาที่เที่ยว ไหนจะเรื่องหาที่กิน (อันหลังนี่สำคัญ เพราะกองทัพเดินด้วยท้อง)

แผนการของเราจะเป็นแบบนี้ครับ … ออกจากกรุงเทพเวลาประมาณ 7 โมงนิดๆ แล้วออกมาหาอะไรทานแถวๆ สมุทรสาคร ตรงใกล้ๆ กับที่ทำงานเก่าผม มีปั๊ม ปตท. ใหญ่แห่งนึง เป็นจุดพักรถที่เยี่ยมมาก ของกินให้เลือกเพียบ (เมื่อก่อนปั๊มนี้เป็น ปตท. เปิดตีคู่กับ Jet แต่พอโดน ปตท. ซื้อกิจการไป ก็เลยควบรวมเป็นปั๊มเดียว ใหญ่บะเริ่มเลย ในช่วงแรกเริ่มนี่ก็เลยขอแค่เปิดใช้งานเจ้า Garmin Nuvi 55 เพื่อทำความคุ้นเคยก่อน ยังไม่ได้กำหนดว่าจะต้องไปที่ไหน อย่างไรชัดเจนครับ จากนั้นพอทานมื้อเช้าเสร็จ ก็ได้เวลาไปเที่ยวกันจริงๆ ล่ะ

 

User Interface ของคีย์บอร์ด

 

เป้าหมายแรกที่เราจะไปเลยก็คือ For Art’s Sake ที่หัวหินครับ เป็นพิพิธภันฑ์ภาพสไตล์สามมิติ แต่ที่นี่เขาคุยว่าเป็นสี่มิติ เพราะมีหลายๆ ภาพที่ให้เราเข้าไปมีส่วนรวม “ในภาพ” ได้เลย … สถานที่ดูจากเว็บรีวิวแล้ว อยู่ใกล้ๆ กับโรงพยาบาลหัวหินครับ ก็ลองเสิร์ชด้วย Garmin Nuvi 55 ก่อนเลย … เช่นเคย ผมพบว่าคีย์บอร์ดของ Garmin Nuvi 55 นี่ไม่ค่อยคุ้นมือซักเท่าไหร่ ผมไม่แน่ใจว่าทำไม Garmin ไม่ทำคีย์บอร์ดให้คล้ายๆ กับพวก Android smartphone ทั้งๆ ที่ความละเอียดของหน้าจอ และขนาดของหน้าจอ มันเพียงพอที่จะทำอย่างนั้นได้ สำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยใช้งาน GPS Navigator ของ Garmin มาก่อน และเคยเล่นแต่พวกสมาร์ทโฟน อาจจะมึนๆ ใน Layout ของคีย์บอร์ดในตอนแรกครับ

 

หน้าจอการเดินทาง

 

รายละเอียดข้อมูลในการนำทางของ Garmin Nuvi 55 นั้นถือว่าค่อนข้างดีครับ มีการปรับเปลี่ยนข้อมูลที่นำเสนอ เพื่อให้เราได้ข้อมูลที่ช่วยให้เราเตรียมการขับรถได้สะดวกขึ้น เช่น การแสดงข้อมูลช่องทางเดินรถ ว่าควรจะเข้าช่องไหน อะไรแบบเนี้ย แต่ผมมีแอบขำตอนที่เสียงนำทางเขาจะบอกว่า “เลี้ยวซ้ายไปยัง…” เพราะมันออกเสียงเพี้ยนๆ มาเป็น “เลี้ยวซ้ายไปหรือยัง?” ซะงั้น ผมต้องแอบบ่นเบาๆ ว่า “ยังไม่ได้เลี้ยว ก็ยังไม่ถึงทางเลี้ยวนิ” (ฮา) แต่พอถึงคิวพูดว่า “เลี้ยวขวาไปยัง” กลับพูดได้ถูกต้อง ชัดแจ๋ว ไม่มีปัญหานะ … เออ แปลกดี … แต่คำพูดอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ

 

ติด Garmin Nuvi 55 ไว้แถวๆ นี้ สลับกับแถวคนขับ (อยู่ที่ว่าตอนนั้นผมขับหรือเปล่า)

 

การรับสัญญาณดาวเทียม ทำได้ค่อนข้างเร็วดีนะ และแม้ว่าช่วงที่ผมเดินทางมาระนองจะไม่ค่อยมีฝนตก แต่ฟ้าก็ครึ้มๆ เป็นระยะๆ มาเรื่อยๆ แต่ก็ยังรับสัญญาณดาวเทียมได้โอเคอยู่ และพิกัดก็ค่อนข้างตรงทีเดียว ไม่เจอปัญหาที่แบบ ขับรถเร็วๆ แล้วมองแผนที่ พิกัดของรถของเราบนแผนที่ยังมาไม่ถึง อะไรแบบนี้ไม่มีให้เห็น … หากเราไม่อยากเห็นข้อมูลบนเป็นแผนที่ เราก็เลือกรูปแบบการแสดงผลเพื่อดูข้อมูลในแบบอื่นๆ ได้อีกครับ เช่น ความเร็วที่ขับขี่อยู่ ณ ขณะนี้ (ซึ่งผมลองเช็คเทียบกับเข็มไมล์ ก็ค่อนข้างจะใกล้เคียงกันนะ พอใช้ได้ๆ) หรือ ระยะเวลาที่จะไปถึงจุดหมาย อะไรแบบนี้

 

พิชิตบันได 396 ขั้นที่วัดเขาช่องกระจก

 

ออกจาก For Art’s Sake ผมก็ลองใช้ Garmin Nuvi 55 นี่นำทางไปยังสถานที่อื่นๆ อีกนิดหน่อย เช่น วัดเขาช่องกระจก เพื่อไปพิชิตบันได 396 ขั้น … คือ ตอนกำลังจะขึ้นไป แฟนผมบอกว่าแค่สองร้อยกว่าขั้น เอ้า! ถ้าแค่นั้นบ่ยั่น แต่ขึ้นไปจริงๆ เอิ่ม 396 ขั้นอ่ะ … ลงมาเสร็จ หมดแรง ให้แฟนขับรถต่อ (ฮา) ส่วนผมมานั่งกด Garmin Nuvi 55 เล่นต่อ

การทดสอบครั้งนี้ ผมใช้ Garmin Nuvi 55 ควบคู่กับ Online Map อย่าง Google ไปด้วย เพื่อเปรียบเทียบระหว่าง GPS Navigator แบบเฉพาะเจาะจง สนนราคาประหยัดอย่าง Garmin Nuvi 55 และ Online Map บนสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์อย่าง Samsung Galaxy S5 และ Oppo Find 7 ครับ ซึ่งเดี๋ยวผมจะสรุปให้ได้อ่านกันในตอนท้ายๆ นะครับ

 

20141023_180349

 

สำหรับผู้ขับขี่ที่ไม่เคยใช้ GPS Navigator มาก่อน อยากบอกว่าการมี GPS Navigator ที่แผนที่แม่นๆ เนี่ย ช่วยเรื่องการขับขี่ได้เยอะนะครับ ตราบเท่าที่ไม่มัวแต่มอง GPS จนเพลิน และอย่าไปกดปุ่มระหว่างขับขี่ (ซึ่งตรงนี้ Garmin Nuvi 55 จะตั้งค่าเป็น Default ไว้ว่าหากรถยนต์มีการเคลื่อนไหว จะใช้งานได้แค่เป็นแผนที่นำทาง จะไปค้นหาพิกัด หรือทำอย่างอื่นไม่ได้) เพราะมันจะช่วยให้เราได้เห็นว่าถนนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร โค้งไปทางไหน เราจะได้ปรับการขับขี่ให้ถูกต้อง ไม่ขับเร็วเกินไปเวลาที่จะเข้าโค้ง อะไรแบบนี้ … คืออยากบอกว่าไประนองนี่ซึ้งมาก 494 โค้ง แถม 17 โค้งในนั้นเป็นโค้งอันตรายด้วย และตอนจะไปถึง ก็ค่ำๆ แล้ว

 

ข้อมูลมีเยอะเกินไป บางทีก็มึนว่าอันไหนคืออันที่เราอยากได้นะเนี่ย

 

แต่บางครั้งผมก็พบว่า Garmin Nuvi 55 มีข้อมูล POI เยอะมากไปหน่อยนะ (ฮา) เช่น ตอนที่ผมเข้าใจผิดว่าเราสามารถแวะไปศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ระหว่างทางที่จะไประนองได้เนี่ย ผมลองค้นดูบน Garmin Nuvi 55 พบว่ามีอยู่หลายที่มากเลย เล่นเอาตาลาย เพราะไม่รู้ว่าที่ไหนเป็นที่ที่ผมอยากจะไปจริงๆ กันแน่​ (ฮา) … แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้ไปหรอกนะครับ เพราะว่ามาค้นพบตอนหลังว่าสถานที่อยู่คนละทิศกับที่ที่ผมจะไปเลย และหากเดินทางไปละก็ กว่าจะไปถึงระนองก็คงจะดึกๆ เลย ไม่ใช่ค่ำๆ แล้ว ขับรถมันอันตรายไปหน่อย

 

Garmin Nuvi 55 ปรับ User Interface ให้เหมาะสมเวลากลางคืนด้วย

 

ถึงจุดหมาย จังหวัดระนอง ก็ค่ำๆ ครับ ตัว User Interface ของ Garmin Nuvi 55 นั้นมีการปรับเปลี่ยนตัวเองเข้าสู่โหมดกลางคืน จะเห็นว่าพวกพื้นที่สีขาวๆ สว่างๆ มันจะถูกปรับให้ทึมๆ ลง เพื่อจะได้ไม่แสบตาผู้ขับขี่เวลาที่ใช้งานเวลากลางคืน ก็เรียกว่าดีทีเดียวละครับ … แต่จุดนึงที่ผมต้องบอกคือ แม้ว่า Garmin Nuvi 55 จะมีแบตเตอรี่ในตัว แต่การใช้งานต่อเนื่องบนแบตเตอรี่สามารถใช้ได้ราวๆ 3 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ฉะนั้นในการขับขี่โดยเฉพาะระยะทางไกลๆ ผมว่า เสียบสายแบตเตอรี่ค้างไว้ดีกว่านะครับ

อย่างไรก็ดี หากมีการแวะพักเป็นระยะๆ หากไม่ได้เสียบสายชาร์จไว้ เมื่อ Garmin Nuvi 55 พบว่ารถยนต์ไม่มีการเคลื่อนไหว มันก็จะทำการปิดตัวเองลง เพื่อประหยัดแบตเตอรี่ครับ ก็ถือว่าสะดวกดี

 

การติดตั้งใช้งาน Garmin Nuvi 55

ภายในกล่องของ Garmin Nuvi 55 นั้นมีอุปกรณ์มาให้ ก็คือ ตัวเครื่อง Garmin Nuvi 55, สาย Mini USB, ตัวชาร์จแบตเตอรี่แบบเสียบในรถยนต์, ตัวติดกระจก เอาไว้ยึดตัว Garmin Nuvi 55 เข้ากับกระจก แล้วก็มีตัวล็อกสำหรับติด Garmin Nuvi 55 เข้ากับตัวติดกระจกอีกที

 

ของที่มากับ Garmin Nuvi 55

 

เวลาจะใส่แบบเต็มยศ ก็จะเป็นแบบนี้ครับ กลไกง่ายๆ การถอดและใส่ตัวยึดทำได้ไม่ยากเลย และสามารถหมุนตัวเครื่อง Garmin Nuvi ได้หลากหลายทิศทาง ฉะนั้นการติดตั้งกับกระจกรถยนต์เพื่อให้มองเห็นสะดวก ก็ทำได้ไม่ยากเท่าไหร่เลย

 

20141102_084801

 

จุดที่ผมไม่ค่อยชอบเกี่ยวกับ Garmin Nuvi 55 นี่ก็คือ ใช้พอร์ต Mini USB อ่ะครับ เพราะมันทำให้ต้องพกพาสายชาร์จเพิ่มขึ้นอีกเส้น ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากหรอกนะ เพราะเก็บไว้ในรถยนต์ได้อยู่แล้ว แต่ปัจจุบันเขาใช้ Micro USB กันหมดแล้วอ่ะครับ สาย Micro USB มันหาง่ายกว่า เผื่อในกรณีฉุกเฉิน เช่น หาย หาไม่เจอ หรือสายชำรุด ถ้าพอร์ตเป็น Micro USB มันจะช่วยให้เราเอาสายชาร์จของสมาร์ทโฟนมาทดแทนชั่วคราวได้ง่ายกว่า หาซื้อใหม่ก็ง่ายกว่าอ่ะ

 

เปรียบเทียบกับ GPS Navigator บนสมาร์ทโฟน

เชื่อว่าหลายๆ คน อาจจะคิดเหมือนผม … เดี๋ยวนี้ทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตต่างก็มีชิป GPS มาให้แล้ว แผนที่อย่าง Google Maps หรือ Apple Maps ก็มีบริการนำทางให้ใช้ฟรีๆ ด้วย ขนาดของหน้าจอสมาร์ทโฟนหลายๆ ตัว ก็ใหญ่พอๆ กับเจ้า GPS Navigator แถมในแง่ของความสดใหม่ของแผนที่ แบบออนไลน์ก็ได้ข้อมูลสดใหม่กว่าด้วย แล้วแบบนี้จะซื้อมาใช้ทำไมกัน?!? จากที่ผมทดสอบในครั้งนี้ (และจากประสบการณ์ในการรีวิว GPS Navigator ของ Garmin ตัวอื่นๆ) ผมคิดว่าเหตุผลที่ควรจะซื้อ GPS Navigator แยกต่างหาก คงเป็นเพราะ

  • สำหรับคนที่ไม่ได้มีที่ชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนในรถ ก็ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องแบตเตอรี่ เพราะใช้ GPS Navigator แยกต่างหากแล้ว
  • GPS Navigator แม้จะเป็นราคาประหยัด แต่ก็มีชิป GPS ที่รับสัญญาณดาวเทียมได้ชัวร์กว่า แม่นยำกว่าพวกสมาร์ทโฟนในราคาเท่ากัน … ลองเปรียบเทียบง่ายๆ Garmin Nuvi 55 นี่สนนราคา 4,990 บาท ถ้าไปเจอพวก Android smartphone ราคาประมาณนี้ ส่วนใหญ่ GPS ไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่ครับ
  • POI ที่ละเอียดกว่า และ User Interface ที่ให้ข้อมูลได้มากกว่า … เพราะผู้ผลิตอย่าง Garmin เขาทำด้านนี้มานาน จึงมีข้อมูลอยู่ในมือเยอะ และออกแบบ User Interface ที่ให้ข้อมูลจำเป็นในการขับขี่ได้มากกว่า เช่น มีการแสดงสัญลักษณ์ปั๊มน้ำมัน และระยะทางไปยังจุดสนใจ (ปั๊มน้ำมัน, ร้านอาหาร ฯลฯ) ให้ด้วย
  • ผมพบว่า Online Map บนสมาร์ทโฟนจะได้เปรียบเรื่องความทันสมัยของ POI เพราะบางค่ายมีการให้เจ้าของพิกัดเพิ่มข้อมูลเข้าไปเองได้ แต่ GPS Navigator อย่าง Garmin Nuvi 55 นี่จะได้เปรียบในเรื่องความละเอียดของข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลร้านอาหารต่างๆ และปั๊มน้ำมัน ครบเครื่องกว่า

 

จุดสนใจใหม่ๆ ยังอัพเดตไม่เร็วเท่าพวก Online Map

 

  • เท่าที่ลองใช้ดูตอนเที่ยวระนอง ก็หาสถานที่ที่อยากจะไปได้เจอหมด POI เยอะดีมาก (จนเรียกว่าเยอะเกินไปในบางโอกาส อย่างที่บอกไปในตอนต้น) แต่ก็มีบ้างที่หาสถานที่ใหม่ๆ ที่เพิ่งมี เพิ่งสร้าง เพิ่งเปิดให้บริการไม่เจอ แต่ในกรณีนี้เมื่อมีการอัพเดตแผนที่ใหม่ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาแล้ว … ในขณะที่สมาร์ทโฟนได้เปรียบเรื่องการอัพเดตออนไลน์ตลอด แต่ก็มีโอกาสผิดพลาดสูงเช่นกัน ใครใช้ Google Maps อาจจะเคยเจอปัญหาดังกล่าว (ผมเคยโดน Google Maps พาหลงหลายรอบ เวลาหาพวกร้านอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง) แต่ POI บน Garmin Nuvi 55 นี่จะมั่นใจได้เรื่องพิกัดเลย

 

บทสรุปของการรีวิว

Garmin Nuvi 55 ถือว่าเป็น GPS Navigator ที่ครบเครื่อง สามารถใช้นำทางได้ครบฟังก์ชั่นตามที่ GPS Navigator พึงมี ในสนนราคาที่เป็นเจ้าของได้ไม่ยาก คือ 4,990 บาทเท่านั้นเอง เหมาะสำหรับคนที่งบไม่มาก ไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ และต้องการใช้ GPS Navigator ที่ไว้ใจได้ นำทางแม่นๆ ด้วย

ด้วยสนนราคาที่ประหยัดขนาดนี้ Garmin Nuvi 55 จึงไม่ใช่ GPS Navigator แบบ Full options ที่มีลูกเล่นต่างๆ มากมาย (เช่น ที่ GPS Navigator รุ่นใหม่ๆ ราคาไฮเอนด์เขามี อย่างการต่อกล้องวิดีโอ เพื่อใช้ GPS Navigator เป็นหน้าจอแสดงผล สำหรับแสดงภาพจากกล้อง อะไรแบบนี้) แต่ก็เรียกว่าเป็นแบบ Full function คือ สามารถทำหน้าที่เป็น GPS Navigator ได้เต็มๆ ซึ่งก็เพียงพอสำหรับการใช้งานแล้ว

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. เคย ใช้ sygic มั้ยครับ ไม่ทราบว่า ดีกว่ามั้ย

    • kafaak says:

      เคยครับ Sygic ก็ยังสู้พวก Garmin ไม่ได้นะ ในความเห็นของผม และยิ่งเอามาใช้กะสมาร์ทโฟน ก็ต้องหารุ่นที่ GPS ดีๆ อีกอะครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: